ฝนตกบ่อยดาดฟ้ารั่วหลัง ซ่อมด้วย Silcor 575 ระบบกันซึมสำหรับพื้นคอนกรีต

ต.ค. 02, 2026 by adminpage_psw Blog 0 comment

ฝนตกบ่อยดาดฟ้ารั่วหลังซ่อม ใช้ Silcor 575 ระบบกันซึมสำหรับพื้นคอนกรีตได้อย่างไร?

ช่วงฝนตกต่อเนื่องเป็นช่วงที่ปัญหา ดาดฟ้ารั่ว น้ำซึมฝ้า ผนังชื้น และคราบน้ำใต้พื้นคอนกรีต แสดงอาการได้ชัดที่สุด หลายอาคารเคยซ่อมมาแล้วด้วยการอุดรอยแตกหรือทากันซึมเฉพาะจุด แต่เมื่อผ่านไปหนึ่งหรือสองฤดูฝน น้ำกลับซึมตรงเดิมหรือย้ายไปออกอีกตำแหน่งหนึ่ง

สาเหตุสำคัญคือการรั่วของดาดฟ้ามักไม่ได้มีต้นเหตุเพียง “รูเดียว” แต่เกี่ยวข้องกับระบบทั้งพื้นที่ ตั้งแต่รอยแตกร้าวของคอนกรีต มุมพื้นชนผนัง รอบท่อ Floor Drain ขอบ Parapet แนวรอยต่อ ไปจนถึงความหนาของวัสดุกันซึมและการระบายน้ำบนดาดฟ้า

SILCOR® 575 เป็นเมมเบรนกันซึมชนิด Polyurethane แบบส่วนประกอบเดียวจาก GCP Applied Technologies ออกแบบสำหรับงานอย่าง Roof-deck, Balcony, Plant Room, Podium และพื้นที่ทางเดิน โดยเมื่อติดตั้งถูกต้องจะสร้างชั้นเมมเบรนแบบต่อเนื่องบนพื้นผิว และ GCP ระบุว่าระบบสามารถต้านทานน้ำขังได้ รวมถึงใช้งานร่วมกับ SILCOR® Top Coat 80 เพื่อสร้างระบบที่ทน UV และรองรับการเดินบนพื้นที่เปิดโล่งได้

Silcor 575 คืออะไร?

Silcor 575 เป็น One-Part High Performance Polyurethane Waterproofing Membrane หรือเมมเบรนกันซึมโพลียูรีเทนแบบส่วนประกอบเดียว

ข้อดีของวัสดุแบบส่วนประกอบเดียวคือไม่ต้องผสม Part A และ Part B ก่อนใช้งานเหมือนระบบสองส่วนประกอบบางประเภท จึงช่วยลดความผิดพลาดเรื่องสัดส่วนผสมในหน้างาน

เมื่อทาบนพื้นผิวที่เตรียมอย่างเหมาะสม ตัววัสดุจะสร้าง Elastomeric Membrane ที่ยึดต่อเนื่องกับพื้นผิว โดย GCP อธิบายว่า Silcor 575 สร้าง One-Piece Membrane Barrier และ Fully Laminated กับพื้นรองรับ

คุณสมบัตินี้เหมาะกับพื้นคอนกรีตดาดฟ้าที่มี

  • รูปทรงไม่สม่ำเสมอ
  • มุมจำนวนมาก
  • ท่อทะลุพื้น
  • ฐานเครื่องจักร
  • Floor Drain
  • Parapet
  • จุดเปลี่ยนระดับ

เพราะเมมเบรนเหลวสามารถทาต่อเนื่องตามรูปทรงเหล่านี้ได้โดยไม่เกิดรอยต่อแบบแผ่นสำเร็จรูปในพื้นที่หลัก

Silcor 575 คืออะไร?
Silcor 575 คืออะไร?

ทำไมดาดฟ้าซ่อมแล้วถึงกลับมารั่วเมื่อฝนตกบ่อย?

ซ่อมเฉพาะจุดที่เห็นน้ำหยด

จุดที่เห็นน้ำด้านล่างอาจไม่ได้ตรงกับตำแหน่งน้ำเข้าด้านบนเสมอไป

น้ำสามารถเข้าจากรอยแตกหนึ่ง แล้วเดินทางตาม

  • รอยต่อคอนกรีต
  • ช่องว่างใต้ชั้นปูน
  • แนวท่อ
  • รอยแตกภายใน

ก่อนจะออกที่ฝ้าหรือผนังอีกตำแหน่งหนึ่ง

ดังนั้นการอุดตรงจุดที่เห็นคราบน้ำอย่างเดียวอาจไม่ใช่การแก้ต้นเหตุจริง

ทากันซึมทับรอยแตกโดยไม่ซ่อม

หากคอนกรีตมีรอยแตกอยู่แล้ว แล้วนำวัสดุกันซึมทาทับโดยไม่ได้เตรียม Crack หรือ Joint ให้เหมาะสม เมื่อรอยเดิมเกิด Movement อีกครั้ง ชั้นกันซึมบริเวณนั้นจะรับแรงเพิ่มและมีโอกาสเกิดปัญหาซ้ำ

GCP ระบุว่าก่อนติดตั้ง Silcor 575 ต้องใช้ Silcor LM PU Sealant เก็บ Joint, Crack และ Gap รวมถึงทำ Angle Fillet ที่ Internal Corner และ Penetration ก่อนติดตั้งเมมเบรนพื้นที่หลัก

มุมพื้นชนผนังไม่ได้ทำ Detail

บริเวณมุมพื้นชนผนังเป็นจุดเปลี่ยนจากพื้นแนวนอนไปเป็นผนังแนวตั้ง ถ้าทากันซึมเข้ามุมฉากโดยตรง ความเค้นมักรวมตัวอยู่บริเวณนั้น

การทำ Angle Fillet ช่วยให้แนวเมมเบรนเปลี่ยนทิศทางได้ราบรื่นขึ้น ลดการกระจุกตัวของแรงตรงมุม

วัสดุกันซึมเดิมบางเกินไป

บางครั้งดูจากสายตาเหมือนทาครบ แต่ความหนาจริงไม่ถึงค่าที่ระบบต้องการ โดยเฉพาะพื้นขรุขระที่วัสดุบางส่วนไหลลงไปตามรูพรุน

สำหรับ Silcor 575 GCP กำหนด Wet Film Thickness รวมขั้นต่ำ 1.75 มม. เพื่อให้ได้ Dry Film Thickness ขั้นต่ำ 1.5 มม.

พื้นคอนกรีตแบบไหนเหมาะกับ Silcor 575?

Silcor 575 สามารถใช้กับ Roof-deck และพื้นคอนกรีตได้ แต่พื้นต้องได้รับการเตรียมก่อน

GCP กำหนดว่าพื้นผิวควร

  • แข็งแรง
  • เรียบ
  • ไม่มีฝุ่น
  • ไม่มี Laitance
  • ไม่มีวัสดุหลุดร่อน
  • ไม่มีน้ำมัน
  • ไม่มีสิ่งปนเปื้อนที่รบกวนการยึดเกาะ

คอนกรีตใหม่ควร Cure ประมาณ 28 วัน และงาน Render ประมาณ 7 วัน ก่อนทำระบบตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

หากพื้นดาดฟ้าเก่ามีปูนแตกร่วน ไม่ควรทาเมมเบรนทับทันที เพราะสุดท้ายวัสดุกันซึมอาจยึดติดกับชั้นผิวที่กำลังหลุดแทนที่จะยึดกับพื้นแข็งแรงจริง

ดาดฟ้าเก่าต้องลอกกันซึมเดิมออกทั้งหมดหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับชนิดและสภาพของระบบเดิม

ควรตรวจอย่างน้อยว่า

  • วัสดุเดิมยังยึดแน่นหรือไม่
  • มี Blister หรือพองหรือไม่
  • มีจุดหลุดร่อนหรือไม่
  • วัสดุเดิมเข้ากันได้กับระบบใหม่หรือไม่
  • มีความชื้นขังอยู่ใต้ชั้นเดิมหรือไม่

หากวัสดุเก่าเสื่อมและหลุดจำนวนมาก การทาระบบใหม่ทับจะไม่ได้ช่วยให้ชั้นเดิมกลับมาแข็งแรง

ทางที่เหมาะสมคือกำจัดส่วนที่ไม่แข็งแรง เตรียมพื้นใหม่ และตรวจ Compatibility ของระบบเดิมกับ Primer และ Silcor 575 ก่อนทำงานเต็มพื้นที่

ก่อนทา Silcor 575 ต้องซ่อมรอยแตกอย่างไร?

ขั้นแรกต้องแยกประเภทของรอยแตกก่อน

Hairline Crack

ถ้าเป็นรอยแตกลายงาหรือรอยหดตัวขนาดเล็ก ต้องทำความสะอาดและเก็บตามรายละเอียดระบบที่เหมาะสม

Joint หรือ Gap

GCP ระบุให้ใช้ Silcor LM PU Sealant อุด Joint, Crack และ Gap ก่อนลงเมมเบรนหลัก

Structural Crack

ถ้ารอยแตกยังขยายขึ้น มีระดับพื้นสองฝั่งต่างกัน หรือเกิดจากการทรุดตัว ควรให้วิศวกรตรวจต้นเหตุก่อน

Silcor 575 เป็นระบบ Waterproofing ไม่ได้มีหน้าที่แก้ปัญหาการทรุดตัวของโครงสร้าง

จุดมุมพื้นกับผนังต้องทำอะไร?

มุมพื้นชน Parapet หรือผนังควรทำ Detail ก่อน

GCP ระบุให้ใช้ Silcor LM PU Sealant ทำ Angle Fillet ที่ Internal Corner และบริเวณ Penetration จากนั้นปล่อยให้งาน Detailing เกิด Skin Cure ก่อนเริ่มติดตั้ง Membrane ทั่วพื้นที่

ลำดับโดยทั่วไปจึงเป็น

เตรียมพื้น → ซ่อม Crack → อุด Joint → ทำ Angle Fillet → Primer → Silcor 575

ไม่ใช่

พื้นแตกร้าว → ทากันซึมปิดทันที

รอบท่อบนดาดฟ้าต้องระวังอะไร?

ท่อที่ทะลุพื้นเป็นจุดเสี่ยงเพราะมีวัสดุสองชนิดมาบรรจบกัน ได้แก่

คอนกรีต + ท่อ

เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน วัสดุทั้งสองสามารถขยายตัวไม่เท่ากันได้

ควรตรวจ

  • ช่องว่างรอบท่อ
  • รอยร้าว
  • Sealant เดิม
  • Rust บนท่อโลหะ
  • การยึดเกาะของวัสดุเดิม
  • แนว Turn-Up ของเมมเบรน

แล้วเก็บ Detail ด้วยวัสดุที่เหมาะสมก่อนทา Silcor 575 ต่อเนื่องขึ้นบริเวณ Penetration ตามแบบระบบ

Floor Drain เป็นอีกจุดที่ทำให้รั่วซ้ำบ่อย

ดาดฟ้าที่รับฝนจำนวนมากต้องระบายน้ำออกอย่างรวดเร็ว

ถ้า Floor Drain

  • อยู่สูงกว่าพื้น
  • มีรอยแตกบริเวณขอบ
  • ท่อกับคอนกรีตแยกตัว
  • ตะแกรงอุดตัน
  • Slope ไหลไม่เข้าท่อ

น้ำจะขังอยู่บนดาดฟ้านานกว่าที่ควร

แม้ GCP ระบุว่า Silcor 575 สามารถ Resist Ponded Water ได้ แต่การออกแบบดาดฟ้าที่ดีควรมีระบบระบายน้ำและ Slope ที่เหมาะสมด้วย ไม่ควรใช้ความสามารถเรื่อง Ponded Water เป็นเหตุผลในการปล่อยพื้นให้มีน้ำขังตลอดเวลา

Silcor 575 ต้องใช้ Primer หรือไม่?

ต้องเลือกตามสภาพพื้น

สำหรับพื้นคอนกรีตที่มีรูพรุนหรือมีฝุ่น GCP ระบุให้ใช้ Silcor Primer BS เพื่อ Seal พื้นและช่วยลด Pin Hole โดยใช้อัตราประมาณ 0.15–0.30 kg/m² ตามสภาพผิว

หากเป็น Damp Concrete มี Silcor Primer BW N105-DT สำหรับการเตรียมพื้นที่เหมาะสมตามระบบ

GCP แนะนำ Moisture Content ของพื้นต่ำกว่า 5% ตาม ASTM F2659 ในข้อมูลการใช้งานที่ระบุ

ดังนั้นก่อนซ่อมดาดฟ้าช่วงหน้าฝน ไม่ควรรีบทาเพียงเพราะฝนหยุดไม่กี่ชั่วโมง ต้องตรวจว่าพื้นมีความชื้นเหมาะกับ Primer และ Membrane ที่จะใช้หรือไม่

Pin Hole เกิดจากอะไร?

พื้นคอนกรีตมีรูพรุนและอากาศอยู่ภายใน

เมื่ออุณหภูมิพื้นสูงขึ้น อากาศสามารถขยายตัวและดันผ่าน Primer หรือเมมเบรนที่ยังไม่ Cure จนเกิดรูเล็ก ๆ หรือ Pin Hole ได้

GCP เตือนว่าการลง Primer บนพื้น Porous ขณะที่อุณหภูมิ Substrate เพิ่มขึ้น อาจทำให้เกิด Concrete Outgassing และ Pin Hole และแนะนำว่าการลง Primer ในช่วงที่อุณหภูมิคงที่หรือลดลง เช่น ช่วงบ่ายแก่หรือเย็น สามารถช่วยลดปัญหานี้ได้

จุดนี้สำคัญมากกับดาดฟ้าคอนกรีตที่รับแดดจัดระหว่างวัน

Silcor 575 ต้องทาหนาเท่าไร?

GCP กำหนดให้ Silcor 575 มี

Wet Film Thickness ขั้นต่ำรวม 1.75 มม.

เพื่อให้ได้

Dry Film Thickness ขั้นต่ำ 1.5 มม.

โดยสามารถติดตั้งเป็นหนึ่งหรือสองชั้น และควรตรวจ WFT ระหว่างทำงานด้วย Wet Film Thickness Gauge

อัตราการใช้โดยประมาณที่ GCP ระบุคือ

2.4 กก./ตร.ม. สำหรับ DFT 1.5 มม.

ตัวเลขนี้ช่วยให้สามารถประเมินเบื้องต้นได้ว่าถ้าดาดฟ้ามี 100 ตร.ม. ปริมาณวัสดุที่ใช้จริงไม่ควรต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับพื้นที่และความหนาที่กำหนด

แต่หน้างานจริงต้องเผื่อสภาพพื้น ความขรุขระ และการสูญเสียระหว่างติดตั้งด้วย

ใช้ลูกกลิ้งหรือเกรียงทาได้ไหม?

GCP ระบุว่า Silcor 575 เหมาะกับการทำแบบ Flood Coating ด้วย Squeegee และยังสามารถใช้

  • Brush
  • Roller
  • Airless Spray

ได้ตามลักษณะงาน

หากทำมากกว่าหนึ่งชั้น ต้องปล่อยให้ชั้นก่อนหน้าแห้งเต็มที่ก่อนทำชั้นถัดไปตามระบบ

จำนวนเที่ยวทาไม่สำคัญเท่ากับ ความหนารวมต้องได้ตาม Specification และต้องต่อเนื่องไม่มี Pin Hole

ฝนตกบ่อยควรทา Silcor 575 ตอนไหน?

ควรวางแผนช่วงอากาศที่สามารถทำ Surface Preparation, Primer และ Membrane ได้ต่อเนื่องตามข้อกำหนด

ไม่ควร

  • ทาบนพื้นมีน้ำขัง
  • ทาขณะที่ฝนกำลังมา
  • ทาบนพื้นสกปรกหลังฝน
  • รีบทาทันทีโดยไม่ตรวจ Moisture
  • เปิดพื้นให้ฝนตกใส่ระหว่างชั้นโดยไม่ประเมินสภาพก่อนทำต่อ

หน้าฝนจึงต้องติดตาม Weather Window และจัดแบ่งพื้นที่ให้เหมาะสมกว่าช่วงอากาศแห้ง

หลังทำแล้วกี่ชั่วโมงจึงทดสอบน้ำได้?

ข้อมูลปัจจุบันของ GCP ระบุ Cure Time สำหรับ Flood Test, Tiling หรือ Topping ประมาณ 48 ชั่วโมง ภายใต้เงื่อนไขผลิตภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิ ความชื้น และสภาพอากาศจริงสามารถส่งผลต่อการ Cure ได้

ก่อน Flood Test จึงควรตรวจว่า

  • เมมเบรน Cure แล้ว
  • ไม่มี Pin Hole
  • Detail รอบท่อสมบูรณ์
  • Drain ถูกปิดสำหรับทดสอบอย่างเหมาะสม
  • ไม่มีพื้นที่ที่เพิ่ง Patch ซ่อมและยังไม่ Cure

ดาดฟ้าเปิดรับแดดต้องทำ Top Coat ไหม?

Silcor 575 เมื่อนำมาใช้ร่วมกับ Silcor Top Coat 80 จะได้ระบบที่ GCP ระบุว่าเป็น

  • UV-resistant
  • Foot-trafficable
  • Non-slip
  • Colour-stable

สำหรับ Roof, Deck และ Plant Room

Silcor Top Coat 80 เป็น Aliphatic Polyurethane Protective Coating สำหรับปกป้องระบบ Silcor ในพื้นที่เปิด โดยใช้ได้กับ Roofs, Balconies, Decks, Perimeter Turn-Ups และ Penetrations

ดังนั้นถ้าดาดฟ้าเปิดโดนแดดและมีคนขึ้นไปใช้งาน ควรวางระบบ Top Coat ตาม Specification มากกว่าทำเฉพาะ Membrane แล้วจบ

เดินบน Silcor 575 ได้เมื่อไร?

GCP ระบุว่า Silcor 575 สามารถรับ Foot Traffic ได้หลังประมาณ 12 ชั่วโมง ตามเงื่อนไขผลิตภัณฑ์

แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถลากเครื่องจักร วางวัสดุหนัก หรือทำงานก่อสร้างรุนแรงทันทีหลังครบ 12 ชั่วโมง

งานที่มีความเสี่ยงกระแทกเมมเบรนควรรอการ Cure และจัด Protection ตามระบบก่อน

วิธีซ่อมดาดฟ้าคอนกรีตรั่วด้วย Silcor 575 โดยสรุป

  1. ตรวจตำแหน่งน้ำซึมจากใต้ดาดฟ้า
  2. ตรวจพื้นที่ด้านบนว่ามีรอยแตกตรงไหน
  3. ตรวจ Floor Drain และ Slope
  4. ตรวจมุมพื้นชนผนัง
  5. ตรวจรอบท่อและฐานอุปกรณ์
  6. ลอกวัสดุเดิมที่เสื่อมหรือหลุด
  7. ขัดพื้นและกำจัด Laitance
  8. ซ่อม Concrete Defect
  9. อุด Crack, Joint และ Gap ด้วยวัสดุ Detail ที่เหมาะสม
  10. ทำ Angle Fillet ตามมุม
  11. ปล่อยงาน Detail ให้ Skin Cure
  12. ตรวจความชื้นพื้น
  13. ลง Primer ตามสภาพพื้น
  14. ตรวจ Pin Hole หลัง Primer
  15. ทา Silcor 575 ต่อเนื่องเต็มพื้นที่
  16. ตรวจ Wet Film Thickness ระหว่างทำงาน
  17. ให้ได้ WFT รวมอย่างน้อย 1.75 มม.
  18. ตรวจรอบ Drain และ Penetration ซ้ำ
  19. ทำ Silcor Top Coat 80 หากระบบเปิดรับ UV/Foot Traffic
  20. ปล่อยให้ Cure ตามกำหนด
  21. Flood Test เมื่อระบบพร้อม
  22. ตรวจด้านล่างว่าไม่มีน้ำซึมก่อนเปิดใช้งาน

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ซ่อมแล้วกลับมารั่วหลังฝนตกหนัก

  • ซ่อมเฉพาะจุดที่เห็นน้ำหยด
  • ทากันซึมปิดรอยแตกโดยไม่เก็บ Crack ก่อน
  • ไม่ทำ Angle Fillet ที่มุม
  • รอบท่อไม่ได้ซีล
  • ขอบ Floor Drain มีช่อง
  • พื้นเดิมร่วนแต่ไม่ขัดออก
  • ลง Primer บนพื้นร้อนจนเกิด Pin Hole
  • ทาขณะที่พื้นยังชื้นเกินระบบ
  • Silcor 575 บางกว่าที่กำหนด
  • ไม่วัด Wet Film Thickness
  • เมมเบรนไม่ต่อเนื่องขึ้น Parapet
  • ไม่มี Top Coat ในระบบที่ต้องรับ UV/การเดิน
  • ดาดฟ้าไม่มี Slope
  • Drain อุดตันจนมีน้ำขังมาก
  • รอยแตกเป็น Structural Crack แต่ไม่ได้แก้ต้นเหตุ

Silcor 575 ใช้แล้วรับประกันว่าจะไม่รั่วซ้ำหรือไม่?

ไม่ควรรับประกันแบบนั้น เพราะปัญหาดาดฟ้ารั่วขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ

Silcor 575 เป็นระบบเมมเบรนกันซึมที่ GCP ออกแบบให้สร้างชั้น Polyurethane แบบต่อเนื่องและยึดกับพื้นผิว รวมถึงสามารถต้าน Ponded Water ตามคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ แต่ประสิทธิภาพหน้างานยังขึ้นอยู่กับ

  • การเตรียมพื้น
  • สภาพคอนกรีต
  • รอยแตกร้าว
  • Structural Movement
  • Primer
  • งาน Detail
  • ความหนา
  • Drainage
  • Top Coat
  • คุณภาพการติดตั้ง

หากดาดฟ้ามี Structural Crack ที่ยังเคลื่อนตัวหรือโครงสร้างทรุด การทำเมมเบรนใหม่อย่างเดียวไม่ได้แก้ต้นเหตุของโครงสร้าง

สรุป: ฝนตกบ่อยแล้วดาดฟ้ารั่วซ้ำ Silcor 575 ต้องทำเป็นระบบตั้งแต่รอยแตกจนถึงพื้นเต็มพื้นที่

หากดาดฟ้าคอนกรีต เคยซ่อมแล้วแต่พอฝนตกต่อเนื่องยังกลับมารั่ว สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่รีบทากันซึมเพิ่มเฉพาะตรงที่เห็นคราบน้ำ แต่ควรตรวจทั้งพื้น รอยแตก รอยต่อ มุมพื้นชนผนัง รอบท่อ Floor Drain และ Slope เพื่อหาทางที่น้ำเข้าสู่ระบบจริง

SILCOR 575 เป็น One-Part Polyurethane Waterproofing Membrane ที่ GCP ออกแบบสำหรับงาน Roof-deck, Balcony, Plant Room และพื้นที่ลักษณะเดียวกัน สามารถสร้างเมมเบรนต่อเนื่องแบบ Fully Laminated กับพื้นคอนกรีต และมีคุณสมบัติต้านน้ำขังตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

แต่ก่อนติดตั้ง GCP ระบุให้ซ่อม Joint, Crack และ Gap รวมถึงทำ Angle Fillet ที่มุมและ Penetration ด้วย Silcor LM PU Sealant ก่อน แล้วจึงลง Primer และ Silcor 575 เต็มพื้นที่ นี่เป็นขั้นตอนสำคัญมากสำหรับดาดฟ้าที่เคยรั่วตรงรอยต่อหรือมุมซ้ำ ๆ

สำหรับชั้นเมมเบรน ต้องควบคุมความหนารวมอย่างน้อย WFT 1.75 มม. เพื่อให้ได้ DFT 1.5 มม. โดยใช้อัตราประมาณ 2.4 กก./ตร.ม. และตรวจความหนาระหว่างติดตั้งด้วย Wet Film Thickness Gauge ไม่ควรประเมินจากสายตาเพียงอย่างเดียว

ถ้าดาดฟ้าเปิดรับแดดหรือมีคนเดิน สามารถวางระบบร่วมกับ Silcor Top Coat 80 เพื่อเพิ่มความทน UV และสร้างผิว Foot-Trafficable ตามระบบของ GCP

ดังนั้นการลดปัญหา ดาดฟ้ารั่วซ้ำช่วงฝนตกบ่อย ต้องทำมากกว่าการทาวัสดุเพิ่มหนึ่งชั้น ควรเริ่มจากซ่อมพื้นและ Detail ให้ถูกต้อง ตรวจ Primer ทา Silcor 575 ให้ต่อเนื่องและได้ความหนา ตรวจระบบระบายน้ำ และทดสอบน้ำหลังวัสดุ Cure แล้ว การทำครบเป็นระบบจะช่วยลดความเสี่ยงของน้ำซึมกลับมาได้ดีกว่าการซ่อมเฉพาะตำแหน่งที่เห็นน้ำรั่ว

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!