Triflex ProJoint+ ระบบกันซึมรอยต่อขยายตัวและรอยต่อทรุดตัวสำหรับอาคารจอดรถ
Triflex ProJoint+ คือระบบกันซึมสำหรับรอยต่อขยายตัวและรอยต่อทรุดตัวในพื้นอาคารจอดรถ ดาดฟ้าอาคารจอดรถ ทางลาด และพื้นโครงสร้างที่ต้องรองรับการเคลื่อนไหว ระบบประกอบด้วยวัสดุกันซึมชนิดเหลวเสริมแผ่นใย และโปรไฟล์ป้องกันรอยต่อที่ผลิตจากพอลิเมอร์เสริมคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยป้องกันน้ำซึมผ่านรอยต่อ พร้อมรองรับแรงทางกลจากการสัญจรของรถยนต์ได้อย่างเหมาะสม
เหตุใดรอยต่อโครงสร้างจึงต้องมีระบบกันซึมเฉพาะ
พื้นดาดฟ้าและอาคารจอดรถมักมีพื้นที่ขนาดใหญ่ จึงต้องออกแบบรอยต่อเพื่อรองรับการทรุดตัว การขยายและหดตัวของโครงสร้าง แรงสั่นสะเทือน รวมถึงแรงจากการสัญจร หากรอยต่อไม่ได้รับการปิดผนึกอย่างเหมาะสม น้ำฝนและความชื้นอาจแทรกเข้าสู่พื้นคอนกรีต ส่งผลต่อชั้นเคลือบ เหล็กเสริม และอายุการใช้งานของโครงสร้างได้
Triflex ProJoint+ ยึดติดกับพื้นผิวแบบเต็มพื้นที่ จึงช่วยลดโอกาสที่น้ำจะไหลแทรกอยู่ใต้ระบบกันซึม อีกทั้งสามารถเชื่อมต่อกับระบบเคลือบพื้นโดยรอบได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้รอยต่อและพื้นผิวหลักทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว
จุดเด่นของ Triflex ProJoint+
- รองรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อทั้งแนวตั้งและแนวนอน
- ใช้กับรอยต่อที่มีความกว้างแตกต่างกันได้
- รองรับความต่างระดับระหว่างพื้นทั้งสองด้าน
- ใช้กับรอยต่อตรงและรายละเอียดที่มีรูปทรงซับซ้อนได้
- เป็นวัสดุกันซึมชนิดเหลว จึงแนบเข้ากับรูปทรงของรอยต่อได้ดี
- ใช้ได้ทั้งงานก่อสร้างใหม่และงานปรับปรุงรอยต่อเดิม
- ชั้นกันซึมเสริมแผ่นใยช่วยสร้างพื้นผิวที่ต่อเนื่องและไร้รอยต่อ
- โปรไฟล์พอลิเมอร์เสริมคาร์บอนไฟเบอร์ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความทนต่อการสึกหรอ
- มีความหนาระบบต่ำ ช่วยให้เชื่อมต่อกับพื้นโดยรอบได้โดยไม่ต้องสกัดพื้นลึกมาก
- สามารถใช้เรซินชนิดเดียวกับการทำรายละเอียดพื้น ช่วยลดการเปลี่ยนวัสดุระหว่างติดตั้ง
เหมาะสำหรับพื้นที่ใด
Triflex ProJoint+ เหมาะสำหรับรอยต่อโครงสร้างในพื้นที่ที่ต้องรับแรงทางกลหรือมีรถยนต์สัญจร เช่น
- ดาดฟ้าอาคารจอดรถ
- พื้นชั้นกลางของอาคารจอดรถ
- อาคารจอดรถใต้ดิน
- ทางลาดขึ้นและลง
- ทางลาดวน
- ทางเข้าและทางออกอาคาร
- พื้นที่กลับรถ
- พื้นที่รับส่งสินค้า
- พื้นที่ที่มีรอยต่อทรุดตัวหรือรอยต่อขยายตัว
- งานซ่อมแซมและปรับปรุงรอยต่อเดิม
ระบบสามารถปรับตามรูปทรง ความกว้าง และระดับของรอยต่อ จึงเหมาะกับทั้งรอยต่อใหม่และรอยต่อเดิมที่มีโครงสร้างซับซ้อน
โครงสร้างระบบโดยทั่วไป
ระบบ Triflex ProJoint+ มีรูปแบบการติดตั้งมากกว่าหนึ่งแบบ โดยเลือกตามระดับพื้นเดิม รูปทรงรอยต่อ และข้อกำหนดของพื้นที่ใช้งาน ส่วนประกอบหลักโดยทั่วไปมีดังนี้
ชั้นรองพื้น
ต้องเลือกไพรเมอร์ให้เหมาะกับวัสดุพื้นผิว เช่น
- Triflex Cryl Primer 287 สำหรับพื้นผิวดูดซึม เช่น คอนกรีต ปูนปรับระดับ และไม้ ใช้ขั้นต่ำประมาณ 0.35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
- Triflex Cryl Primer 222 สำหรับพื้นแอสฟัลต์ ใช้ขั้นต่ำประมาณ 0.40 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
- Triflex Metal Primer สำหรับพื้นผิวโลหะหรือบริเวณที่มีสนิม ใช้ประมาณ 0.15 ลิตรต่อตารางเมตร
- Triflex Pox Primer 116+ สำหรับรองพื้น อุดผิว และปรับระดับความขรุขระ ใช้ประมาณ 0.30–0.40 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
ปริมาณดังกล่าวอ้างอิงพื้นผิวเรียบและสม่ำเสมอ การใช้งานจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามความหยาบและการดูดซึมของพื้นเดิม
ชั้นรองรับและชั้นกันซึมรอยต่อ
Triflex Support Strip ใช้เป็นชั้นรองรับสำหรับสร้างรูปทรงห่วงบริเวณรอยต่อ เพื่อเปิดโอกาสให้ชั้นกันซึมเคลื่อนไหวตามรอยต่อได้ จากนั้นติดตั้ง Triflex ProDetail ร่วมกับ Triflex Special Fleece เพื่อสร้างชั้นกันซึมเสริมใย โดย Triflex ProDetail ใช้ขั้นต่ำประมาณ 3 กิโลกรัมต่อตารางเมตรบนพื้นผิวเรียบ
แผ่นใย Triflex Special Fleece ช่วยเสริมความแข็งแรงและควบคุมความหนาของชั้นวัสดุ ทำให้ระบบสามารถเชื่อมรอยต่อและรองรับการเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง
โปรไฟล์ป้องกันรอยต่อ
Triflex ProJoint Joint Profile ติดตั้งครอบบริเวณรอยต่อเพื่อป้องกันชั้นกันซึมจากแรงกระแทก การเสียดสี และการสัญจรของรถยนต์ โปรไฟล์ผลิตจากพอลิเมอร์เสริมคาร์บอนไฟเบอร์ จึงมีความแข็งแรงทางกลและทนต่อการสึกหรอสูง
ภายในโปรไฟล์จะติดตั้ง Triflex ProJoint Expansion Strip โดยทำความสะอาดร่องด้วย Triflex ProJoint Cleaner และยึดแถบขยายตัวด้วย Triflex ProJoint Fix เพื่อให้ส่วนประกอบของรอยต่อเชื่อมต่อกันอย่างมั่นคง
การปรับระดับพื้น
กรณีติดตั้งโปรไฟล์บนผิวพื้นและเกิดความต่างระดับ สามารถใช้ Triflex Cryl RS 240 ปรับระดับและทำทางลาดเชื่อมต่อกับพื้นเดิม วัสดุเป็นปูนซ่อมแซมชนิดแข็งตัวเร็วสำหรับงานความหนาประมาณ 5–50 มิลลิเมตร ส่วน Triflex Cryl Paste สามารถใช้เก็บความไม่เรียบ รอยซ้อนของแผ่นใย และร่องบนพื้นผิวได้
ขั้นตอนการติดตั้งโดยสรุป
- กัดหรือสกัดพื้นบริเวณรอยต่อให้ได้ขนาดตามระบบ
- ขัดหรือยิงเม็ดเหล็กเพื่อเตรียมพื้นผิว
- ทาไพรเมอร์ให้เหมาะกับวัสดุพื้นเดิม
- ติดตั้ง Triflex Support Strip บริเวณรอยต่อ
- ทำชั้นกันซึมด้วย Triflex ProDetail และแผ่นใยเสริมแรง
- รอให้ชั้นกันซึมพร้อมเคลือบทับ ซึ่งผู้ผลิตระบุว่าประมาณหนึ่งชั่วโมงภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม
- ติดตั้ง Triflex ProJoint Joint Profile แบบยึดติดเต็มพื้นผิว
- ปรับระดับรอบโปรไฟล์ด้วย Triflex Cryl RS 240 หากจำเป็น
- ทำความสะอาดร่องสำหรับแถบขยายตัว
- ติดตั้งแถบขยายตัวด้วย Triflex ProJoint Fix
- ติดตั้งระบบเคลือบหรือระบบปกป้องพื้นโดยรอบให้เชื่อมต่อถึงโปรไฟล์รอยต่อ
ติดตั้งรวดเร็วและลดเวลาปิดพื้นที่
วัสดุในระบบแข็งตัวรวดเร็วและมีความหนาระบบไม่มาก จึงช่วยลดระยะเวลาการปิดพื้นที่ระหว่างซ่อมแซม ผู้ผลิตระบุว่าโปรไฟล์รอยต่อสามารถรองรับการสัญจรของรถยนต์ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เมื่อการติดตั้งและสภาพแวดล้อมเป็นไปตามข้อกำหนด
คุณสมบัตินี้เหมาะกับอาคารจอดรถ ทางเข้า–ออก และพื้นที่สัญจรที่ไม่สามารถหยุดให้บริการเป็นเวลานาน โดยสามารถแบ่งพื้นที่ทำงานเป็นช่วงเพื่อลดผลกระทบต่อการใช้งานได้
การทดสอบและความทนทาน
ผู้ผลิตระบุว่าส่วนกันซึมของระบบผ่านการรับรองด้วยรายงานการทดสอบ และผ่านการทดสอบการทำงานภายใต้แรงเคลื่อนไหวที่อุณหภูมิตั้งแต่ประมาณ -20 ถึง 50 องศาเซลเซียสโดยสถาบันทดสอบภายนอก นอกจากนี้ ชั้นกันซึมยังมีความทนทานต่อการแทงทะลุของรากและเหง้าตามข้อกำหนด FLL
ระบบยึดติดกับพื้นผิวเต็มพื้นที่ จึงช่วยป้องกันน้ำฝนไหลแทรกใต้ชั้นกันซึม และช่วยให้สามารถระบุตำแหน่งความเสียหายได้ง่ายกว่าระบบที่น้ำสามารถไหลกระจายอยู่ใต้แผ่นวัสดุ
ข้อควรคำนึงก่อนติดตั้ง
พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด แห้ง และไม่มีฝุ่น น้ำมัน จาระบี ชั้นเคลือบเดิมที่หลุดล่อน หรือสิ่งปนเปื้อนที่ลดประสิทธิภาพการยึดเกาะ ควรตรวจสอบความกว้างของรอยต่อ ระยะการเคลื่อนไหว ความต่างระดับ ความแข็งแรงของขอบคอนกรีต และระดับการสัญจรของพื้นที่ก่อนเลือกรูปแบบระบบ
รอยต่อขยายตัวเป็นส่วนที่เคลื่อนไหวตลอดอายุการใช้งาน จึงควรตรวจสอบสภาพแถบขยายตัว โปรไฟล์ รอยยึด และชั้นเคลือบรอบรอยต่อเป็นระยะ การออกแบบและติดตั้งต้องอ้างอิงเอกสารวางแผนและแบบระบบฉบับล่าสุดของผู้ผลิต
ดาวน์โหลดเอกสาร












