Monokote Z-156 พ่นกันไฟโครงสร้างเหล็กป้องกันไฟสำหรับเสาและงานอาคาร

ก.ย. 08, 2026 by admin Blog 0 comment

Monokote Z-156 พ่นกันไฟโครงสร้างเหล็กป้องกันไฟสำหรับเสาและงานอาคาร

โครงสร้างเหล็กเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในงานอาคาร เพราะรับน้ำหนักได้ดี ก่อสร้างได้รวดเร็ว และเหมาะกับอาคารหลายประเภท เช่น อาคารพาณิชย์ โรงงาน คลังสินค้า โรงจอดรถ อาคารอุตสาหกรรม และพื้นที่ที่ต้องการช่วงเสากว้าง แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากคือ การป้องกันไฟให้โครงสร้างเหล็ก เพราะเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ อุณหภูมิสูงอาจทำให้เหล็กสูญเสียกำลังรับน้ำหนักและส่งผลต่อความปลอดภัยของอาคารได้

การพ่นกันไฟโครงสร้างเหล็กจึงเป็นงานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเสา คาน และโครงสร้างหลักของอาคาร เพราะเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับน้ำหนักโดยตรง หากต้องการเพิ่มระยะเวลาทนไฟให้โครงสร้างเหล็ก วัสดุประเภท Spray-Applied Fireproofing หรือวัสดุพ่นกันไฟจึงเป็นระบบที่ถูกนำมาใช้ในงานอาคารจำนวนมาก

Monokote Z-156 หรือ MONOKOTE® Z-156 เป็นวัสดุพ่นกันไฟชนิดซีเมนต์จาก GCP ออกแบบมาสำหรับงานโครงสร้างเหล็กที่ต้องการความทนทานสูง โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าเป็น ultra high density cementitious fireproofing พัฒนาสำหรับงาน commercial, industrial และ specialty fireproofing requirements ตัววัสดุเป็น Portland cement-based factory-mixed material เติมน้ำที่หน้างานแล้วพ่นลงบนโครงสร้างเหล็ก เช่น beams and columns เพื่อให้ fire resistance ได้สูงสุดถึง 4 ชั่วโมงตามระบบที่ออกแบบ

Monokote Z-156 คืออะไร?

Monokote Z-156 คือวัสดุพ่นกันไฟโครงสร้างเหล็กชนิดซีเมนต์ ความหนาแน่นสูงพิเศษ ใช้สำหรับพ่นเคลือบโครงสร้างเหล็ก เช่น เสาเหล็ก คานเหล็ก และองค์ประกอบเหล็กของอาคาร เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการทนไฟของโครงสร้างตามข้อกำหนดของโครงการ

วัสดุประเภทนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนสีทาเหล็กทั่วไป และไม่ใช่วัสดุตกแต่งผิวเป็นหลัก แต่เป็นวัสดุป้องกันไฟเชิงโครงสร้าง โดยทำหน้าที่เป็นชั้นปกป้องเหล็กจากความร้อนเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ช่วยชะลอการเพิ่มอุณหภูมิของโครงสร้างเหล็ก เพื่อให้โครงสร้างยังคงรับน้ำหนักได้ตามระยะเวลาที่ออกแบบ

GCP ระบุว่า Monokote Z-156 เป็นวัสดุผสมสำเร็จจากโรงงาน ต้องเติมน้ำที่หน้างาน แล้วพ่นลงบนโครงสร้างเหล็กโดยตรง และเหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานสูง เช่น parking garages รวมถึง clean room environments ที่ต้องคำนึงถึง particle emissions และ off-gassing ภายในอาคาร

เหมาะกับงาน เช่น

  • เสาเหล็ก
  • คานเหล็ก
  • โครงสร้างเหล็กในอาคาร
  • อาคารพาณิชย์
  • อาคารอุตสาหกรรม
  • โรงงาน
  • คลังสินค้า
  • โรงจอดรถ
  • พื้นที่เครื่องกลหรือ mechanical room
  • พื้นที่ที่ต้องการวัสดุกันไฟทนทานสูง
  • พื้นที่ clean room ที่ต้องควบคุมสภาพแวดล้อมภายใน

ทำไมโครงสร้างเหล็กต้องพ่นกันไฟ?

หลายคนอาจเข้าใจว่าเหล็กเป็นวัสดุไม่ติดไฟ จึงไม่จำเป็นต้องกันไฟ แต่ในความจริง แม้เหล็กจะไม่ลุกไหม้เหมือนไม้หรือพลาสติก แต่เมื่อเจออุณหภูมิสูงจากเหตุเพลิงไหม้ เหล็กจะค่อย ๆ สูญเสียกำลังรับน้ำหนักลง หากไม่มีวัสดุป้องกันไฟ โครงสร้างอาจเสียรูปหรือไม่สามารถรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบ

งานพ่นกันไฟจึงช่วยเพิ่มระยะเวลาที่โครงสร้างเหล็กสามารถคงสภาพการรับน้ำหนักได้ในกรณีเกิดเพลิงไหม้ ระยะเวลานี้มีความสำคัญต่อความปลอดภัยของอาคาร การอพยพคน การเข้าควบคุมเพลิง และการลดความเสียหายของโครงสร้างหลัก

จุดที่มักต้องพ่นกันไฟ ได้แก่

  • เสาเหล็กรับน้ำหนัก
  • คานเหล็ก
  • โครงสร้างหลังคาเหล็กบางประเภท
  • โครงสร้างเหล็กในโรงจอดรถ
  • โครงสร้างเหล็กในอาคารสูง
  • พื้นที่ทางหนีไฟหรือพื้นที่ตามข้อกำหนดโครงการ
  • โครงสร้างเหล็กที่ต้องได้ fire rating ตามแบบ
จุดเด่นของ Monokote Z-156 สำหรับเสาและงานอาคาร
จุดเด่นของ Monokote Z-156 สำหรับเสาและงานอาคาร

จุดเด่นของ Monokote Z-156 สำหรับเสาและงานอาคาร

  1. เป็นวัสดุพ่นกันไฟชนิดซีเมนต์ความหนาแน่นสูงพิเศษ

Monokote Z-156 เป็น cementitious fireproofing ความหนาแน่นสูงพิเศษ เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานมากกว่างานพ่นกันไฟทั่วไป โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโอกาสเจอสภาพแวดล้อมหรือการใช้งานหนัก เช่น โรงจอดรถ พื้นที่เครื่องกล หรืออาคารอุตสาหกรรม

  1. พ่นลงบนโครงสร้างเหล็กโดยตรง

วัสดุสามารถพ่นลงบนโครงสร้างเหล็ก เช่น เสาและคาน ตามระบบที่ออกแบบ ช่วยให้การเคลือบโครงสร้างเหล็กทำได้ต่อเนื่อง ครอบคลุมพื้นที่ผิวของโครงสร้าง และเหมาะกับงานอาคารที่มีองค์ประกอบเหล็กจำนวนมาก

  1. ให้ค่าทนไฟได้สูงสุดถึง 4 ชั่วโมง

GCP ระบุว่า Monokote Z-156 พ่นลงบน structural steel เช่น beams and columns เพื่อให้ fire resistance ได้สูงสุดถึง 4 ชั่วโมง ทั้งนี้ค่าทนไฟจริงต้องขึ้นอยู่กับแบบ องค์ประกอบโครงสร้าง ความหนาที่ออกแบบ และมาตรฐานทดสอบของระบบที่ใช้ในโครงการ

  1. ผสมสำเร็จจากโรงงาน เติมน้ำที่หน้างาน

Monokote Z-156 เป็นวัสดุ factory-mixed ต้องเติมน้ำที่หน้างานก่อนพ่น ช่วยลดความยุ่งยากในการชั่งผสมวัตถุดิบหลายชนิดที่หน้างาน และช่วยให้คุณภาพของวัสดุมีความสม่ำเสมอตามระบบผู้ผลิต

  1. เหมาะกับพื้นที่ต้องการความทนทานสูง

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่า Monokote Z-156 ใช้ในพื้นที่ที่ต้องการ superior durability เช่น parking garages และยังเหมาะกับ clean room environments ที่ต้องให้ความสำคัญกับ particle emissions และ off-gassing ภายในอาคาร

Monokote Z-156 เหมาะกับงานอาคารประเภทไหน?

อาคารที่มีโครงสร้างเหล็ก

อาคารที่ใช้เสาเหล็ก คานเหล็ก หรือโครงสร้างเหล็กเป็นองค์ประกอบหลัก ควรพิจารณาระบบพ่นกันไฟตามข้อกำหนดของแบบและกฎหมายอาคาร เพื่อช่วยให้โครงสร้างมี fire rating ตามที่ต้องการ

โรงจอดรถ

โรงจอดรถเป็นพื้นที่ที่ต้องการวัสดุทนทาน เพราะมีการใช้งานจริงตลอดเวลา มีแรงกระแทก ฝุ่น ความชื้น และสภาพแวดล้อมที่หนักกว่าพื้นที่ภายในทั่วไป Monokote Z-156 ถูกระบุว่าเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความทนทานสูง เช่น parking garages จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับงานลักษณะนี้

โรงงานและอาคารอุตสาหกรรม

โรงงานและอาคารอุตสาหกรรมมักใช้โครงสร้างเหล็กจำนวนมาก และต้องการระบบป้องกันไฟที่เหมาะกับการใช้งานจริง การพ่นกันไฟช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เสาและคานเหล็กในกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้

Mechanical Room หรือพื้นที่งานระบบ

พื้นที่เครื่องกลและงานระบบมักมีอุปกรณ์จำนวนมาก หากเกิดเหตุไฟไหม้ การป้องกันโครงสร้างเหล็กด้วยวัสดุที่เหมาะสมช่วยเพิ่มความปลอดภัยและช่วยให้ระบบอาคารมีเวลารับมือมากขึ้น

Clean Room หรือพื้นที่ควบคุมสภาพแวดล้อม

GCP ระบุว่า Monokote Z-156 เหมาะกับ clean room environments ที่ประเด็น particle emissions และ off-gassing มีความสำคัญต่อสภาพแวดล้อมภายในอาคาร จึงเป็นจุดเด่นสำหรับโครงการที่ต้องควบคุมคุณภาพอากาศและสิ่งปนเปื้อนเป็นพิเศษ

ก่อนพ่น Monokote Z-156 ต้องตรวจอะไรบ้าง?

  1. ตรวจผิวเหล็กก่อนพ่น

ก่อนพ่น Monokote Z-156 ต้องตรวจให้แน่ใจว่าผิวเหล็กพร้อมรับวัสดุพ่นกันไฟ GCP ระบุว่าผิวเหล็กต้องปราศจาก oil, grease, excess rolling compounds, lubricants, loose mill scale, excess rust, noncompatible primer, lock down agent หรือสารอื่น ๆ ที่อาจทำให้การยึดเกาะเสียหาย

  1. ตรวจสีรองพื้นหรือ primer เดิม

หากโครงสร้างเหล็กมีการทาสีหรือ primer อยู่แล้ว ต้องตรวจว่าเข้ากันได้กับระบบพ่นกันไฟหรือไม่ และสถาปนิกหรือผู้ออกแบบต้องพิจารณาว่าเหล็กที่ทาสีหรือ primer นั้นผ่านการทดสอบตาม ASTM E119 สำหรับ fire resistance rating ที่ต้องการหรือไม่

  1. ตรวจความหนาที่ต้องการตาม Fire Rating

ความหนาของวัสดุพ่นกันไฟไม่ได้กำหนดเท่ากันทุกจุด แต่ขึ้นอยู่กับ fire rating ที่ต้องการ ชนิดขององค์ประกอบเหล็ก ขนาดหน้าตัด และแบบ UL หรือรายละเอียดระบบที่โครงการอ้างอิง ต้องให้ผู้ออกแบบหรือผู้เชี่ยวชาญกำหนดก่อนติดตั้ง

  1. ตรวจพื้นที่ทำงานและการป้องกันหน้างาน

งานพ่นกันไฟต้องมีพื้นที่ทำงานที่เหมาะสม มีการป้องกันพื้นที่ข้างเคียง ลดฝุ่นฟุ้ง และควบคุมสภาพแวดล้อมหน้างานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดวัสดุ

  1. ตรวจวัสดุฐานคอนกรีต หากต้องพ่นบนคอนกรีต

หากมีการพ่นบนพื้นผิวคอนกรีต GCP ระบุว่าก่อนพ่น Monokote Z-156 บน concrete substrates ต้องใช้ bonding agent ที่ได้รับการอนุมัติจากผู้ผลิตวัสดุกันไฟ

ขั้นตอนพ่นกันไฟโครงสร้างเหล็กด้วย Monokote Z-156 โดยสรุป

  1. ตรวจแบบและ fire rating ที่ต้องการ
  2. ตรวจองค์ประกอบเหล็ก เช่น เสา คาน และจุดที่ต้องพ่น
  3. ตรวจผิวเหล็กให้สะอาดและพร้อมรับวัสดุ
  4. ตรวจ primer หรือสีรองพื้นเดิมว่าเข้ากับระบบหรือไม่
  5. ป้องกันพื้นที่รอบข้างก่อนพ่น
  6. ผสม Monokote Z-156 ด้วยเครื่องผสมที่เหมาะกับงาน cementitious fireproofing
  7. เติมน้ำตามระบบที่กำหนด
  8. พ่นวัสดุลงบนโครงสร้างเหล็กตามความหนาที่ออกแบบ
  9. ตรวจความต่อเนื่องของชั้นพ่น
  10. ตรวจความหนาและคุณภาพผิวงาน
  11. ซ่อมจุดบาง จุดหลุด หรือจุดที่ความหนาไม่พอตามระบบ
  12. ปล่อยให้วัสดุแห้งและบ่มตัวตามเงื่อนไขหน้างาน
  13. ตรวจรับงานตามมาตรฐานและข้อกำหนดโครงการ

GCP ระบุว่า Monokote Z-156 ควรผสมด้วยเครื่องผสมแบบ plaster-type mixer หรือ continuous mixer ที่ปรับให้เหมาะกับงาน cementitious fireproofing ซึ่งสะท้อนว่างานนี้ควรทำโดยทีมที่มีอุปกรณ์และประสบการณ์เฉพาะทาง ไม่ควรผสมหรือพ่นแบบงานปูนทั่วไป

Monokote Z-156 ต่างจากสีทนไฟอย่างไร?

หลายคนอาจเรียกวัสดุป้องกันไฟรวม ๆ ว่า “สีทนไฟ” แต่ Monokote Z-156 ไม่ใช่สีทนไฟประเภท intumescent paint ที่เน้นผิวเรียบสวยหรือใช้กับเหล็กโชว์ผิวเป็นหลัก Monokote Z-156 เป็นวัสดุพ่นกันไฟชนิดซีเมนต์ที่เน้นการป้องกันไฟให้โครงสร้างเหล็กและความทนทานของระบบ

หัวข้อMonokote Z-156สีทนไฟ Intumescent
ประเภทวัสดุCementitious fireproofingสีทนไฟพองตัวเมื่อโดนความร้อน
วิธีใช้งานพ่นหรือฉาบตามระบบทา/พ่นเป็นสีเคลือบ
จุดเด่นเหมาะกับโครงสร้างที่ต้องการความทนทานสูงเหมาะกับงานที่ต้องการโชว์ผิวเหล็กมากกว่า
พื้นที่เหมาะเสา คาน โรงจอดรถ อาคารอุตสาหกรรมโครงสร้างเหล็กที่ต้องการความสวยงาม
ผิวงานผิวพ่นกันไฟลักษณะซีเมนต์ผิวเรียบแบบสีมากกว่า
การออกแบบอ้างอิง fire rating และความหนาตามระบบอ้างอิง fire rating และ DFT ตามระบบ

การเลือกใช้ควรขึ้นอยู่กับประเภทอาคาร งบประมาณ รูปแบบผิวที่ต้องการ ความทนทาน สภาพแวดล้อม และข้อกำหนด fire rating ของโครงการ

ข้อควรระวังในการใช้ Monokote Z-156

  • ต้องใช้กับโครงสร้างที่ผิวพร้อมรับวัสดุพ่นกันไฟ
  • ต้องกำจัดคราบน้ำมัน สนิมหลวม ฝุ่น และสารที่รบกวนการยึดเกาะ
  • ต้องตรวจ primer เดิมว่าเข้ากับระบบหรือไม่
  • ต้องกำหนดความหนาตาม fire rating ที่ออกแบบ
  • ต้องใช้เครื่องผสมและเครื่องพ่นที่เหมาะกับงาน cementitious fireproofing
  • ต้องควบคุมความหนาและความต่อเนื่องของชั้นพ่น
  • ต้องตรวจสอบงานหลังพ่นตามข้อกำหนดโครงการ
  • ไม่ควรใช้แทนสีตกแต่งหรือสีป้องกันสนิมโดยตรง
  • ต้องให้ทีมติดตั้งที่มีประสบการณ์ด้าน fireproofing ดำเนินการ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานพ่นกันไฟไม่ได้ผลตามระบบ

  • พ่นบนเหล็กที่มีคราบน้ำมันหรือสนิมหลวม
  • ไม่ตรวจความเข้ากันได้ของ primer
  • ไม่กำหนด fire rating ก่อนทำงาน
  • พ่นบางกว่าความหนาที่ออกแบบ
  • ไม่ตรวจความหนาหลังพ่น
  • ผสมวัสดุผิดวิธีหรือใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะ
  • พื้นที่หน้างานมีความชื้นหรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะ
  • ไม่มีการซ่อมจุดหลุดหรือจุดบางก่อนส่งมอบ
  • ใช้ช่างที่ไม่ชำนาญงานพ่นกันไฟโครงสร้างเหล็ก
  • เข้าใจผิดว่า Monokote Z-156 เป็นสีทนไฟตกแต่งทั่วไป

ดูแลงานพ่นกันไฟหลังติดตั้งอย่างไร?

หลังพ่นกันไฟแล้ว ควรตรวจสภาพเป็นระยะ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการกระแทก การเดินงานระบบ หรือการซ่อมบำรุง เพราะวัสดุพ่นกันไฟจะทำงานได้ดีเมื่อชั้นพ่นยังต่อเนื่อง มีความหนาตามที่ออกแบบ และไม่หลุดร่อนจากโครงสร้าง

แนวทางดูแล ได้แก่

  • ตรวจจุดกระแทกหรือจุดหลุดร่อน
  • ตรวจเสาและคานบริเวณที่มีงานซ่อมบำรุงบ่อย
  • หลีกเลี่ยงการเจาะ ตัด หรือทำลายชั้นพ่นกันไฟ
  • หากมีการติดตั้งงานระบบเพิ่ม ต้องซ่อมวัสดุกันไฟในจุดที่เสียหาย
  • ตรวจความชื้นหรือสภาพแวดล้อมที่อาจกระทบวัสดุ
  • ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนซ่อมหรือทับวัสดุใหม่

สรุป: Monokote Z-156 เหมาะกับงานพ่นกันไฟโครงสร้างเหล็กสำหรับเสา คาน และอาคารที่ต้องการความทนทาน

Monokote Z-156 เป็นวัสดุพ่นกันไฟชนิดซีเมนต์ความหนาแน่นสูงพิเศษ สำหรับงานโครงสร้างเหล็ก เช่น เสาและคาน ผลิตจาก Portland cement-based factory-mixed material เติมน้ำที่หน้างานแล้วพ่นลงบนโครงสร้างเหล็กโดยตรง ให้ fire resistance ได้สูงสุดถึง 4 ชั่วโมงตามระบบที่ออกแบบ และเหมาะกับงาน commercial, industrial และ specialty fireproofing requirements

จุดเด่นของ Monokote Z-156 คือเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความทนทานสูง เช่น โรงจอดรถ รวมถึง clean room environments ที่ต้องควบคุม particle emissions และ off-gassing ภายในอาคาร แต่การใช้งานให้ได้ผลต้องเริ่มจากการตรวจผิวเหล็ก ตรวจ primer เดิม กำหนด fire rating และความหนาตามแบบ ใช้เครื่องผสมและเครื่องพ่นที่เหมาะสม รวมถึงตรวจคุณภาพหลังพ่นอย่างครบถ้วน

สรุปง่าย ๆ คือ หากอาคารมีโครงสร้างเหล็กและต้องการระบบพ่นกันไฟสำหรับเสา คาน หรือพื้นที่อาคารที่ต้องการความทนทาน Monokote Z-156 เป็นตัวเลือกที่เหมาะ แต่ต้องทำโดยทีมที่เข้าใจงาน fireproofing และติดตั้งตามข้อกำหนดของระบบ เพื่อให้โครงสร้างเหล็กได้รับการป้องกันไฟตามระดับที่ออกแบบไว้จริง

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!