Sarnafil TG 66 แผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคา FPO สำหรับหลังคาเขียว ดาดฟ้า

มิ.ย. 10, 2026 by admin Blog 0 comment

Sarnafil TG 66 แผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคา FPO สำหรับหลังคาเขียว ดาดฟ้า

งานกันซึมหลังคาเขียวและดาดฟ้าเป็นงานที่ต้องเลือกวัสดุให้รอบคอบ เพราะถ้าระบบกันซึมรั่วหลังจากปูชั้นดิน แผ่นปูทางเดิน หรือวัสดุถ่วงน้ำหนักไปแล้ว การซ่อมจะยุ่งยากกว่างานดาดฟ้าทั่วไปหลายเท่า ต้องรื้อชั้นระบบด้านบนออกก่อนถึงจะเข้าถึงชั้นกันซึมได้

Sarnafil TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO หรือ Flexible Polyolefin จาก Sika ออกแบบมาสำหรับงานหลังคาระบบถ่วงน้ำหนัก เช่น หลังคาเขียว หลังคาปูกรวด หลังคาปูแผ่นคอนกรีต ดาดฟ้าใช้งาน และ inverted roof โดยรุ่น Sarnafil® TG 66-15 เป็นแผ่นกันซึม FPO หลายชั้น หนา 1.5 มม. มี glass non-woven inlay และเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ไม่ต้องใช้เปลวไฟในการติดตั้ง

จุดเด่นของ Sarnafil TG 66 คือทน UV ทนรากพืช ทนจุลินทรีย์ มีเสถียรภาพของมิติสูงจากชั้น glass fleece inlay และเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการความทนทานระยะยาว โดยเฉพาะหลังคาเขียวและดาดฟ้าที่มีชั้นวัสดุปิดทับด้านบน

Sarnafil TG 66 คืออะไร?

Sarnafil TG 66 คือแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาแบบสังเคราะห์ ผลิตจากวัสดุ FPO หลายชั้น ใช้สำหรับป้องกันน้ำรั่วซึมบนหลังคาและดาดฟ้า โดยเฉพาะหลังคาที่ออกแบบเป็นระบบ loose laid and ballasted หรือระบบปูแผ่นเมมเบรนแล้วถ่วงน้ำหนักทับด้วยวัสดุด้านบน

ตัวอย่างวัสดุถ่วงน้ำหนักที่ใช้ร่วมกับระบบนี้ เช่น

  • กรวด
  • แผ่นคอนกรีต
  • แผ่นทางเดิน
  • ชั้นดินปลูกของหลังคาเขียว
  • ชั้นระบบ inverted roof
  • วัสดุปิดทับสำหรับดาดฟ้าใช้งาน

Sika ระบุว่า Sarnafil TG 66 ใช้เป็นเมมเบรนกันซึมสำหรับหลังคาถ่วงน้ำหนัก เช่น gravel, concrete slabs และ green roof รวมถึง utility roofs และ inverted roofs

Sarnafil TG 66 คืออะไร?
Sarnafil TG 66 คืออะไร?

ทำไม Sarnafil TG 66 ถึงเหมาะกับหลังคาเขียว?

หลังคาเขียวมีความเสี่ยงมากกว่าดาดฟ้าทั่วไป เพราะด้านบนของระบบกันซึมมีทั้งชั้นป้องกัน ชั้นระบายน้ำ ชั้นกรอง ดินปลูก และต้นไม้ หากชั้นกันซึมไม่ทนพอ อาจเกิดปัญหารากพืชเจาะ น้ำซึมเข้าคอนกรีต หรือรั่วลงพื้นที่ด้านล่างได้

ทนการเจาะของรากพืช

จุดสำคัญของงานหลังคาเขียวคือแผ่นกันซึมต้องทนรากพืชได้ดี เพราะรากสามารถหาทางเข้าไปตามรอยต่อหรือจุดอ่อนของระบบได้ Sarnafil TG 66 มีคุณสมบัติ resistant to root penetration หรือทนการเจาะทะลุของรากพืช จึงเหมาะกับงานหลังคาเขียวมากกว่าวัสดุกันซึมทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับงานปลูกพืชบนหลังคา

ทนจุลินทรีย์และความชื้น

หลังคาเขียวมีความชื้นสะสมมากกว่าหลังคาเปิดโล่ง เพราะมีดิน วัสดุปลูก และอินทรียวัตถุอยู่ด้านบน Sarnafil TG 66 มีคุณสมบัติทนต่อ micro-organisms หรือจุลินทรีย์ จึงเหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นและดินปลูกอยู่ใกล้ชั้นกันซึม

เหมาะกับระบบถ่วงน้ำหนัก

หลังคาเขียวถือเป็นระบบถ่วงน้ำหนักประเภทหนึ่ง เพราะชั้นดินและวัสดุปลูกจะกดทับระบบกันซึมไว้ Sarnafil TG 66 ถูกออกแบบมาเพื่อหลังคาแบบ ballasted โดยตรง จึงเหมาะกับงานประเภทนี้มากกว่าระบบกันซึมที่ออกแบบมาเพื่อเปิดผิวหรือทาเคลือบทั่วไป

ทำไม Sarnafil TG 66 ถึงเหมาะกับหลังคาเขียว?
ทำไม Sarnafil TG 66 ถึงเหมาะกับหลังคาเขียว?

Sarnafil TG 66 เหมาะกับดาดฟ้าอย่างไร?

ดาดฟ้าคอนกรีตต้องเจอแดด ฝน น้ำขัง ความร้อน และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอยู่ตลอดเวลา หากระบบกันซึมไม่ดี น้ำอาจซึมลงสู่โครงสร้าง ทำให้ฝ้าเพดานเป็นคราบ สีลอก คอนกรีตชื้น หรือเหล็กเสริมเป็นสนิมได้

Sarnafil TG 66 เหมาะกับดาดฟ้าที่ต้องการระบบแผ่นเมมเบรนกันซึมคุณภาพสูง โดยเฉพาะดาดฟ้าที่ต้องการปูวัสดุทับ เช่น กรวด แผ่นทางเดิน แผ่นคอนกรีต หรือทำเป็น roof garden

เหมาะกับดาดฟ้าแบบนี้:

  • ดาดฟ้าอาคารสำนักงาน
  • ดาดฟ้าโรงแรม
  • ดาดฟ้าอาคารพักอาศัย
  • ดาดฟ้าที่ต้องการทำสวน
  • ดาดฟ้าที่ต้องการปูแผ่นทางเดิน
  • ดาดฟ้าที่ต้องมีงานซ่อมบำรุงระบบ
  • ดาดฟ้าที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว

จุดที่ต้องใส่ใจมากคือรายละเอียดรอบท่อ drain, parapet, มุมผนัง, roof light และจุดทะลุหลังคาต่าง ๆ เพราะงานกันซึมหลังคามักไม่ได้รั่วกลางแผ่น แต่รั่วจากรายละเอียดที่เก็บงานไม่ดี

จุดเด่นของ Sarnafil TG 66

  1. เป็นแผ่นเมมเบรน FPO สำหรับงานหลังคาโดยเฉพาะ

FPO เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่นิยมใช้ในงานหลังคาแบบ single-ply membrane เพราะมีความทนทานและเหมาะกับงานที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว Sarnafil TG 66 เป็นแผ่น FPO หลายชั้น พร้อม glass non-woven inlay ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของแผ่นและลดการเสียรูปจากสภาพอากาศ

  1. เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ไม่ต้องใช้เปลวไฟ

รอยต่อของแผ่นเมมเบรนเป็นจุดสำคัญมาก เพราะถ้าเชื่อมไม่ดี น้ำสามารถซึมผ่านได้ Sarnafil TG 66 เป็นระบบที่เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน หรือ hot air welding โดยไม่ต้องใช้เปลวไฟ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในหน้างาน โดยเฉพาะอาคารที่มีข้อจำกัดเรื่องไฟหรือพื้นที่ที่มีวัสดุไวไฟอยู่ใกล้เคียง

  1. ทน UV และสภาพอากาศ

Sarnafil TG 66 มีคุณสมบัติทน UV และเหมาะกับสภาพอากาศร้อนหรือเขตร้อนในบางรุ่น เช่น Sarnafil TG 66-15 และ TG 66-20 ที่ระบุว่าเหมาะกับ hot and tropical climatic conditions

แม้ระบบหลักของ TG 66 มักใช้กับหลังคาถ่วงน้ำหนัก แต่บางจุดอย่างขอบ parapet, flashing, junction และ roof light อาจเปิดรับแดดโดยตรง การทน UV จึงเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมาก

  1. ทนรากพืช เหมาะกับหลังคาเขียว

Sarnafil TG 66 ระบุว่าทน root penetration จึงเหมาะกับงานหลังคาเขียวที่มีรากพืชอยู่เหนือระบบกันซึม หากเลือกวัสดุที่ไม่ทนรากพืช อาจเกิดความเสียหายระยะยาวและซ่อมยากมาก

  1. ทนแรงกระแทก ลูกเห็บ และสภาพแวดล้อมทั่วไป

Sika ระบุว่า Sarnafil TG 66 ทนต่อ impact load, hail, mechanical influences และ common environmental influences ซึ่งเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องเผชิญสภาพอากาศและแรงใช้งานจริงบนดาดฟ้า

  1. เข้ากันได้กับบิทูเมน

ในงานปรับปรุงหลังคาเก่า บางอาคารอาจมีระบบบิทูเมนเดิมอยู่ Sarnafil TG 66 ระบุว่า compatible to bitumen ซึ่งช่วยให้การออกแบบงาน re-roofing มีทางเลือกมากขึ้น แต่ยังต้องตรวจสภาพพื้นผิวเดิมและทำตามคู่มือระบบติดตั้งของผู้ผลิตเสมอ

Sarnafil TG 66 เหมาะกับงานแบบไหน?

หลังคาเขียว

เหมาะกับหลังคาเขียวเพราะทนรากพืช ทนจุลินทรีย์ และรองรับระบบถ่วงน้ำหนักจากชั้นดินปลูกได้ดี

ดาดฟ้าปูกรวด

เหมาะกับดาดฟ้าที่ต้องการปูกรวดเป็น ballast เพื่อถ่วงระบบและช่วยปกป้องแผ่นเมมเบรนจากการใช้งานโดยตรง

ดาดฟ้าปูแผ่นทางเดิน

เหมาะกับดาดฟ้าที่ต้องการให้มีพื้นที่เดินซ่อมบำรุงหรือทางเดินบนหลังคา โดยต้องมีชั้นป้องกันและการออกแบบน้ำหนักให้เหมาะสม

Inverted Roof

เหมาะกับระบบ inverted roof ซึ่งเป็นระบบที่มีชั้นฉนวนหรือชั้นประกอบอื่นอยู่เหนือเมมเบรนกันซึม ต้องออกแบบลำดับชั้นให้ถูกต้องเพื่อให้ระบบทำงานได้ดี

Utility Roof

เหมาะกับหลังคาที่ต้องมีการใช้งานบางส่วน เช่น งานซ่อมบำรุง งานระบบอาคาร หรือพื้นที่ที่ต้องเข้าถึงได้ โดยต้องมีชั้น protection board หรือวัสดุป้องกันตามระบบ

ก่อนติดตั้ง Sarnafil TG 66 ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ตรวจพื้นผิวดาดฟ้า

พื้นผิวต้องเรียบ แข็งแรง และไม่มีเศษแหลม เหล็กโผล่ ปูนคม หรือสิ่งที่อาจเจาะทะลุแผ่นเมมเบรนได้ หากพื้นเดิมมีรอยแตกร้าว หลุม หรือผิวไม่เรียบ ควรซ่อมก่อนติดตั้งระบบ

ตรวจ slope และระบบระบายน้ำ

ดาดฟ้าควรมี slope ระบายน้ำไปยัง drain อย่างเหมาะสม แม้เมมเบรนจะกันน้ำได้ แต่ถ้าน้ำขังนานเกินไป ระบบหลังคาจะทำงานหนักขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่จุด drain หรือ flashing จะเสียหายเร็ว

วางแผนจุด drain และ overflow

หลังคาเขียวและดาดฟ้าถ่วงน้ำหนักต้องมีระบบระบายน้ำดี เพราะชั้นดิน กรวด หรือแผ่นปูอาจทำให้น้ำไหลช้ากว่าดาดฟ้าเปิดโล่ง ควรมีทั้ง drain หลักและ overflow เพื่อป้องกันน้ำขังสูงผิดปกติ

เก็บรายละเอียดรอบท่อและ parapet

จุดรั่วซึมที่พบบ่อย ได้แก่

  • รอบท่อ drain
  • รอบท่อทะลุหลังคา
  • ขอบ parapet
  • มุมพื้นชนผนัง
  • Roof light
  • Expansion joint
  • ช่อง service
  • แนว flashing

จุดเหล่านี้ต้องใช้ช่างที่เข้าใจระบบ Sarnafil และติดตั้งตามรายละเอียดของผู้ผลิต

ใช้ช่างที่ผ่านการฝึกอบรม

งานเมมเบรน FPO ต้องอาศัยความชำนาญในการวางแผ่น เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน และตรวจสอบรอยเชื่อม เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่างานติดตั้งควรทำโดยผู้รับเหมาที่ผ่านการฝึกอบรมและได้รับการอนุมัติจาก Sika ซึ่งมีประสบการณ์ในงานประเภทนี้

Sarnafil TG 66 ต่างจากกันซึมทาทั่วไปอย่างไร?

หัวข้อSarnafil TG 66กันซึมทาทั่วไป
รูปแบบวัสดุแผ่นเมมเบรน FPOวัสดุทาหรือเคลือบผิว
การควบคุมความหนาความหนาแผ่นสม่ำเสมอจากโรงงานขึ้นอยู่กับการทาและอัตราการใช้
รอยต่อเชื่อมด้วยลมร้อนไม่มีรอยต่อแผ่น แต่เสี่ยงทาบาง/หนาไม่เท่ากัน
หลังคาเขียวเหมาะมาก เพราะทนรากพืชต้องเลือกระบบที่รองรับรากพืชโดยเฉพาะ
ระบบถ่วงน้ำหนักออกแบบมาสำหรับ ballasted roofไม่ใช่ทุกชนิดที่เหมาะกับ ballast
งานดาดฟ้าขนาดใหญ่เหมาะกับงานระบบใหญ่เหมาะกับงานทั่วไปหรือพื้นที่เล็กกว่า
การติดตั้งต้องใช้ช่างเฉพาะทางช่างทั่วไปทำได้ง่ายกว่าในบางระบบ

สรุปคือ Sarnafil TG 66 เหมาะกับงานที่ต้องการระบบกันซึมหลังคาระดับโครงการ โดยเฉพาะหลังคาเขียว ดาดฟ้าถ่วงน้ำหนัก และพื้นที่ที่ต้องการความทนทานระยะยาว ส่วนกันซึมทาทั่วไปอาจเหมาะกับงานซ่อม งานขนาดเล็ก หรือพื้นที่ที่ไม่มีชั้นระบบซับซ้อนมากนัก

ข้อควรระวังในการใช้ Sarnafil TG 66

  • ต้องออกแบบระบบ ballast ให้เหมาะกับแรงลม
  • ต้องตรวจน้ำหนักรวมของระบบหลังคาเขียวกับโครงสร้างอาคาร
  • ต้องมีชั้น protection layer เพื่อป้องกันแผ่นเมมเบรน
  • ไม่ควรวางวัสดุคมหรือหยาบโดยตรงบนแผ่น
  • ต้องเชื่อมรอยต่อด้วยเครื่องมือและอุณหภูมิที่เหมาะสม
  • ต้องตรวจสอบรอยเชื่อมหลังติดตั้ง
  • จุด drain และ parapet ต้องเก็บรายละเอียดให้ดี
  • หลังคาเขียวควรมีชั้นระบายน้ำและชั้นกรองที่เหมาะสม
  • ควรให้ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมติดตั้ง
  • ควรวางแผนการบำรุงรักษาหลังคา เช่น ตรวจ drain และวัสดุปลูกเป็นระยะ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้หลังคาเขียวหรือดาดฟ้ารั่วซึม

  • เลือกเมมเบรนที่ไม่ทนรากพืช
  • ไม่ตรวจ slope ก่อนติดตั้ง
  • ระบบระบายน้ำไม่ดี
  • ไม่มีชั้น protection board
  • วางกรวดหรือแผ่นปูทับโดยไม่มีชั้นรอง
  • เชื่อมรอยต่อไม่สมบูรณ์
  • ไม่ทดสอบรอยเชื่อม
  • เก็บงานรอบ drain ไม่ดี
  • ไม่วางแผน overflow
  • ให้ช่างที่ไม่มีประสบการณ์ติดตั้งระบบ FPO

ปัญหาเหล่านี้มักไม่ได้เกิดจากแผ่นกันซึมอย่างเดียว แต่เกิดจากการออกแบบระบบและติดตั้งไม่ครบขั้นตอน

สรุป: Sarnafil TG 66 เหมาะกับหลังคาเขียวและดาดฟ้าที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว

Sarnafil TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO ที่เหมาะกับงานหลังคาเขียว ดาดฟ้า ระบบปูกรวด ระบบปูแผ่นคอนกรีต Utility roof และ inverted roof เพราะออกแบบมาเพื่อหลังคาระบบถ่วงน้ำหนักโดยเฉพาะ

จุดเด่นคือเป็นแผ่นเมมเบรนหลายชั้น มี glass non-woven inlay ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของมิติ เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนโดยไม่ใช้เปลวไฟ ทน UV ทนจุลินทรีย์ ทนรากพืช และทนต่อสภาพแวดล้อมทั่วไปของงานหลังคา

หากต้องการทำหลังคาเขียวหรือดาดฟ้าที่เน้นความทนทานระยะยาว ควรเลือก Sarnafil TG 66 พร้อมออกแบบทั้งระบบให้ถูกต้อง ตั้งแต่ slope ระบบ drain ชั้นป้องกัน ชั้นถ่วงน้ำหนัก รายละเอียดรอบท่อและ parapet ไปจนถึงการติดตั้งโดยช่างที่มีประสบการณ์ หากทำครบตั้งแต่แรก จะช่วยลดความเสี่ยงน้ำรั่วซึม ซ่อมยาก และยืดอายุการใช้งานของหลังคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!