Triflex ProPark ระบบกันซึมพื้นดาดฟ้าอาคารจอดรถสำหรับพื้นที่รับน้ำหนักสูง
Triflex ProPark คือระบบกันซึมชนิดเหลวสำหรับพื้นดาดฟ้าอาคารจอดรถและลานจอดรถที่เปิดรับสภาพอากาศโดยตรง พัฒนาขึ้นสำหรับพื้นที่ที่ต้องรองรับการจราจรและแรงกระทำทางกลสูง เช่น ทางเข้า–ออก ทางลาดตรง ทางลาดวน และพื้นจอดรถเหนือพื้นที่ใช้งานภายในอาคาร
ระบบผลิตจากเรซิน PMMA ที่แข็งตัวรวดเร็ว พร้อมเสริมความแข็งแรงด้วยแผ่นใยเต็มพื้นที่ ช่วยสร้างชั้นกันซึมต่อเนื่องและรองรับการเคลื่อนไหวของรอยแตกร้าวได้ เหมาะทั้งงานก่อสร้างใหม่และงานปรับปรุงพื้นอาคารจอดรถเดิม
จุดเด่นของ Triflex ProPark
- เป็นระบบกันซึมเสริมใยเต็มพื้นที่ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและรองรับรอยแตกร้าวแบบไดนามิก
- ทนต่อแรงทางกลจากรถยนต์และปริมาณการจราจรสูง
- ทนต่อรังสี UV สภาพอากาศ และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ
- ทนต่อเกลือละลายน้ำแข็ง น้ำมันเชื้อเพลิง และน้ำมันหล่อลื่น
- ใช้เรซิน PMMA ทุกชั้น ทำให้แต่ละชั้นเกิดการยึดเกาะทางเคมีต่อเนื่องทั่วพื้นผิว
- ลดความเสี่ยงที่น้ำจะแทรกซึมระหว่างชั้นวัสดุ
- เหมาะสำหรับงานปรับปรุง เนื่องจากสามารถยึดเกาะกับพื้นผิวได้หลายประเภท
- มีน้ำหนักระบบต่ำกว่า 10 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
- สามารถติดตั้งทับพื้นแอสฟัลต์ที่เหมาะสมได้ โดยเพิ่มน้ำหนักต่อโครงสร้างไม่มาก
- แข็งตัวเร็วกว่าระบบที่ใช้เรซินอีพ็อกซีหรือโพลียูรีเทน
- สามารถปรับปรุงพื้นที่สำคัญ เช่น ทางเข้าและทางออก ให้แล้วเสร็จได้ภายในหนึ่งวันตามเงื่อนไขหน้างาน
- มีสีให้เลือกหลากหลาย ช่วยจัดแบ่งช่องจอด ทางเดิน และเส้นทางจราจรได้ชัดเจน
Triflex ProPark เหมาะสำหรับพื้นที่ใด
Triflex ProPark เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องรับทั้งน้ำ แสงแดด การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และแรงจากการสัญจรของรถยนต์ เช่น
- ดาดฟ้าอาคารจอดรถ
- ลานจอดรถกลางแจ้ง
- พื้นจอดรถเหนือพื้นที่ใช้งานภายในอาคาร
- ทางเข้าและทางออกอาคารจอดรถ
- ทางลาดขึ้น–ลง
- ทางลาดวนของอาคารจอดรถหลายชั้น
- พื้นที่กลับรถ
- พื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น
- งานซ่อมแซมหรือปรับปรุงพื้นจอดรถเดิม
- พื้นแอสฟัลต์ที่ผ่านการตรวจสอบว่าสามารถรับระบบได้
พื้นที่เหล่านี้มักได้รับแรงเฉือนจากการเบรก การเลี้ยว และการเร่งความเร็วของรถ รวมถึงต้องเผชิญกับความร้อน แสงแดด ฝน และสารเคมีจากรถยนต์ ระบบจึงถูกออกแบบให้เป็นทั้งชั้นกันซึมและชั้นปกป้องโครงสร้างในระยะยาว
โครงสร้างระบบโดยทั่วไป
ระบบ Triflex ProPark มีรายละเอียดแตกต่างกันตามสภาพพื้นผิว รูปแบบการใช้งาน และระดับการรับแรง แต่โครงสร้างหลักโดยทั่วไปประกอบด้วยชั้นต่อไปนี้
1. ชั้นรองพื้น
เลือกไพรเมอร์ให้เหมาะกับวัสดุพื้นผิว เช่น
- Triflex Cryl Primer 222 สำหรับพื้นแอสฟัลต์
- Triflex Cryl Primer 287 สำหรับพื้นผิวดูดซึม เช่น คอนกรีต ปูนปรับระดับ หรือไม้
- Triflex Metal Primer สำหรับพื้นผิวโลหะและพื้นผิวที่มีสนิม
- Triflex Glass Primer สำหรับพื้นผิวกระจกที่ไม่ผ่านการขัด
- Triflex Pox Primer 116+ สำหรับรองพื้น อุดผิว และปรับระดับความขรุขระในระบบที่กำหนด
ชนิดและปริมาณไพรเมอร์ต้องเลือกจากการตรวจสอบพื้นผิวจริงและเอกสารระบบของผู้ผลิต
2. ชั้นกันซึม Triflex ProPark
ชั้นกันซึมใช้ Triflex ProPark ร่วมกับ Triflex Special Fleece เพื่อเสริมความแข็งแรงและช่วยควบคุมความหนาของระบบ โดยปริมาณการใช้ Triflex ProPark ขั้นต่ำตามข้อมูลของระบบ Variation 1 อยู่ที่ประมาณ 3 กิโลกรัมต่อตารางเมตรบนพื้นผิวที่เรียบและสม่ำเสมอ
3. ชั้นรับการสัญจร
Triflex DeckFloor ใช้เป็นชั้นเคลือบสำหรับพื้นผิวที่ต้องรับการใช้งานหนักภายในระบบอาคารจอดรถ สามารถใช้ทำชั้นปรับระดับหรือชั้นเกลี่ยผิวได้ โดยข้อมูล Variation 1 ระบุปริมาณการใช้ขั้นต่ำประมาณ 4 กิโลกรัมต่อตารางเมตรบนพื้นผิวเรียบ และมีการโรยทรายควอตซ์เพื่อเพิ่มคุณสมบัติของผิวตามระบบที่ออกแบบไว้
4. ชั้นเคลือบผิวสำเร็จ
Triflex Cryl Finish 209 ใช้เป็นชั้นผิวสำเร็จเพื่อเพิ่มความทนทานต่อสารเคมีและแรงทางกล ปริมาณการใช้โดยประมาณอยู่ที่ 0.50–0.70 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับพื้นที่และลักษณะการใช้งาน
5. ระบบกันซึมบริเวณรายละเอียด
บริเวณรอยต่อ มุม ขอบพื้น ท่อ ช่องระบายน้ำ และจุดเชื่อมต่อกับโครงสร้างอื่น สามารถใช้ Triflex ProDetail ร่วมกับแผ่นใยเสริมแรงเพื่อทำให้ชั้นกันซึมเชื่อมต่อกับพื้นหลักอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงการรั่วซึมบริเวณรายละเอียดที่มีรูปทรงซับซ้อน
ความทนทานต่อการใช้งาน
Triflex ProPark ได้รับการออกแบบให้ทนต่อแรงทางกลและสารเคมีที่พบในอาคารจอดรถ เช่น แรงเฉือนบริเวณทางลาด การสัญจรซ้ำต่อเนื่อง น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเครื่อง และเกลือละลายน้ำแข็ง
ระบบยังรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ซึ่งอาจทำให้โครงสร้างคอนกรีตเกิดการขยายตัว หดตัว หรือเคลื่อนไหว การเสริมใยทั่วทั้งพื้นผิวจึงช่วยให้ชั้นกันซึมสามารถเชื่อมรอยแตกร้าวและรักษาความต่อเนื่องของระบบได้
ติดตั้งรวดเร็วและลดเวลาปิดพื้นที่
เรซิน PMMA มีระยะเวลาการแข็งตัวรวดเร็ว ช่วยลดระยะเวลาที่ต้องปิดพื้นที่เมื่อเทียบกับระบบที่ใช้เรซิน EP หรือ PUR ผู้ผลิตระบุว่าพื้นที่สำคัญ เช่น ทางเข้าและทางออก สามารถปรับปรุงได้ภายในหนึ่งวันเมื่อสภาพหน้างาน อุณหภูมิ การเตรียมพื้นผิว และขั้นตอนติดตั้งเป็นไปตามข้อกำหนด
จุดเด่นนี้เหมาะกับอาคารจอดรถที่ไม่สามารถหยุดให้บริการเป็นเวลานาน และสามารถแบ่งพื้นที่ติดตั้งเป็นโซนเพื่อลดผลกระทบต่อการใช้งานได้
การออกแบบสีและการจัดการจราจร
Triflex ProPark มีสีผิวให้เลือกหลายแบบ สามารถใช้แยกสีตามชั้นของอาคารจอดรถ แบ่งพื้นที่ช่องจอด กำหนดเส้นทางรถ หรือทำทางเดินสำหรับผู้ใช้งานได้
การใช้สีที่แตกต่างกันช่วยให้ผู้ขับขี่จดจำพื้นที่และค้นหาทิศทางได้ง่ายขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มความชัดเจนของทางเดิน ช่องจอดพิเศษ และบริเวณที่ต้องระมัดระวัง จึงสนับสนุนทั้งด้านความสวยงามและความปลอดภัยในการสัญจร
มาตรฐานและการรับรอง
ผู้ผลิตระบุว่า Triflex ProPark ได้รับ General Building Supervisory Authority Test Certificate หรือ abP และจัดอยู่ในระบบปกป้องพื้นผิว Class OS 10 นอกจากนี้ยังมีการจัดประเภทการทนไฟระดับ Cfl-s1 ตามมาตรฐาน DIN EN 13501-1
ข้อควรคำนึงก่อนติดตั้ง
พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด แห้ง และไม่มีฝุ่น น้ำมัน จาระบี ชั้นเคลือบเดิมที่หลุดร่อน หรือสิ่งปนเปื้อนที่อาจลดการยึดเกาะ ควรตรวจสอบความชื้น ความแข็งแรงของคอนกรีต สภาพรอยแตกร้าว ความลาดเอียง และระบบระบายน้ำก่อนเริ่มงาน
ระบบมีหลายรูปแบบ ได้แก่ Variation 1, Variation 2 และ Variation 3 การเลือกโครงสร้างระบบ ชนิดไพรเมอร์ ปริมาณวัสดุ ความหยาบของผิว และสีผิวสำเร็จ จึงควรอ้างอิงเอกสารวางแผนฉบับล่าสุดของผู้ผลิตและออกแบบให้เหมาะกับปริมาณการจราจรของแต่ละโครงการ
ดาวน์โหลดเอกสาร












