Sikalastic 632 R วัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทน ทาเคลือบไร้รอยต่อ แห้งเร็ว

พ.ค. 29, 2026 by admin Blog 0 comment

Sikalastic 632 R วัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทน ทาเคลือบไร้รอยต่อ แห้งเร็ว

ปัญหาหลังคารั่ว ดาดฟ้าซึม ระเบียงมีน้ำขัง หรือรอยต่อรอบท่อรั่ว เป็นปัญหาที่หลายอาคารเจอบ่อย โดยเฉพาะอาคารที่ต้องเจอแดดจัด ฝนตกหนัก และอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าเลือกวัสดุกันซึมไม่เหมาะ หรือทำระบบไม่ครบ รอยรั่วอาจกลับมาอีกในเวลาไม่นาน

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบ หรือ liquid applied membrane แบบส่วนประกอบเดียว ใช้งานแบบเย็น ไม่ต้องใช้ไฟ และบ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ จุดเด่นคือแห้งเร็ว ทาเป็นแผ่นฟิล์มกันซึมต่อเนื่องไร้รอยต่อ ยืดหยุ่น อุดรอยแตกร้าวเล็ก ๆ ได้ดี และเหมาะกับงานหลังคา ดาดฟ้า ระเบียง และพื้นที่ภายนอกที่ต้องการระบบกันซึมทนสภาพอากาศ

ข้อมูลจาก Sika Thailand ระบุว่า Sikalastic®-632 R เป็นเมมเบรนกันซึมโพลียูรีเทนแบบ 1 ส่วนประกอบ แห้งเร็ว ใช้งานแบบเย็น บ่มตัวด้วยความชื้น และมีคุณสมบัติ crack-bridging สำหรับงานหลังคาแบน หลังคาลาดเอียง ระเบียงภายนอก และ terrace deck โดยให้ระบบกันซึมที่ไร้รอยต่อและทนทาน

Sikalastic 632 R คืออะไร?

Sikalastic 632 R คือวัสดุกันซึมหลังคาแบบทาเคลือบชนิดโพลียูรีเทน หรือ PU waterproofing membrane ใช้สำหรับสร้างชั้นกันน้ำบนพื้นผิวหลังคาหรือดาดฟ้า เมื่อทาหรือกลิ้งลงบนพื้นผิวแล้ว วัสดุจะบ่มตัวเป็นแผ่นฟิล์มยืดหยุ่นต่อเนื่อง คล้ายเมมเบรนกันซึมที่ไม่มีรอยต่อแผ่น

จุดที่ทำให้ Sikalastic 632 R แตกต่างจากวัสดุกันซึมทั่วไป คือเป็นระบบ liquid applied membrane จึงเข้ากับพื้นที่ที่มีรายละเอียดเยอะได้ดี เช่น รอบท่อ ระบายน้ำ มุมผนัง ช่องแสง ขอบ parapet และหลังคาที่มีงานระบบบนดาดฟ้า

เหมาะกับงาน เช่น

  • ดาดฟ้าคอนกรีต
  • หลังคาแบน
  • หลังคาลาดเอียง
  • ระเบียงภายนอก
  • Terrace deck
  • งานซ่อมหลังคาเก่า
  • หลังคาที่มีท่อ ช่องแสง หรือรายละเอียดซับซ้อน
  • งานกันซึมใต้กระเบื้องบนระเบียงและ terrace deck

Sika ระบุว่าสินค้านี้ใช้ได้กับงานก่อสร้างใหม่ งานปรับปรุงหลังคาเก่า และสามารถใช้กับพื้นผิวหลายประเภท เช่น ปูนซีเมนต์ บิทูเมน อิฐ กระเบื้อง โลหะ และ asbestos cement ตามระบบรองพื้นที่เหมาะสม

Sikalastic 632 R คืออะไร?
Sikalastic 632 R คืออะไร?

จุดเด่นของ Sikalastic 632 R สำหรับงานกันซึมหลังคา

  1. ทาเคลือบเป็นเมมเบรนไร้รอยต่อ

ข้อดีหลักของ Sikalastic 632 R คือเมื่อทาแล้วจะกลายเป็นชั้นกันซึมต่อเนื่อง ไม่มีรอยต่อแผ่นเหมือนเมมเบรนบางระบบ จึงช่วยลดจุดเสี่ยงที่น้ำจะซึมผ่านบริเวณรอยต่อ

เหมาะมากกับหลังคาหรือดาดฟ้าที่มีรายละเอียดเยอะ เช่น

  • รอบท่อทะลุพื้น
  • ช่องระบายน้ำ
  • มุมพื้นชนผนัง
  • ขอบ parapet
  • ฐานเครื่องปรับอากาศ
  • Roof light
  • ช่อง service ต่าง ๆ

บริเวณเหล่านี้เป็นจุดที่ระบบแผ่นเมมเบรนอาจเก็บงานยากกว่า แต่ระบบทาเคลือบสามารถคลุมตามรูปทรงหน้างานได้ดีเมื่อเตรียมผิวและเสริมแรงถูกต้อง

  1. แห้งเร็ว ลดความเสี่ยงช่วงฝนมาเร็ว

งานกันซึมหลังคาในประเทศไทยมักเจอปัญหาฝนตกกะทันหัน ถ้าวัสดุกันซึมยังไม่เซตตัวดี อาจโดนฝนชะจนเสียหายและต้องทำใหม่

Sikalastic 632 R ถูกออกแบบให้แห้งเร็วและมีความทนฝนในช่วงต้น โดยเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าเป็นระบบ rapid cure และมีคุณสมบัติ rain resistant almost immediately on application ส่วนเอกสารโบรชัวร์ของ Sika ระบุว่าวัสดุถูกออกแบบให้ทนฝนได้ภายในประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงหลังทา ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและความแรงของฝน

จุดนี้ช่วยให้การทำงานบนหลังคาในฤดูฝนหรือช่วงเวลาที่อากาศไม่แน่นอนปลอดภัยขึ้น แต่ก็ยังควรวางแผนงานให้เหมาะสม ไม่ควรทาบนพื้นที่เปียก มีน้ำขัง หรือใกล้ฝนตกหนักโดยไม่จำเป็น

  1. เป็นวัสดุ 1 ส่วนประกอบ พร้อมใช้ ไม่ต้องผสม

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุแบบ 1-part หรือส่วนประกอบเดียว ไม่ต้องผสม Part A/Part B ก่อนใช้งาน จึงช่วยลดความผิดพลาดจากการผสมผิดอัตราส่วน และเหมาะกับงานซ่อมหลังคาที่ต้องการความรวดเร็ว

ข้อดีของระบบพร้อมใช้ ได้แก่

  • เปิดถังแล้วใช้งานได้ตามระบบ
  • ลดปัญหาผสมไม่เข้ากัน
  • ลดของเสียจากการผสมมากเกินไป
  • เหมาะกับงานซ่อมเป็นช่วง ๆ
  • ช่วยให้ช่างทำงานง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากวัสดุมีการแยกตัวในถัง ควรกวนเบา ๆ ให้เนื้อสม่ำเสมอตามคำแนะนำ ไม่ควรกวนแรงจนเกิดฟองอากาศมากเกินไป

  1. ยืดหยุ่นและช่วยปิดรอยแตกร้าวเล็ก ๆ

หลังคาและดาดฟ้าต้องเจอการขยายตัวและหดตัวจากแดดและฝนตลอดเวลา วัสดุกันซึมที่แข็งเกินไปอาจแตกร้าวตามพื้นผิวเดิมได้ง่าย

Sikalastic 632 R เป็นเมมเบรนโพลียูรีเทนที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นและ crack-bridging โดยเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุค่า elongation at break ประมาณ 600% และความสามารถในการ bridge crack 2 มม. ตาม ASTM C836 ในบางเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์

คุณสมบัตินี้ช่วยให้ระบบกันซึมรองรับการเคลื่อนตัวเล็กน้อยของพื้นผิวได้ดีกว่าวัสดุเคลือบแข็งทั่วไป แต่ถ้ามีรอยร้าวใหญ่ รอยร้าวที่ยังขยับ หรือรอยร้าวโครงสร้าง ต้องซ่อมให้ถูกวิธีก่อน ไม่ควรหวังให้วัสดุกันซึมทาทับแล้วจบทุกกรณี

  1. ทน UV และเหมาะกับงานภายนอก

งานหลังคาและดาดฟ้าต้องเจอ UV โดยตรงทุกวัน วัสดุกันซึมที่ไม่ทน UV อาจกรอบ แตก หรือเสื่อมเร็วเมื่อใช้งานกลางแจ้ง

Sikalastic 632 R ระบุว่ามีคุณสมบัติ UV resistant และเหมาะกับงานหลังคา ดาดฟ้า ระเบียงภายนอก และพื้นที่ terrace deck ที่ต้องเจอสภาพอากาศจริง

จึงเหมาะกับอาคารที่ต้องการระบบกันซึมแบบเปิดผิว หรือ exposed waterproofing membrane ในพื้นที่ที่ออกแบบให้ใช้งานตามระบบของ Sika

  1. ไอน้ำผ่านได้ ช่วยให้พื้นผิว “หายใจ” ได้

Sikalastic 632 R มีคุณสมบัติ vapour permeable หรือยอมให้ไอน้ำผ่านได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งช่วยให้ความชื้นบางส่วนในพื้นผิวสามารถระบายออกได้ ลดความเสี่ยงจากการกักความชื้นใต้ชั้นกันซึมเมื่อใช้งานในสภาพพื้นผิวที่เหมาะสม

แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถทาบนพื้นเปียกหรือพื้นมีน้ำดันจากด้านล่างได้ หากพื้นมี rising moisture หรือความชื้นดันขึ้นจากใต้คอนกรีต ไม่ควรใช้งานโดยไม่แก้ต้นเหตุ เพราะเอกสารบางประเทศระบุชัดว่าไม่ควรใช้ Sikalastic 632 R บนพื้นผิวที่มี rising moisture

จุดเด่นของ Sikalastic 632 R สำหรับงานกันซึมหลังคา
จุดเด่นของ Sikalastic 632 R สำหรับงานกันซึมหลังคา

Sikalastic 632 R เหมาะกับพื้นที่แบบไหน?

หลังคาแบนและดาดฟ้าคอนกรีต

เหมาะกับหลังคาแบนและดาดฟ้าที่ต้องการกันซึมแบบทาเคลือบไร้รอยต่อ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีรายละเอียดเยอะ เช่น ท่อ ช่อง drain หรือฐานอุปกรณ์บนหลังคา

ก่อนทำงานควรตรวจ slope ให้ระบายน้ำได้ดี หากมีน้ำขังเป็นแอ่ง ควรแก้ระดับก่อน เพราะแม้วัสดุจะกันน้ำได้ แต่การปล่อยให้น้ำขังนาน ๆ จะทำให้ระบบหลังคาทำงานหนักขึ้นและเสื่อมเร็วกว่าเดิม

ระเบียงและ Terrace Deck

Sikalastic 632 R เหมาะกับระเบียงภายนอกและ terrace deck ทั้งในงานกันซึมเปิดผิว และงานใต้กระเบื้องในบางระบบ Sika Thailand ระบุว่าสามารถใช้ underneath bonded tiles on balcony and terrace decks ได้ตามระบบที่เหมาะสม

จุดที่ต้องระวังคือมุมพื้นชนผนัง รอบท่อระบายน้ำ และรอยต่อขอบระเบียง ต้องเสริมรายละเอียดให้ดี เพราะเป็นจุดที่รั่วซึมได้บ่อย

งานซ่อมหลังคาเก่า

สำหรับหลังคาเก่าที่เริ่มรั่วซึม Sikalastic 632 R ใช้ในงาน refurbishment ได้ โดยสามารถประยุกต์กับพื้นผิวเดิมหลายประเภท เช่น คอนกรีต ปูนซีเมนต์ บิทูเมนเก่า โลหะ หรือกระเบื้อง ตามการเตรียมพื้นผิวและ primer ที่ถูกต้อง

แต่ก่อนทำงานต้องตรวจว่าพื้นผิวเดิมยังแข็งแรงหรือไม่ หากสีเก่า กันซึมเก่า หรือบิทูเมนเก่าหลุดล่อน ต้องรื้อหรือเตรียมผิวให้เรียบร้อยก่อน ไม่ควรทาทับชั้นที่พร้อมหลุด

หลังคาที่มีรายละเอียดซับซ้อน

ระบบทาเคลือบเหมาะกับพื้นที่ที่มี penetrations, drains, roof lights และ geometry ซับซ้อน เพราะสามารถคลุมรายละเอียดได้ต่อเนื่องมากกว่าระบบแผ่นบางประเภท Sika ระบุว่า Sikalastic 632 R เหมาะกับหลังคาที่มีรายละเอียดมาก เช่น penetrations, drains, roof lights และรูปทรงซับซ้อน

ใช้ Sikalastic 632 R อย่างไรให้ได้ผลดี?

  1. ตรวจและเตรียมพื้นผิวให้แข็งแรง

พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน ตะไคร่ สีเก่าที่ลอก หรือกันซึมเก่าที่หลุดร่อน หากพื้นผิวไม่แข็งแรง ชั้นกันซึมใหม่จะยึดอยู่กับชั้นที่พร้อมหลุด และอาจล่อนในภายหลัง

พื้นผิวที่เหมาะกับ Sikalastic 632 R ได้แก่ ปูนซีเมนต์ คอนกรีต อิฐ หิน บิทูเมนเก่า โลหะ กระเบื้องไม่เคลือบ และไม้ โดยต้องเตรียมผิวตามวิธีและ primer ที่เหมาะสม

  1. เลือก Primer ให้ตรงกับพื้นผิว

Sikalastic 632 R ต้องใช้ primer ให้เหมาะกับวัสดุพื้นผิว เช่น พื้นปูนซีเมนต์ คอนกรีต อิฐ หิน กระเบื้องไม่เคลือบ บิทูเมนเก่า หรือโลหะ โดยเอกสาร Sika Thailand ระบุการเลือก primer เช่น Sikalastic® U primer สำหรับพื้น cementitious/brick/stone/ceramic tiles และ Sikalastic® Metal Primer สำหรับโลหะหรือบิทูเมนเก่าบางประเภท

การใช้ primer ถูกต้องช่วยเพิ่มการยึดเกาะ ลดปัญหาพอง ล่อน และช่วยให้ระบบกันซึมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

  1. ซ่อมรอยแตกและจุดรั่วก่อนทา

ถ้ามีรอยแตกใหญ่ รอยต่อที่ขยับตัว หรือจุดน้ำรั่ว ต้องซ่อมก่อนลงระบบกันซึม ไม่ควรทาทับทันที

จุดที่ควรเก็บรายละเอียดก่อน ได้แก่

  • รอยแตกร้าวบนดาดฟ้า
  • มุมพื้นชนผนัง
  • รอบท่อ drain
  • รอบฐานเสา/ฐานอุปกรณ์
  • ขอบ parapet
  • รอยต่อคอนกรีต
  • พื้นที่เป็นแอ่งน้ำขัง

ในจุดเสี่ยงควรเสริมระบบด้วยวัสดุเสริมแรง เช่น Sika Reemat หรือ Sikalastic Fleece ตามระบบของ Sika โดยเฉพาะบริเวณรายละเอียดและรอยต่อซับซ้อน

  1. ทาเป็นชั้นตามระบบ ไม่ควรทาบางเกินไป

Sikalastic 632 R ต้องใช้ตามความหนาและอัตราการใช้วัสดุของระบบ เช่น ระบบ SikaRoof MTC หรือ SikaRoof Pro ที่ระบุอัตราการใช้ base coat แต่ละชั้นไว้ในเอกสารผลิตภัณฑ์

การทาบางเกินไปเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กันซึมเสื่อมเร็ว เพราะชั้นฟิล์มไม่มีความหนาพอรองรับการยืดหยุ่นและการใช้งานจริง

  1. รอเวลาทาทับให้เหมาะสม

Sikalastic 632 R แห้งเร็ว แต่ยังต้องรอระยะเวลาทาทับตามอุณหภูมิและความชื้น โดยเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุเวลารอทาทับโดยประมาณ เช่น ที่ +10°C ประมาณ 12 ชั่วโมง, +20°C ประมาณ 6 ชั่วโมง และ +30°C ประมาณ 3 ชั่วโมง ที่ความชื้นสัมพัทธ์ 50%

หากปล่อยเกินเวลาที่กำหนด เช่น เกิน 2 วัน เอกสารระบุว่าต้องทำความสะอาดและ prime ด้วย Sika® Reactivation Primer ก่อนทำงานต่อ

ข้อควรระวังในการใช้ Sikalastic 632 R

แม้ Sikalastic 632 R จะเป็นระบบกันซึมหลังคาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ต้องใช้งานให้ถูกเงื่อนไข

ข้อควรระวังหลัก ๆ ได้แก่

  • ไม่ควรทาบนพื้นผิวที่มี rising moisture
  • ไม่ควรทาบนพื้นเปียกหรือมีน้ำขัง
  • ไม่ควรเจือจางด้วยตัวทำละลาย
  • ไม่เหมาะกับการแช่น้ำถาวร
  • ไม่ควรใช้ภายในอาคารในบางเอกสารข้อจำกัด
  • พื้นผิวที่มี outgassing ควรทาในช่วงอุณหภูมิกำลังลดลง
  • ต้องหลีกเลี่ยงการเกิด condensation โดยพื้นผิวควรสูงกว่า dew point อย่างน้อย 3°C
  • หากต้องการทนสารเคมีเฉพาะ ควรปรึกษา Sika Technical Service

เอกสารผลิตภัณฑ์บางประเทศระบุว่า Sikalastic 632 R ไม่เหมาะกับ permanent water immersion และการทดสอบน้ำขังสามารถทำได้หลัง 24 ชั่วโมง ภายในระยะเวลาทดสอบสูงสุด 48 ชั่วโมง โดยต้องเอาน้ำออกหลังจากนั้น

Sikalastic 632 R ต่างจากกันซึมอะคริลิกทั่วไปอย่างไร?

หัวข้อSikalastic 632 Rกันซึมอะคริลิกทั่วไป
วัสดุหลักโพลียูรีเทนอะคริลิก
การแห้งตัวแห้งเร็ว / rapid cureมักแห้งช้ากว่า ขึ้นกับอากาศ
ความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับ crack-bridgingมีความยืดหยุ่น แต่แตกต่างตามเกรด
งานหลังคาเหมาะกับหลังคา ดาดฟ้า ระเบียงใช้ได้บางงาน แต่ต้องดูสเปก
ทนฝนช่วงแรกทนฝนได้เร็วกว่าในระบบนี้มักเสี่ยงโดนฝนชะหากยังไม่แห้ง
ระบบไร้รอยต่อใช่ใช่
รายละเอียดซับซ้อนทำได้ดีเมื่อเสริมแรงถูกต้องทำได้ แต่ต้องดูระบบ
ความเหมาะกับงานหนักเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการประสิทธิภาพสูงเหมาะกับงานทั่วไปมากกว่า

สรุปง่าย ๆ คือ หากเป็นงานหลังคาหรือดาดฟ้าที่ต้องการวัสดุกันซึมทนสภาพอากาศ แห้งเร็ว และลดความเสี่ยงจากฝนมาเร็ว Sikalastic 632 R จะเป็นตัวเลือกที่จริงจังกว่ากันซึมอะคริลิกทั่วไปหลายระบบ

Sikalastic 632 R เหมาะกับใคร?

Sikalastic 632 R เหมาะกับเจ้าของอาคาร ผู้รับเหมา ช่างกันซึม และทีมซ่อมบำรุงที่ต้องการระบบกันซึมหลังคาแบบทาเคลือบไร้รอยต่อ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการความเร็วและลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศ

เหมาะกับงาน เช่น

  • อาคารพาณิชย์
  • บ้านพักอาศัย
  • โรงงาน
  • อาคารสำนักงาน
  • ดาดฟ้าคอนกรีต
  • ระเบียงภายนอก
  • หลังคาเก่าที่ต้องการยืดอายุการใช้งาน
  • หลังคาที่มีรายละเอียดเยอะ
  • โครงการที่ต้องการระบบกันซึมแบบไม่มีเปลวไฟ

สรุป: Sikalastic 632 R เหมาะกับงานกันซึมหลังคาที่ต้องการความเร็ว ไร้รอยต่อ และทนสภาพอากาศ

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนแบบทาเคลือบ 1 ส่วนประกอบ ใช้งานแบบเย็น แห้งเร็ว และบ่มตัวด้วยความชื้น เมื่อแห้งแล้วจะสร้างชั้นเมมเบรนกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคาแบน หลังคาลาดเอียง ดาดฟ้า ระเบียงภายนอก terrace deck และงานซ่อมหลังคาเก่า

จุดเด่นคือใช้งานง่าย ไม่ต้องผสม แห้งเร็ว ทนฝนช่วงต้น ทน UV ยืดหยุ่น มีคุณสมบัติ crack-bridging และเหมาะกับหลังคาที่มีรายละเอียดซับซ้อน เช่น รอบท่อ ช่อง drain roof light และขอบ parapet

อย่างไรก็ตาม งานจะทนหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นผิว การเลือก primer ให้ตรงกับวัสดุ การซ่อมรอยแตก การเสริมแรงในจุดเสี่ยง การทาตามอัตราการใช้วัสดุ และการรอระยะเวลาทาทับให้เหมาะสม หากทำครบตามระบบ Sikalastic 632 R จะช่วยป้องกันปัญหาหลังคารั่ว ดาดฟ้าซึม และยืดอายุการใช้งานของอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!