วิธีเตรียมรอยต่อก่อนยิง Sikaflex ให้ยึดเกาะดี ลดปัญหารั่วซึมระยะยาว
งานยาแนวรอยต่อดูเหมือนเป็นงานเล็ก ๆ แต่จริง ๆ แล้วมีผลกับอายุการใช้งานของอาคารมาก โดยเฉพาะรอยต่อพื้น ผนัง คอนกรีต พรีคาสต์ ประตู หน้าต่าง ดาดฟ้า หรือรอยต่อที่ต้องเจอแดด ฝน ความชื้น และการเคลื่อนตัวของวัสดุ หลายคนเลือกใช้ Sikaflex เพราะเป็นยาแนวรอยต่อชนิดยืดหยุ่น เหมาะกับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว และช่วยลดปัญหาน้ำรั่วซึมได้ดีเมื่อใช้งานถูกระบบ ตัวอย่างเช่น Sikaflex®-740 Construction ถูกระบุว่าเป็นยาแนวรอยต่อชนิดยืดหยุ่นสำหรับ movement joint และ connection joint ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงงานฟาซาด พรีคาสต์ และกรอบประตูหน้าต่าง โดยรองรับการเคลื่อนตัว ±35% ตาม ASTM C 719
แต่ต่อให้เลือก Sikaflex รุ่นดีแค่ไหน ถ้าเตรียมรอยต่อไม่ถูกต้อง เช่น ยิงทับยาแนวเก่า ไม่ทำความสะอาดฝุ่น ไม่ใช้ backer rod หรือไม่ปาดแต่งให้แนบขอบร่อง งานก็ยังมีโอกาสหลุดล่อน แตกร้าว และรั่วซ้ำได้อยู่ดี
บทความนี้จะพาไปดูวิธีเตรียมรอยต่อก่อนยิง Sikaflex แบบใช้งานจริง เพื่อให้งานยึดเกาะดี ยืดหยุ่นตามรอยต่อ และลดปัญหารั่วซึมในระยะยาว

ทำไมต้องเตรียมรอยต่อก่อนยิง Sikaflex?
การยิงยาแนวไม่ใช่แค่บีบวัสดุลงในร่องให้เต็ม แต่ต้องทำให้ Sikaflex ยึดเกาะกับ “ผนังร่องทั้งสองด้าน” ได้แน่น และมีพื้นที่ให้ยืดหยุ่นตามการเคลื่อนตัวของรอยต่อ
ถ้าเตรียมรอยต่อไม่ดี ปัญหาที่ตามมาอาจเป็นแบบนี้
- Sikaflex หลุดจากขอบร่อง
- ยาแนวแตกร้าวหรือฉีกขาด
- น้ำซึมเข้าตามช่องว่างด้านข้าง
- ร่องยาแนวมีโพรงอากาศ
- วัสดุบวม ล่อน หรือเสื่อมเร็ว
- รอยต่อขยับแล้ววัสดุไม่ยืดตาม
- ต้องรื้อยิงใหม่ทั้งแนว
สาเหตุที่พบบ่อยคือพื้นผิวมีฝุ่น คราบน้ำมัน ความชื้น วัสดุเก่า หรือร่องลึกเกินไปโดยไม่ได้ใส่ backer rod ซึ่งทำให้ยาแนวทำงานผิดรูป
Sika แนะนำว่าพื้นผิวก่อนใช้งานต้องสะอาด แข็งแรง และต้องขจัดสิ่งที่กระทบการยึดเกาะ เช่น ฝุ่น น้ำมัน ความชื้น หรือวัสดุยาแนวเก่าออกก่อนใช้งาน

เช็กสภาพรอยต่อก่อนเริ่มงาน Sikaflex
ก่อนยิง Sikaflex ควรตรวจสภาพรอยต่อให้ชัดก่อน เพราะรอยต่อแต่ละจุดมีปัญหาไม่เหมือนกัน บางจุดเป็นรอยต่อใหม่ บางจุดเป็นงานซ่อมรอยต่อเก่า บางจุดมีน้ำรั่วซึมอยู่แล้ว หรือบางจุดมีขอบคอนกรีตบิ่นเสียหาย
สิ่งที่ควรตรวจ
- ร่องรอยต่อกว้างและลึกแค่ไหน
- ขอบร่องแข็งแรงหรือบิ่นหลุด
- มีฝุ่น เศษปูน หรือคราบน้ำมันหรือไม่
- มียาแนวเก่าอยู่ในร่องหรือเปล่า
- มีน้ำซึมหรือความชื้นสะสมไหม
- รอยต่อนั้นมีการเคลื่อนตัวหรือไม่
- เป็นงานแนวตั้ง แนวนอน หรือพื้นใช้งานหนัก
- ต้องทาสี ฉาบบาง หรือปิดผิวทับภายหลังไหม
ถ้าเป็นพื้นโรงงาน ลานจอดรถ หรือพื้นใช้งานหนัก ต้องตรวจขอบรอยต่อให้ละเอียดเป็นพิเศษ เพราะถ้าขอบร่องคอนกรีตบิ่นหรือเปื่อย Sikaflex จะยึดเกาะกับผิวที่ไม่แข็งแรง และอาจหลุดล่อนเมื่อมีรถวิ่งผ่าน
ขั้นตอนเตรียมรอยต่อก่อนยิง Sikaflex
- รื้อยาแนวเก่าที่เสื่อมสภาพออกให้หมด
ถ้าเป็นงานซ่อมรอยต่อเดิม อย่ายิง Sikaflex ทับยาแนวเก่าทันที เพราะวัสดุเก่าที่เสื่อมแล้วมักแข็งกรอบ หลุดล่อน มีฝุ่นสะสม หรือยึดเกาะกับขอบร่องไม่ดี
ควรรื้อออกให้หมด โดยเฉพาะจุดที่มีอาการเหล่านี้
- ยาแนวเก่าแข็งกรอบ
- มีรอยแยกจากขอบร่อง
- มีน้ำซึมตามแนวรอยต่อ
- มีเชื้อรา คราบดำ หรือคราบน้ำมัน
- วัสดุเดิมหลุดเป็นช่วง ๆ
- เคยยิงทับหลายรอบแล้วแต่ยังรั่ว
การยิงทับของเดิมอาจดูเร็วในช่วงแรก แต่ถ้าชั้นเก่าหลุด วัสดุใหม่ก็หลุดตามไปด้วย ทำให้งานรั่วซ้ำและซ่อมยากกว่าเดิม
- ทำความสะอาดฝุ่น เศษปูน และคราบสกปรก
หลังรื้อวัสดุเก่าออกแล้ว ต้องทำความสะอาดร่องให้ดี เพราะฝุ่นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ยาแนวไม่เกาะพื้นผิวจริง
วิธีทำความสะอาดที่ใช้ได้ เช่น
- ใช้แปรงลวดขัดขอบร่อง
- ใช้แปรงแข็งปัดเศษปูน
- ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดผงออกจากร่อง
- ใช้ลมเป่าในพื้นที่ที่เหมาะสม
- เช็ดคราบสกปรกออกจากผิววัสดุ
- ขจัดคราบน้ำมันด้วยน้ำยาที่เหมาะสม
Sika แนะนำให้ทำความสะอาดรอยต่อด้วยแปรงลวดและเอาสิ่งสกปรก เศษวัสดุ หรือวัสดุอุดเดิมออกก่อนติดตั้ง backer rod
ถ้าร่องมีคราบน้ำมัน เช่น พื้นโรงงาน พื้นโกดัง หรือพื้นลานจอดรถ ต้องกำจัดคราบน้ำมันให้หมดก่อน เพราะคราบมันจะทำให้ Sikaflex ยึดเกาะกับคอนกรีตได้ไม่เต็มที่
- ตรวจและซ่อมขอบร่องที่บิ่นหรือหลุดร่อน
Sikaflex ต้องยึดเกาะกับขอบร่องที่แข็งแรง หากขอบคอนกรีตบิ่น เปื่อย หรือหลุดเป็นฝุ่น ควรซ่อมขอบร่องก่อน ไม่ควรยิงยาแนวทับทันที
จุดที่ควรซ่อมก่อน ได้แก่
- ขอบรอยต่อคอนกรีตบิ่น
- ปูนฉาบข้างร่องหลุดร่อน
- ขอบร่องเป็นผงหรือเปื่อย
- พื้นรอบรอยต่อแตกเป็นหลุม
- ร่องเสียรูปจากการใช้งานหนัก
ถ้าขอบร่องไม่แข็งแรง ต่อให้ Sikaflex ยึดเกาะดี ก็จะติดอยู่กับคอนกรีตที่พร้อมหลุดออกมาอยู่แล้ว สุดท้ายงานอาจหลุดเป็นแถบหรือรั่วซ้ำในจุดเดิม
- ควบคุมความลึกด้วย Backer Rod
หนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่สุดของงานยาแนวรอยต่อคือการใช้ backer rod หรือโฟมเส้นรองร่อง เพื่อควบคุมความลึกของ Sikaflex
Backer rod มีหน้าที่หลัก 3 อย่าง
- ควบคุมความลึกของยาแนว
- ลดการใช้วัสดุเกินจำเป็น
- ป้องกันการยึดเกาะสามด้าน หรือ three-point bonding
สำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว Sika แนะนำให้ใช้ backer rod เพื่อหลีกเลี่ยง three-point bonding เพราะถ้ายาแนวยึดติดทั้งสองข้างและก้นร่อง จะยืดหยุ่นได้ไม่เต็มที่ และมีโอกาสฉีกขาดเมื่อรอยต่อขยับ
วิธีใส่ Backer Rod
- เลือกขนาด backer rod ให้ใหญ่กว่าความกว้างร่องเล็กน้อย
- กดลงในร่องด้วยเครื่องมือปลายทู่
- ห้ามใช้ของแหลมแทง เพราะอาจทำให้โฟมฉีก
- ใส่ให้ลึกสม่ำเสมอตลอดแนว
- เว้นความลึกด้านบนให้พอดีกับความหนา Sikaflex ที่ต้องการ
การใช้ backer rod ช่วยให้ Sikaflex ยึดเกาะกับผนังร่องสองด้าน ไม่ติดก้นร่อง และทำหน้าที่ยืดหยุ่นตาม movement joint ได้ดีกว่า
- ออกแบบสัดส่วนร่องให้เหมาะสม
ขนาดร่องมีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของยาแนว ถ้าร่องแคบเกินไป Sikaflex อาจยืดตัวไม่พอ ถ้าร่องลึกเกินไป วัสดุอาจตึงและฉีกง่าย
โดยหลักทั่วไป งานยาแนวมักออกแบบสัดส่วนความกว้างต่อความลึกประมาณ 2:1 ในหลายกรณี โดยเอกสารแนะนำการติดตั้ง backer rod ของ Sika ระบุว่าอัตราส่วนความกว้างต่อความลึกควรเป็น 2 ต่อ 1 พร้อมกำหนดความลึกขั้นต่ำและสูงสุดตามคำแนะนำของระบบ
ตัวอย่างความผิดพลาดเรื่องขนาดร่อง
- ร่องลึกเกินไป: วัสดุถูกใช้เยอะ แต่ยืดหยุ่นผิดรูป
- ร่องตื้นเกินไป: วัสดุไม่พอรับแรงเคลื่อนตัว
- ร่องแคบเกินไป: เมื่อรอยต่อเปิด วัสดุฉีกได้ง่าย
- ร่องไม่สม่ำเสมอ: บางช่วงหนา บางช่วงบาง ทำให้เสียหายเฉพาะจุด
ถ้าเป็นงานพื้นโรงงาน ลานจอดรถ หรือรอยต่ออาคารขนาดใหญ่ ควรให้ช่างที่มีประสบการณ์ช่วยกำหนดขนาดร่องให้เหมาะกับการใช้งานจริง
- ใช้ Primer ตามระบบเมื่อจำเป็น
บางพื้นผิวอาจต้องใช้ primer เพื่อช่วยเพิ่มการยึดเกาะ เช่น คอนกรีตเก่า พื้นผิวมีรูพรุนสูง โลหะบางประเภท หรือพื้นที่ที่ต้องเจอสภาพแวดล้อมหนัก
ข้อมูลของ Sikaflex®-740 Construction ระบุให้ prime พื้นผิวรอยต่อตามคำแนะนำในการเตรียมพื้นผิว และต้องหลีกเลี่ยงการใช้ primer มากเกินไปจนเกิดแอ่งที่ก้นร่อง
ข้อควรระวังเรื่อง Primer
- ใช้เฉพาะเมื่อระบบหรือพื้นผิวต้องการ
- ทาบาง ๆ ตามคำแนะนำ
- อย่าให้ primer ขังที่ก้นร่อง
- รอระยะเวลาตามที่ผลิตภัณฑ์กำหนด
- ใช้ primer ให้ตรงกับชนิดพื้นผิวและรุ่น Sikaflex
หลายคนเข้าใจว่าใส่ primer เยอะ ๆ แล้วจะยึดเกาะดีขึ้น แต่ความจริงถ้าใช้มากเกินไปจนขัง อาจทำให้เกิดปัญหากับชั้นยาแนวได้
- ติดเทปกาวข้างรอยต่อเพื่อเก็บขอบงาน
ถ้าต้องการแนวยาแนวที่สวย เรียบ และไม่เลอะผิวรอบ ๆ ควรติดเทปกาวสองข้างแนวร่องก่อนยิง Sikaflex โดยเฉพาะงานรอบประตู หน้าต่าง ผนังภายนอก หรือพื้นตกแต่ง
ข้อดีของการติดเทปกาวคือ
- ได้แนวยาแนวคมและเรียบร้อย
- ลดคราบเลอะบนผิววัสดุ
- ช่วยให้ปาดแต่งง่ายขึ้น
- เหมาะกับงานที่ต้องโชว์ผิว
- ลดเวลาเก็บงานหลังยิง
หลังปาดแต่งเสร็จ ควรลอกเทปออกก่อนที่ผิว Sikaflex จะเริ่มเซตตัวมากเกินไป เพื่อให้ขอบงานไม่ฉีกหรือเป็นขุย
ขั้นตอนยิง Sikaflex หลังเตรียมรอยต่อเสร็จ
เมื่อร่องพร้อมแล้ว จึงเริ่มยิง Sikaflex ได้ โดยต้องยิงให้ต่อเนื่องและให้วัสดุสัมผัสกับขอบร่องทั้งสองด้านเต็มที่
วิธียิงให้แน่นและลดโพรงอากาศ
- ตัดหัวหลอดให้เหมาะกับขนาดร่อง
- ยิงจากด้านหนึ่งไปอีกด้านอย่างต่อเนื่อง
- ให้ปลายหัวฉีดอยู่ในตำแหน่งที่ดันวัสดุเข้าไปในร่อง
- หลีกเลี่ยงการยกหัวฉีดสูงเกินไป
- อย่าหยุดเป็นช่วง ๆ จนเกิดรอยต่อในเนื้อวัสดุ
- ยิงให้วัสดุเต็มร่องโดยไม่เกิดโพรง
ข้อมูลของ Sikaflex®-740 Construction ระบุให้ extrude วัสดุลงในรอยต่อ โดยให้สัมผัสกับด้านข้างของรอยต่ออย่างเต็มที่ และหลีกเลี่ยง air entrapment หรือการกักอากาศในเนื้อวัสดุ
ปาดแต่งผิวให้แนบขอบร่อง
หลังยิง Sikaflex แล้ว ควรปาดแต่งผิวทันทีเพื่อให้วัสดุแนบกับขอบร่องและได้รูปทรงที่เหมาะสม
การปาดแต่งช่วยให้
- วัสดุแนบกับผิวด้านข้างดีขึ้น
- ลดโพรงอากาศบริเวณขอบร่อง
- ผิวงานเรียบและสวย
- น้ำไหลผ่านได้ดี ไม่ขังบนแนวรอยต่อ
- ลดโอกาสขอบยาแนวเปิดในอนาคต
สำหรับงานบางประเภท ควรใช้วิธี dry tooling หรือปาดแต่งโดยไม่ใช้สารที่มีตัวทำละลาย เพราะ Sika ระบุว่าไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับ tooling ที่มี solvent กับ Sikaflex®-740 Construction
หลังยิง Sikaflex ต้องดูแลอย่างไร?
หลังยิงเสร็จ อย่าเพิ่งปล่อยให้พื้นที่โดนน้ำ ฝุ่น หรือการใช้งานหนักทันที เพราะ Sikaflex ต้องใช้เวลาในการบ่มตัวตามชนิดวัสดุ ความหนา อุณหภูมิ และความชื้นของสภาพแวดล้อม
สิ่งที่ควรทำหลังยิง
- กันพื้นที่ไม่ให้คนเหยียบหรือรถผ่าน
- ป้องกันฝุ่น เศษวัสดุ หรือฝนในช่วงแรก
- อย่าให้มีน้ำขังบนแนวยาแนวใหม่
- รอให้วัสดุบ่มตัวก่อนทาสีหรือฉาบทับ
- ตรวจว่ามีช่องว่างหรือฟองอากาศไหม
- เก็บงานส่วนที่เลอะก่อนแข็งตัวเต็มที่
ถ้าเป็น Sikaflex รุ่นที่รองรับการทาสีทับ ควรรอระยะเวลาตามเอกสารผลิตภัณฑ์ ไม่ควรทาสีเร็วเกินไป เพราะอาจทำให้สีแตกร้าวหรือยึดเกาะไม่ดี
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ Sikaflex รั่วซ้ำ
งาน Sikaflex ที่รั่วซ้ำส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากวัสดุอย่างเดียว แต่มักเกิดจากการเตรียมรอยต่อไม่ดีหรือใช้ผิดระบบ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ได้แก่
- ยิงทับยาแนวเก่าโดยไม่รื้อออก
- ไม่ทำความสะอาดฝุ่นในร่อง
- มีคราบน้ำมันหรือคราบซิลิโคนเก่า
- ขอบร่องคอนกรีตบิ่นแต่ไม่ซ่อม
- ไม่ใส่ backer rod ในร่องลึก
- ยาแนวติดก้นร่อง เกิด three-point bonding
- ใช้ primer มากเกินไปจนขัง
- ยิงยาแนวไม่เต็ม มีโพรงอากาศ
- ไม่ปาดแต่งให้แนบขอบร่อง
- เปิดใช้งานพื้นเร็วเกินไป
- เลือก Sikaflex ไม่เหมาะกับตำแหน่งงาน
ถ้าต้องการลดปัญหารั่วซึมระยะยาว ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่รื้อของเก่า เตรียมร่อง ใส่ backer rod ใช้ primer ตามระบบ ไปจนถึงการยิงและปาดแต่งอย่างถูกวิธี
เช็กลิสต์ก่อนยิง Sikaflex
ก่อนเริ่มงาน ลองเช็กตามรายการนี้
- รื้อยาแนวเก่าที่เสื่อมออกแล้ว
- ร่องไม่มีฝุ่น เศษปูน และคราบน้ำมัน
- ขอบร่องแข็งแรง ไม่บิ่น ไม่หลุดร่อน
- พื้นผิวแห้งและพร้อมใช้งานตามระบบ
- เลือก Sikaflex รุ่นเหมาะกับตำแหน่งงาน
- ใส่ backer rod แล้วในร่องที่ลึก
- ความกว้างและความลึกร่องเหมาะสม
- ใช้ primer ตามระบบเมื่อจำเป็น
- ติดเทปกาวข้างร่องเรียบร้อย
- เตรียมเครื่องมือปาดแต่งไว้พร้อม
- มีการกันพื้นที่หลังยิงเพื่อรอบ่มตัว
เช็กลิสต์นี้ช่วยลดปัญหาที่มักเกิดในหน้างาน และช่วยให้ Sikaflex ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุป: เตรียมรอยต่อให้ดี งาน Sikaflex จะติดทนและรั่วซ้ำน้อยลง
การใช้ Sikaflex ให้ยึดเกาะดีและลดปัญหารั่วซึมระยะยาว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกวัสดุอย่างเดียว แต่เริ่มจากการเตรียมรอยต่อให้ถูกต้องตั้งแต่แรก
ขั้นตอนสำคัญคือ รื้อวัสดุเก่าที่เสื่อมออก ทำความสะอาดฝุ่น คราบน้ำมัน และเศษปูน ซ่อมขอบร่องที่บิ่น ใส่ backer rod เพื่อควบคุมความลึกและป้องกันการยึดเกาะสามด้าน ใช้ primer ตามระบบเมื่อจำเป็น จากนั้นยิง Sikaflex ให้เต็มร่อง ไม่มีโพรงอากาศ และปาดแต่งให้แนบกับขอบร่อง
ถ้าทำครบตามขั้นตอน Sikaflex จะสามารถยืดหยุ่นตามการเคลื่อนตัวของรอยต่อได้ดีขึ้น ยึดเกาะกับพื้นผิวได้แน่นขึ้น และช่วยลดโอกาสน้ำรั่วซึมในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นรอยต่อพื้น ผนัง ประตู หน้าต่าง พรีคาสต์ หรือรอยต่อคอนกรีตทั่วไป
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึ ม ที่นี่!




