Your Cart (0 items)
product

Mapecoat TNS Cushion Elite (มาเปโค้ท ทีเอ็นเอส คูชชั่น อีลิต)

(+15% Vat Included)

Mapecoat TNS Cushion Elite เป็นระบบพื้นกีฬาอะคริลิกแบบหลายชั้น มีความยืดหยุ่นสูง ผสมเม็ดยาง SBR สำหรับสนามเทนนิส พาเดล พิกเคิลบอล และพื้นที่กีฬาอเนกประสงค์ ทั้งในร่มและกลางแจ้ง ได้รับการรับรองจาก ITF ระดับ 3 และสอดคล้องกับมาตรฐาน EN 14808 / EN 14809 ช่วยเพิ่มความสบายในการเล่น ลดแรงกระแทก และให้สมดุลที่ดีระหว่างการยึดเกาะกับการลื่นไถล ระบบประกอบด้วย Mapecoat TNS White Base Coat HV หรือ Base Coat Binder, Mapecoat TNS Base Coat Ultra Plus, Mapecoat TNS Base Coat Ultra, Mapecoat TNS Grey Base Coat, Mapecoat TNS Base Color, Mapecoat TNS Finish 1.3.4 และ Mapecoat TNS Line Tex โดยสามารถเปิดให้เดินได้หลังประมาณ 12 ชั่วโมงภายใต้สภาพแวดล้อมมาตรฐาน.

    ส่งฟรีในกรุงเทพและปริมณฑล

    Guarantee Safe Checkout payment img

    Mapecoat TNS Cushion Elite

    ระบบพื้นกีฬาอะคริลิกยืดหยุ่นสูง สำหรับสนามเทนนิส พาเดล พิกเคิลบอล และพื้นที่อเนกประสงค์

    Mapecoat TNS Cushion Elite เป็นระบบพื้นกีฬาอะคริลิกแบบหลายชั้นที่มีความยืดหยุ่นสูง พัฒนาขึ้นสำหรับพื้นสนามกีฬาในร่มและกลางแจ้ง โดยใช้ชั้นรองพื้นยืดหยุ่นจากผลิตภัณฑ์กลุ่ม Mapecoat TNS Base Coat Ultra Plus, Mapecoat TNS Base Coat Ultra และ Mapecoat TNS Base Coat Grey เพื่อช่วยเพิ่มความสบายในการเล่น ลดแรงกระแทก และสร้างสมดุลที่ดีระหว่างการยึดเกาะกับการลื่นไถลของพื้นผิว

    ระบบนี้เหมาะสำหรับสนามที่ต้องการพื้นผิวที่ทนต่อการสึกหรอ รังสียูวี และสภาพอากาศภายนอก สามารถติดตั้งได้ทั้งบนพื้นเดิม รวมถึงพื้นบิทูมินัสหรือพื้นซีเมนต์ที่ผ่านการเตรียมพื้นผิวอย่างเหมาะสม ให้พื้นผิวที่รองรับการเด้งของลูกบอลและการเปลี่ยนทิศทางของนักกีฬาได้ดี เหมาะสำหรับงานสนามกีฬาที่ต้องการทั้งความทนทานและความสบายในการใช้งาน

    การใช้งาน Mapecoat TNS Cushion Elite

    Mapecoat TNS Cushion Elite เหมาะสำหรับงานพื้นกีฬาประเภท:

    • สนามเทนนิส
    • สนามพาเดล
    • สนามพิกเคิลบอล
    • พื้นที่กีฬาอเนกประสงค์
    • สนามกีฬาในร่มและกลางแจ้ง
    • งานติดตั้งบนพื้นเดิม หรือพื้นใหม่ประเภทบิทูมินัสและซีเมนต์ที่ผ่านการเตรียมผิวตามระบบ

    การใช้งานข้างต้นอ้างอิงจากหัวข้อ Final Use และ Characteristics ในเอกสารผลิตภัณฑ์

    จุดเด่นของ Mapecoat TNS Cushion Elite

    • ได้รับการรับรองจาก ITF ระดับ 3
    • สอดคล้องกับมาตรฐาน EN 14808 และ EN 14809 ด้านการดูดซับแรงกระแทกและการยุบตัวแนวดิ่ง
    • ให้ความสบายสูงในการเล่นกีฬา
    • มีความยืดหยุ่นสูง
    • ช่วยลดผลกระทบจากแรงกระแทกต่อผู้เล่น
    • ทนทานต่อการสึกหรอ
    • ทนต่อรังสียูวีและสภาพอากาศภายนอก
    • มีสีให้เลือกหลากหลาย
    • เหมาะสำหรับพื้นสนามที่ต้องการสมดุลระหว่างการยึดเกาะ การลื่นไถล และการเคลื่อนไหวที่ปลอดภัย
    • สามารถติดตั้งได้ทั้งบนพื้นเดิม พื้นบิทูมินัส และพื้นซีเมนต์ที่เตรียมผิวอย่างเหมาะสม

    คุณสมบัติเหล่านี้อ้างอิงจากหัวข้อ Benefits and Features และ Characteristics ของเอกสาร

    โครงสร้างระบบโดยสรุป

    ระบบ Mapecoat TNS Cushion Elite ประกอบด้วยชั้นวัสดุหลักดังนี้:

    1. พื้นฐาน: Asphalt หรือพื้นผิวที่ผ่านการเตรียมตามระบบ
    2. ชั้นฟิลเลอร์รองพื้น: Mapecoat TNS White Base Coat HV หรือ Mapecoat TNS Base Coat Binder
    3. ชั้นรองพื้นยืดหยุ่น: Mapecoat TNS Base Coat Ultra Plus
    4. ชั้นรองพื้นยืดหยุ่นละเอียด: Mapecoat TNS Base Coat Ultra
    5. ชั้นรองพื้นยืดหยุ่นสีเทา: Mapecoat TNS Base Coat Grey
    6. ชั้นสีฐาน: Mapecoat TNS Base Color
    7. ชั้นสีเคลือบ: Mapecoat TNS Finish 1.3.4
    8. งานตีเส้น: Mapecoat TNS Line หรือ Mapecoat TNS Line Tex

    ลำดับชั้นวัสดุนี้อ้างอิงจากรายการ Products to Use และภาพโครงสร้างระบบในเอกสาร

    การเตรียมพื้นผิว

    ก่อนติดตั้งระบบ พื้นผิวต้องได้รับการตรวจสอบให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง โดยพื้นต้องแข็งแรงเพียงพอต่อแรงใช้งาน แห้ง เรียบ ไม่มีส่วนหลุดร่อน และมีความลาดเอียงที่เหมาะสมสำหรับการระบายน้ำฝน

    สำหรับพื้นคอนกรีต ต้องบ่มตัวอย่างน้อย 28 วัน ไม่มีความชื้นดันขึ้นจากด้านล่าง และมีความชื้นตกค้างไม่เกิน 3% หากมีความชื้นตกค้างไม่เกิน 3% ให้ใช้ Mapecoat TNS Primer EPW เป็นไพรเมอร์ แต่หากมีความชื้นตกค้างระหว่าง 3–6% ให้ใช้ Triblock P เป็นชั้นกั้นความชื้นก่อนลงระบบ

    สำหรับพื้นบิทูมินัสหรือแอสฟัลต์ ต้องบ่มตัวอย่างน้อย 15–20 วัน พื้นผิวต้องแห้ง เรียบ ไม่มีส่วนหลุดร่อน และมีความลาดเอียงที่เหมาะสมสำหรับการระบายน้ำ หากพื้นแอสฟัลต์เสียหายมาก ควรรื้อและซ่อมด้วยวัสดุที่เหมาะสมก่อนติดตั้งระบบ

    ข้อควรระวัง

    • พื้นผิวต้องแข็งแรง แห้ง เรียบ และไม่มีส่วนหลุดร่อนก่อนติดตั้ง
    • พื้นคอนกรีตต้องไม่มีความชื้นดันขึ้นจากด้านล่าง
    • หากพื้นมีความชื้นตกค้าง 3–6% ควรใช้ Triblock P เป็นชั้นกั้นความชื้น
    • พื้นแอสฟัลต์ควรบ่มตัวอย่างน้อย 15–20 วันก่อนติดตั้งระบบ
    • อุณหภูมิแวดล้อมขณะทำงานควรอยู่ระหว่าง +10°C ถึง +35°C
    • อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งอยู่ระหว่าง +15°C ถึง +25°C
    • อุณหภูมิพื้นผิวต้องสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C
    • ควรปฏิบัติตาม Technical Data Sheet ของผลิตภัณฑ์แต่ละตัวในระบบ
    • หากใช้งานบนพื้นผิวหรือสภาพแวดล้อมที่ต่างจากที่เอกสารระบุ ควรปรึกษาฝ่ายเทคนิคของ MAPEI ก่อนดำเนินงาน

    ดาวน์โหลดเอกสาร