ฝนมาไวงานกันซึมดาดฟ้าต้องรีบจบใช้ Sikalastic 632R แห้งเร็วและพร้อมรับฝน

ต.ค. 22, 2026 by admin Blog 0 comment

ฝนมาไวงานกันซึมดาดฟ้าต้องรีบจบ ใช้ Sikalastic 632 R แห้งเร็วและพร้อมรับฝน

ช่วงหน้าฝนหนึ่งในปัญหาที่ทำให้งานกันซึมดาดฟ้าจัดคิวยากคือสภาพอากาศเปลี่ยนเร็ว ตอนเช้าแดดออกแต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาฝนอาจตก หากเลือกวัสดุที่ต้องรอนานกว่าจะเริ่มต้านทานฝนได้ งานที่เพิ่งทำเสร็จอาจได้รับผลกระทบก่อนวัสดุเซ็ตตัวเพียงพอ โดยเฉพาะดาดฟ้าขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาทาต่อเนื่องหลายชั่วโมง

Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาประเภท Polyurethane แบบทาเคลือบชนิดส่วนประกอบเดียวจาก Sika ซึ่งผู้ผลิตระบุจุดเด่นเรื่อง Rapid Curing หรือแห้งและบ่มตัวเร็ว พร้อมใช้งานโดยไม่ต้องผสม Part A กับ Part B และหลัง Cure จะเกิดเป็นเมมเบรนกันซึมต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคาแนวราบ หลังคาลาดเอียง ระเบียง และงานปรับปรุงหลังคาเดิม

สำหรับคนที่กังวลเรื่องฝน จุดที่น่าสนใจคือข้อมูลของ Sika ระบุว่า ภายใต้สภาวะประมาณ 30°C และความชื้นสัมพัทธ์ 85% Sikalastic 632 R มี Rain Resistance ประมาณ 1 ชั่วโมง Touch Dry ประมาณ 1 ชั่วโมง และ Full Cure ประมาณ 3 ชั่วโมง ส่วนที่ 20°C และ RH 55% ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงก่อน Rain Resistant และประมาณ 6 ชั่วโมงจน Full Cure

Sika Thailand ยังระบุในหน้าคำแนะนำปัญหาหลังคารั่วว่า Sikalastic 632 R สามารถ ทนฝนได้ภายในประมาณ 1 ชั่วโมงหลังการติดตั้ง ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม คำว่า “พร้อมรับฝน” ไม่ได้หมายถึงทาเสร็จแล้วฝนตกใส่ได้ทันที เพราะช่วงเวลาที่ผลิตภัณฑ์เริ่ม Rain Resistant ยังขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความชื้น ความหนา และสภาพหน้างานจริง อีกทั้งฝนตกหนักสามารถสร้างความเสียหายทางกายภาพกับเมมเบรนที่ยังเปียกอยู่ได้

ทำไมงานกันซึมดาดฟ้าช่วงหน้าฝนต้องสนใจเวลา Rain Resistant?

งานกันซึมไม่ได้มีแค่เวลาที่ใช้ “ทาสี”

ก่อนจะถึงขั้นตอนทาเมมเบรนจริงยังมีงานอื่น เช่น

  • ทำความสะอาดพื้น
  • ขัดผิวคอนกรีต
  • ซ่อมรอยแตกร้าว
  • เก็บรอยต่อพื้นกับผนัง
  • ซ่อมรอบ Floor Drain
  • เก็บ Pipe Penetration
  • ลง Primer
  • รอ Primer พร้อมรับชั้นถัดไป
  • ทาเมมเบรน
  • รอชั้นแรกก่อน Overcoat

ดังนั้นหากพยากรณ์ว่าฝนจะมาตอนบ่าย การเริ่มงานตอนสายไม่ได้หมายความว่าจะทันเสมอไป

สิ่งที่ต้องดูจริงคือ พื้นที่สุดท้ายที่ทาเสร็จมีเวลา Cure ก่อนฝนมากพอหรือไม่

ตัวอย่างเช่น ทีมเริ่มทา Sikalastic 632 R เวลา 09.00 น. แต่พื้นที่สุดท้ายเสร็จเวลา 11.30 น. หากฝนเข้าตอน 12.30 น. พื้นที่ต้นงานอาจผ่านช่วง Rain Resistant ไปแล้ว แต่พื้นที่ปลายงานเพิ่งมีเวลาบ่มประมาณ 1 ชั่วโมง

งานหน้าฝนจึงควรวางแผนจาก “เวลาจบพื้นที่สุดท้าย” มากกว่าเวลาที่เริ่มทา

ทำไมงานกันซึมดาดฟ้าช่วงหน้าฝนต้องสนใจเวลา Rain Resistant?
ทำไมงานกันซึมดาดฟ้าช่วงหน้าฝนต้องสนใจเวลา Rain Resistant?

จุดเด่นของ Sikalastic 632 R คือเป็นวัสดุส่วนประกอบเดียว

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุประเภท 1-Part Polyurethane และ Sika ระบุว่าเป็น Ready to Use ไม่ต้องผสมส่วนประกอบเพิ่มก่อนติดตั้ง

จุดนี้ช่วยลดขั้นตอนในการทำงานเมื่อเทียบกับวัสดุ 2 Components ที่ต้อง

  • ชั่ง Part A
  • ชั่ง Part B
  • ควบคุม Mix Ratio
  • ผสมให้เข้ากัน
  • ควบคุม Pot Life

สำหรับงานดาดฟ้าที่ต้องแบ่งเป็นหลาย Zone ตามสภาพอากาศ ระบบส่วนประกอบเดียวจึงสะดวกต่อการจัดการหน้างานมากขึ้น

แต่คำว่า “ไม่ต้องผสม” ไม่ได้หมายความว่าเปิดถังแล้วทาบนพื้นได้ทันทีทุกกรณี เพราะ Substrate ยังต้องได้รับการเตรียม และต้องเลือก Primer ตามประเภทพื้นตามระบบ Sika

อากาศร้อนและชื้นทำให้ Sikalastic 632 R แห้งเร็วขึ้นหรือไม่?

Sikalastic 632 R เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ความชื้นในอากาศเป็นตัวกระตุ้นกระบวนการ Cure และ Sika ระบุว่าผลิตภัณฑ์จะแห้งเร็วขึ้นเมื่ออยู่ในสภาวะอุณหภูมิสูงร่วมกับความชื้นในอากาศสูง

ข้อมูล Drying Time แสดงให้เห็นชัดเจนว่า

สภาพอากาศRain ResistantTouch DryFull Cure
20°C / RH 55%ประมาณ 2 ชม.ประมาณ 2 ชม.ประมาณ 6 ชม.
30°C / RH 85%ประมาณ 1 ชม.ประมาณ 1 ชม.ประมาณ 3 ชม.

จึงเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทยในแง่การพัฒนาความต้านทานฝนได้รวดเร็ว

แต่ค่าตารางเป็นเพียงค่าประมาณ ไม่ควรนำไปใช้เหมือนนาฬิกาจับเวลาที่รับประกันเหมือนกันทุกหน้างาน

Rain Resistant ไม่เท่ากับ Full Cure

เรื่องนี้สำคัญมาก

Rain Resistant คือช่วงที่เมมเบรนเริ่มมีความสามารถต้านทานฝนตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์

ส่วน Full Cure คือช่วงที่กระบวนการบ่มพัฒนาไปถึงระดับเต็มตามที่ระบุ

ตัวอย่างที่ 30°C / RH 85%

Rain Resistant = ประมาณ 1 ชั่วโมง

Full Cure = ประมาณ 3 ชั่วโมง

ดังนั้นหลังผ่าน 1 ชั่วโมงไม่ควรตีความว่าพื้นพร้อมสำหรับ

  • เดินงานหนัก
  • วางอุปกรณ์
  • ลากวัสดุ
  • กระแทกพื้น
  • ทำงานช่างอื่นต่อทันที

เพียงเพราะเริ่มรับฝนได้แล้ว

ฝนตกหนักยังทำให้เมมเบรนที่เพิ่งทาเสียหายได้

แม้ผลิตภัณฑ์จะมี Early Rain Resistance แต่ Sika ระบุคำเตือนว่า Heavy Rain หรือ Rain Shower อาจสร้างความเสียหายทางกายภาพกับ Wet Applied Membrane ได้ โดยเฉพาะในช่วงต้นหลังติดตั้ง

ดังนั้นหากดูเรดาร์ฝนแล้วเห็นกลุ่มฝนหนักกำลังเข้า ไม่ควรคิดว่า

“เหลืออีกหนึ่งชั่วโมง ทันแน่นอน”

ควรเผื่อเวลาเพิ่ม เพราะสภาพจริงอาจมี

  • ฝนมาเร็วกว่าพยากรณ์
  • ลมพัดฝนเข้าพื้นที่ก่อนเวลา
  • พื้นบางส่วนเย็นกว่า
  • ความชื้นต่างกัน
  • การทาวัสดุหนาบางไม่เท่ากัน

ควรแบ่งดาดฟ้าเป็น Zone หากพื้นที่ใหญ่มาก

สำหรับดาดฟ้าหลายร้อยตารางเมตร การพยายามเปิดงานทั้งพื้นที่พร้อมกันในช่วงหน้าฝนอาจเพิ่มความเสี่ยง

วิธีที่ควรพิจารณาคือแบ่งพื้นที่เป็น Zone เช่น

Zone A → Zone B → Zone C

แต่ละ Zone ต้องทำให้ครบ Detail และจัดแนวต่อให้สอดคล้องกับ Method Statement ของระบบ

ข้อดีคือ

  • จบงานเป็นพื้นที่ได้เร็วกว่า
  • ควบคุมเวลา Rain Resistant ได้ง่าย
  • ลดพื้นที่ Wet Membrane พร้อมกัน
  • ถ้าฝนมาเร็วกว่าคาด ยังมีพื้นที่เปิดงานน้อยกว่า
  • ตรวจคุณภาพได้ง่ายกว่า

แต่ต้องวางรอยต่อของแต่ละ Zone ให้ถูก ไม่ควรหยุดงานแบบสุ่มแล้วกลับมาทาต่อโดยไม่มีการเตรียมรอยต่อ

ต้องรอกี่ชั่วโมงก่อนทาชั้นต่อไป?

Sikalastic 632 R แม้แห้งเร็ว แต่ยังมี Minimum Waiting Time สำหรับ Overcoating

ข้อมูล Sika ระบุประมาณ

อุณหภูมิRHเวลารอก่อนเคลือบทับขั้นต่ำ
10°C50%12 ชม.
20°C50%6 ชม.
30°C50%3 ชม.

ดังนั้นอย่าสับสนระหว่าง

Rain Resistant = ประมาณ 1–2 ชั่วโมง

กับ

พร้อมทาชั้นต่อไป = ประมาณ 3–12 ชั่วโมงตามสภาพอากาศ

สองอย่างนี้เป็นคนละค่ากัน

ถ้าหยุดงานไว้นานแล้วค่อยกลับมาทาต่อ ต้องทำอย่างไร?

Sika ระบุว่าหาก Overcoating Time เกิน 2 วัน ผิวต้องได้รับการทำความสะอาดและใช้ Sika Reactivation Primer ก่อนทำงานต่อ

จุดนี้สำคัญกับงานหน้าฝนมาก

เช่น

วันแรกทำชั้นหนึ่งเสร็จ

วันถัดมาฝนตกทั้งวัน

วันที่สามฝนยังตก

วันที่สี่จึงกลับมาทำต่อ

ไม่ควรเดินเข้าไซต์แล้วทา Sikalastic 632 R ชั้นถัดไปทันทีโดยไม่ตรวจช่วง Overcoating และเตรียมผิวตามข้อกำหนด

ดาดฟ้าคอนกรีตต้องลง Primer หรือไม่?

ต้องเลือก Primer ตาม Substrate และระบบที่ใช้งาน

Sikalastic 632 R สามารถใช้ได้กับพื้นผิวหลายประเภท เช่น

  • Cementitious Substrate
  • Bituminous Surface
  • Brick
  • Metal
  • กระเบื้องบางประเภท

แต่ Primer แตกต่างกันในแต่ละพื้นผิว

ดังนั้นคำว่า “งานต้องรีบจบ” ไม่ควรหมายถึงการข้าม Primer เพื่อประหยัดเวลา เพราะถ้าการยึดเกาะระหว่าง Concrete กับ Membrane ไม่ดี อาจเกิด

  • หลุดล่อน
  • พอง
  • Delamination
  • น้ำเดินใต้ระบบ

ภายหลังได้

ถ้าพื้นดาดฟ้าเปียกจากฝนเมื่อคืน ทาได้เลยหรือไม่?

ไม่ควร

แม้ Sikalastic 632 R จะเป็น Moisture-Triggered Polyurethane แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถทาบน Concrete ที่มีน้ำขังได้

ต้องตรวจสภาพ Substrate และ Primer ที่เลือกใช้ตามข้อกำหนด รวมทั้งควบคุม Dew Point

Sika ระบุว่าอุณหภูมิของ Substrate และชั้นกันซึมที่ยังไม่แข็งตัวต้องสูงกว่า Dew Point อย่างน้อยประมาณ 3°C เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจาก Condensation หรือการเกิดปัญหากับชั้น Membrane

ดังนั้นต้องแยกให้ชัดระหว่าง

ความชื้นในอากาศช่วยให้วัสดุ Cure

กับ

พื้นมี Standing Water

สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

ดาดฟ้าเก่าที่กันซึมหลุด ใช้ Sikalastic 632 R ทาทับเลยได้ไหม?

ต้องตรวจของเดิมก่อน

หาก Waterproofing เดิมยังยึดติดกับพื้นแข็งแรงและระบบรองรับ อาจสามารถทำ Refurbishment ตามระบบได้

แต่ถ้าพบ

  • พอง
  • หลุด
  • ร่วน
  • แตกเป็นแผ่น
  • มีน้ำอยู่ใต้ชั้นเดิม

ควรรื้อส่วนที่เสียออกก่อน

Sika มีตัวอย่างโครงการปรับปรุงหลังคาคอนกรีตเดิมด้วยระบบที่ใช้ Sikalastic 632 R ในประเทศไทย รวมถึงโครงการที่ระบบ Polyurethane เดิมเกิดการรั่วและเลือกใช้ Sika LAM พร้อม Reinforcement เพื่อปรับปรุงหลังคาใหม่

จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับงาน Refurbishment แต่การสำรวจระบบเดิมยังเป็นขั้นตอนสำคัญ

รอยร้าวเล็กต้องซ่อมก่อนไหม?

Sikalastic 632 R มีคุณสมบัติ Crack Bridging โดย PDS ระบุผลทดสอบ 2 มม. โดยไม่เกิด Crack บนเมมเบรน ตาม ASTM C836

แต่ตัวเลขนี้เป็นค่าจากการทดสอบ ไม่ได้หมายความว่ารอยแตกทุกชนิดที่เล็กกว่า 2 มม. สามารถทาข้ามได้เลย

ควรแยก

  • Hairline Crack
  • Static Crack
  • Active Crack
  • Structural Crack
  • Construction Joint
  • Expansion Joint

หากรอยยังเคลื่อนตัวหรือเปิดกว้างขึ้น ต้องซ่อมหรือทำ Detail ที่รองรับ Movement ก่อน

พื้นต่อผนังและรอบท่อสำคัญกว่าพื้นกลาง

ดาดฟ้ารั่วบ่อยครั้งไม่ได้รั่วจากพื้นที่กลาง แต่เกิดจาก

  • พื้นต่อผนัง
  • Parapet
  • Floor Drain
  • Pipe Penetration
  • ฐานเครื่องจักร
  • Roof Light
  • รางน้ำ

Sika ระบุว่าสำหรับหลังคาที่มีรายละเอียดหรือรูปทรงซับซ้อนสามารถใช้ Reinforced System ร่วมกับ Sikalastic 632 R ได้

ดังนั้นถ้างานต้องเร่งก่อนฝน อย่าทำเฉพาะพื้นที่กว้างให้เสร็จก่อนแล้วทิ้ง Detail ไว้ เพราะจุดเล็ก ๆ เพียงตำแหน่งเดียวสามารถทำให้น้ำเข้าใต้ระบบได้

ควรเตรียมงานก่อนเปิดถัง Sikalastic 632 R

ถ้าต้องทำงานแข่งกับฝน สิ่งที่ช่วยประหยัดเวลาจริงไม่ใช่การลดขั้นตอน แต่คือ เตรียมทุกอย่างก่อนเริ่มทา Membrane

ก่อนเปิดถังควรให้เรียบร้อยแล้วทั้ง

  • พื้นสะอาด
  • Crack ซ่อมแล้ว
  • Joint เก็บแล้ว
  • Drain พร้อม
  • Penetration พร้อม
  • Primer ลงเรียบร้อย
  • ทีมงานประจำตำแหน่ง
  • Roller / Brush พร้อม
  • พื้นที่ถูกแบ่ง Zone
  • ตรวจ Forecast แล้ว

เมื่อเปิดวัสดุจึงสามารถเดินงานได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องหยุดกลางทางไปแก้ Detail

ขั้นตอนทำงานกันซึมดาดฟ้าช่วงฝนมาไว

  1. ตรวจ Forecast และเรดาร์ฝน
  2. สำรวจดาดฟ้าทั้งหมด
  3. ระบุตำแหน่งน้ำรั่ว
  4. ตรวจ Crack และ Joint
  5. ตรวจ Drain และ Slope
  6. ตรวจพื้นต่อผนัง
  7. รื้อวัสดุเดิมที่หลุด
  8. ซ่อม Concrete
  9. เก็บ Detail ทั้งหมด
  10. ทำความสะอาด Substrate
  11. ตรวจความชื้นและ Dew Point
  12. ลง Primer ตามระบบ
  13. แบ่งพื้นที่ทำงานเป็น Zone
  14. ทา Sikalastic 632 R ตามระบบที่เลือก
  15. บันทึกเวลาที่ Zone สุดท้ายเสร็จ
  16. เผื่อเวลาสำหรับ Rain Resistance
  17. รอ Overcoating Time ก่อนทำชั้นถัดไป
  18. ตรวจมุม Drain และ Penetration อีกครั้ง
  19. ตรวจความต่อเนื่องของ Membrane
  20. ซ่อมจุดผิดปกติก่อนส่งมอบ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานรีบก่อนฝนกลายเป็นงานแก้ซ้ำ

  • เริ่มทาตอนฝนใกล้เข้าพื้นที่เกินไป
  • คิดว่า 1 ชั่วโมงเป็นค่ารับประกันทุกสภาพ
  • ไม่เผื่อเวลาพื้นที่ส่วนสุดท้าย
  • ข้าม Primer
  • ทาทับพื้นเปียก
  • ไม่ซ่อม Crack
  • ไม่เก็บ Joint
  • ไม่ทำ Detail รอบ Drain
  • เปิดพื้นที่ใหญ่มากเกินกำลังทีม
  • ทาชั้นสองเร็วเกินไป
  • ฝนตกใส่ Wet Membrane แล้วไม่ตรวจความเสียหาย
  • เว้นงานเกิน 2 วันแล้วทาต่อทันที
  • ทาทับระบบเดิมที่หลุด
  • ดูเฉพาะความเร็วในการแห้ง แต่ไม่ดูคุณภาพ Substrate

สรุป: Sikalastic 632 R เหมาะกับงานกันซึมที่ฝนมาไว เพราะเริ่มทนฝนได้เร็ว แต่ต้องวางเวลาให้ถูก

ถ้าช่วงหน้าฝนมีเวลาทำงานน้อยและต้องการระบบกันซึมดาดฟ้าที่ แห้งและบ่มตัวเร็ว Sikalastic 632 R เป็น Polyurethane Liquid Applied Membrane แบบส่วนประกอบเดียวที่ Sika ออกแบบสำหรับงาน Roof Waterproofing โดยตรง สามารถใช้ได้กับหลังคาแนวราบ หลังคาลาดเอียง ระเบียง รวมถึงงานปรับปรุงหลังคาเดิม และหลัง Cure จะได้เมมเบรนแบบไร้รอยต่อ

ภายใต้สภาวะประมาณ 30°C / RH 85% ผลิตภัณฑ์มี Rain Resistance ประมาณ 1 ชั่วโมง และ Full Cure ประมาณ 3 ชั่วโมง ขณะที่สภาพ 20°C / RH 55% จะเริ่ม Rain Resistant ประมาณ 2 ชั่วโมงและ Full Cure ประมาณ 6 ชั่วโมง

จุดนี้ทำให้ Sikalastic 632 R น่าสนใจสำหรับงานที่ Weather Window ค่อนข้างสั้น แต่ไม่ควรตีความว่าทาเสร็จแล้วสามารถรับฝนได้ทันที เพราะฝนหนักยังสามารถสร้างความเสียหายกับเมมเบรนที่ยังเปียก และเวลาจริงเปลี่ยนตามอุณหภูมิและความชื้นได้

สิ่งที่ทำให้งานจบเร็วจริงจึงไม่ใช่การตัดขั้นตอน แต่คือ เตรียมพื้น ซ่อม Crack เก็บ Detail ลง Primer และแบ่ง Zone ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มทา จากนั้นจึงใช้คุณสมบัติ Rapid Cure ของ Sikalastic 632 R ช่วยลดช่วงเวลาที่ระบบต้องเสี่ยงต่อฝน

สำหรับงานที่ฝนมาไว แนวคิดที่เหมาะคือ เตรียมให้พร้อมก่อนเปิดงาน → ทาเป็น Zone → นับ Rain Resistance จากพื้นที่ที่ทำเสร็จท้ายสุด → เผื่อเวลามากกว่าค่าขั้นต่ำ → ตรวจ Membrane หลังฝน วิธีนี้ช่วยให้จุดเด่นเรื่องแห้งเร็วของ Sikalastic 632 R ถูกใช้ได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่าการรีบทาวัสดุโดยข้ามขั้นตอนสำคัญของระบบกันซึม

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!