Your Cart (0 items)
บริการ
เบอร์โทรศัพท์ (+66)2552 6468 วันที่ทำการ (จันทร์-ศุกร์) 08:30 –17:30 

ลงทุนทำระบบกันซึมวันนี้ประหยัดค่าซ่อมบ้านในระยะยาวได้อย่างไร

ม.ค. 12, 2026 by admin Blog 0 comment

ลงทุนทำระบบกันซึมวันนี้ ประหยัดค่าซ่อมบ้านในระยะยาวได้อย่างไร

“เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” คือสุภาษิตที่อธิบายสถานการณ์ของคนมีบ้านที่ละเลยเรื่อง ระบบกันซึม ได้ดีที่สุดครับ หลายคนมักมองว่าการทำ กันซึม เป็นค่าใช้จ่ายส่วนเกิน เป็นออปชันเสริมที่ไม่จำเป็นต้องทำทันที รอให้รั่วก่อนค่อยซ่อมก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความคิดนี้อาจนำมาซึ่งหายนะทางการเงินที่บานปลายจนคุณคาดไม่ถึง

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์ก่อสร้างจาก PSW Chemical ผมขอยืนยันว่า น้ำและความชื้น คือศัตรูหมายเลขหนึ่งที่ทำลายโครงสร้างอาคารได้รุนแรงและเงียบเชียบที่สุด บทความนี้จะพาคุณไปกางบัญชีดูว่า การเจียดงบประมาณมาลงทุนทำ กันซึม ตั้งแต่วันนี้ จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าและประหยัดค่าซ่อมบ้านในระยะยาวได้มหาศาลอย่างไรครับ

ความเข้าใจผิด: "กันซึม" คือรายจ่าย หรือ การลงทุน?

ความเข้าใจผิด: “กันซึม” คือรายจ่าย หรือ การลงทุน?

เมื่อพูดถึงงบประมาณก่อสร้างหรือรีโนเวทบ้าน เรามักทุ่มเงินไปกับความสวยงาม กระเบื้องลายหินอ่อน หรือเฟอร์นิเจอร์หรูหรา แต่กลับตัดงบเรื่อง กันซึม ออกเพื่อให้ตัวเลขรวมดูถูกลง

แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ค่าใช้จ่ายในการทำ ระบบกันซึม ที่ได้มาตรฐานนั้น คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1-3% ของมูลค่าการก่อสร้างทั้งหมด เท่านั้น แต่เจ้า 1-3% นี้แหละครับ ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือน “ประกันภัย” คุ้มครองโครงสร้างบ้านทั้งหลัง หากคุณประหยัดเงินตรงนี้ไป ความเสี่ยงที่คุณต้องแบกรับในอนาคตอาจมีมูลค่าสูงกว่าเงินที่ประหยัดได้ถึง 10 เท่า!

เจาะลึก 4 ความเสียหายราคาแพง หากบ้านไร้ระบบกันซึมที่ดี

เจาะลึก 4 ความเสียหายราคาแพง หากบ้านไร้ระบบกันซึมที่ดี

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าเราจะประหยัดเงินได้อย่างไร เราต้องรู้ก่อนว่าถ้าน้ำรั่วซึมเข้ามา มันจะสร้างความเสียหายอะไรบ้าง และแต่ละอย่างต้องใช้เงินซ่อมเท่าไหร่

  1. ความเสียหายทางโครงสร้าง (Structural Damage) : ค่าซ่อมหลักแสนถึงหลักล้าน

นี่คือฝันร้ายที่สุดครับ เมื่อน้ำซึมผ่านรอยแตกร้าวของคอนกรีตเข้าไปถึงเหล็กเส้นด้านใน จะทำให้เหล็กเป็นสนิม (Corrosion) เมื่อเหล็กเป็นสนิมจะขยายตัวและดันให้คอนกรีตแตกกะเทาะออกมา หรือที่เรียกว่า “คอนกรีตระเบิด” (Spalling)

  • ค่าใช้จ่าย: การซ่อมโครงสร้างไม่ใช่แค่ทาสีทับ แต่ต้องสกัดปูน เสริมเหล็กใหม่ และเทปูนกำลังอัดสูงทับ ซึ่งค่าแรงและค่าของแพงมาก หากเป็นที่ฐานรากอาจถึงขั้นบ้านทรุดได้
  1. ความเสียหายของงานตกแต่ง (Aesthetic Damage) : ซ่อมไม่จบไม่สิ้น

น้ำที่ซึมลงมาจากดาดฟ้าหรือผนัง จะทำให้ฝ้าเพดานบวม ราขึ้น สีภายในลอกร่อน วอลเปเปอร์หลุด หรือพื้นปาร์เกต์บวมพอง

  • ค่าใช้จ่าย: คุณอาจต้องเปลี่ยนฝ้าทั้งแผง ทาสีใหม่ทั้งห้อง หรือรื้อพื้นปูใหม่ วนเวียนอยู่แบบนี้ทุกหน้าฝนหากต้นตอไม่ถูกแก้ไขด้วย กันซึม ที่ดี
  1. ปัญหาระบบไฟฟ้า (Electrical Hazard) : อันตรายถึงชีวิต

น้ำกับไฟไม่ถูกกัน หากน้ำรั่วซึมเข้าไปในท่อร้อยสายไฟ หรือหยดลงบนแผงวงจร อาจทำให้เกิดไฟลัดวงจร ไฟไหม้ หรือไฟดูดผู้อยู่อาศัยได้

  • ค่าใช้จ่าย: ต้องเดินระบบไฟใหม่ และเสี่ยงต่อความปลอดภัยของชีวิตซึ่งประเมินค่าไม่ได้
  1. ปัญหาสุขภาพจากเชื้อรา (Health Issue) : ค่ารักษาพยาบาลระยะยาว

ความชื้นสะสมนำมาซึ่งเชื้อราและแบคทีเรีย สปอร์ของเชื้อราที่ฟุ้งกระจายในบ้านเป็นสาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้และโรคทางเดินหายใจ

  • ค่าใช้จ่าย: ค่ายาและค่ารักษาพยาบาลที่ต้องจ่ายต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากในบ้านมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ

สมการความคุ้มค่า: ทำกันซึมวันนี้ vs รอซ่อมวันหน้า

ลองมาเปรียบเทียบตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นภาพความคุ้มค่ากันครับ

  • Scenario A: ลงทุนทำกันซึมตั้งแต่วันแรก
    • ค่าวัสดุ กันซึม คุณภาพสูง (เช่น PU หรือ Membrane) + ค่าแรงช่างมืออาชีพ
    • ผลลัพธ์: บ้านแห้งสนิท โครงสร้างแข็งแรง ไม่ต้องกังวลเรื่องฝน สีไม่ลอก
    • อายุการใช้งาน: 10 ปี+ (ขึ้นอยู่กับประเภทวัสดุ)
  • Scenario B: ไม่ทำกันซึม รอให้รั่วค่อยซ่อม
    • ปีที่ 3: เริ่มมีคราบน้ำ สีลอก -> เสียค่าทาสีใหม่ + ซ่อมฝ้า (หลักพัน-หมื่น)
    • ปีที่ 5: น้ำซึมหนัก เริ่มเห็นรอยร้าว -> เสียค่าซ่อมรอยร้าว + ทากันซึมทับ (ทำแบบขอไปที)
    • ปีที่ 7: เหล็กเป็นสนิม คอนกรีตระเบิด -> เสียค่าซ่อมโครงสร้าง (หลักแสน) + ต้องรื้อระบบทำ กันซึม ใหม่ทั้งหมดอยู่ดี
    • ผลลัพธ์: จ่ายแพงกว่า Scenario A หลายเท่าตัว แถมเสียสุขภาพจิตตลอดเวลาที่ฝนตก

บทสรุป: การทำ กันซึม คือการจ่ายเงินก้อนเล็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เงินก้อนใหญ่ไหลออกจากกระเป๋าในอนาคตครับ

จุดยุทธศาสตร์ที่ควรลงทุนทำระบบกันซึม

จุดยุทธศาสตร์ที่ควรลงทุนทำระบบกันซึม

หากงบประมาณจำกัด และต้องการจัดลำดับความสำคัญ นี่คือจุดที่คุณต้องเน้นเป็นพิเศษครับ:

  1. ดาดฟ้าและหลังคา (Rooftop & Roof): จุดรับน้ำโดยตรง 100% ควรเลือกใช้ กันซึม ประเภท Polyurethane (PU) หรือ Polyurea ที่มีความยืดหยุ่นสูง ทนแดด ทนฝน และปกปิดรอยร้าวได้ดี
  2. ห้องน้ำ (Bathroom): โดยเฉพาะชั้นบน เพราะถ้ารั่วจะลงฝ้าชั้นล่างทันที ควรทำระบบกันซึมชนิด Cement Base ก่อนปูกระเบื้องเสมอ
  3. ระเบียง (Balcony): พื้นที่กึ่งภายนอกที่มักถูกละเลย ควรทำกันซึมและปรับระดับสโลปให้ดีเพื่อไม่ให้น้ำขัง
  4. สระว่ายน้ำและบ่อน้ำ (Swimming Pool): ต้องใช้กันซึมชนิดพิเศษที่ทนแรงดันน้ำและสารเคมีได้

วิธีเลือกผลิตภัณฑ์กันซึมให้คุ้มค่าที่สุด

ที่ PSW Chemical เรามักแนะนำลูกค้าเสมอว่า “ของที่ถูกที่สุด ไม่ใช่ของที่คุ้มที่สุด” การเลือกวัสดุ กันซึม ต้องดูที่ความเหมาะสมของหน้างานเป็นหลัก

  • ถ้าดาดฟ้ามีน้ำขัง: ต้องเลือกชนิดที่ทนน้ำขังได้ (ขังแล้วไม่เปื่อยยุ่ย)
  • ถ้าพื้นที่โดนแดดจัด: ต้องเลือกชนิด UV Resistant (ทนรังสียูวี)
  • ถ้าเป็นพื้นที่สัญจร: ต้องเลือกชนิดที่ทนแรงเสียดสีจากการเดินเหยียบย่ำได้

การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจซื้อ จะช่วยให้คุณได้สินค้าที่ “ถูกกับโรค” และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ไม่ต้องมาเสียเงินแก้งานซ้ำซ้อน

บทสรุป

การทำ ระบบกันซึม ไม่ใช่รายจ่ายที่สูญเปล่า แต่เป็นการลงทุนเพื่อปกป้องทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของคุณ นั่นคือ “บ้าน” การตัดสินใจทำกันซึมที่มีคุณภาพตั้งแต่วันนี้ จะช่วยหยุดวงจรการซ่อมแซมที่ไม่จบสิ้น ประหยัดเงินในระยะยาว และคืนความสุขความสบายใจให้กับการอยู่อาศัย

อย่ารอให้ฝนหยดแรกเตือนคุณถึงปัญหา เริ่มต้นสำรวจบ้านและวางแผนทำ กันซึม กับผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้ เพื่อให้บ้านของคุณแข็งแรง สวยงาม และอยู่คู่กับครอบครัวไปอีกยาวนานครับ

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @899exwad หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล [email protected] เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

Add a Review

Your email address will not be published. Required fields are marked*