Your Cart (0 items)
product product

Mapecoat TNS Primer EPW (มาเปโค้ท ทีเอ็นเอส ไพรเมอร์ อีพี ดับเบิลยู)

(+15% Vat Included)

Mapecoat TNS Primer EPW เป็นไพรเมอร์อีพ็อกซีสูตรน้ำ 2 ส่วนผสม ปราศจากตัวทำละลาย สำหรับเตรียมพื้นผิวก่อนเคลือบด้วยระบบอะคริลิกหรือโพลียูรีเทน เหมาะสำหรับระบบพื้นกีฬา Mapecoat TNS พื้นแอสฟัลต์ที่เสื่อมสภาพ พื้นซีเมนต์ที่มีความชื้นตกค้างไม่เกิน 3% พื้นซีเมนต์พรุน พื้นเดิมชนิดเรซิน PVC ลิโนเลียม และแผ่นยาง Mapecomfort R ช่วยเพิ่มการยึดเกาะของระบบพื้นกีฬาให้สม่ำเสมอ ใช้งานด้วยลูกกลิ้ง เครื่องพ่น หรือเกรียงยาง อัตราการใช้ประมาณ 0.1–0.2 กก./ตร.ม. และสามารถทาทับได้หลังประมาณ 5–6 ชั่วโมงภายใต้สภาพแวดล้อมมาตรฐาน.

    ส่งฟรีในกรุงเทพและปริมณฑล

    Guarantee Safe Checkout payment img

    Mapecoat TNS Primer EPW

    ไพรเมอร์อีพ็อกซีสูตรน้ำ 2 ส่วนผสม สำหรับระบบพื้นกีฬา Mapecoat TNS

    Mapecoat TNS Primer EPW เป็นไพรเมอร์อีพ็อกซีชนิด 2 ส่วนผสมในรูปแบบกระจายตัวในน้ำ ปราศจากตัวทำละลาย ใช้เป็นชั้นรองพื้นเพื่อช่วยเพิ่มการยึดเกาะของระบบเคลือบพื้นกีฬา โดยเฉพาะงานที่ต้องเคลือบทับด้วยอะคริลิกเรซินหรือโพลียูรีเทนเรซิน

    ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะสำหรับใช้กับพื้นผิวหลากหลายประเภท เช่น พื้นแอสฟัลต์ที่เสื่อมสภาพ พื้นซีเมนต์ที่มีความชื้นตกค้างไม่เกิน 3% พื้นซีเมนต์พรุน พื้นเดิมที่เป็นเรซิน PVC หรือลิโนเลียม รวมถึงแผ่นยางสำเร็จรูปประสิทธิภาพสูง เช่น Mapecomfort R

    ด้วยสูตรน้ำและไม่มีตัวทำละลาย Mapecoat TNS Primer EPW จึงเหมาะสำหรับงานภายในอาคาร และช่วยให้ระบบพื้นกีฬาของ MAPEI ยึดเกาะกับพื้นผิวได้อย่างสม่ำเสมอ ก่อนลงชั้นเคลือบในระบบ Mapecoat TNS หรือผลิตภัณฑ์ PU ตามระบบที่กำหนด

    การใช้งาน Mapecoat TNS Primer EPW

    Mapecoat TNS Primer EPW เหมาะสำหรับงานเตรียมพื้นผิว เช่น

    • ใช้เป็นไพรเมอร์สำหรับผลิตภัณฑ์ในระบบ Mapecoat TNS
    • ใช้เป็นไพรเมอร์ก่อนลง PU Sealer 750, PU 700 SL, PU 800 SL FR, PU 200 Finish และ PU Gym Refresh / Mapecoat TNS Protection
    • ใช้เป็นตัวประสานการยึดเกาะบนพื้นกีฬาแบบยืดหยุ่น
    • ใช้กับพื้นแอสฟัลต์หรือบิทูมินัสที่เสื่อมสภาพ ก่อนเคลือบด้วยเรซินอะคริลิกหรือโพลียูรีเทน
    • ใช้กับพื้นซีเมนต์ที่มีความชื้นตกค้างไม่เกิน 3%
    • ใช้กับพื้นซีเมนต์พรุนหรือพื้นผิวดูดซึม
    • ใช้เตรียมพื้นผิวเดิม เช่น เรซิน PVC และลิโนเลียม ก่อนทำระบบพื้นกีฬาใหม่
    • ใช้เป็นไพรเมอร์สำหรับแผ่นยางสำเร็จรูปประสิทธิภาพสูง เช่น Mapecomfort R

    จุดเด่นของ Mapecoat TNS Primer EPW

    • เป็นไพรเมอร์อีพ็อกซี 2 ส่วนผสม
    • สูตรน้ำและปราศจากตัวทำละลาย
    • ช่วยเพิ่มการยึดเกาะของระบบพื้นกีฬา MAPEI
    • เหมาะสำหรับระบบพื้นอะคริลิกและโพลียูรีเทน
    • ใช้ได้กับพื้นผิวหลายประเภท เช่น ซีเมนต์ แอสฟัลต์ พื้นเดิมระบบเรซิน PVC ลิโนเลียม และแผ่นยาง
    • สามารถใช้กับพื้นซีเมนต์ที่มีความชื้นตกค้างได้สูงสุด 3%
    • ช่วยให้การยึดเกาะของระบบเคลือบมีความสม่ำเสมอ
    • เหมาะสำหรับงานภายในอาคาร เนื่องจากเป็นสูตรน้ำและไม่มีตัวทำละลาย
    • ใช้งานได้ด้วยลูกกลิ้งขนกลางหรือขนยาว เครื่องพ่น หรือเกรียงยาง

    คำแนะนำในการเตรียมพื้นผิว

    ก่อนใช้งาน พื้นผิวต้องเรียบ สะอาด แข็งแรง และปราศจากฝุ่น สิ่งสกปรก คราบน้ำมัน จาระบี สารถอดแบบ แว็กซ์ เศษสีเก่าที่หลุดล่อน หรือสิ่งปนเปื้อนอื่น ๆ ที่อาจลดการยึดเกาะของผลิตภัณฑ์

    หากพื้นคอนกรีตมีคราบน้ำมันหรือจาระบีบนผิวหน้า เอกสารแนะนำให้ทำความสะอาดด้วยน้ำผสมโซดา 10% หรือใช้น้ำยาทำความสะอาด แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดให้เพียงพอ หากคราบซึมลึกลงในพื้นผิว ต้องกำจัดคอนกรีตส่วนที่ปนเปื้อนออกด้วยวิธีเชิงกล เช่น การขูดหรือสกัดผิว

    รอยแตกร้าวในพื้นคอนกรีตควรซ่อมด้วยอีพ็อกซีเรซิน เช่น Eporip, Eporip Turbo หรือ Epojet ส่วนบริเวณคอนกรีตที่เสียหายสามารถซ่อมด้วยมอร์ตาร์ในกลุ่ม Mapegrout หรือ Planitop ก่อนลงไพรเมอร์

    สำหรับพื้นแอสฟัลต์หรือบิทูมินัส รอยแตกร้าวควรซ่อมด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม Ultrabond Turf และหากเป็นพื้นแอสฟัลต์ที่เสียหายมากหรือสึกหรอรุนแรง ควรรื้อส่วนที่เสียหายออกและซ่อมด้วย Mapeasphalt Repair 0/8 ก่อนเริ่มงานระบบพื้น

    วิธีใช้งานโดยสรุป

    Mapecoat TNS Primer EPW เป็นผลิตภัณฑ์ 2 ส่วนผสม ต้องผสมส่วนประกอบ A และ B เข้าด้วยกันก่อนใช้งาน โดยเอกสารระบุอัตราส่วนผสม A : B = 1 : 4 หลังผสมส่วนประกอบทั้งสองแล้ว ให้เจือจางด้วยน้ำในอัตราส่วน 1 : 0.5 แล้วผสมต่ออย่างน้อย 3 นาทีจนเนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อเดียวกัน

    การใช้งานสามารถทาได้ 1 เที่ยวหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับชนิดและสภาพพื้นผิว โดยใช้ลูกกลิ้งขนกลางหรือขนยาว เครื่องพ่น หรือเกรียงยาง หลังทาไพรเมอร์แล้ว ต้องรอให้แห้งสนิทก่อนลงชั้นเคลือบถัดไป โดยระยะเวลารอทาทับโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5–6 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ +23°C และความชื้นสัมพัทธ์ 50%

    ข้อควรระวัง

    • ห้ามเจือจางด้วยตัวทำละลาย
    • ไม่ควรใช้บนพื้นผิวที่ผุกร่อนหรือไม่แข็งแรง
    • ไม่ควรใช้เมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า +8°C หรือสูงกว่า +35°C
    • ไม่ควรใช้บนพื้นซีเมนต์ที่มีความชื้นดันขึ้นจากด้านล่าง หรือมีความชื้นตกค้างเกิน 3%
    • ห้ามแบ่งผสมส่วนประกอบบางส่วน เพราะอาจทำให้อัตราส่วนคลาดเคลื่อนและผลิตภัณฑ์แข็งตัวไม่สมบูรณ์
    • ไม่ควรใช้บนพื้นผิวที่ปนเปื้อนคราบน้ำมัน จาระบี หรือสิ่งสกปรก
    • หลังทาไพรเมอร์ ต้องป้องกันไม่ให้โดนน้ำอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
    • ควรเคลือบทับภายใน 24 ชั่วโมง หากเกินเวลานี้ต้องทาไพรเมอร์ใหม่
    • อุณหภูมิพื้นผิวควรสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C

    อัตราการใช้งานโดยประมาณ

    อัตราการใช้ขึ้นอยู่กับความดูดซึม ความหยาบของพื้นผิว และวิธีการใช้งาน โดยเอกสารระบุอัตราการใช้โดยประมาณที่ 0.1–0.2 กก./ตร.ม. สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เจือจางแล้ว บนพื้นผิวที่มีความสม่ำเสมอ

    ข้อมูลผลิตภัณฑ์โดยสรุป

    • ประเภทสินค้า: ไพรเมอร์อีพ็อกซีสูตรน้ำ 2 ส่วนผสม
    • ลักษณะส่วนประกอบ A: ของเหลวใส ความหนาแน่นประมาณ 1.10 g/cm³
    • ลักษณะส่วนประกอบ B: ของเหลวสีเบจ ความหนาแน่นประมาณ 1.30 g/cm³
    • อัตราส่วนผสม: ส่วนประกอบ A : B = 1 : 4
    • สีหลังผสม: เบจ
    • ลักษณะหลังผสม: ของเหลวไหลตัว
    • ปริมาณของแข็ง: ประมาณ 70%
    • ระยะเวลาทำงาน: ประมาณ 40–50 นาที
    • ระยะเวลารอก่อนทาทับ: ประมาณ 5–6 ชั่วโมง
    • อุณหภูมิใช้งาน: +8°C ถึง +35°C
    • บรรจุภัณฑ์: ชุด 10 กก. แบ่งเป็นส่วน A 2 กก. และส่วน B 8 กก.
    • การจัดเก็บ: เก็บได้ 12 เดือน ในบรรจุภัณฑ์เดิม ในพื้นที่แห้ง และอุณหภูมิไม่น้อยกว่า +5°C

     

    ดาวน์โหลดเอกสาร