งานกันซึมดาดฟ้าพื้นที่แคบหรือมีขอบเยอะใช้ Sarnafil TG 66 เหมาะกับงานหลังคาอาคาร

ก.ย. 01, 2026 by admin Blog 0 comment

งานกันซึมดาดฟ้าพื้นที่แคบหรือมีขอบเยอะใช้ Sarnafil TG 66 เหมาะกับงานหลังคาอาคาร

ดาดฟ้าหรือหลังคาอาคารบางพื้นที่ไม่ได้เป็นพื้นโล่งกว้างเสมอไป หลายหน้างานมีพื้นที่แคบ มีขอบ parapet หลายด้าน มีมุมเยอะ มีท่อ drain มีช่องแสง มีฐานเครื่องจักร หรือมีงานระบบติดตั้งอยู่บนหลังคา ทำให้งานกันซึมมีรายละเอียดมากกว่าหลังคาทั่วไป หากเลือกวัสดุหรือระบบกันซึมไม่เหมาะ จุดรั่วมักไม่ได้เกิดกลางพื้น แต่เกิดตรงขอบ มุม รอยต่อ รอบท่อ และจุดที่วัสดุต่างชนิดมาชนกัน

สำหรับงานกันซึมดาดฟ้าพื้นที่แคบหรือมีขอบเยอะ สิ่งสำคัญคือระบบต้องเก็บรายละเอียดได้ดี มีวิธีปิดจบที่ชัดเจน และต้องตรวจสอบรอยต่อได้ เพราะพื้นที่แบบนี้มีจุดเสี่ยงมากกว่าที่ตาเห็น เช่น มุมพื้นชนผนัง ขอบ parapet รอยต่อ flashing รอบ roof light รอบ drain หรือรอยต่อระหว่างพื้นเดิมกับงานระบบใหม่

Sarnafil TG 66 หรือ Sarnafil® TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO จาก Sika ที่เหมาะกับงานหลังคาอาคาร โดยข้อมูลจาก Sika ระบุว่า Sarnafil TG 66 เป็นแผ่นกันซึมสังเคราะห์หลายชั้น ผลิตจาก flexible polyolefins มีชั้นเสริม glass non-woven inlay เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ทน UV และเหมาะกับหลังคาระบบถ่วงน้ำหนัก เช่น กรวด แผ่นคอนกรีต และหลังคาเขียว รวมถึงหลังคาเปิดผิวบางระบบตามการออกแบบ

ทำไมดาดฟ้าพื้นที่แคบหรือมีขอบเยอะถึงรั่วง่าย?

พื้นที่แคบบนดาดฟ้าหรือหลังคาอาคารมักมีรายละเอียดมากกว่าพื้นที่เปิดโล่ง เช่น ขอบผนังหลายด้าน ท่อระบายน้ำอยู่ชิดมุม ช่องเปิดหลังคา หรืออุปกรณ์งานระบบตั้งอยู่ใกล้กัน เมื่อมีฝนตก น้ำจะไหลไปรวมที่มุมหรือ drain หากบริเวณนั้นเก็บระบบกันซึมไม่ดี น้ำสามารถซึมเข้าได้ง่าย

จุดที่มักรั่วในพื้นที่แบบนี้ ได้แก่

  • มุมพื้นชนผนัง
  • ขอบ parapet
  • รอบท่อ drain
  • รอบท่อระบบที่ทะลุพื้น
  • รอยต่อ flashing
  • ช่องแสงหรือ roof light
  • ฐานเครื่องจักรบนดาดฟ้า
  • รอยต่อวัสดุต่างชนิด
  • พื้นที่น้ำขังตามมุม
  • จุดที่เคยซ่อมกันซึมหลายรอบ

ปัญหาคือหลายคนมักทากันซึมเฉพาะพื้นกลาง แต่ละเลยขอบและมุม ทั้งที่ตำแหน่งเหล่านี้เป็นจุดเสี่ยงหลักของงานหลังคาอาคาร หากเก็บรายละเอียดไม่ต่อเนื่อง ต่อให้วัสดุกันซึมกลางพื้นดีแค่ไหน ก็ยังมีโอกาสรั่วซ้ำได้

ทำไมดาดฟ้าพื้นที่แคบหรือมีขอบเยอะถึงรั่วง่าย?
ทำไมดาดฟ้าพื้นที่แคบหรือมีขอบเยอะถึงรั่วง่าย?

Sarnafil TG 66 คืออะไร?

Sarnafil TG 66 คือแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO หรือ Flexible Polyolefin ใช้เป็นระบบกันซึมสำหรับหลังคาอาคาร โดยเฉพาะงานที่ต้องการแผ่นเมมเบรนที่ควบคุมคุณภาพจากโรงงาน เชื่อมรอยต่อได้ และเหมาะกับระบบหลังคาที่มีการออกแบบเป็นชั้น ๆ

ข้อมูลจาก Sika ระบุว่า Sarnafil TG 66 เป็นเมมเบรนกันซึมหลังคาแบบ multi-layer synthetic sheet มี glass non-woven inlay ตามมาตรฐาน EN 13956 เป็นเมมเบรนที่เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ทน UV และเหมาะกับสภาพอากาศร้อนหรือเขตร้อน

เหมาะกับงาน เช่น

  • ดาดฟ้าอาคาร
  • หลังคาอาคารพาณิชย์
  • หลังคาโรงงาน
  • หลังคาคลังสินค้า
  • หลังคาที่มี parapet หลายด้าน
  • พื้นที่รอบ roof light
  • หลังคาโรยกรวด
  • หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
  • หลังคาเขียว
  • Utility roof
  • Inverted roof
  • งาน junction และ flashing บนหลังคาอาคาร

ทำไม Sarnafil TG 66 เหมาะกับพื้นที่มีขอบเยอะ?

  1. เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ตรวจสอบได้

พื้นที่ที่มีขอบเยอะมักมีแนวตัด แนวพับ และแนวเชื่อมมากกว่าพื้นที่โล่ง Sarnafil TG 66 เป็นเมมเบรนที่เชื่อมรอยต่อด้วย hot air welding โดยไม่ใช้เปลวไฟเปิดตามข้อมูล Sika จุดนี้ช่วยให้งานรอยต่อของแผ่นเมมเบรนถูกจัดการเป็นระบบและตรวจสอบได้หลังติดตั้ง

ในงานหลังคาอาคาร จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ปูแผ่นให้เต็มพื้นที่อย่างเดียว แต่ต้องเชื่อมแนวรอยต่อให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะบริเวณมุม ขอบ และจุดที่เมมเบรนต้องขึ้นผนังหรือชน flashing

  1. เหมาะกับงาน Junction และ Flashing

Sika Roofing Handbook ระบุการใช้งาน Sarnafil TG 66 กับงาน roof waterproofing for junctions and flashings เช่น wall and parapet junctions และ roof lights ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญของหลังคาอาคารที่มีขอบและรายละเอียดเยอะ

นี่คือเหตุผลที่ Sarnafil TG 66 เหมาะกับดาดฟ้าที่ไม่ได้เป็นพื้นเรียบโล่ง แต่มีมุม มีขอบ มีผนังตั้ง และมีช่องเปิดบนหลังคา เพราะระบบสามารถออกแบบรายละเอียดปิดจบตามจุดเสี่ยงเหล่านี้ได้

  1. เป็นเมมเบรน FPO ที่ทน UV

ดาดฟ้าและขอบหลังคาต้องโดนแดดโดยตรง วัสดุกันซึมที่ไม่ทน UV อาจเสื่อมเร็ว แตก กรอบ หรือรั่วซ้ำได้ Sarnafil TG 66 ถูกระบุว่าเป็นเมมเบรนทน UV จึงเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องเจอสภาพอากาศภายนอก

  1. มีชั้นเสริมช่วยความคงรูปของแผ่น

พื้นที่ที่มีรายละเอียดเยอะต้องการแผ่นเมมเบรนที่คงรูปดี เพราะต้องพับ เก็บขอบ และเชื่อมรอยต่อหลายตำแหน่ง Sarnafil TG 66 มี glass non-woven inlay ซึ่ง Sika ระบุว่าช่วยเรื่อง high dimensional stability หรือความคงรูปของแผ่นเมมเบรน

  1. รองรับระบบหลังคาถ่วงน้ำหนัก

Sarnafil TG 66 เหมาะกับหลังคาระบบถ่วงน้ำหนัก เช่น gravel, concrete slabs และ green roof ตามข้อมูล Sika ซึ่งเป็นระบบที่พบได้ในดาดฟ้าอาคารหลายประเภท โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการปิดทับเมมเบรนด้วยชั้นป้องกันหรือวัสดุใช้งานด้านบน

ทำไม Sarnafil TG 66 เหมาะกับพื้นที่มีขอบเยอะ?
ทำไม Sarnafil TG 66 เหมาะกับพื้นที่มีขอบเยอะ?

พื้นที่แคบแบบไหนควรระวังเป็นพิเศษ?

ช่องทางเดินบนดาดฟ้า

บางอาคารมีพื้นที่ดาดฟ้าเป็นทางเดินแคบ ๆ ระหว่าง parapet กับงานระบบ เช่น ท่อ แอร์ หรือเครื่องจักร จุดนี้เสี่ยงเสียหายจากการเดินซ่อมบำรุงและการลากเครื่องมือ ควรมีชั้นป้องกันเมมเบรนหรือ walkway ตามระบบ

มุมอับที่น้ำขัง

พื้นที่แคบมักมีมุมอับที่น้ำระบายออกช้า หาก slope ไม่ดี น้ำจะขังสะสมบริเวณมุม ทำให้จุดนั้นรับภาระน้ำมากกว่าพื้นที่อื่น ต้องแก้ slope หรือเพิ่ม drain ก่อนติดตั้งระบบกันซึม

รอบ Drain ที่อยู่ชิดผนัง

Drain ที่อยู่ชิดมุมหรือชิด parapet เป็นจุดที่เก็บงานยากกว่าพื้นที่กลางหลังคา ต้องออกแบบรายละเอียดให้เมมเบรนต่อเนื่องและแน่นรอบท่อ

ขอบ Parapet หลายด้าน

ยิ่งมี parapet หลายด้าน ยิ่งมีรอยต่อพื้นชนผนังมากขึ้น หากไม่ทำเมมเบรนขึ้นผนังหรือปิดจบ flashing ให้ถูกต้อง น้ำสามารถซึมเข้ารอยต่อได้

รอบ Roof Light หรือช่องแสง

ช่องแสงมีรอยต่อวัสดุต่างชนิด เช่น เมมเบรน คอนกรีต โลหะ หรือวัสดุกรอบช่องแสง ต้องทำ flashing และรายละเอียดปิดจบให้ถูกระบบ

Sarnafil TG 66 เหมาะกับหลังคาอาคารแบบไหน?

หลังคาอาคารพาณิชย์

อาคารพาณิชย์มักมีดาดฟ้าพื้นที่ไม่ใหญ่มากแต่มีขอบเยอะ มีท่อ drain ชิดผนัง และมีจุดต่อเติมหลายตำแหน่ง Sarnafil TG 66 เหมาะกับงานที่ต้องการระบบแผ่นเมมเบรนและเก็บรายละเอียดขอบหลังคาให้เป็นระบบ

หลังคาอาคารสำนักงาน

อาคารสำนักงานมักมี roof deck, plant room หรือพื้นที่งานระบบบนหลังคา การใช้เมมเบรน FPO ที่เชื่อมรอยต่อได้และทน UV ช่วยให้ระบบกันซึมเหมาะกับการใช้งานระยะยาว

หลังคาโรงงานและคลังสินค้า

แม้หลังคาโรงงานจะมีพื้นที่ใหญ่ แต่หลายจุดมีรายละเอียดเยอะ เช่น roof light, drain, parapet, ฐานท่อ และรอยต่อโครงสร้าง การเลือก Sarnafil TG 66 ช่วยให้วางระบบกันซึมแบบแผ่นและตรวจรอยต่อได้ชัดเจน

Utility Roof

Utility roof มีงานระบบและคนเดินซ่อมบำรุงเป็นระยะ จึงควรมีระบบกันซึมที่ออกแบบร่วมกับชั้นป้องกันและทางเดินซ่อมบำรุง เพื่อไม่ให้เมมเบรนเสียหายจากการใช้งานจริง

ก่อนใช้ Sarnafil TG 66 ต้องตรวจหน้างานอะไร?

  1. ตรวจจำนวนขอบ มุม และจุดทะลุหลังคา

ต้องสำรวจว่าหลังคามี parapet กี่ด้าน มีท่อ drain กี่จุด มี roof light หรือฐานเครื่องจักรตรงไหนบ้าง เพราะจุดเหล่านี้มีผลต่อวิธีตัดแผ่น เชื่อมรอยต่อ และทำ flashing

  1. ตรวจ Slope และจุดน้ำขัง

พื้นที่แคบมักเกิดน้ำขังตามมุม ต้องตรวจว่าน้ำไหลไป drain ได้ดีหรือไม่ หากน้ำขังควรแก้ก่อน ไม่ควรหวังให้แผ่นเมมเบรนรับน้ำขังแทนการระบายน้ำที่ไม่ดี

  1. ตรวจสภาพพื้นเดิม

พื้นต้องเรียบ แข็งแรง ไม่มีเศษแหลมคม ไม่มีวัสดุเดิมที่พองหรือล่อน หากเป็นงานรีโนเวท ต้องรื้อหรือซ่อมส่วนที่ไม่มั่นคงก่อน

  1. ตรวจวิธีปิดจบที่ผนัง

เมมเบรนต้องถูกออกแบบให้ขึ้นผนัง parapet หรือปิดจบกับ flashing อย่างเหมาะสม ไม่ควรปูเฉพาะพื้นแนวนอนแล้วปล่อยขอบผนังเป็นจุดอ่อน

  1. ตรวจการเข้าถึงเพื่อซ่อมบำรุง

หากพื้นที่แคบมีคนเดินบ่อย ต้องออกแบบชั้นป้องกันหรือทางเดินเฉพาะ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการเหยียบซ้ำและเครื่องมือซ่อมบำรุง

ขั้นตอนทำกันซึมดาดฟ้าพื้นที่แคบหรือมีขอบเยอะด้วย Sarnafil TG 66

  1. สำรวจพื้นที่ดาดฟ้าและตำแหน่งรั่วซึมทั้งหมด
  2. ตรวจมุม ขอบ parapet รอบ drain roof light และงานระบบ
  3. ตรวจ slope และจุดน้ำขัง
  4. รื้อหรือซ่อมระบบกันซึมเดิมที่พอง ล่อน หรือเสียหาย
  5. เตรียมพื้นผิวให้เรียบ สะอาด ไม่มีเศษแหลมคม
  6. วางแผนแนวแผ่นและแนวเชื่อมให้เหมาะกับพื้นที่แคบ
  7. ติดตั้ง separation layer หรือ protection layer ตามระบบ
  8. ปูแผ่น Sarnafil TG 66 ตามแนวที่ออกแบบ
  9. เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน
  10. ตรวจแนวเชื่อมทุกจุด
  11. เก็บรายละเอียดรอบ drain, parapet, flashing, roof light และท่อระบบ
  12. ติดตั้งชั้นป้องกันหรือวัสดุถ่วงน้ำหนักตามระบบ
  13. ตรวจการระบายน้ำและจุดเสี่ยงก่อนส่งมอบงาน
  14. วางแผนตรวจบำรุงรักษาหลังติดตั้ง

จุดที่ต้องเก็บรายละเอียดให้ดี

มุมพื้นชนผนัง

มุมพื้นชนผนังเป็นจุดที่น้ำซึมได้ง่าย ต้องทำเมมเบรนต่อเนื่องและปิดจบให้ถูกระบบ โดยเฉพาะดาดฟ้าที่มี parapet รอบด้าน

ขอบ Parapet

ขอบ parapet ต้องมีรายละเอียด flashing หรือ termination ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันน้ำย้อนเข้าขอบผนังหรือหลังเมมเบรน

รอบ Drain

รอบ drain ต้องเก็บแน่น เพราะเป็นจุดน้ำไหลรวม หาก drain อยู่ชิดมุม ยิ่งต้องใช้ความชำนาญในการตัดและเชื่อมเมมเบรน

รอบ Roof Light

ช่องแสงบนหลังคามักเป็นจุดที่รั่วซ้ำ เพราะมีรอยต่อวัสดุต่างชนิด ต้องทำ flashing และตรวจรอยต่อให้ครบ

ฐานอุปกรณ์งานระบบ

ฐานแอร์ ท่อ หรือเครื่องจักรที่ยึดบนดาดฟ้า ต้องเก็บระบบกันซึมรอบฐานทุกจุด หากมีการติดตั้งใหม่หลังทำกันซึม ต้องซ่อมระบบรอบจุดเจาะใหม่เสมอ

Sarnafil TG 66 ต่างจากกันซึมแบบทาในพื้นที่ขอบเยอะอย่างไร?

หัวข้อSarnafil TG 66กันซึมแบบทา
รูปแบบวัสดุแผ่นเมมเบรน FPOวัสดุเหลวทา/พ่น
จุดสำคัญแนวเชื่อมและงาน flashingความหนาฟิล์มและการยึดเกาะ
พื้นที่มีขอบเยอะต้องวางแผนตัดแผ่น เชื่อม และปิดจบเก็บตามรูปทรงได้ง่าย แต่ต้องคุมฟิล์มให้ต่อเนื่อง
การตรวจสอบตรวจแนวเชื่อมและจุด detail ได้ตรวจจุดบาง ฟองอากาศ และรอยขาดของฟิล์ม
งานหลังคาถ่วงน้ำหนักเหมาะกับกรวด แผ่นคอนกรีต หลังคาเขียวต้องเลือกชนิดที่รองรับปูทับ
ความหนาวัสดุควบคุมจากโรงงานควบคุมหน้างาน
ข้อควรระวังต้องติดตั้งโดยช่างระบบเมมเบรนต้องเตรียมพื้นและทาหนาให้ได้ระบบ

สำหรับพื้นที่แคบหรือมีขอบเยอะ ทั้งระบบแผ่นและระบบทามีข้อดีต่างกัน แต่ถ้างานต้องการเมมเบรน FPO สำหรับหลังคาอาคาร ระบบถ่วงน้ำหนัก และการเก็บ junction / flashing ให้เป็นระบบ Sarnafil TG 66 เป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก โดยต้องติดตั้งโดยทีมที่เข้าใจระบบหลังคาเมมเบรน

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ดาดฟ้าขอบเยอะรั่วซ้ำ

  • ปูเมมเบรนเฉพาะพื้นกลางแต่ไม่เก็บขอบ
  • ไม่ทำ flashing ที่ parapet
  • ไม่ตรวจแนวเชื่อมรอบมุม
  • ไม่แก้ slope ก่อนติดตั้ง
  • ปล่อยให้ drain อุดตันหรืออยู่ต่ำไม่พอ
  • ไม่เก็บรอบ roof light
  • ไม่ซ่อมพื้นเดิมที่ร่อนหรือแตกร้าว
  • ไม่มี protection layer ในจุดที่มีคนเดิน
  • เจาะติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มโดยไม่ซ่อมระบบกันซึม
  • ใช้ช่างที่ไม่ชำนาญงานเมมเบรน FPO

ดูแลหลังคาที่ใช้ Sarnafil TG 66 อย่างไร?

หลังติดตั้งระบบ Sarnafil TG 66 แล้ว ควรตรวจดาดฟ้าเป็นระยะ โดยเฉพาะพื้นที่แคบและขอบเยอะ เพราะจุดเหล่านี้มีโอกาสสะสมเศษใบไม้ ฝุ่น ตะกอน และทำให้ drain อุดตันได้ง่าย

แนวทางดูแล ได้แก่

  • ตรวจ drain ไม่ให้อุดตัน
  • เก็บใบไม้และเศษวัสดุตามมุม
  • ตรวจขอบ parapet และ flashing
  • ตรวจรอบ roof light และท่อระบบ
  • ตรวจชั้น protection หรือ ballast ไม่ให้กดทับผิดปกติ
  • หลีกเลี่ยงการลากของมีคมบนระบบหลังคา
  • ทำทางเดินซ่อมบำรุงในจุดที่คนเดินบ่อย
  • ซ่อมจุดเสียหายเล็กก่อนลุกลาม
  • หากติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ ต้องเก็บระบบกันซึมรอบฐานใหม่ทุกครั้ง

สรุป: ดาดฟ้าพื้นที่แคบหรือมีขอบเยอะใช้ Sarnafil TG 66 ได้ แต่ต้องเก็บรายละเอียดให้ครบ

Sarnafil TG 66 เป็นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO แบบหลายชั้น มีชั้นเสริม glass non-woven inlay เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ทน UV และเหมาะกับหลังคาระบบถ่วงน้ำหนัก เช่น หลังคาโรยกรวด แผ่นคอนกรีต และหลังคาเขียว รวมถึงงาน junction / flashing บนหลังคา เช่น wall and parapet junctions และ roof lights ตามข้อมูล Sika

สำหรับงาน กันซึมดาดฟ้าพื้นที่แคบหรือมีขอบเยอะ จุดสำคัญคือไม่ควรดูแค่พื้นกลาง แต่ต้องออกแบบทั้งระบบ ตั้งแต่ slope, drain, parapet, flashing, roof light, ท่อระบบ, แนวเชื่อม และชั้นป้องกันเมมเบรน หากเก็บรายละเอียดครบ Sarnafil TG 66 จะช่วยให้ระบบกันซึมหลังคาอาคารมีความต่อเนื่อง ตรวจสอบได้ และเหมาะกับงานที่ต้องการเมมเบรน FPO สำหรับใช้งานระยะยาว

สรุปง่าย ๆ คือ Sarnafil TG 66 เหมาะกับงานหลังคาอาคารที่มีรายละเอียดเยอะ แต่ต้องติดตั้งโดยทีมที่เข้าใจระบบเมมเบรนหลังคา เพราะพื้นที่แคบและขอบเยอะมักรั่วจาก “จุด detail” มากกว่าพื้นหลัก การออกแบบและเก็บงานรอบมุมจึงสำคัญพอ ๆ กับการเลือกตัวแผ่นเมมเบรน

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!