Your Cart (0 items)
product product product

Triflex ProJoint+ (ไตรเฟล็กซ์ โปรจอยท์ พลัส)

(+15% Vat Included)

Triflex ProJoint+ เป็นระบบกันซึมรอยต่อขยายตัวและรอยต่อทรุดตัวที่รวมวัสดุกันซึมชนิดเหลวเสริมใยเข้ากับโปรไฟล์พอลิเมอร์เสริมคาร์บอนไฟเบอร์ ระบบรองรับการเคลื่อนไหวทั้งแนวตั้งและแนวนอน สามารถปรับเข้ากับรอยต่อที่มีความกว้าง รูปทรง หรือระดับแตกต่างกัน และทนต่อแรงจากการสัญจรของรถยนต์ได้

จุดเด่นคือกันซึมแบบต่อเนื่อง ยึดติดกับพื้นเต็มพื้นที่ ติดตั้งรวดเร็ว และสามารถเชื่อมต่อกับระบบเคลือบพื้น Triflex ได้หลายรูปแบบ เหมาะสำหรับดาดฟ้าอาคารจอดรถ ทางลาด ทางเข้า–ออก และพื้นที่ที่ต้องการซ่อมแซมรอยต่อโดยลดระยะเวลาปิดใช้งานให้น้อยที่สุด.

    ส่งฟรีในกรุงเทพและปริมณฑล

    Guarantee Safe Checkout payment img

    Triflex ProJoint+ ระบบกันซึมรอยต่อขยายตัวและรอยต่อทรุดตัวสำหรับอาคารจอดรถ

    Triflex ProJoint+ คือระบบกันซึมสำหรับรอยต่อขยายตัวและรอยต่อทรุดตัวในพื้นอาคารจอดรถ ดาดฟ้าอาคารจอดรถ ทางลาด และพื้นโครงสร้างที่ต้องรองรับการเคลื่อนไหว ระบบประกอบด้วยวัสดุกันซึมชนิดเหลวเสริมแผ่นใย และโปรไฟล์ป้องกันรอยต่อที่ผลิตจากพอลิเมอร์เสริมคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยป้องกันน้ำซึมผ่านรอยต่อ พร้อมรองรับแรงทางกลจากการสัญจรของรถยนต์ได้อย่างเหมาะสม

    เหตุใดรอยต่อโครงสร้างจึงต้องมีระบบกันซึมเฉพาะ

    พื้นดาดฟ้าและอาคารจอดรถมักมีพื้นที่ขนาดใหญ่ จึงต้องออกแบบรอยต่อเพื่อรองรับการทรุดตัว การขยายและหดตัวของโครงสร้าง แรงสั่นสะเทือน รวมถึงแรงจากการสัญจร หากรอยต่อไม่ได้รับการปิดผนึกอย่างเหมาะสม น้ำฝนและความชื้นอาจแทรกเข้าสู่พื้นคอนกรีต ส่งผลต่อชั้นเคลือบ เหล็กเสริม และอายุการใช้งานของโครงสร้างได้

    Triflex ProJoint+ ยึดติดกับพื้นผิวแบบเต็มพื้นที่ จึงช่วยลดโอกาสที่น้ำจะไหลแทรกอยู่ใต้ระบบกันซึม อีกทั้งสามารถเชื่อมต่อกับระบบเคลือบพื้นโดยรอบได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้รอยต่อและพื้นผิวหลักทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว

    จุดเด่นของ Triflex ProJoint+

    • รองรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อทั้งแนวตั้งและแนวนอน
    • ใช้กับรอยต่อที่มีความกว้างแตกต่างกันได้
    • รองรับความต่างระดับระหว่างพื้นทั้งสองด้าน
    • ใช้กับรอยต่อตรงและรายละเอียดที่มีรูปทรงซับซ้อนได้
    • เป็นวัสดุกันซึมชนิดเหลว จึงแนบเข้ากับรูปทรงของรอยต่อได้ดี
    • ใช้ได้ทั้งงานก่อสร้างใหม่และงานปรับปรุงรอยต่อเดิม
    • ชั้นกันซึมเสริมแผ่นใยช่วยสร้างพื้นผิวที่ต่อเนื่องและไร้รอยต่อ
    • โปรไฟล์พอลิเมอร์เสริมคาร์บอนไฟเบอร์ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความทนต่อการสึกหรอ
    • มีความหนาระบบต่ำ ช่วยให้เชื่อมต่อกับพื้นโดยรอบได้โดยไม่ต้องสกัดพื้นลึกมาก
    • สามารถใช้เรซินชนิดเดียวกับการทำรายละเอียดพื้น ช่วยลดการเปลี่ยนวัสดุระหว่างติดตั้ง

    เหมาะสำหรับพื้นที่ใด

    Triflex ProJoint+ เหมาะสำหรับรอยต่อโครงสร้างในพื้นที่ที่ต้องรับแรงทางกลหรือมีรถยนต์สัญจร เช่น

    • ดาดฟ้าอาคารจอดรถ
    • พื้นชั้นกลางของอาคารจอดรถ
    • อาคารจอดรถใต้ดิน
    • ทางลาดขึ้นและลง
    • ทางลาดวน
    • ทางเข้าและทางออกอาคาร
    • พื้นที่กลับรถ
    • พื้นที่รับส่งสินค้า
    • พื้นที่ที่มีรอยต่อทรุดตัวหรือรอยต่อขยายตัว
    • งานซ่อมแซมและปรับปรุงรอยต่อเดิม

    ระบบสามารถปรับตามรูปทรง ความกว้าง และระดับของรอยต่อ จึงเหมาะกับทั้งรอยต่อใหม่และรอยต่อเดิมที่มีโครงสร้างซับซ้อน

    โครงสร้างระบบโดยทั่วไป

    ระบบ Triflex ProJoint+ มีรูปแบบการติดตั้งมากกว่าหนึ่งแบบ โดยเลือกตามระดับพื้นเดิม รูปทรงรอยต่อ และข้อกำหนดของพื้นที่ใช้งาน ส่วนประกอบหลักโดยทั่วไปมีดังนี้

    ชั้นรองพื้น

    ต้องเลือกไพรเมอร์ให้เหมาะกับวัสดุพื้นผิว เช่น

    • Triflex Cryl Primer 287 สำหรับพื้นผิวดูดซึม เช่น คอนกรีต ปูนปรับระดับ และไม้ ใช้ขั้นต่ำประมาณ 0.35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
    • Triflex Cryl Primer 222 สำหรับพื้นแอสฟัลต์ ใช้ขั้นต่ำประมาณ 0.40 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
    • Triflex Metal Primer สำหรับพื้นผิวโลหะหรือบริเวณที่มีสนิม ใช้ประมาณ 0.15 ลิตรต่อตารางเมตร
    • Triflex Pox Primer 116+ สำหรับรองพื้น อุดผิว และปรับระดับความขรุขระ ใช้ประมาณ 0.30–0.40 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

    ปริมาณดังกล่าวอ้างอิงพื้นผิวเรียบและสม่ำเสมอ การใช้งานจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามความหยาบและการดูดซึมของพื้นเดิม

    ชั้นรองรับและชั้นกันซึมรอยต่อ

    Triflex Support Strip ใช้เป็นชั้นรองรับสำหรับสร้างรูปทรงห่วงบริเวณรอยต่อ เพื่อเปิดโอกาสให้ชั้นกันซึมเคลื่อนไหวตามรอยต่อได้ จากนั้นติดตั้ง Triflex ProDetail ร่วมกับ Triflex Special Fleece เพื่อสร้างชั้นกันซึมเสริมใย โดย Triflex ProDetail ใช้ขั้นต่ำประมาณ 3 กิโลกรัมต่อตารางเมตรบนพื้นผิวเรียบ

    แผ่นใย Triflex Special Fleece ช่วยเสริมความแข็งแรงและควบคุมความหนาของชั้นวัสดุ ทำให้ระบบสามารถเชื่อมรอยต่อและรองรับการเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง

    โปรไฟล์ป้องกันรอยต่อ

    Triflex ProJoint Joint Profile ติดตั้งครอบบริเวณรอยต่อเพื่อป้องกันชั้นกันซึมจากแรงกระแทก การเสียดสี และการสัญจรของรถยนต์ โปรไฟล์ผลิตจากพอลิเมอร์เสริมคาร์บอนไฟเบอร์ จึงมีความแข็งแรงทางกลและทนต่อการสึกหรอสูง

    ภายในโปรไฟล์จะติดตั้ง Triflex ProJoint Expansion Strip โดยทำความสะอาดร่องด้วย Triflex ProJoint Cleaner และยึดแถบขยายตัวด้วย Triflex ProJoint Fix เพื่อให้ส่วนประกอบของรอยต่อเชื่อมต่อกันอย่างมั่นคง

    การปรับระดับพื้น

    กรณีติดตั้งโปรไฟล์บนผิวพื้นและเกิดความต่างระดับ สามารถใช้ Triflex Cryl RS 240 ปรับระดับและทำทางลาดเชื่อมต่อกับพื้นเดิม วัสดุเป็นปูนซ่อมแซมชนิดแข็งตัวเร็วสำหรับงานความหนาประมาณ 5–50 มิลลิเมตร ส่วน Triflex Cryl Paste สามารถใช้เก็บความไม่เรียบ รอยซ้อนของแผ่นใย และร่องบนพื้นผิวได้

    ขั้นตอนการติดตั้งโดยสรุป

    1. กัดหรือสกัดพื้นบริเวณรอยต่อให้ได้ขนาดตามระบบ
    2. ขัดหรือยิงเม็ดเหล็กเพื่อเตรียมพื้นผิว
    3. ทาไพรเมอร์ให้เหมาะกับวัสดุพื้นเดิม
    4. ติดตั้ง Triflex Support Strip บริเวณรอยต่อ
    5. ทำชั้นกันซึมด้วย Triflex ProDetail และแผ่นใยเสริมแรง
    6. รอให้ชั้นกันซึมพร้อมเคลือบทับ ซึ่งผู้ผลิตระบุว่าประมาณหนึ่งชั่วโมงภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม
    7. ติดตั้ง Triflex ProJoint Joint Profile แบบยึดติดเต็มพื้นผิว
    8. ปรับระดับรอบโปรไฟล์ด้วย Triflex Cryl RS 240 หากจำเป็น
    9. ทำความสะอาดร่องสำหรับแถบขยายตัว
    10. ติดตั้งแถบขยายตัวด้วย Triflex ProJoint Fix
    11. ติดตั้งระบบเคลือบหรือระบบปกป้องพื้นโดยรอบให้เชื่อมต่อถึงโปรไฟล์รอยต่อ

    ติดตั้งรวดเร็วและลดเวลาปิดพื้นที่

    วัสดุในระบบแข็งตัวรวดเร็วและมีความหนาระบบไม่มาก จึงช่วยลดระยะเวลาการปิดพื้นที่ระหว่างซ่อมแซม ผู้ผลิตระบุว่าโปรไฟล์รอยต่อสามารถรองรับการสัญจรของรถยนต์ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เมื่อการติดตั้งและสภาพแวดล้อมเป็นไปตามข้อกำหนด

    คุณสมบัตินี้เหมาะกับอาคารจอดรถ ทางเข้า–ออก และพื้นที่สัญจรที่ไม่สามารถหยุดให้บริการเป็นเวลานาน โดยสามารถแบ่งพื้นที่ทำงานเป็นช่วงเพื่อลดผลกระทบต่อการใช้งานได้

    การทดสอบและความทนทาน

    ผู้ผลิตระบุว่าส่วนกันซึมของระบบผ่านการรับรองด้วยรายงานการทดสอบ และผ่านการทดสอบการทำงานภายใต้แรงเคลื่อนไหวที่อุณหภูมิตั้งแต่ประมาณ -20 ถึง 50 องศาเซลเซียสโดยสถาบันทดสอบภายนอก นอกจากนี้ ชั้นกันซึมยังมีความทนทานต่อการแทงทะลุของรากและเหง้าตามข้อกำหนด FLL

    ระบบยึดติดกับพื้นผิวเต็มพื้นที่ จึงช่วยป้องกันน้ำฝนไหลแทรกใต้ชั้นกันซึม และช่วยให้สามารถระบุตำแหน่งความเสียหายได้ง่ายกว่าระบบที่น้ำสามารถไหลกระจายอยู่ใต้แผ่นวัสดุ

    ข้อควรคำนึงก่อนติดตั้ง

    พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด แห้ง และไม่มีฝุ่น น้ำมัน จาระบี ชั้นเคลือบเดิมที่หลุดล่อน หรือสิ่งปนเปื้อนที่ลดประสิทธิภาพการยึดเกาะ ควรตรวจสอบความกว้างของรอยต่อ ระยะการเคลื่อนไหว ความต่างระดับ ความแข็งแรงของขอบคอนกรีต และระดับการสัญจรของพื้นที่ก่อนเลือกรูปแบบระบบ

    รอยต่อขยายตัวเป็นส่วนที่เคลื่อนไหวตลอดอายุการใช้งาน จึงควรตรวจสอบสภาพแถบขยายตัว โปรไฟล์ รอยยึด และชั้นเคลือบรอบรอยต่อเป็นระยะ การออกแบบและติดตั้งต้องอ้างอิงเอกสารวางแผนและแบบระบบฉบับล่าสุดของผู้ผลิต

    ดาวน์โหลดเอกสาร