Triflex Crack Dressing ระบบกันซึมเฉพาะจุดสำหรับซ่อมรอยแตกร้าวบนพื้นอาคารจอดรถ
Triflex Crack Dressing คือระบบกันซึมเฉพาะจุดแบบเสริมแผ่นใย สำหรับซ่อมแซมพื้นอาคารจอดรถบริเวณรอยแตกร้าวที่มีการเคลื่อนไหว พื้นที่เสี่ยงต่อการแตกร้าว และรอยต่อจากการก่อสร้าง ระบบใช้เรซิน PMMA ที่แข็งตัวรวดเร็วและได้รับการออกแบบให้รองรับการสัญจรของรถยนต์ในอาคารจอดรถโดยเฉพาะ
ระบบนี้สามารถใช้เป็นแนวทางซ่อมแซมระยะยาวเพื่อป้องกันน้ำและความชื้นเข้าสู่โครงสร้าง หรือใช้เป็นการซ่อมแซมชั่วคราวที่ติดตั้งได้รวดเร็วในกรณีที่ยังไม่สามารถปรับปรุงพื้นทั้งหมดได้ จึงเหมาะกับโครงการที่ต้องการแก้ปัญหาเฉพาะบริเวณและควบคุมงบประมาณ โดยไม่จำเป็นต้องรื้อหรือเคลือบพื้นใหม่ทั้งพื้นที่
ปัญหาที่ Triflex Crack Dressing ช่วยแก้ไข
พื้นอาคารจอดรถต้องรับทั้งแรงทางกลจากการสัญจร การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และการเคลื่อนไหวของโครงสร้าง เมื่อชั้นปกป้องพื้นเดิมไม่สามารถรองรับการเคลื่อนไหวเหล่านี้ได้ อาจเกิดรอยแตกร้าวและเปิดทางให้น้ำ ความชื้น หรือเกลือละลายน้ำแข็งซึมเข้าสู่คอนกรีต ซึ่งอาจทำให้เหล็กเสริมเกิดการกัดกร่อนและส่งผลต่ออายุการใช้งานของโครงสร้างในระยะยาว
Triflex Crack Dressing ช่วยปิดผนึกรอยแตกร้าวเฉพาะตำแหน่ง โดยสร้างชั้นกันซึมที่ยืดหยุ่นและเชื่อมต่อกับพื้นเดิม ช่วยลดการแทรกซึมของน้ำและสารที่อาจเป็นอันตรายต่อโครงสร้าง พร้อมมีชั้นผิวรับการสึกหรอสำหรับรองรับการสัญจรของรถยนต์
จุดเด่นของ Triflex Crack Dressing
- เป็นระบบกันซึมเสริมแผ่นใยเต็มพื้นที่บริเวณที่ซ่อม
- รองรับการเคลื่อนไหวของรอยแตกร้าวแบบไดนามิก
- ได้ระดับการเชื่อมรอยแตกร้าว Class B 4.2 ที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส ตามข้อกำหนด OS 10
- ทนต่อแรงทางกลจากการสัญจรของรถยนต์
- ทนต่อสภาพอากาศและเกลือละลายน้ำแข็ง
- ชั้นวัสดุแต่ละชั้นยึดเกาะกันทางเคมี ช่วยลดความเสี่ยงจากการแยกชั้น
- ใช้ได้กับพื้นผิวหลายประเภทเมื่อเตรียมพื้นและเลือกไพรเมอร์อย่างเหมาะสม
- มีระยะเวลาแข็งตัวรวดเร็วกว่าระบบที่ใช้เรซิน PUR
- สามารถเปิดพื้นที่ให้รถกลับมาใช้งานได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงตามสภาพหน้างาน
- มีผิวช่วยลดการลื่นและเลือกสีให้ใกล้เคียงกับพื้นเดิมได้
เหมาะสำหรับพื้นที่ใด
Triflex Crack Dressing เหมาะสำหรับการซ่อมแซมเฉพาะจุดในอาคารจอดรถ เช่น
- รอยแตกร้าวที่มีการเคลื่อนไหว
- บริเวณที่มีแนวโน้มเกิดรอยแตกร้าว
- รอยต่อจากขั้นตอนการก่อสร้าง
- รอยแตกร้าวบนพื้นดาดฟ้าอาคารจอดรถ
- พื้นชั้นกลางและพื้นภายในอาคารจอดรถ
- ทางเข้าและทางออกที่ไม่สามารถปิดใช้งานเป็นเวลานาน
- ช่องทางวิ่งรถและพื้นที่ที่รับแรงทางกลสูง
- พื้นเดิมที่ต้องการซ่อมเฉพาะบริเวณแทนการปรับปรุงทั้งพื้นที่
- งานซ่อมชั่วคราวเพื่อป้องกันความชื้นก่อนดำเนินการปรับปรุงครั้งใหญ่
รูปแบบการติดตั้ง
ระบบสามารถติดตั้งเป็นชั้นซ่อมบนพื้นผิวเดิม หรือทำเป็นระบบระดับเสมอพื้นโดยตัดขอบบริเวณแนวซ่อมและปรับระดับให้เชื่อมต่อกับพื้นโดยรอบ การเลือกรูปแบบขึ้นอยู่กับสภาพพื้น ความสูงที่ยอมรับได้ ระดับการสัญจร และระยะเวลาที่ต้องการใช้งานระบบ
ทั้งสองรูปแบบสามารถติดตั้งร่วมกับชั้นผิวที่ทนต่อการขัดถู เพื่อปกป้องชั้นกันซึมด้านล่างจากแรงเสียดสีและแรงเฉือนที่เกิดจากล้อรถยนต์
โครงสร้างระบบโดยทั่วไป
ชั้นรองพื้น
ชนิดของไพรเมอร์ต้องเลือกตามวัสดุพื้นเดิม ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบ ได้แก่
- Triflex Cryl Primer 222 สำหรับพื้นแอสฟัลต์ ใช้ขั้นต่ำประมาณ 0.40 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
- Triflex Cryl Primer 287 สำหรับพื้นผิวดูดซึม เช่น คอนกรีต ปูนปรับระดับ หรือไม้ ใช้ขั้นต่ำประมาณ 0.35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
- Triflex Metal Primer สำหรับโลหะและบริเวณที่มีสนิม ใช้ประมาณ 0.15 ลิตรต่อตารางเมตร
- Triflex Pox Primer 116+ สำหรับรองพื้น อุดผิว และปรับระดับความขรุขระ ใช้ประมาณ 0.30–0.40 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
ปริมาณดังกล่าวอ้างอิงจากพื้นผิวเรียบและสม่ำเสมอ การใช้จริงอาจเพิ่มขึ้นตามความหยาบ การดูดซึม และสภาพความเสียหายของพื้นเดิม
ชั้นกันซึมเสริมใย
ชั้นกันซึมใช้ Triflex ProPark ร่วมกับ Triflex Special Fleece โดยแผ่นใยทำหน้าที่เสริมความแข็งแรง ควบคุมความหนา และช่วยให้ระบบรองรับการเคลื่อนไหวของรอยแตกร้าวได้อย่างต่อเนื่อง
Triflex ProPark ใช้ขั้นต่ำประมาณ 3 กิโลกรัมต่อตารางเมตรบนพื้นผิวเรียบ ระบบจะยึดติดกับพื้นผิวเต็มพื้นที่ ช่วยลดโอกาสที่น้ำจะไหลแทรกกระจายอยู่ใต้ชั้นกันซึม
ชั้นรับการสึกหรอ
ชั้นผิวรับการสึกหรอสามารถใช้ Triflex Cryl M 264 ซึ่งเป็นวัสดุเคลือบช่วยลดการลื่นสำหรับพื้นที่ที่ต้องรับแรงทางกลสูง เช่น ทางลาด ทางเข้า และทางออกของอาคารจอดรถ ใช้ขั้นต่ำประมาณ 4 กิโลกรัมต่อตารางเมตรบนพื้นผิวเรียบ
ผู้ผลิตระบุว่า Triflex Cryl M 264 ผ่านข้อกำหนด Traffic Class P7 ตาม DIN EN 13197 ของสถาบันวิจัยทางหลวงแห่งสหพันธ์เยอรมนี จึงเหมาะสำหรับบริเวณที่รับการสัญจรและการสึกหรอสูง
วัสดุซ่อมและปรับระดับเพิ่มเติม
กรณีพื้นเดิมมีหลุม ความต่างระดับ หรือความเสียหาย สามารถใช้วัสดุเพิ่มเติมตามสภาพหน้างาน เช่น
- Triflex Cryl RS 240 สำหรับซ่อมและปรับพื้นภายนอกที่ความหนาประมาณ 5–50 มิลลิเมตร
- Triflex Cryl RS 242 สำหรับซ่อมและปรับระดับพื้นแอสฟัลต์ที่ความหนาประมาณ 5–50 มิลลิเมตร
- Triflex Cryl Paste สำหรับเก็บรอยไม่เรียบ รอยซ้อนของแผ่นใย และร่องบนพื้น
- Triflex DeckFloor สำหรับทำชั้นปรับผิวหรือชั้นเคลือบรับงานหนักในบางรูปแบบของระบบ
ขั้นตอนการติดตั้งโดยสรุป
- ตรวจสอบรอยแตกร้าวและประเมินการเคลื่อนไหวของพื้น
- กำจัดวัสดุเดิมที่หลุดล่อน น้ำมัน ฝุ่น และสิ่งปนเปื้อน
- ขัดหรือเตรียมพื้นให้มีความแข็งแรงและเหมาะกับการยึดเกาะ
- ซ่อมหลุมและปรับระดับพื้นตามความจำเป็น
- ทาไพรเมอร์ให้เหมาะกับพื้นคอนกรีต แอสฟัลต์ หรือโลหะ
- ติดตั้ง Triflex ProPark พร้อมฝัง Triflex Special Fleece
- ปิดทับแผ่นใยให้ชุ่มและไม่มีช่องว่างหรือฟองอากาศ
- ติดตั้งชั้นรับการสึกหรอและสร้างผิวช่วยลดการลื่น
- เชื่อมขอบแนวซ่อมเข้ากับพื้นเดิมให้เรียบร้อย
- รอให้ระบบแข็งตัวตามเวลาที่ผู้ผลิตกำหนดก่อนเปิดใช้งาน
ติดตั้งรวดเร็วและช่วยลดเวลาปิดพื้นที่
เนื่องจากระบบใช้เรซิน PMMA จึงแข็งตัวรวดเร็วกว่าระบบที่ใช้เรซิน PUR ผู้ผลิตระบุว่างานซ่อมบริเวณที่มีความสำคัญต่อการสัญจร เช่น ทางเข้าและทางออก สามารถดำเนินการและเปิดใช้งานอีกครั้งได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงภายใต้สภาพหน้างานที่เหมาะสม
จุดเด่นนี้ช่วยให้อาคารจอดรถสามารถซ่อมแซมแบบแบ่งพื้นที่เป็นช่วง ๆ ลดผลกระทบต่อผู้ใช้งาน และลดระยะเวลาที่ช่องทางวิ่งหรือช่องจอดต้องหยุดให้บริการ
มาตรฐานและการรับรอง
Triflex Crack Dressing ได้รับใบรับรองการทดสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลอาคารของเยอรมนี หรือ abP และได้รับการจัดประเภทระบบปกป้องพื้นผิว OS 10 ตามแนวทางการซ่อมแซม RiLi-SIB
ระบบยังได้รับการจัดประเภทปฏิกิริยาต่อไฟระดับ Bfl-s1 ตามมาตรฐาน DIN EN 13501-1 ซึ่งเป็นการจำแนกด้านการตอบสนองต่อไฟและการเกิดควันของวัสดุปูพื้น
ข้อควรคำนึงก่อนติดตั้ง
ก่อนเลือกระบบควรตรวจสอบสาเหตุของรอยแตกร้าว ลักษณะการเคลื่อนไหว ความแข็งแรงของคอนกรีต ความชื้น และสภาพชั้นเคลือบเดิม หากรอยแตกร้าวเกิดจากความเสียหายเชิงโครงสร้าง ต้องแก้ไขสาเหตุหลักหรือปรึกษาวิศวกรก่อนทำชั้นกันซึม
พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด แห้ง และไม่มีฝุ่น น้ำมัน จาระบี คราบยาง หรือชั้นเคลือบเดิมที่หลุดล่อน ชนิดไพรเมอร์ ความกว้างของแนวซ่อม ความหนาของระบบ และรายละเอียดขอบแนวซ่อมต้องกำหนดตามสภาพพื้นที่จริงและเอกสารระบบฉบับล่าสุดของผู้ผลิต
ดาวน์โหลดเอกสาร












