Your Cart (0 items)
product product product

Triflex CPS-F (ไตรเฟล็กซ์ ซีพีเอสเอฟ)

(+15% Vat Included)

Triflex CPS-F เป็นระบบเคลือบพื้นกันน้ำจากเรซินโพลียูรีเทนและอีพ็อกซีสำหรับพื้นชั้นกลางและอาคารจอดรถใต้ดิน จุดเด่นคือทนต่อแรงทางกล ช่วยลดการลื่น ทำความสะอาดง่าย และเชื่อมรอยแตกร้าวระดับ Class A3 มากกว่า 0.5 มิลลิเมตร

ระบบประกอบด้วยชั้นรองพื้น Triflex Pox Primer 116+ ชั้นเคลือบ Triflex Than RG 560 และชั้นผิวสำเร็จ Triflex Pox Finish 170 พร้อมระบบเสริมใยสำหรับรอยต่อและรายละเอียดต่าง ๆ เหมาะสำหรับงานก่อสร้างใหม่และงานปรับปรุงพื้นที่จอดรถภายในที่ต้องการความทนทาน ความปลอดภัย และการแบ่งพื้นที่ด้วยสีอย่างชัดเจน.

    ส่งฟรีในกรุงเทพและปริมณฑล

    Guarantee Safe Checkout payment img

    Triflex CPS-F ระบบเคลือบพื้นชั้นในอาคารจอดรถและลานจอดรถใต้ดิน

    Triflex CPS-F คือระบบเคลือบพื้นกันน้ำสำหรับพื้นที่ภายในอาคารจอดรถ ผลิตจากเรซินโพลียูรีเทน หรือ PUR ร่วมกับเรซินอีพ็อกซี หรือ EP ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับพื้นชั้นกลาง ลานจอดรถใต้ดิน และพื้นที่ภายในที่รองรับทั้งการเดินเท้าและการสัญจรของรถยนต์ ระบบช่วยปกป้องพื้นคอนกรีต เพิ่มความฝืดของผิว และช่วยให้พื้นทำความสะอาดได้ง่าย เหมาะสำหรับเจ้าของอาคารที่ต้องการระบบปกป้องพื้นซึ่งคุ้มค่าและรองรับการใช้งานประจำวันได้ดี

    จุดเด่นของ Triflex CPS-F

    • เป็นระบบเคลือบกันน้ำจากเรซิน PUR และ EP
    • ออกแบบสำหรับพื้นชั้นในและลานจอดรถใต้ดิน
    • รองรับการสัญจรของรถยนต์และคนเดินเท้า
    • ทนต่อแรงทางกลที่เกิดจากการใช้งานในอาคารจอดรถ
    • ช่วยเชื่อมรอยแตกร้าวของโครงสร้างระดับ Class A3 มากกว่า 0.5 มิลลิเมตร ตาม DIN EN 1062-7
    • มีระดับความต้านทานการลื่น R11 ตาม DIN 51130
    • ทำความสะอาดด้วยวิธีทั่วไปได้ง่าย
    • เป็นระบบปราศจากตัวทำละลาย
    • ติดตั้งด้วยวิธีทาเย็น ไม่ต้องใช้ความร้อน
    • ทนต่อสารเคมีที่พบได้ในการใช้งานทั่วไปของอาคารจอดรถ
    • เลือกสีผิวสำเร็จได้ ช่วยแบ่งช่องจอดและเส้นทางสัญจร
    • รายละเอียด รอยต่อ และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ สามารถเสริมแผ่นใยเพื่อเพิ่มความต่อเนื่องของการกันน้ำได้

    Triflex CPS-F เหมาะสำหรับพื้นที่ใด

    Triflex CPS-F เหมาะสำหรับบริเวณภายในอาคารที่ต้องการระบบเคลือบปกป้องพื้นคอนกรีตและเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร เช่น

    • พื้นชั้นกลางของอาคารจอดรถ
    • อาคารจอดรถใต้ดิน
    • ช่องจอดรถยนต์
    • ช่องทางวิ่งรถภายในอาคาร
    • พื้นที่สัญจรของผู้ใช้งาน
    • พื้นบริเวณเสาและผนัง
    • พื้นที่ที่ต้องการใช้สีแยกโซน
    • งานซ่อมแซมหรือปรับปรุงพื้นอาคารจอดรถเดิม

    ระบบได้รับการพัฒนาสำหรับงานภายในโดยเฉพาะ การนำไปใช้บนพื้นที่เปิดโล่งหรือพื้นดาดฟ้าที่สัมผัสแสงแดด ฝน และสภาพอากาศโดยตรง ควรเลือกใช้ระบบที่ได้รับการออกแบบสำหรับพื้นที่ภายนอกตามคำแนะนำของผู้ผลิต

    คุณสมบัติการเชื่อมรอยแตกร้าว

    โครงสร้างระบบมีความยืดหยุ่นและสามารถเชื่อมรอยแตกร้าวของโครงสร้างระดับ Class A3 ตามมาตรฐาน DIN EN 1062-7 โดยรองรับรอยแตกร้าวที่มีขนาดมากกว่า 0.5 มิลลิเมตร คุณสมบัตินี้ช่วยลดโอกาสที่รอยแตกร้าวขนาดเล็กจากพื้นคอนกรีตจะส่งผ่านขึ้นมาทำลายชั้นเคลือบผิวด้านบน

    อย่างไรก็ตาม ลักษณะรอยแตกร้าว ความกว้างของรอย การเคลื่อนไหวของโครงสร้าง และสภาพพื้นเดิมต้องได้รับการตรวจสอบก่อนติดตั้ง รอยต่อขยายตัวหรือรอยต่อที่มีการเคลื่อนไหวมากต้องจัดทำรายละเอียดเฉพาะ ไม่ควรเคลือบทับด้วยระบบพื้นทั่วไปโดยไม่มีการออกแบบรอยต่ออย่างเหมาะสม

    พื้นผิวช่วยลดการลื่นและทำความสะอาดง่าย

    Triflex CPS-F สามารถทำผิวที่มีระดับความต้านทานการลื่น R11 ตาม DIN 51130 โดยใช้การโรยทรายควอตซ์บนชั้นเคลือบขณะที่วัสดุยังสด จากนั้นจึงเคลือบผิวสำเร็จทับอีกครั้ง วิธีนี้ช่วยสร้างพื้นผิวที่มีความฝืด เหมาะกับบริเวณที่มีรถยนต์และคนเดินเท้าสัญจร

    แม้พื้นผิวจะได้รับการออกแบบให้ช่วยลดการลื่น แต่ยังสามารถทำความสะอาดด้วยวิธีทั่วไปได้ง่าย จึงเหมาะกับอาคารจอดรถที่ต้องดูแลคราบฝุ่น คราบยางรถยนต์ และสิ่งสกปรกอย่างสม่ำเสมอ

    โครงสร้างระบบ Triflex CPS-F

    1. ชั้นรองพื้น

    ชั้นรองพื้นหลักใช้ Triflex Pox Primer 116+ เพื่อช่วยปิดผิวพื้น เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะ และใช้ปรับความขรุขระของพื้นได้ตามความเหมาะสม ปริมาณการใช้โดยประมาณอยู่ที่ 0.30–0.40 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับความขรุขระและการดูดซึมของพื้นผิว

    หลังทาไพรเมอร์จะโรยทรายควอตซ์ในขณะที่วัสดุยังสด เพื่อเตรียมพื้นผิวสำหรับรับชั้นเคลือบต่อไป ระบบยังมีไพรเมอร์สำหรับพื้นผิวเฉพาะ เช่น Triflex Metal Primer สำหรับโลหะหรือพื้นผิวที่มีสนิม และ Triflex Glass Primer สำหรับพื้นผิวกระจกที่ไม่ได้ผ่านการขัด

    2. ระบบกันน้ำบริเวณรอยต่อและรายละเอียด

    บริเวณขอบพื้น รอยต่อ ผนัง เสา ท่อระบายน้ำ รางระบายน้ำ และจุดเชื่อมต่อที่มีรูปทรงซับซ้อน ใช้ Triflex Than R 557 thix ร่วมกับ Triflex Special Fleece เพื่อสร้างชั้นกันน้ำเสริมใยที่ต่อเนื่องกับพื้นหลัก

    วัสดุสำหรับรายละเอียดมีความข้นเหมาะกับการติดตั้งบนพื้นผิวแนวตั้งและบริเวณมุม ส่วนแผ่นใยทำหน้าที่เสริมความแข็งแรงและช่วยควบคุมความหนาของชั้นวัสดุ การจัดทำรายละเอียดอย่างถูกต้องมีความสำคัญ เนื่องจากรอยต่อและจุดเชื่อมต่อเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการแตกร้าวและน้ำซึมมากกว่าพื้นที่ราบทั่วไป

    3. ชั้นเคลือบหลัก

    Triflex Than RG 560 ใช้เป็นชั้นเคลือบหลักและชั้นรับการสึกหรอของระบบ มีหน้าที่ปกป้องพื้นจากแรงทางกลและช่วยรองรับรอยแตกร้าว หลังติดตั้งวัสดุจะโรยทรายควอตซ์ในปริมาณมากขณะที่ชั้นเคลือบยังสด เพื่อสร้างผิวสัมผัสและเพิ่มความฝืด

    4. ชั้นผิวสำเร็จ

    Triflex Pox Finish 170 ใช้เป็นชั้นเคลือบผิวสำเร็จ ทำหน้าที่ปิดผิวชั้นทราย เพิ่มความทนทาน และสร้างสีของพื้นตามที่โครงการกำหนด

    ระบบสามารถเลือกสีเพื่อแบ่งช่องจอด เส้นทางเดิน ช่องทางรถยนต์ หรือแต่ละชั้นของอาคารจอดรถ การใช้สีที่แตกต่างกันช่วยให้ผู้ใช้งานจดจำตำแหน่งและมองเห็นเส้นทางได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งสนับสนุนการจัดการจราจรและความปลอดภัยภายในอาคาร

    ขั้นตอนการติดตั้งโดยสรุป

    1. ตรวจสอบและเตรียมพื้นผิวให้แข็งแรง สะอาด และปราศจากสิ่งปนเปื้อน
    2. ทา Triflex Pox Primer 116+ บริเวณพื้นและจุดเชื่อมต่อ
    3. โรยทรายควอตซ์บนไพรเมอร์ในขณะที่วัสดุยังสด
    4. ทำระบบกันน้ำบริเวณรอยต่อ มุม และรายละเอียดด้วยวัสดุเสริมใย
    5. ติดตั้งชั้นเคลือบ Triflex Than RG 560
    6. โรยทรายควอตซ์บนชั้นเคลือบในขณะที่ยังสด
    7. เคลือบผิวสำเร็จด้วย Triflex Pox Finish 170

    มาตรฐานและการรับรอง

    Triflex CPS-F ผ่านข้อกำหนดระบบปกป้องพื้นผิว Class OS 8 ตามแนวทางของ German Committee on Reinforced Concrete หรือ DAfStb สำหรับการปกป้องและซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต รวมถึงข้อกำหนดด้านงานบำรุงรักษาที่เกี่ยวข้อง

    ระบบได้รับการจัดประเภทปฏิกิริยาต่อไฟระดับ Bfl-s1 ตามมาตรฐาน DIN EN 13501-1 ซึ่งเป็นการจำแนกคุณสมบัติด้านไฟและการเกิดควันของวัสดุปูพื้น

    การเตรียมพื้นผิวก่อนติดตั้ง

    พื้นผิวต้องมีความแข็งแรง รับน้ำหนักได้ และไม่มีฝุ่น น้ำมัน จาระบี คราบยาง สีหรือสารเคลือบเดิมที่หลุดล่อน รวมถึงวัสดุอื่นที่อาจขัดขวางการยึดเกาะ ควรตรวจสอบความชื้น ความแข็งแรงของคอนกรีต ความขรุขระ รอยแตกร้าว และสภาพรอยต่อก่อนเลือกวิธีเตรียมพื้น

    พื้นเดิมที่ไม่เรียบสามารถใช้วัสดุปรับระดับหรือปูนอีพ็อกซีภายในระบบได้ โดยเอกสารทางเทคนิคระบุว่า Triflex Pox Mortar สามารถใช้สำหรับปรับหรือซ่อมผิว มีปริมาณการใช้ขั้นต่ำประมาณ 2.20 กิโลกรัมต่อตารางเมตรต่อความหนา 1 มิลลิเมตรบนพื้นผิวเรียบ

    ข้อควรคำนึงในการใช้งาน

    Triflex CPS-F เป็นระบบที่ออกแบบสำหรับพื้นที่ภายในอาคาร การเลือกระดับความฝืด สีผิว ความหนาของระบบ และรายละเอียดรอยต่อต้องพิจารณาตามปริมาณการสัญจร สภาพพื้นเดิม และลักษณะการใช้งานจริง

    รอยต่อขยายตัวทั้งหมดจัดเป็นจุดที่ต้องตรวจสอบและบำรุงรักษา หากโครงสร้างเกิดการเคลื่อนไหวมาก วัสดุปิดรอยต่ออาจต้องได้รับการตรวจสอบหรือเปลี่ยนใหม่ เพื่อรักษาประสิทธิภาพของระบบในระยะยาว

    ดาวน์โหลดเอกสาร