Sikagard 62 น้ำยาอีพ็อกซี่เคลือบป้องกันสารเคมีสำหรับคอนกรีตและโลหะ

มิ.ย. 09, 2026 by admin Blog 0 comment

Sikagard 62 น้ำยาอีพ็อกซี่เคลือบป้องกันสารเคมีสำหรับคอนกรีตและโลหะ

ในโรงงานอุตสาหกรรม พื้นผิวคอนกรีตและโลหะมักต้องเจอสภาพการใช้งานหนักกว่างานอาคารทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นสารเคมี น้ำมัน น้ำเสีย ความชื้น การขัดล้าง หรือแรงกระแทกจากการใช้งานประจำวัน หากไม่มีชั้นเคลือบป้องกันที่เหมาะสม พื้นผิวอาจเสื่อมเร็ว เกิดคราบฝังลึก เป็นสนิม ผุกร่อน หรือเสียหายจนต้องหยุดงานเพื่อซ่อมบำรุง

Sikagard 62 เป็นน้ำยาอีพ็อกซี่เคลือบป้องกันสารเคมีสำหรับงานคอนกรีตและโลหะ ใช้เป็นชั้นเคลือบปกป้องพื้นผิวในพื้นที่ที่ต้องการความทนทานสูง เช่น พื้นที่เก็บสารเคมี ถังเก็บ ไซโล โรงงานอาหาร โรงงานยา โรงงานเคมี ระบบบำบัดน้ำเสีย และพื้นที่อุตสาหกรรมที่ต้องการป้องกันของเหลวซึมผ่าน

ข้อมูลจาก Sika Thailand ระบุว่า Sikagard®-62 เป็นอีพ็อกซี่เรซินเคลือบป้องกันแบบ 2 ส่วนประกอบ ชนิด 100% solids มีสีในตัว เป็นระบบ high build ไม่มีสารทำละลาย ทนสารเคมีและแรงทางกลได้ดี และไม่ยอมให้ของเหลวซึมผ่านเมื่อใช้งานถูกระบบ

Sikagard 62 คืออะไร?

Sikagard 62 คือวัสดุเคลือบผิวป้องกันชนิดอีพ็อกซี่ 2 ส่วนประกอบ ใช้สำหรับสร้างชั้นฟิล์มเคลือบที่แข็งแรงบนพื้นผิวคอนกรีต โลหะ ปูนฉาบ มอร์ตาร์ซีเมนต์ อีพ็อกซี่ซีเมนต์ และวัสดุที่ใช้เรซินอีพ็อกซี่บางประเภท

เมื่อผสม Part A และ Part B ตามอัตราส่วนที่กำหนด แล้วทาหรือกลิ้งลงบนพื้นผิว วัสดุจะบ่มตัวเป็นชั้นเคลือบแข็งที่ช่วยป้องกันพื้นผิวจากสารเคมี ของเหลว และการใช้งานทางกลในระดับอุตสาหกรรม

Sika ระบุการใช้งานของ Sikagard 62 ว่าเหมาะสำหรับเป็นชั้นเคลือบทนสารเคมีบนคอนกรีต หิน ปูนฉาบ มอร์ตาร์ซีเมนต์ อีพ็อกซี่ซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์อีพ็อกซี่เรซิน และเหล็ก รวมถึงใช้เป็น lining ในถังเก็บและไซโลได้

เหมาะกับงาน เช่น

  • เคลือบผิวคอนกรีตกันสารเคมี
  • เคลือบพื้นหรือผนังในโรงงาน
  • เคลือบภายในถังเก็บสารเคมี
  • เคลือบภายในไซโล
  • เคลือบป้องกันการกัดกร่อนบนผิวโลหะ
  • พื้นที่บำบัดน้ำเสีย
  • โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม
  • โรงงานเคมีและเภสัชกรรม
  • พื้นที่ที่ต้องการป้องกันของเหลวซึมผ่าน
Sikagard 62 คืออะไร?
Sikagard 62 คืออะไร?

Sikagard 62 ทำไมต้องเคลือบป้องกันคอนกรีตและโลหะในพื้นที่สารเคมี?

คอนกรีตดูแข็งแรง แต่จริง ๆ แล้วมีรูพรุนเล็ก ๆ ที่สามารถดูดซึมน้ำ น้ำมัน หรือสารเคมีได้ หากสารเหล่านี้ซึมลงไปในเนื้อคอนกรีต อาจทำให้เกิดคราบฝังลึก ผิวเสื่อม เป็นฝุ่น กะเทาะ หรือทำให้เหล็กเสริมเกิดสนิมในระยะยาว

ส่วนโลหะ หากสัมผัสความชื้น สารเคมี หรือน้ำเสียอย่างต่อเนื่อง ก็มีความเสี่ยงเกิดสนิมและการกัดกร่อน หากไม่ป้องกันตั้งแต่แรก การซ่อมภายหลังมักยุ่งยากและมีต้นทุนสูงกว่า

ปัญหาที่มักพบในพื้นที่ไม่มีชั้นเคลือบป้องกัน ได้แก่

  • คอนกรีตดูดซึมสารเคมี
  • พื้นเป็นคราบฝังลึกและล้างไม่ออก
  • ผิวคอนกรีตเป็นฝุ่นหรือกะเทาะ
  • โลหะเป็นสนิมหรือผุกร่อน
  • พื้นที่มีกลิ่นหรือคราบสะสม
  • ทำความสะอาดยาก
  • ต้องซ่อมบำรุงบ่อย
  • เสี่ยงกระทบความปลอดภัยในโรงงาน

การเคลือบด้วย Sikagard 62 ช่วยสร้างชั้นป้องกันระหว่างพื้นผิวกับสารเคมีหรือของเหลว ลดการซึมผ่าน และช่วยให้ดูแลพื้นผิวได้ง่ายขึ้น

Sikagard 62 ทำไมต้องเคลือบป้องกันคอนกรีตและโลหะในพื้นที่สารเคมี?
Sikagard 62 ทำไมต้องเคลือบป้องกันคอนกรีตและโลหะในพื้นที่สารเคมี?

จุดเด่นของ Sikagard 62

  1. เป็นอีพ็อกซี่เคลือบผิวแบบ High Build

Sikagard 62 เป็นระบบเคลือบแบบ high build หมายถึงสามารถสร้างชั้นฟิล์มเคลือบที่มีความหนาและแข็งแรงกว่าสีเคลือบทั่วไป จึงเหมาะกับงานที่ต้องการการปกป้องจริงจัง ไม่ใช่แค่ทาเพื่อความสวยงาม

ระบบ high build เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องเจอ:

  • สารเคมี
  • น้ำเสีย
  • น้ำมัน
  • ความชื้น
  • การขัดล้าง
  • แรงใช้งานทางกล
  • การดูแลทำความสะอาดบ่อย
  1. ทนสารเคมีได้ดี

จุดเด่นหลักของ Sikagard 62 คือใช้เป็นชั้นเคลือบทนสารเคมี เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องสัมผัสสารเคมี ของเหลว หรือน้ำเสียในงานอุตสาหกรรม โดย Sika ระบุว่าผลิตภัณฑ์มีความทนทานต่อสารเคมีและแรงทางกลได้ดี

เหมาะกับพื้นที่ เช่น

  • ห้องเก็บสารเคมี
  • พื้นที่ผสมสารเคมี
  • พื้นที่วางถังสารเคมี
  • โรงงานยา
  • โรงงานเคมี
  • โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม
  • ระบบบำบัดน้ำเสีย
  • พื้นที่อุตสาหกรรมที่ต้องล้างทำความสะอาดบ่อย

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ทนสารเคมี” ไม่ได้แปลว่าทนได้ทุกสาร ทุกความเข้มข้น และทุกอุณหภูมิ หากพื้นที่มีสารเคมีเฉพาะ ควรตรวจข้อมูลความทนสารเคมีก่อนใช้งานจริง

  1. ไม่ยอมให้ของเหลวซึมผ่าน

Sikagard 62 มีคุณสมบัติ impervious to liquids หรือไม่ยอมให้ของเหลวซึมผ่านเมื่อใช้งานถูกระบบ

คุณสมบัตินี้เหมาะกับพื้นผิวที่ต้องป้องกันไม่ให้สารเคมีหรือน้ำซึมเข้าไปในคอนกรีต เช่น

  • พื้นที่รองรับสารเคมี
  • ผนังหรือพื้นในถังเก็บ
  • พื้นที่ containment
  • พื้นหรือผนังที่ต้องป้องกันน้ำเสีย
  • พื้นที่ผลิตที่ต้องควบคุมความสะอาด

เมื่อของเหลวซึมเข้าเนื้อคอนกรีตได้น้อยลง พื้นผิวก็ทำความสะอาดง่ายขึ้น และลดโอกาสเกิดคราบสะสมในระยะยาว

  1. ไม่มีสารทำละลาย

Sikagard 62 เป็นวัสดุเคลือบชนิด solvent free หรือไม่มีสารทำละลาย

ข้อดีคือช่วยลดปัญหากลิ่นรุนแรงจากตัวทำละลายในระหว่างติดตั้ง และลดการหดตัวของฟิล์มจากการระเหยของ solvent เหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการระบบเคลือบผิวคุณภาพสูง

  1. ใช้ได้ทั้งคอนกรีตและโลหะ

Sikagard 62 ใช้ได้ทั้งกับพื้นผิวคอนกรีตและเหล็ก ทำให้เหมาะกับโรงงานที่มีพื้นผิวหลายประเภท เช่น พื้นคอนกรีต ผนังคอนกรีต ถังโลหะ โครงเหล็ก หรือพื้นที่ที่มีทั้งคอนกรีตและโลหะอยู่ร่วมกัน

แต่ต้องเตรียมพื้นผิวให้ถูกต้อง เพราะคอนกรีตกับโลหะต้องเตรียมผิวต่างกัน หากเตรียมผิวไม่ดี ชั้นเคลือบอาจล่อนหรือเสื่อมเร็วได้

Sikagard 62 เหมาะกับงานแบบไหน?

งานเคลือบคอนกรีตในโรงงาน

เหมาะกับพื้นและผนังคอนกรีตที่ต้องการป้องกันสารเคมีหรือของเหลว เช่น ห้องเก็บสารเคมี พื้นที่ผลิต ห้องล้างอุปกรณ์ และพื้นที่ใกล้ถังสารเคมี

ตัวอย่างพื้นที่ใช้งาน:

  • พื้นโรงงานเคมี
  • ผนังบ่อคอนกรีต
  • พื้นที่ล้างอุปกรณ์
  • ห้องเก็บน้ำยา
  • พื้นที่บำบัดน้ำเสีย
  • พื้นที่ containment

งานเคลือบโลหะป้องกันการกัดกร่อน

Sikagard 62 ใช้เป็น anti-corrosion coating บนเหล็กในพื้นที่อุตสาหกรรม เช่น โรงงานอาหาร ระบบบำบัดน้ำเสีย ฟาร์ม งานเกษตรกรรม โรงงานเคมี โรงงานยา และอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม

เหมาะกับงานที่ต้องการลดโอกาสเกิดสนิมและการกัดกร่อนจากสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือสารเคมี

งานถังเก็บและไซโล

Sika ระบุว่า Sikagard 62 ใช้เป็น lining ใน storage tanks และ silos ได้

งานประเภทนี้ต้องการความต่อเนื่องของชั้นเคลือบสูง เพราะหากมี pinhole หรือจุดเคลือบบางเกินไป อาจกลายเป็นจุดที่สารเคมีหรือของเหลวซึมผ่านและทำลายพื้นผิวด้านล่างได้

ก่อนใช้กับถังเก็บสารเคมี ควรตรวจข้อมูลสำคัญ เช่น

  • ชนิดสารที่เก็บ
  • ความเข้มข้น
  • อุณหภูมิ
  • ระยะเวลาสัมผัส
  • การกวนหรือการเคลื่อนไหวของของเหลว
  • ความถี่ในการล้างถัง

โรงงานอาหาร เครื่องดื่ม และยา

พื้นที่ผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และยา ต้องการพื้นผิวที่ทำความสะอาดง่าย ไม่ดูดซึมของเหลว และทนต่อการล้างทำความสะอาดบางประเภท Sikagard 62 จึงเหมาะกับบางพื้นที่ที่ต้องการชั้นเคลือบป้องกันสารเคมีและของเหลว

แต่ถ้าเป็นพื้นใช้งานหนักมาก เช่น มีรถโฟล์คลิฟท์วิ่งตลอดเวลา มีน้ำร้อน ไอน้ำ หรือการล้างแรงดันสูง ควรพิจารณาระบบพื้นอุตสาหกรรมเฉพาะร่วมด้วย เช่น Sikafloor หรือ PU Cement แล้วเลือกให้เหมาะกับงานจริง

Sikagard 62 ต่างจากสีทาพื้นทั่วไปอย่างไร?

หัวข้อSikagard 62สีทาพื้นทั่วไป
ประเภทวัสดุอีพ็อกซี่เคลือบป้องกัน 2 ส่วนสีหรือเคลือบผิวทั่วไป
จุดเด่นทนสารเคมี กันของเหลวซึมผ่านเน้นความสวยงามหรือป้องกันเบื้องต้น
ฟิล์มเคลือบHigh buildมักบางกว่า
พื้นที่เหมาะโรงงาน ถัง ไซโล พื้นที่สารเคมีอาคารทั่วไปหรือพื้นที่ใช้งานเบา
การติดตั้งต้องผสม Part A+Bใช้งานง่ายกว่า
ความทนสารเคมีเหมาะกับงานเคมีมากกว่าจำกัดตามชนิดสี
การเตรียมผิวต้องละเอียดและควบคุมดีขึ้นกับระบบ

สรุปคือ Sikagard 62 ไม่ใช่สีทาพื้นทั่วไป แต่เป็นน้ำยาอีพ็อกซี่เคลือบป้องกันสำหรับงานที่ต้องการความทนทานจริงจัง โดยเฉพาะพื้นที่สารเคมีและงานอุตสาหกรรม

วิธีเตรียมพื้นผิวก่อนใช้ Sikagard 62

งานเคลือบอีพ็อกซี่จะทนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นผิวอย่างมาก หากพื้นมีฝุ่น คราบน้ำมัน ความชื้น หรือผิวเดิมหลุดล่อน ชั้นเคลือบใหม่ก็มีโอกาสล่อนหรือพองได้

สำหรับพื้นผิวคอนกรีต

พื้นผิวคอนกรีตต้อง:

  • แข็งแรง ไม่ร่วน
  • สะอาด ไม่มีฝุ่น
  • ไม่มีคราบน้ำมันหรือจาระบี
  • ไม่มีสีเก่าหรือชั้นเคลือบที่หลุดล่อน
  • ไม่มีน้ำขังหรือความชื้นผิดปกติ
  • เปิดผิวให้เหมาะกับการยึดเกาะ
  • ซ่อมรูพรุน หลุม และรอยแตกก่อนเคลือบ

ถ้าคอนกรีตมีผิว laitance หรือผิวมัน ควรขัดหรือ shot blast เพื่อเปิดผิวก่อนลง Sikagard 62

สำหรับพื้นผิวโลหะ

พื้นผิวโลหะต้อง:

  • ไม่มีสนิม
  • ไม่มีคราบน้ำมัน
  • ไม่มีจาระบี
  • ไม่มีฝุ่นหรือเศษวัสดุ
  • เตรียมผิวตามมาตรฐานที่เหมาะสม
  • เคลือบภายในเวลาที่กำหนดหลังเตรียมผิว

หากเป็นงานโลหะที่ต้องการความทนทานสูง ควรเตรียมผิวด้วยวิธีทางกล เช่น พ่นทรายหรือขัดเปิดผิวตามสเปกของงาน

วิธีใช้งาน Sikagard 62 โดยสรุป

การใช้งานจริงควรยึดตามเอกสารผลิตภัณฑ์และคำแนะนำของผู้ผลิต แต่โดยทั่วไปมีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. ตรวจสภาพพื้นผิว
  2. ซ่อมรอยเสียหาย รูพรุน หรือรอยแตก
  3. ขัด เปิดผิว หรือเตรียมผิวตามชนิดวัสดุ
  4. ทำความสะอาดฝุ่น คราบน้ำมัน และสิ่งปนเปื้อน
  5. ตรวจว่าพื้นผิวพร้อมสำหรับงานเคลือบ
  6. ผสม Part A และ Part B ตามอัตราส่วน
  7. คนให้เข้ากันจนเนื้อวัสดุสม่ำเสมอ
  8. ทาหรือกลิ้งเคลือบตามความหนาที่กำหนด
  9. รอระยะเวลาเคลือบทับตามระบบ
  10. ปล่อยให้วัสดุบ่มตัวก่อนเปิดใช้งานหรือสัมผัสสารเคมี

เนื่องจาก Sikagard 62 เป็นอีพ็อกซี่ 2 ส่วนประกอบ หลังผสมแล้วจะมีเวลาทำงานจำกัด ไม่ควรผสมครั้งละมากเกินกว่าที่ทีมงานสามารถใช้งานได้ทัน

ข้อควรระวังก่อนเลือกใช้ Sikagard 62

ต้องรู้ชนิดสารเคมีที่ต้องเจอจริง

ก่อนเลือกใช้งาน ควรรู้ข้อมูลเหล่านี้ให้ชัด:

  • ชื่อสารเคมี
  • ความเข้มข้น
  • อุณหภูมิขณะสัมผัส
  • ระยะเวลาสัมผัส
  • ความถี่ในการหกหรือรั่ว
  • วิธีล้างทำความสะอาด
  • พื้นที่เป็นพื้น ผนัง ถัง หรือโลหะ

หากเป็นพื้นที่สำคัญ เช่น ถังเก็บสารเคมีหรือ secondary containment ควรตรวจตารางทนสารเคมีและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งาน

ไม่ควรใช้แทนระบบพื้นอุตสาหกรรมทุกกรณี

Sikagard 62 ทนสารเคมีและแรงทางกลได้ดี แต่ถ้าเป็นพื้นโรงงานที่มีรถโฟล์คลิฟท์วิ่งหนัก มีแรงกระแทกสูง หรือมีการใช้งานพื้นอย่างต่อเนื่อง อาจต้องพิจารณาระบบพื้นเฉพาะทาง เช่น Sikafloor หรือ PU Cement ร่วมด้วย

ต้องควบคุมการผสมให้ถูกต้อง

วัสดุอีพ็อกซี่ 2 ส่วนประกอบต้องผสมให้ถูกอัตราส่วนและคนให้เข้ากัน หากผสมไม่ดี อาจเกิดปัญหา เช่น

  • ผิวเหนียว
  • วัสดุไม่แข็งตัว
  • ความทนสารเคมีลดลง
  • ฟิล์มเคลือบไม่สม่ำเสมอ
  • ชั้นเคลือบล่อนเร็ว

ต้องรอให้บ่มตัวก่อนใช้งาน

หลังเคลือบเสร็จ ต้องรอให้วัสดุบ่มตัวตามเวลาที่กำหนดก่อนให้สัมผัสสารเคมีหรือเปิดใช้งานหนัก หากรีบใช้งานเร็วเกินไป ฟิล์มเคลือบอาจเสียหายก่อนแข็งแรงเต็มที่

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งาน Sikagard 62 เสียเร็ว

  • ไม่ตรวจชนิดสารเคมีก่อนเลือกใช้
  • ทาทับพื้นผิวที่มีฝุ่นหรือคราบน้ำมัน
  • ไม่ขัดเปิดผิวคอนกรีต
  • เคลือบทับโลหะที่ยังมีสนิม
  • ไม่ซ่อมรูพรุนและรอยแตกก่อน
  • พื้นผิวมีความชื้นหรือน้ำดันจากด้านหลัง
  • ผสม Part A และ Part B ไม่เข้ากัน
  • ใช้วัสดุหลังหมดเวลาทำงาน
  • ทาบางเกินกว่าสเปก
  • เปิดใช้งานก่อนวัสดุบ่มตัวเต็มที่

ข้อผิดพลาดเหล่านี้มักทำให้ชั้นเคลือบพอง ล่อน เหนียว ไม่แข็งตัว หรือไม่ทนสารเคมีตามที่ควรจะเป็น

Sikagard 62 เหมาะกับใคร?

Sikagard 62 เหมาะกับเจ้าของโรงงาน วิศวกร ผู้รับเหมา และทีมซ่อมบำรุงที่ต้องการเคลือบป้องกันพื้นผิวคอนกรีตหรือโลหะจากสารเคมีและของเหลว

เหมาะกับงาน เช่น

  • โรงงานเคมี
  • โรงงานเภสัชกรรม
  • โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม
  • พื้นที่เก็บสารเคมี
  • ถังเก็บสารเคมี
  • ไซโล
  • พื้นที่ containment
  • โรงบำบัดน้ำเสีย
  • พื้นผิวโลหะที่ต้องกันการกัดกร่อน
  • คอนกรีตที่ต้องป้องกันของเหลวซึมผ่าน

สรุป: Sikagard 62 เหมาะกับงานเคลือบป้องกันสารเคมีบนคอนกรีตและโลหะที่ต้องการความทนทานสูง

Sikagard 62 เป็นน้ำยาอีพ็อกซี่เคลือบป้องกันสารเคมีแบบ 2 ส่วนประกอบ เหมาะกับงานคอนกรีตและโลหะในพื้นที่อุตสาหกรรม เช่น พื้นที่เก็บสารเคมี ถังเก็บ ไซโล โรงงานอาหาร โรงงานยา โรงงานเคมี และระบบบำบัดน้ำเสีย

จุดเด่นคือเป็นระบบ high build, solvent free, ทนสารเคมีและแรงทางกลได้ดี, ไม่ยอมให้ของเหลวซึมผ่าน และใช้งานกับพื้นผิวหลายประเภท เช่น คอนกรีต หิน ปูนฉาบ อีพ็อกซี่ซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์อีพ็อกซี่เรซิน และเหล็ก ตามข้อมูลจาก Sika Thailand

อย่างไรก็ตาม งานจะทนหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเลือกให้เหมาะกับสารเคมีจริง การเตรียมพื้นผิว การผสมวัสดุให้ถูกต้อง การเคลือบตามความหนาที่กำหนด และการรอให้วัสดุบ่มตัวก่อนใช้งาน หากทำครบตามระบบ Sikagard 62 จะช่วยปกป้องพื้นผิว ลดการซึมผ่านของสารเคมี และยืดอายุการใช้งานของคอนกรีตกับโลหะในงานอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!