วัสดุกันซึม มีกี่ประเภท แต่ละชนิดมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

ก.ค. 29, 2026 by admin Blog 0 comment

วัสดุกันซึม มีกี่ประเภท แต่ละชนิดมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

ปัญหาน้ำรั่วซึมเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยในงานก่อสร้างและอาคารใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นหลังคา ดาดฟ้า ห้องน้ำ ระเบียง ชั้นใต้ดิน ถังเก็บน้ำ สระว่ายน้ำ บ่อบำบัด หรือรอยต่อคอนกรีต หากเลือกวัสดุกันซึมผิดประเภท อาจทำให้ซ่อมแล้วรั่วซ้ำ เสียเวลา เสียค่าแรง และต้องรื้อแก้งานหลายรอบ

วัสดุกันซึม ไม่ได้มีแค่แบบทาหรือแบบแผ่นเท่านั้น แต่มีหลายระบบให้เลือกตามลักษณะงาน เช่น วัสดุกันซึมซีเมนต์ วัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบ วัสดุกันซึมโพลียูรีเทน แผ่นบิทูเมน แผ่นเมมเบรน PVC/FPO สารผสมคอนกรีตกันซึม เทปกันซึม และวัสดุอุดรอยรั่วแบบเร่งด่วน

การเลือกวัสดุกันซึมที่เหมาะสมต้องดูจากหลายปัจจัย เช่น พื้นที่ใช้งานอยู่ภายในหรือภายนอก ต้องโดนแดดหรือไม่ มีน้ำขังหรือไม่ ต้องรับแรงดันน้ำหรือไม่ พื้นผิวเป็นคอนกรีต โลหะ กระเบื้อง หรือปูนฉาบ และพื้นที่นั้นมีการขยับตัวหรือรอยต่อมากน้อยแค่ไหน

วัสดุกันซึม คืออะไร?

วัสดุกันซึมคือวัสดุที่ใช้ป้องกันไม่ให้น้ำหรือความชื้นซึมผ่านเข้าสู่โครงสร้างหรือพื้นที่ใช้งาน โดยอาจทำงานได้หลายรูปแบบ เช่น เคลือบผิวด้านนอก ปูเป็นแผ่นเมมเบรน ผสมเข้าไปในคอนกรีต หรือใช้อุดรอยรั่วเฉพาะจุด

พื้นที่ที่มักต้องใช้วัสดุกันซึม ได้แก่

  • หลังคา
  • ดาดฟ้า
  • ห้องน้ำ
  • ระเบียง
  • สระว่ายน้ำ
  • ถังเก็บน้ำ
  • ชั้นใต้ดิน
  • ผนังกันดิน
  • บ่อบำบัดน้ำเสีย
  • รอยต่อคอนกรีต
  • รอบท่อทะลุผนัง
  • รางน้ำและจุดระบายน้ำ
วัสดุกันซึมคืออะไร?
วัสดุกันซึมคืออะไร?

วัสดุกันซึม มีกี่ประเภท?

โดยทั่วไปวัสดุกันซึมสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะการใช้งานและรูปแบบวัสดุ โดยประเภทหลักที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  1. วัสดุกันซึมซีเมนต์
  2. วัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบ
  3. วัสดุกันซึมโพลียูรีเทน
  4. วัสดุกันซึมอะคริลิก
  5. แผ่นกันซึมบิทูเมน
  6. แผ่นเมมเบรน PVC
  7. แผ่นเมมเบรน FPO/TPO
  8. สารผสมคอนกรีตกันซึม
  9. เทปกันซึมและวัสดุปิดรอยต่อ
  10. วัสดุอุดรอยรั่วแบบเร่งด่วน

แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและข้อจำกัดต่างกัน จึงไม่ควรเลือกจากคำว่า “กันซึม” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเลือกให้ตรงกับสภาพหน้างาน

  1. วัสดุกันซึมซีเมนต์

วัสดุกันซึมซีเมนต์ หรือ cementitious waterproofing เป็นวัสดุกันซึมที่มีส่วนผสมของซีเมนต์ โพลิเมอร์ และสารผสมพิเศษ เหมาะกับงานที่ต้องการยึดเกาะกับพื้นผิวปูนหรือคอนกรีต เช่น ห้องน้ำ ระเบียง ถังน้ำ สระว่ายน้ำ และผนังปูนบางประเภท

วัสดุกันซึมชนิดนี้มักมาในรูปแบบ 1 ส่วนหรือ 2 ส่วน เช่น แบบผงผสมน้ำ หรือแบบผงซีเมนต์ผสมกับน้ำยาโพลิเมอร์ หลังผสมแล้วสามารถใช้แปรง ลูกกลิ้ง เกรียง หรือพ่นลงบนพื้นผิวได้

คุณสมบัติเด่นของวัสดุกันซึมซีเมนต์

  • ยึดเกาะกับคอนกรีตและปูนได้ดี
  • ใช้งานง่ายกับพื้นที่เปียกภายใน
  • เหมาะกับห้องน้ำ ระเบียง ถังน้ำ และสระว่ายน้ำ
  • สามารถปูกระเบื้องทับได้ตามระบบ
  • บางรุ่นเหมาะกับถังน้ำดื่มเมื่อผ่านการรับรอง
  • เหมาะกับพื้นผิวปูนใหม่หรือคอนกรีตที่เตรียมผิวดี

งานที่เหมาะกับวัสดุกันซึมซีเมนต์

  • ห้องน้ำ
  • ห้องครัวเปียก
  • ระเบียง
  • ถังเก็บน้ำ
  • สระว่ายน้ำ
  • ผนังคอนกรีต
  • พื้นปูนที่ต้องปูกระเบื้องทับ

ข้อควรระวัง

วัสดุกันซึมซีเมนต์บางชนิดมีความยืดหยุ่นไม่สูงมาก หากใช้กับพื้นที่ที่มีการขยับตัวมากหรือมีรอยแตกร้าวที่ยังเคลื่อนตัว อาจต้องเลือกสูตรยืดหยุ่น หรือใช้ร่วมกับเทปกันซึมบริเวณรอยต่อและมุมพื้นชนผนัง

  1. วัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบ

วัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบ หรือ liquid-applied membrane เป็นวัสดุเหลวที่ใช้ทา กลิ้ง หรือพ่นลงบนพื้นผิว เมื่อแห้งตัวจะกลายเป็นชั้นเมมเบรนกันน้ำต่อเนื่อง เหมาะกับพื้นที่ที่มีรูปทรงซับซ้อนหรือมีรายละเอียดมาก เช่น ดาดฟ้า หลังคา ระเบียง รอบท่อ และมุมพื้นชนผนัง

ระบบนี้มีข้อดีคือสามารถเคลือบตามรูปทรงของหน้างานจริงได้ดี ลดแนวต่อของวัสดุ และช่วยเก็บรายละเอียดรอบท่อหรือมุมต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าระบบแผ่นบางประเภท

คุณสมบัติเด่นของวัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบ

  • ทาเคลือบต่อเนื่องบนพื้นผิวได้
  • เมื่อแห้งตัวจะเกิดเป็นฟิล์มกันซึม
  • เหมาะกับพื้นที่รูปทรงซับซ้อน
  • ลดปัญหารอยต่อของวัสดุ
  • เก็บรายละเอียดรอบท่อและมุมผนังได้ดี
  • ใช้ได้กับงานซ่อมและงานปรับปรุงระบบกันซึมเดิม

งานที่เหมาะกับวัสดุกันซึมทาเคลือบ

  • ดาดฟ้า
  • หลังคาคอนกรีต
  • ระเบียงภายนอก
  • รอบท่อ drain
  • มุมพื้นชนผนัง
  • ขอบ parapet
  • หลังคาที่มีฐานอุปกรณ์หลายจุด

ข้อควรระวัง

ต้องควบคุมความหนาฟิล์มให้ได้ตามระบบ หากทาบางเกินไปหรือเตรียมพื้นผิวไม่ดี อาจเกิดรูพรุน ฟิล์มขาด หรือหลุดล่อนได้ นอกจากนี้ต้องเลือกวัสดุให้เหมาะกับแดด น้ำขัง และการใช้งานจริง

  1. วัสดุกันซึมโพลียูรีเทน

วัสดุกันซึมโพลียูรีเทน หรือ PU waterproofing เป็นวัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบที่มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับงานหลังคา ดาดฟ้า ระเบียง และพื้นที่ภายนอกที่ต้องรับแดด ฝน และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ

เมื่อแห้งตัวจะกลายเป็นฟิล์มกันซึมยืดหยุ่น ช่วยรองรับรอยแตกร้าวขนาดเล็กและการขยับตัวของพื้นผิวได้ดีกว่าวัสดุที่แข็งกว่า

คุณสมบัติเด่นของวัสดุกันซึม PU

  • ยืดหยุ่นสูง
  • เหมาะกับหลังคาและดาดฟ้า
  • เคลือบเป็นฟิล์มต่อเนื่อง
  • รองรับการขยับตัวของพื้นผิวได้ดี
  • เหมาะกับงานรูปทรงซับซ้อน
  • บางรุ่นแห้งไวและทนสภาพอากาศได้ดี
  • เหมาะกับงานซ่อมหลังคารั่ว

งานที่เหมาะกับวัสดุกันซึม PU

  • หลังคาคอนกรีต
  • ดาดฟ้า
  • ระเบียง
  • Terrace deck
  • รอบท่อและ drain
  • มุมพื้นชนผนัง
  • หลังคาที่มีรอยแตกร้าวเล็ก ๆ
  • งานซ่อมกันซึมภายนอกอาคาร

ข้อควรระวัง

PU บางระบบอาจต้องใช้ primer ตามชนิดพื้นผิว และบางพื้นที่ที่มีการเดินใช้งานหนักอาจต้องมีชั้น top coat หรือชั้นปกป้องเพิ่มเติม ควรตรวจว่าวัสดุเหมาะกับน้ำขังถาวรหรือไม่ เพราะไม่ใช่ทุกสูตรจะเหมาะกับการแช่น้ำตลอดเวลา

  1. วัสดุกันซึมอะคริลิก

วัสดุกันซึมอะคริลิกเป็นวัสดุทาเคลือบที่ใช้งานง่าย มักเป็นสูตรน้ำ กลิ่นไม่แรง และนิยมใช้กับงานซ่อมหลังคา ดาดฟ้า หรือผนังภายนอกบางประเภท เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการป้องกันน้ำฝนและแสงแดดในระดับทั่วไป

วัสดุชนิดนี้มีข้อดีเรื่องความสะดวกและต้นทุนที่มักเข้าถึงง่าย แต่ความทนทานและการทนน้ำขังอาจสู้ระบบ PU หรือระบบเมมเบรนเฉพาะทางไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสูตรสินค้าและเงื่อนไขการใช้งาน

คุณสมบัติเด่นของวัสดุกันซึมอะคริลิก

  • ใช้งานง่าย
  • กลิ่นไม่แรง
  • เหมาะกับงานซ่อมทั่วไป
  • มีความยืดหยุ่นระดับหนึ่ง
  • บางรุ่นสะท้อนความร้อนได้
  • เหมาะกับพื้นที่ที่ไม่รับน้ำขังหนัก

งานที่เหมาะกับวัสดุกันซึมอะคริลิก

  • หลังคาบางประเภท
  • ผนังภายนอก
  • รอยแตกร้าวเล็ก ๆ
  • งานซ่อมเฉพาะจุด
  • พื้นที่ที่ไม่แช่น้ำถาวร

ข้อควรระวัง

ไม่ควรใช้ในพื้นที่ที่มีน้ำขังต่อเนื่องหรือพื้นที่รับแรงดันน้ำสูง หากใช้บนดาดฟ้าต้องตรวจสอบ slope และระบบระบายน้ำให้ดี

  1. แผ่นกันซึมบิทูเมน

แผ่นกันซึมบิทูเมน หรือ bituminous membrane เป็นแผ่นกันซึมที่มีส่วนประกอบหลักจากบิทูเมนหรือยางมะตอย ใช้กันแพร่หลายในงานหลังคา ชั้นใต้ดิน โครงสร้างใต้ดิน และงานที่ต้องการแผ่นกันซึมสำเร็จรูป

แผ่นบิทูเมนบางระบบติดตั้งด้วยความร้อน บางระบบเป็นแบบมีกาวในตัว หรือใช้ร่วมกับ primer ตามระบบ จุดเด่นคือเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติกันน้ำดีและใช้ในงานก่อสร้างมานาน

คุณสมบัติเด่นของแผ่นบิทูเมน

  • กันน้ำได้ดี
  • เหมาะกับหลังคาและชั้นใต้ดิน
  • เป็นแผ่นสำเร็จรูป ความหนาควบคุมได้
  • ใช้กับงานพื้นที่กว้างได้
  • มีหลายระบบให้เลือก เช่น torch-on หรือ self-adhesive
  • เหมาะกับงานโครงสร้างใต้ดินบางประเภท

งานที่เหมาะกับแผ่นบิทูเมน

  • หลังคา
  • ดาดฟ้า
  • ชั้นใต้ดิน
  • ผนังกันดิน
  • ฐานราก
  • สะพาน
  • โครงสร้างใต้ดิน

ข้อควรระวัง

ต้องให้ความสำคัญกับแนวซ้อนทับ รอยต่อ และการเก็บรายละเอียดรอบท่อหรือมุมต่าง ๆ หากเชื่อมหรือปิดรอยต่อไม่ดี น้ำอาจซึมตามแนวต่อได้ นอกจากนี้บางระบบที่ใช้ไฟต้องควบคุมความปลอดภัยหน้างานเป็นพิเศษ

  1. แผ่นเมมเบรน PVC

แผ่นเมมเบรน PVC เป็นแผ่นกันซึมสังเคราะห์ที่นิยมใช้กับงานหลังคาและงานกันซึมเฉพาะทาง เช่น ดาดฟ้า หลังคาเขียว หลังคาบัลลาสต์ หรือรายละเอียดบนหลังคา จุดเด่นคือเป็นแผ่นสำเร็จรูป เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน และไม่ต้องใช้เปลวไฟเปิดในขั้นตอนเชื่อมรอยต่อ

บางรุ่นมีชั้นเสริมใยแก้วหรือโครงสร้างเสริมแรง เพื่อเพิ่มความคงตัวของแผ่น เหมาะกับงานที่ต้องการความสม่ำเสมอของวัสดุและการควบคุมคุณภาพรอยต่อ

คุณสมบัติเด่นของแผ่นเมมเบรน PVC

  • เป็นแผ่นสำเร็จรูป
  • เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน
  • ไม่ต้องใช้เปลวไฟในการเชื่อม
  • เหมาะกับงานหลังคา
  • บางรุ่นทน UV
  • บางรุ่นเสริมใยแก้วเพื่อเพิ่มความคงตัว
  • ใช้กับงานรายละเอียดหลังคาได้ดี

งานที่เหมาะกับแผ่น PVC

  • หลังคาอาคาร
  • ดาดฟ้า
  • หลังคาสโลปต่ำ
  • หลังคาเขียว
  • หลังคาบัลลาสต์
  • งาน flashing
  • งานรอบ drain และ scupper
  • งานหลังคาที่ต้องการระบบเชื่อมลมร้อน

ข้อควรระวัง

แผ่น PVC ต้องติดตั้งโดยช่างที่ชำนาญระบบเมมเบรน ต้องตรวจวัสดุที่สัมผัสกับแผ่น เพราะวัสดุบางชนิด เช่น บิทูเมน น้ำมัน หรือฉนวนบางประเภท อาจไม่เข้ากันโดยตรง จำเป็นต้องใช้ชั้นแยกตามระบบ

  1. แผ่นเมมเบรน FPO/TPO

แผ่นเมมเบรน FPO หรือ TPO เป็นแผ่นกันซึมสังเคราะห์อีกกลุ่มที่นิยมใช้กับงานหลังคา โดยเฉพาะระบบหลังคาอุตสาหกรรม หลังคาบัลลาสต์ หลังคาเขียว Utility roof และหลังคาที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว

วัสดุกลุ่มนี้มักมีจุดเด่นเรื่องทน UV ทนสภาพอากาศ เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน และบางรุ่นเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น จึงเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการความทนทานและลดความเสี่ยงจากรอยต่อ

คุณสมบัติเด่นของแผ่น FPO/TPO

  • ทน UV และสภาพอากาศ
  • เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน
  • เหมาะกับหลังคาขนาดใหญ่
  • ใช้กับระบบหลังคาบัลลาสต์ได้
  • เหมาะกับ Utility roof
  • บางรุ่นทนรากพืชและจุลินทรีย์
  • เหมาะกับหลังคาอุตสาหกรรมและหลังคาเขียว

งานที่เหมาะกับแผ่น FPO/TPO

  • หลังคาโรงงาน
  • หลังคาคลังสินค้า
  • ดาดฟ้าอุตสาหกรรม
  • หลังคาเขียว
  • หลังคากลับด้าน
  • หลังคาโรยกรวด
  • Utility roof
  • งานหลังคาที่ต้องการทน UV และสภาพอากาศ

ข้อควรระวัง

ต้องติดตั้งโดยทีมที่ชำนาญระบบแผ่นเมมเบรน การเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนต้องตรวจสอบคุณภาพทุกจุด และต้องออกแบบชั้นป้องกันหรือวัสดุถ่วงน้ำหนักให้เหมาะกับแรงลมและการใช้งานจริง

  1. สารผสมคอนกรีตกันซึม

สารผสมคอนกรีตกันซึมคือวัสดุที่ผสมเข้าไปในคอนกรีตตั้งแต่ขั้นตอนผลิต เพื่อช่วยลดการซึมผ่านของน้ำในเนื้อคอนกรีต บางชนิดเป็นระบบ crystalline หรือแบบผลึก ซึ่งช่วยลดช่องทางน้ำในรูพรุนและเส้นเลือดฝอยของคอนกรีต

วัสดุประเภทนี้เหมาะกับงานโครงสร้างใหม่ที่ต้องการคอนกรีตทึบน้ำตั้งแต่ต้น เช่น ชั้นใต้ดิน ถังน้ำ สระว่ายน้ำ อุโมงค์ และบ่อบำบัดน้ำเสีย

คุณสมบัติเด่นของสารผสมคอนกรีตกันซึม

  • ทำงานภายในเนื้อคอนกรีต
  • ช่วยลดการซึมผ่านของน้ำ
  • เหมาะกับคอนกรีตผสมเสร็จ
  • ใช้กับโครงสร้างใหม่ได้ตั้งแต่ต้นทาง
  • บางชนิดช่วยเพิ่ม self-healing ของคอนกรีต
  • เหมาะกับพื้นที่ที่ซ่อมภายหลังยาก

งานที่เหมาะกับสารผสมคอนกรีตกันซึม

  • ชั้นใต้ดิน
  • ผนังกันดิน
  • ถังเก็บน้ำ
  • สระว่ายน้ำ
  • อุโมงค์
  • บ่อบำบัดน้ำเสีย
  • เขื่อนและโครงสร้างกักเก็บน้ำ
  • โครงสร้างที่ต้องรับแรงดันน้ำ

ข้อควรระวัง

สารผสมคอนกรีตกันซึมไม่ควรถูกใช้แทนระบบทั้งหมด ต้องออกแบบร่วมกับ mix design ที่ถูกต้อง การเทและจี้คอนกรีตที่ดี การบ่มที่เหมาะสม และการใช้ waterstop หรือ joint treatment ที่รอยต่อ

  1. เทปกันซึมและวัสดุปิดรอยต่อ

เทปกันซึมและวัสดุปิดรอยต่อใช้สำหรับเสริมจุดเสี่ยง เช่น มุมพื้นชนผนัง รอยต่อระหว่างวัสดุ รอยต่อคอนกรีต รอบท่อ และรอยแตกร้าวบางประเภท มักใช้ร่วมกับระบบกันซึมหลัก เช่น ซีเมนต์กันซึม PU หรือระบบทาเคลือบ

วัสดุประเภทนี้สำคัญมาก เพราะจุดรั่วส่วนใหญ่มักเกิดจากรอยต่อ ไม่ใช่พื้นที่ตรงกลางที่ทาวัสดุเต็มพื้นที่

คุณสมบัติเด่นของเทปกันซึมและวัสดุปิดรอยต่อ

  • ช่วยเสริมจุดเสี่ยงรั่ว
  • เหมาะกับมุมพื้นชนผนัง
  • ใช้รอบท่อและ drain ได้ตามระบบ
  • ช่วยรองรับการขยับตัวบางส่วน
  • ใช้ร่วมกับวัสดุกันซึมหลัก
  • ลดความเสี่ยงน้ำซึมตามแนวต่อ

งานที่เหมาะกับเทปกันซึม

  • ห้องน้ำ
  • ระเบียง
  • ดาดฟ้า
  • รอบท่อทะลุพื้น
  • มุมพื้นชนผนัง
  • Construction joint
  • Expansion joint บางประเภท
  • จุดเปลี่ยนวัสดุ

ข้อควรระวัง

เทปกันซึมไม่ใช่ระบบกันซึมเต็มพื้นที่ ต้องใช้ร่วมกับวัสดุกันซึมหลัก และต้องเลือกชนิดที่เหมาะกับการขยับตัวของรอยต่อและสภาพแวดล้อม

  1. วัสดุอุดรอยรั่วแบบเร่งด่วน

วัสดุอุดรอยรั่วแบบเร่งด่วน เช่น water plug หรือ fast-setting compound ใช้สำหรับหยุดน้ำรั่วเฉพาะจุดอย่างรวดเร็ว มักใช้ในงานซ่อมฉุกเฉิน เช่น น้ำรั่วจากผนังคอนกรีต รอยรั่วในชั้นใต้ดิน หรือจุดที่มีน้ำซึมออกมาก่อนทำระบบกันซึมถาวร

วัสดุชนิดนี้แข็งตัวเร็วและช่วยหยุดน้ำเฉพาะจุด แต่ไม่ควรใช้แทนระบบกันซึมหลักทั้งพื้นที่

คุณสมบัติเด่นของวัสดุอุดรอยรั่วเร่งด่วน

  • เซ็ตตัวเร็ว
  • ใช้หยุดน้ำรั่วเฉพาะจุด
  • เหมาะกับงานซ่อมฉุกเฉิน
  • ใช้กับผนังคอนกรีตหรือปูนบางประเภท
  • ช่วยเตรียมพื้นที่ก่อนทำระบบกันซึมถาวร

งานที่เหมาะกับวัสดุอุดรอยรั่ว

  • น้ำรั่วเฉพาะจุด
  • ผนังใต้ดิน
  • รอยรั่วในถังน้ำ
  • รอยแตกร้าวที่มีน้ำไหล
  • งานซ่อมก่อนลงระบบกันซึมหลัก

ข้อควรระวัง

วัสดุอุดรอยรั่วเร่งด่วนเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะจุด ไม่ใช่ระบบกันซึมระยะยาวทั้งพื้นที่ หลังหยุดน้ำแล้วควรตรวจสาเหตุและทำระบบกันซึมหลักให้เหมาะสม

เลือกวัสดุกันซึมอย่างไรให้เหมาะกับงาน?

การเลือกวัสดุกันซึมควรเริ่มจากการวิเคราะห์พื้นที่ใช้งาน ไม่ใช่เลือกจากชื่อวัสดุอย่างเดียว เพราะวัสดุแต่ละชนิดมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน

  1. ดูว่าพื้นที่อยู่ภายในหรือภายนอก

พื้นที่ภายนอก เช่น หลังคา ดาดฟ้า และระเบียง ต้องใช้วัสดุที่ทน UV ทนฝน และรองรับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ ส่วนพื้นที่ภายใน เช่น ห้องน้ำ อาจเน้นการยึดเกาะกับปูนและการปูกระเบื้องทับ

  1. ดูว่ามีน้ำขังหรือไม่

หากพื้นที่มีน้ำขังบ่อย ต้องเลือกวัสดุที่ทนน้ำขังได้ตามระบบ ไม่ควรใช้วัสดุที่เหมาะเฉพาะน้ำฝนไหลผ่านในพื้นที่ที่น้ำขังเป็นเวลานาน

  1. ดูว่าต้องรับแรงดันน้ำหรือไม่

งานชั้นใต้ดิน ถังน้ำ สระว่ายน้ำ และอุโมงค์ ต้องพิจารณาแรงดันน้ำและรอยต่อโครงสร้าง ไม่ควรเลือกวัสดุผิวบางอย่างเดียวโดยไม่ออกแบบระบบรวม

  1. ดูพื้นผิวเดิม

พื้นผิวคอนกรีต ปูนฉาบ โลหะ กระเบื้อง บิทูเมน หรือเมมเบรนเดิม ต้องใช้การเตรียมผิวและ primer ต่างกัน หากเลือกวัสดุไม่เข้ากับพื้นผิว อาจเกิดการล่อนหรือยึดเกาะไม่ดี

  1. ดูรอยต่อและการขยับตัว

บริเวณรอยต่อ มุมผนัง และพื้นผิวที่มีการขยับตัว ควรใช้วัสดุที่ยืดหยุ่นหรือเสริมเทปกันซึมตามระบบ เพื่อป้องกันการแตกร้าวซ้ำ

ตารางเปรียบเทียบวัสดุกันซึมแต่ละประเภท

ประเภทวัสดุกันซึมจุดเด่นงานที่เหมาะข้อควรระวัง
ซีเมนต์กันซึมยึดเกาะปูนดี ใช้งานง่ายห้องน้ำ ถังน้ำ สระว่ายน้ำ ระเบียงยืดหยุ่นจำกัดในบางรุ่น
ทาเคลือบฟิล์มต่อเนื่อง เก็บรายละเอียดง่ายดาดฟ้า ระเบียง รอบท่อต้องคุมความหนาและเตรียมผิว
PUยืดหยุ่นสูง เหมาะกับหลังคาหลังคา ดาดฟ้า Terrace deckบางระบบต้องมี top coat
อะคริลิกใช้งานง่าย กลิ่นไม่แรงงานซ่อมทั่วไป ผนัง หลังคาบางประเภทไม่เหมาะกับน้ำขังหนัก
บิทูเมนกันน้ำดี ใช้กับโครงสร้างได้หลากหลายหลังคา ชั้นใต้ดิน ฐานรากต้องคุมรอยต่อและความปลอดภัยไฟ
PVCแผ่นสำเร็จรูป เชื่อมลมร้อนหลังคา ดาดฟ้า หลังคาเขียวต้องใช้ชั้นแยกกับวัสดุไม่เข้ากัน
FPO/TPOทน UV เหมาะกับหลังคาขนาดใหญ่โรงงาน คลังสินค้า Utility roofต้องติดตั้งโดยทีมชำนาญ
สารผสมคอนกรีตทำงานในเนื้อคอนกรีตชั้นใต้ดิน ถังน้ำ อุโมงค์ต้องออกแบบร่วมกับ waterstop
เทปกันซึมเสริมรอยต่อและมุมห้องน้ำ ระเบียง รอบท่อต้องใช้ร่วมกับระบบหลัก
Water plugหยุดน้ำรั่วเร็วงานซ่อมฉุกเฉินไม่ใช่ระบบกันซึมถาวรทั้งพื้นที่

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เลือกวัสดุกันซึมผิดประเภท

  • ใช้วัสดุภายในกับพื้นที่ภายนอกที่โดน UV
  • ใช้วัสดุที่ไม่ทนน้ำขังบนดาดฟ้าที่ระบายน้ำไม่ดี
  • ใช้ระบบทาบางในพื้นที่ที่ต้องรับแรงดันน้ำสูง
  • ไม่ใช้เทปกันซึมบริเวณมุมและรอยต่อ
  • ไม่เตรียมพื้นผิวก่อนลงระบบ
  • ไม่ใช้ primer ตามชนิดพื้นผิว
  • ทาวัสดุบางเกินไป
  • เชื่อมรอยต่อแผ่นเมมเบรนไม่สมบูรณ์
  • ไม่ออกแบบ slope และ drain ให้ดี
  • ไม่แก้สาเหตุรั่วก่อนทับระบบใหม่
  • ใช้วัสดุหยุดน้ำฉุกเฉินแทนระบบกันซึมถาวร

สรุป: วัสดุกันซึมต้องเลือกให้ตรงประเภทงาน

วัสดุกันซึม มีหลายประเภท เช่น ซีเมนต์กันซึม วัสดุทาเคลือบ PU อะคริลิก แผ่นบิทูเมน แผ่น PVC แผ่น FPO/TPO สารผสมคอนกรีตกันซึม เทปกันซึม และวัสดุอุดรอยรั่วแบบเร่งด่วน แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและงานที่เหมาะสมต่างกัน

หากเป็นห้องน้ำหรือถังน้ำ อาจเลือกซีเมนต์กันซึม หากเป็นหลังคาหรือดาดฟ้าที่ต้องการความยืดหยุ่น อาจเลือก PU หรือระบบทาเคลือบ หากเป็นหลังคาขนาดใหญ่หรือพื้นที่อุตสาหกรรม อาจเลือกแผ่น PVC/FPO/TPO หากเป็นชั้นใต้ดินหรือโครงสร้างรับแรงดันน้ำ อาจใช้สารผสมคอนกรีตกันซึมร่วมกับ waterstop และระบบรอยต่อ

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกวัสดุต้องเริ่มจากสภาพหน้างานจริง ไม่ใช่เลือกจากชื่อสินค้าเพียงอย่างเดียว ต้องดูพื้นผิว แรงดันน้ำ น้ำขัง UV รอยต่อ การขยับตัว และวิธีติดตั้ง หากเลือกวัสดุถูกประเภทและติดตั้งตามระบบ จะช่วยลดปัญหารั่วซึม ซ่อมซ้ำ และเพิ่มอายุการใช้งานของอาคารได้อย่างมั่นใจ

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!