Your Cart (0 items)
product product product

Triflex DeckCoat (ไตรเฟล็กซ์ เด็คโค้ท)

(+15% Vat Included)

Triflex DeckCoat เป็นระบบเคลือบพื้นชนิดบางจากเรซิน PMMA สำหรับพื้นชั้นกลางและช่องจอดรถที่มีปริมาณการสัญจรไม่สูงมาก จุดเด่นคือแข็งตัวรวดเร็ว ช่วยลดระยะเวลาปิดพื้นที่ เพิ่มความฝืดด้วยทรายควอตซ์ ทำความสะอาดง่าย และมีสีให้เลือกสำหรับแบ่งพื้นที่ภายในอาคารจอดรถ

ระบบเหมาะสำหรับงานปรับปรุงพื้นอาคารจอดรถที่ต้องการความรวดเร็วและความคุ้มค่า โดยบริเวณรอยต่อ มุม ขอบพื้น และรายละเอียดต่าง ๆ ควรเสริมระบบ Triflex ProDetail และแผ่นใยตามข้อกำหนด เพื่อให้การป้องกันน้ำมีความต่อเนื่องและลดความเสี่ยงจากการรั่วซึมในระยะยาว

    ส่งฟรีในกรุงเทพและปริมณฑล

    Guarantee Safe Checkout payment img

    Triflex DeckCoat ระบบเคลือบพื้นชั้นกลางอาคารจอดรถชนิดบาง แข็งตัวเร็วและช่วยลดการลื่น

    Triflex DeckCoat คือระบบเคลือบพื้นชนิดบางจากเรซิน PMMA พัฒนาขึ้นสำหรับพื้นชั้นกลางของอาคารจอดรถ โดยเฉพาะบริเวณที่มีปริมาณการสัญจรไม่สูงมาก เช่น ช่องจอดรถและพื้นทางสัญจรทั่วไป ระบบช่วยป้องกันพื้นผิวจากความชื้น เพิ่มความทนทาน และสร้างผิวที่มีความฝืดเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่รถยนต์และผู้ใช้งานอาคารจอดรถ

    จุดเด่นสำคัญคือเรซินสามารถแข็งตัวได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง จึงสามารถแบ่งพื้นที่ติดตั้งเป็นช่วงและดำเนินงานหลายขั้นตอนได้ภายในวันเดียว ช่วยลดระยะเวลาปิดช่องจอดรถ ทางเข้า หรือเส้นทางสัญจร เมื่อเทียบกับระบบที่ใช้เรซินอีพ็อกซีหรือโพลียูรีเทน

    จุดเด่นของ Triflex DeckCoat

    • เป็นระบบเคลือบพื้นชนิดบางสำหรับอาคารจอดรถ
    • ใช้เรซิน PMMA ที่มีระยะเวลาการแข็งตัวรวดเร็ว
    • เหมาะกับพื้นชั้นกลางแบบเปิดและพื้นที่จอดรถที่มีการสัญจรไม่หนาแน่นมาก
    • ช่วยเพิ่มความฝืดของพื้นผิวด้วยการโรยทรายควอตซ์
    • ลดความเสี่ยงจากการลื่นของรถยนต์และผู้ใช้งาน
    • พื้นผิวหลังติดตั้งทำความสะอาดได้ง่าย
    • สามารถแบ่งพื้นที่ทำงานเป็นโซนเพื่อลดผลกระทบต่อการให้บริการ
    • มีสีผิวสำเร็จให้เลือกหลายเฉด
    • บริเวณรอยต่อและรายละเอียดสามารถทำระบบกันซึมเสริมใยได้
    • ผ่านข้อกำหนดระบบปกป้องพื้นผิว Class OS 8
    • มีการจัดประเภทปฏิกิริยาต่อไฟระดับ Cfl-s1 ตามมาตรฐาน DIN EN 13501-1

    Triflex DeckCoat เหมาะสำหรับพื้นที่ใด

    Triflex DeckCoat เหมาะสำหรับพื้นที่ภายในอาคารจอดรถที่ต้องการระบบเคลือบพื้นน้ำหนักเบา ติดตั้งรวดเร็ว และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร เช่น

    • พื้นชั้นกลางของอาคารจอดรถ
    • พื้นชั้นกลางแบบเปิดรับอากาศ
    • ช่องจอดรถทั่วไป
    • ช่องทางวิ่งรถที่มีปริมาณการสัญจรไม่สูงมาก
    • พื้นที่จอดรถที่ต้องการปรับปรุงผิวเดิม
    • พื้นที่ที่ต้องการลดระยะเวลาปิดซ่อมบำรุง
    • พื้นที่ที่ต้องการใช้สีช่วยแบ่งช่องจอดหรือกำหนดเส้นทาง

    ระบบนี้ออกแบบสำหรับพื้นผิวที่รับการสัญจรในระดับไม่หนักมาก หากเป็นทางลาด ทางโค้ง จุดกลับรถ ทางเข้า–ออก หรือบริเวณที่เกิดแรงเฉือนและแรงเบรกสูง ควรพิจารณาระบบสำหรับงานหนักกว่า เช่น Triflex DeckFloor, Triflex ProDeck หรือ Triflex ProPark ตามสภาพพื้นที่และข้อกำหนดของโครงการ

    คุณสมบัติด้านความปลอดภัยของพื้นผิว

    ระบบใช้ทรายควอตซ์ขนาดประมาณ 0.7–1.2 มิลลิเมตรเพื่อสร้างผิวสัมผัสและเพิ่มความฝืด ช่วยลดความเสี่ยงจากการลื่นไถลของรถยนต์และผู้ใช้งาน โดยความหยาบและระดับความฝืดของผิวต้องเลือกให้เหมาะกับบริเวณใช้งานจริง

    ชั้นผิวสำเร็จใช้ Triflex Cryl Finish 209 ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มความทนทานต่อแรงทางกลและสารเคมี พร้อมช่วยให้พื้นผิวดูแลรักษาและทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

    โครงสร้างระบบโดยทั่วไป

    1. การเตรียมและรองพื้น

    พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด แห้ง และปราศจากฝุ่น น้ำมัน จาระบี สีเก่าที่หลุดล่อน หรือสารปนเปื้อนที่อาจลดการยึดเกาะ ไพรเมอร์ต้องเลือกให้เหมาะกับวัสดุพื้นเดิม โดยระบบมีตัวเลือก เช่น

    • Triflex Cryl Primer 287 สำหรับพื้นผิวดูดซึม เช่น คอนกรีต ปูนปรับระดับ หรือไม้ ใช้ขั้นต่ำประมาณ 0.35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
    • Triflex Pox Primer 116+ สำหรับรองพื้น อุดผิว หรือปรับระดับความขรุขระ ใช้ประมาณ 0.30–0.40 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
    • Triflex Metal Primer สำหรับพื้นผิวโลหะและบริเวณที่มีสนิม ใช้ประมาณ 0.15 ลิตรต่อตารางเมตร
    • Triflex Glass Primer สำหรับกระจกที่ไม่ได้ขัดผิว ใช้ประมาณ 0.05 ลิตรต่อตารางเมตร

    ปริมาณข้างต้นอ้างอิงจากพื้นผิวเรียบและสม่ำเสมอ ปริมาณจริงอาจเพิ่มขึ้นตามความหยาบ การดูดซึม และสภาพพื้นเดิม

    2. ชั้นเคลือบและสร้างความฝืด

    ระบบใช้ Triflex Cryl Finish 209 ร่วมกับการโรยทรายควอตซ์เพื่อสร้างผิวที่ช่วยลดการลื่น ปริมาณการใช้ Triflex Cryl Finish 209 อยู่ที่ประมาณ 0.50–0.70 กิโลกรัมต่อตารางเมตรบนพื้นผิวเรียบ โดยขึ้นอยู่กับบริเวณและรูปแบบการใช้งาน

    3. ชั้นผิวสำเร็จ

    Triflex Cryl Finish 209 ใช้เป็นชั้นผิวสำเร็จเพื่อเพิ่มความทนทานต่อแรงทางกลและสารเคมี รวมถึงสามารถเลือกสีให้เหมาะกับแนวทางการจัดพื้นที่ภายในอาคารจอดรถได้

    4. ระบบบริเวณรอยต่อและรายละเอียด

    บริเวณผนัง เสา ขอบพื้น ท่อระบายน้ำ รอยต่อ และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ สามารถใช้ Triflex ProDetail ร่วมกับ Triflex Special Fleece เพื่อทำระบบกันซึมเสริมใยให้ต่อเนื่องกับพื้นหลัก

    Triflex ProDetail ใช้ขั้นต่ำประมาณ 3 กิโลกรัมต่อตารางเมตรบนพื้นผิวเรียบ ส่วนแผ่นใย Triflex Special Fleece ทำหน้าที่เสริมความแข็งแรงและช่วยควบคุมความหนาของชั้นวัสดุบริเวณรายละเอียด

    วัสดุเสริมและวัสดุซ่อมแซมที่ใช้ร่วมกับระบบ

    กรณีพื้นเดิมไม่เรียบหรือมีความเสียหาย สามารถเลือกใช้วัสดุเพิ่มเติมตามสภาพหน้างาน เช่น

    • Triflex Cryl RS 240 ปูนซ่อมแซมชนิดแข็งตัวเร็วสำหรับซ่อมพื้นและงานภายนอกที่มีความหนาประมาณ 5–50 มิลลิเมตร ใช้ประมาณ 2.20 กิโลกรัมต่อตารางเมตรต่อความหนา 1 มิลลิเมตร
    • Triflex Cryl Paste สำหรับปรับความไม่เรียบ รอยซ้อนของแผ่นใย หรือร่องบนพื้นผิว ใช้ประมาณ 1.40 กิโลกรัมต่อตารางเมตรต่อความหนา 1 มิลลิเมตร
    • Triflex FlexFiller สำหรับอุดและปิดผนึกรอยต่อ
    • Triflex DeckFloor สามารถนำมาใช้เป็นชั้นเคลือบรับงานหนักหรือชั้นปรับผิวในบางบริเวณ โดยใช้ขั้นต่ำประมาณ 4 กิโลกรัมต่อตารางเมตรบนพื้นผิวเรียบ

    ติดตั้งรวดเร็วและลดเวลาปิดพื้นที่

    เรซิน PMMA ในระบบสามารถแข็งตัวได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง จึงสามารถดำเนินงานแบบแบ่งโซนและทำงานหลายขั้นตอนได้ภายในวันเดียว ช่วยลดระยะเวลาที่ช่องจอดหรือทางสัญจรต้องหยุดให้บริการ เหมาะสำหรับอาคารจอดรถที่ไม่สามารถปิดพื้นที่ทั้งหมดเป็นเวลานาน

    ระยะเวลาแข็งตัวและเปิดใช้งานจริงอาจแตกต่างตามอุณหภูมิ สภาพอากาศ ความชื้น สภาพพื้นผิว ปริมาณวัสดุ และรูปแบบระบบที่เลือกใช้ จึงต้องปฏิบัติตามเอกสารวางแผนและข้อมูลผลิตภัณฑ์ฉบับล่าสุดของผู้ผลิต

    การออกแบบสีและแบ่งพื้นที่

    Triflex DeckCoat มีสีผิวสำเร็จให้เลือกหลายเฉด สามารถใช้สีเพื่อแยกพื้นที่แต่ละชั้น แบ่งช่องจอด กำหนดเส้นทางรถยนต์ ทำทางเดินเสมือน หรือเน้นช่องจอดพิเศษได้ การใช้สีที่แตกต่างกันช่วยให้ผู้ใช้งานจดจำตำแหน่งและค้นหาเส้นทางภายในอาคารจอดรถได้ง่ายขึ้น พร้อมช่วยเพิ่มความชัดเจนและความปลอดภัยในการสัญจร

    มาตรฐานและการรับรอง

    ระบบ Triflex DeckCoat ผ่านข้อกำหนดระบบปกป้องพื้นผิว Class OS 8 ตามแนวทางของ German Committee on Reinforced Concrete และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องและซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต

    ระบบยังได้รับการจัดประเภทปฏิกิริยาต่อไฟระดับ Cfl-s1 ตามมาตรฐาน DIN EN 13501-1 ซึ่งเป็นการจำแนกคุณสมบัติด้านการตอบสนองต่อไฟของวัสดุปูพื้น

    ข้อควรคำนึงก่อนติดตั้ง

    ควรตรวจสอบความแข็งแรงของพื้น ความชื้น รอยแตกร้าว การเคลื่อนไหวของรอยต่อ ความลาดเอียง และระบบระบายน้ำก่อนเริ่มงาน พื้นผิวที่แตกร้าว เคลื่อนไหว หรือรับแรงเฉือนสูงอาจต้องใช้ระบบเสริมแรงหรือระบบเคลือบสำหรับงานหนักมากกว่า Triflex DeckCoat

    ชนิดไพรเมอร์ ปริมาณทรายควอตซ์ ความหยาบของผิว สีผิวสำเร็จ และรายละเอียดรอยต่อต้องเลือกให้เหมาะกับพื้นผิวและระดับการใช้งานจริง การติดตั้งควรดำเนินการตามเอกสารระบบฉบับล่าสุดของ Triflex และโดยผู้ติดตั้งที่มีความชำนาญ

    ดาวน์โหลดเอกสาร