Triflex DeckFloor ระบบเคลือบพื้นอาคารจอดรถสำหรับพื้นที่รับแรงทางกลสูง
Triflex DeckFloor คือระบบเคลือบพื้นชนิดหนาที่มีคุณสมบัติกันน้ำและรองรับรอยแตกร้าวแบบคงที่ พัฒนาสำหรับพื้นอาคารจอดรถที่มีการใช้งานหนัก โดยเฉพาะพื้นชั้นกลางที่มีการระบายอากาศตามธรรมชาติ รวมถึงสามารถนำไปใช้เป็นระบบเคลือบพื้นดาดฟ้าอาคารจอดรถได้ ระบบใช้เรซิน PMMA ซึ่งแข็งตัวรวดเร็ว ช่วยลดระยะเวลาปิดพื้นที่และผลกระทบต่อการสัญจรภายในอาคาร
จุดเด่นของ Triflex DeckFloor
- เป็นระบบเคลือบพื้นชนิดหนาที่ช่วยรองรับรอยแตกร้าวแบบคงที่
- ทนต่อแรงทางกลและการสัญจรของรถยนต์ในระดับสูง
- ชั้นรับการสึกหรอมีความแข็งแรง ช่วยยืดระยะเวลาระหว่างการปรับปรุงพื้นแต่ละครั้ง
- ระบบมีความสูงของชั้นวัสดุเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
- น้ำหนักรวมของระบบต่ำกว่า 10 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
- สามารถใช้กับพื้นผิวได้หลายประเภท รวมถึงพื้นแอสฟัลต์ที่มีความแข็งแรงเหมาะสม
- พื้นผิวช่วยลดการลื่นและยังคงคุณสมบัติได้แม้ผ่านการใช้งานเป็นเวลานาน
- เรซินแข็งตัวรวดเร็วกว่าระบบอีพ็อกซีหรือโพลียูรีเทน
- สามารถแบ่งพื้นที่ติดตั้งเป็นช่วง ๆ เพื่อลดระยะเวลาปิดอาคารจอดรถ
- บริเวณรายละเอียดและรอยต่อสามารถเสริมแผ่นใย เพื่อสร้างชั้นป้องกันน้ำที่ต่อเนื่องและไร้รอยต่อ
Triflex DeckFloor เหมาะสำหรับพื้นที่ใด
Triflex DeckFloor เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องรับแรงจากรถยนต์และมีการใช้งานต่อเนื่อง เช่น
- พื้นชั้นกลางของอาคารจอดรถ
- อาคารจอดรถที่มีการระบายอากาศตามธรรมชาติ
- พื้นดาดฟ้าอาคารจอดรถ
- พื้นที่จอดรถที่มีการใช้งานหนาแน่น
- ช่องทางวิ่งรถภายในอาคาร
- ทางเข้าและทางออก
- พื้นคอนกรีตหรือแอสฟัลต์เดิมที่ต้องการปรับปรุง
- พื้นที่ที่ต้องการลดระยะเวลาปิดซ่อมบำรุง
ระบบได้รับการออกแบบให้รองรับแรงทางกลสูง แต่เป็นการรองรับรอยแตกร้าวแบบคงที่ แตกต่างจากระบบที่ออกแบบสำหรับรอยแตกร้าวซึ่งมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง จึงต้องประเมินลักษณะรอยร้าวและการเคลื่อนตัวของโครงสร้างก่อนเลือกระบบ
โครงสร้างระบบโดยทั่วไป
โครงสร้างของ Triflex DeckFloor มีหลายรูปแบบตามวัสดุพื้นเดิม ระดับการใช้งาน และข้อกำหนดของพื้นที่ โดยตัวอย่างระบบ Variation 1 ประกอบด้วยชั้นสำคัญดังต่อไปนี้
1. ชั้นรองพื้น
ต้องเลือกไพรเมอร์ให้เหมาะกับประเภทของพื้นผิว เช่น
- Triflex Cryl Primer 222 สำหรับพื้นแอสฟัลต์ ปริมาณขั้นต่ำประมาณ 0.40 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
- Triflex Cryl Primer 287 สำหรับพื้นผิวดูดซึม เช่น คอนกรีต ปูนปรับระดับ หรือไม้ ปริมาณขั้นต่ำประมาณ 0.35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
- Triflex Metal Primer สำหรับโลหะและพื้นผิวที่มีสนิม ปริมาณประมาณ 0.15 ลิตรต่อตารางเมตร
- Triflex Glass Primer สำหรับพื้นผิวกระจกที่ไม่ได้ขัด ปริมาณประมาณ 0.05 ลิตรต่อตารางเมตร
- Triflex Pox Primer 116+ สำหรับรองพื้น อุดผิว และปรับระดับความขรุขระ ปริมาณประมาณ 0.30–0.40 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
ปริมาณดังกล่าวอ้างอิงจากพื้นผิวเรียบและสม่ำเสมอ การใช้งานจริงอาจเพิ่มขึ้นตามความหยาบ การดูดซึม และสภาพพื้นเดิม
2. ชั้นเคลือบ Triflex DeckFloor
Triflex DeckFloor ทำหน้าที่เป็นชั้นเคลือบหลักสำหรับพื้นผิวที่ต้องรับงานหนัก สามารถใช้เป็นชั้นเคลือบที่มีความทนทานสูง รวมถึงใช้ทำชั้นปรับผิวหรือชั้นเกลี่ยรอยขีดข่วนภายในอาคารจอดรถได้
สำหรับระบบ Variation 1 ผู้ผลิตระบุปริมาณการใช้ขั้นต่ำประมาณ 4 กิโลกรัมต่อตารางเมตรบนพื้นผิวที่เรียบและสม่ำเสมอ
3. ชั้นรับการสึกหรอและผิวสำเร็จ
ชั้นผิวสามารถใช้ Triflex Cryl Finish 209 เพื่อเพิ่มความทนทานต่อแรงทางกลและสารเคมี โดยมีปริมาณการใช้ประมาณ 0.50–0.70 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและลักษณะการใช้งาน
ภายในระบบยังมีการใช้ทรายควอตซ์ขนาดประมาณ 0.7–1.2 มิลลิเมตร เพื่อสร้างผิวสัมผัส เพิ่มความฝืด และช่วยลดความเสี่ยงจากการลื่นของรถยนต์และผู้ใช้งาน
4. ระบบป้องกันบริเวณรายละเอียดและรอยต่อ
บริเวณผนัง เสา ขอบพื้น ท่อระบายน้ำ รอยต่อโครงสร้าง และรอยต่อการทรุดตัว สามารถใช้ Triflex ProDetail ร่วมกับ Triflex Special Fleece เพื่อเสริมความแข็งแรงและสร้างชั้นกันน้ำต่อเนื่อง
Triflex ProDetail มีปริมาณการใช้ขั้นต่ำประมาณ 3 กิโลกรัมต่อตารางเมตรบนพื้นผิวเรียบ ส่วนแผ่นใยทำหน้าที่เสริมแรงและช่วยควบคุมความหนาของชั้นวัสดุ
ระบบกันน้ำบริเวณรอยต่อ
แม้ Triflex DeckFloor จะเป็นระบบเคลือบที่มีคุณสมบัติกันน้ำ แต่พื้นที่ทั้งหมดจะมีประสิทธิภาพกันน้ำสมบูรณ์เมื่อรอยต่อ รายละเอียดโครงสร้าง และรอยต่อการทรุดตัวได้รับการติดตั้งระบบกันน้ำอย่างถูกต้อง
บริเวณเหล่านี้ต้องเชื่อมต่อกับชั้นเคลือบหลักอย่างต่อเนื่อง และใช้แผ่นใยเสริมแรงตามระบบ เพื่อป้องกันน้ำแทรกซึมผ่านมุม ขอบพื้น หรือรอยต่อที่มีการเคลื่อนไหว
ติดตั้งรวดเร็วและลดเวลาปิดพื้นที่
เรซินที่ใช้ในระบบสามารถแข็งตัวได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง จึงสามารถแบ่งการเคลือบพื้นออกเป็นช่วง ๆ และดำเนินงานหลายขั้นตอนให้เสร็จภายในวันเดียวได้ตามสภาพหน้างาน
คุณสมบัตินี้ช่วยลดระยะเวลาที่ช่องจอดรถ ทางเข้า หรือเส้นทางสัญจรต้องหยุดให้บริการ เหมาะสำหรับอาคารจอดรถที่ไม่สามารถปิดพื้นที่ทั้งหมดเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาเปิดใช้งานจริงขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ การเตรียมพื้นผิว รูปแบบระบบ และคำแนะนำของผู้ผลิต
การออกแบบสีและการแบ่งพื้นที่
ระบบ Triflex มีสีให้เลือกหลากหลาย สามารถใช้สีเพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์และจัดระเบียบพื้นที่ภายในอาคารจอดรถ เช่น
- ใช้สีแยกแต่ละชั้น
- แบ่งช่องจอดรถ
- ทำทางเดินสำหรับผู้ใช้งาน
- กำหนดเส้นทางรถยนต์
- ทำเครื่องหมายพื้นที่จอดพิเศษ
- เน้นจุดที่ต้องใช้ความระมัดระวัง
การแบ่งพื้นที่ด้วยสีช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาเส้นทางและตำแหน่งรถได้ง่ายขึ้น พร้อมเพิ่มความชัดเจนและความปลอดภัยภายในอาคารจอดรถ
มาตรฐานและการรับรอง
Triflex DeckFloor ผ่านข้อกำหนดระบบปกป้องพื้นผิว Class OS 13 และ OS 8 ตามมาตรฐานและแนวทางของเยอรมนีสำหรับการปกป้องและซ่อมแซมชิ้นส่วนคอนกรีต
ระบบยังได้รับการจัดประเภทการทนไฟระดับ Bfl-s1 ตามมาตรฐาน DIN EN 13501-1 ซึ่งเป็นการจัดประเภทปฏิกิริยาต่อไฟของวัสดุปูพื้น
ข้อควรคำนึงก่อนติดตั้ง
พื้นผิวเดิมต้องมีความแข็งแรง สะอาด แห้ง และปราศจากฝุ่น น้ำมัน จาระบี สีเก่าที่หลุดล่อน หรือสิ่งปนเปื้อนที่อาจลดประสิทธิภาพการยึดเกาะ
ก่อนติดตั้งควรตรวจสอบความแข็งแรงของพื้น ความชื้น รอยแตกร้าว ความเรียบ ความลาดเอียง ระบบระบายน้ำ และการเคลื่อนไหวของรอยต่อ รวมถึงทดสอบความเข้ากันได้ของระบบกับพื้นเดิม โดยเฉพาะพื้นแอสฟัลต์หรือพื้นผิวที่มีสารเคลือบเดิมอยู่แล้ว
ดาวน์โหลดเอกสาร












