Sarnafil TG 66 แผ่นเมมเบรน FPO สำหรับหลังคาแผ่นคอนกรีต และดาดฟ้า

ก.ค. 07, 2026 by admin Uncategorized 0 comment

Sarnafil TG 66 แผ่นเมมเบรน FPO สำหรับหลังคาแผ่นคอนกรีต และดาดฟ้า

หลังคาแผ่นคอนกรีตและดาดฟ้าเป็นพื้นที่ที่ต้องรับแดด ฝน น้ำขัง ความร้อน และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอยู่ตลอดเวลา หากระบบกันซึมไม่ดีพอ อาจเกิดปัญหาน้ำซึมลงฝ้า ผนังแตกร้าว สีลอก เหล็กเสริมเสี่ยงเป็นสนิม และต้องซ่อมซ้ำในระยะยาว

โดยเฉพาะดาดฟ้าที่มีการใช้งานจริง เช่น พื้นที่วางเครื่องจักร งานระบบ ทางเดินตรวจเช็ก ลานพัก หรือหลังคาที่ปูแผ่นคอนกรีตทับ ชั้นกันซึมต้องมีความทนทานมากกว่างานทาทั่วไป เพราะต้องรับทั้งแรงกดจากวัสดุปูทับ ความชื้นสะสม และการขยับตัวจากอุณหภูมิ

Sarnafil TG 66 หรือ Sarnafil® TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO หรือ Flexible Polyolefin สำหรับระบบหลังคาแบบวางหลวมและถ่วงน้ำหนัก เหมาะกับหลังคาแผ่นคอนกรีต ดาดฟ้า หลังคาโรยกรวด หลังคาเขียว หลังคากลับด้าน และพื้นที่ที่มีวัสดุปูทับด้านบน

จุดเด่นของ Sarnafil TG 66 คือเป็นแผ่นเมมเบรนสังเคราะห์หลายชั้น เสริมด้วยใยแก้วไม่ทอ มีความคงตัวของขนาดสูง เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ทน UV และสภาพอากาศ เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการระบบกันซึมประสิทธิภาพสูงและใช้งานระยะยาว

Sarnafil TG 66 คืออะไร?

Sarnafil TG 66 คือแผ่นกันซึมหลังคาแบบชั้นเดียวชนิด FPO ผลิตจากโพลีโอเลฟินส์ชนิดยืดหยุ่นคุณภาพสูง มีโครงสร้างหลายชั้น และเสริมด้วย glass non-woven inlay หรือใยแก้วไม่ทอ เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นคงของแผ่นและลดการเปลี่ยนรูปจากสภาพแวดล้อม

Sarnafil TG 66 ถูกออกแบบมาสำหรับระบบหลังคาแบบ loose laid and ballasted roof waterproofing หรือระบบวางหลวมและถ่วงน้ำหนัก โดยเหมาะกับหลังคาที่มีวัสดุปิดทับ เช่น กรวด แผ่นพื้นคอนกรีต ชั้นปลูกพืชของหลังคาเขียว หรือระบบหลังคากลับด้าน

เหมาะกับงาน เช่น

  • หลังคาแผ่นคอนกรีต
  • ดาดฟ้าคอนกรีต
  • หลังคาโรยกรวด
  • หลังคาปูแผ่นพื้นคอนกรีต
  • หลังคาเขียว
  • หลังคากลับด้าน
  • หลังคาดาดฟ้าที่ใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์
  • หลังคาที่มีวัสดุถ่วงน้ำหนัก
  • งานปรับปรุงหลังคาเดิม
  • งานกันซึมใต้พื้นปูทับ
Sarnafil TG 66 คืออะไร?
Sarnafil TG 66 คืออะไร?

ทำไมหลังคาแผ่นคอนกรีตและดาดฟ้าต้องใช้ระบบกันซึมที่เหมาะสม?

คอนกรีตเป็นวัสดุที่แข็งแรง แต่ไม่ได้หมายความว่ากันน้ำได้สมบูรณ์เสมอไป เพราะคอนกรีตมีรูพรุน มีรอยต่อ มีโอกาสแตกร้าวจากการหดตัว และอาจเกิดรอยร้าวเล็ก ๆ จากความร้อนบนดาดฟ้า หากไม่มีระบบกันซึมที่ดี น้ำฝนสามารถซึมผ่านลงสู่ชั้นล่างได้

ปัญหาที่มักพบในดาดฟ้าคอนกรีต ได้แก่

  • น้ำซึมลงฝ้าเพดาน
  • ผนังภายในเกิดคราบน้ำ
  • สีลอกและปูนร่อน
  • พื้นดาดฟ้าแตกร้าว
  • น้ำขังตามแอ่ง
  • รอยต่อรอบท่อ drain รั่ว
  • ขอบ parapet มีน้ำซึม
  • ระบบกันซึมเดิมเสื่อมจากแดด
  • ซ่อมซ้ำหลายรอบแต่ยังรั่ว

การเลือกใช้ Sarnafil TG 66 ช่วยให้ดาดฟ้าคอนกรีตมีชั้นกันซึมแบบเมมเบรนที่ต่อเนื่อง เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน และทำงานร่วมกับระบบถ่วงน้ำหนัก เช่น แผ่นคอนกรีตหรือกรวดด้านบนได้ดี

จุดเด่นของ Sarnafil TG 66

  1. แผ่นเมมเบรน FPO สำหรับระบบหลังคาถ่วงน้ำหนัก

Sarnafil TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรน FPO ที่ออกแบบมาเพื่อระบบหลังคาแบบวางหลวมและถ่วงน้ำหนัก เหมาะกับงานหลังคาที่มีวัสดุปูทับ เช่น กรวด แผ่นคอนกรีต หรือระบบหลังคาเขียว

ข้อดีของระบบนี้คือไม่ต้องยึดติดแผ่นกับพื้นเต็มพื้นที่เหมือนบางระบบ แต่ใช้วัสดุถ่วงน้ำหนักด้านบนช่วยคงตำแหน่งของแผ่นเมมเบรน เหมาะกับดาดฟ้าและหลังคาคอนกรีตที่ต้องการระบบกันซึมใต้ชั้นปูทับ

  1. เหมาะกับหลังคาแผ่นคอนกรีตและดาดฟ้า

Sarnafil TG 66 เหมาะกับดาดฟ้าที่ปูแผ่นพื้นคอนกรีตด้านบน เพราะตัวเมมเบรนทำหน้าที่เป็นชั้นกันน้ำใต้ระบบปูทับ ช่วยลดความเสี่ยงน้ำซึมลงสู่โครงสร้างคอนกรีตด้านล่าง

เหมาะกับพื้นที่ เช่น

  • ดาดฟ้าอาคารสำนักงาน
  • ดาดฟ้าอาคารพาณิชย์
  • ดาดฟ้าโรงงาน
  • หลังคาคอนกรีตปูแผ่นทางเดิน
  • พื้นที่ roof deck
  • พื้นที่ติดตั้งเครื่องจักรหรืออุปกรณ์งานระบบ
  • ดาดฟ้าที่ต้องการใช้งานเป็นพื้นที่อเนกประสงค์
  1. เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ลดจุดเสี่ยงรั่วซึม

รอยต่อเป็นจุดสำคัญที่สุดของระบบแผ่นเมมเบรน หากรอยต่อไม่แน่น น้ำอาจซึมผ่านได้ง่าย Sarnafil TG 66 สามารถเชื่อมรอยต่อด้วยระบบลมร้อน ทำให้แนวเชื่อมต่อเนื่องและลดความเสี่ยงจากการรั่วตามแนวซ้อนทับของแผ่น

ข้อดีของการเชื่อมด้วยลมร้อนคือ

  • ไม่ต้องใช้เปลวไฟเปิด
  • เหมาะกับงานหลังคาอาคาร
  • รอยต่อเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกันตามระบบ
  • ตรวจสอบแนวเชื่อมได้
  • ลดความเสี่ยงน้ำรั่วตามรอยซ้อนทับ
  • เหมาะกับงานเมมเบรนหลังคาขนาดใหญ่
  1. เสริมใยแก้วไม่ทอ เพิ่มความคงตัวของแผ่น

Sarnafil TG 66 มีชั้นเสริมใยแก้วไม่ทอ ช่วยให้แผ่นมีความคงตัวของขนาดสูง ลดการเสียรูปจากอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมภายนอก จุดนี้สำคัญมากกับงานดาดฟ้า เพราะผิวหลังคาต้องเจอความร้อนสูงในตอนกลางวัน และเย็นลงในตอนกลางคืน ทำให้วัสดุเกิดการขยายและหดตัวซ้ำ ๆ

การมีชั้นเสริมช่วยให้แผ่นเมมเบรนทำงานได้มั่นคงขึ้นในระบบถ่วงน้ำหนักและช่วยลดปัญหาการขยับตัวของแผ่นในระยะยาว

  1. ทน UV และสภาพอากาศ

Sarnafil TG 66 มีคุณสมบัติทนต่อรังสี UV และสภาพอากาศภายนอกได้ดี จึงเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องเจอสภาพแวดล้อมหนัก เช่น แดด ฝน ความชื้น และอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง แม้ในระบบถ่วงน้ำหนักที่แผ่นอาจไม่ได้เปิดผิวทั้งหมด แต่บริเวณรายละเอียด เช่น ขอบหลังคา ขอบผนัง หรือจุดต่อบางตำแหน่งอาจยังต้องรับแสงและอากาศภายนอก

  1. ใช้ได้กับหลังคาเขียวและหลังคากลับด้าน

นอกจากดาดฟ้าและหลังคาแผ่นคอนกรีตแล้ว Sarnafil TG 66 ยังเหมาะกับระบบหลังคาเขียวและหลังคากลับด้าน ซึ่งเป็นระบบที่มีชั้นวัสดุหลายชั้นอยู่ด้านบน เช่น ชั้นระบายน้ำ ชั้นปลูกพืช ฉนวน หรือวัสดุถ่วงน้ำหนัก

ระบบเหล่านี้ต้องการเมมเบรนกันซึมที่ทนทาน เพราะหากเกิดรั่วหลังติดตั้งครบระบบแล้ว การรื้อซ่อมจะยุ่งยากและมีต้นทุนสูงกว่างานหลังคาทั่วไป

Sarnafil TG 66 เหมาะกับงานแบบไหน?
Sarnafil TG 66 เหมาะกับงานแบบไหน?

Sarnafil TG 66 เหมาะกับงานแบบไหน?

หลังคาแผ่นคอนกรีต

เหมาะกับหลังคาที่มีแผ่นคอนกรีตปูทับด้านบน เช่น แผ่นทางเดิน แผ่นพื้นสำเร็จ หรือระบบพื้นที่ต้องการชั้นปกป้องเมมเบรนจากการใช้งานโดยตรง

ดาดฟ้าคอนกรีต

เหมาะกับดาดฟ้าที่ต้องการระบบกันซึมใต้ชั้นปูทับ เช่น ดาดฟ้าอาคารสำนักงาน โรงงาน คลังสินค้า อาคารพาณิชย์ หรืออาคารที่ต้องการใช้ดาดฟ้าเป็นพื้นที่อเนกประสงค์

หลังคาโรยกรวด

เหมาะกับระบบหลังคาที่ใช้กรวดเป็นวัสดุถ่วงน้ำหนักและช่วยปกป้องแผ่นเมมเบรนจากสภาพแวดล้อมบางส่วน

หลังคาเขียว

เหมาะกับระบบหลังคาเขียวที่ต้องการชั้นกันซึมทนทานใต้ชั้นปลูกพืช ชั้นดิน ชั้นระบายน้ำ และวัสดุปกป้อง

หลังคากลับด้าน

เหมาะกับ inverted roof ที่มีฉนวนและวัสดุถ่วงน้ำหนักอยู่ด้านบนชั้นกันซึม โดยต้องออกแบบรายละเอียดชั้นวัสดุตามระบบให้ถูกต้อง

งานปรับปรุงดาดฟ้าเดิม

ในบางกรณี Sarnafil TG 66 สามารถใช้กับงานปรับปรุงหลังคาเดิมได้ หากพื้นผิวเดิมสะอาด เรียบ และเหมาะกับระบบ โดยต้องตรวจสอบความเข้ากันได้ของวัสดุเดิมและการระบายน้ำก่อนติดตั้ง

Sarnafil TG 66 ต่างจากกันซึมทาทั่วไปอย่างไร?

หัวข้อSarnafil TG 66กันซึมทาทั่วไป
ประเภทวัสดุแผ่นเมมเบรน FPOวัสดุทาเคลือบ
ระบบใช้งานเด่นวางหลวมและถ่วงน้ำหนักทาบนพื้นผิวโดยตรง
ความหนาควบคุมจากโรงงานขึ้นกับการทาและจำนวนชั้น
รอยต่อเชื่อมด้วยลมร้อนไม่มีรอยต่อแผ่น แต่ต้องคุมความหนา
งานเหมาะดาดฟ้าปูแผ่นคอนกรีต หลังคาเขียว หลังคาโรยกรวดดาดฟ้าทั่วไป ห้องน้ำ ระเบียง งานซ่อมผิว
การปกป้องผิวมักมีวัสดุปูทับ/ถ่วงน้ำหนักผิววัสดุรับแดดและการใช้งานโดยตรง
การควบคุมคุณภาพคุณภาพแผ่นมาจากโรงงานขึ้นกับฝีมือและสภาพหน้างาน

หากเป็นงานดาดฟ้าที่ต้องปูแผ่นคอนกรีตทับ หรือระบบหลังคาที่ต้องใช้วัสดุถ่วงน้ำหนัก Sarnafil TG 66 จะเหมาะกว่างานทากันซึมบางประเภท เพราะถูกออกแบบมาเพื่อระบบหลังคาแบบ loose laid and ballasted โดยเฉพาะ

ก่อนติดตั้ง Sarnafil TG 66 ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

  1. ตรวจสภาพพื้นคอนกรีต

พื้นคอนกรีตต้องเรียบ แข็งแรง ไม่มีเศษแหลมคม ไม่มีปูนร่วน และไม่มีสิ่งที่อาจทำให้แผ่นเมมเบรนเสียหาย หากพื้นมีคมหรือเศษวัสดุ ควรปรับผิวหรือปูชั้นป้องกันตามระบบก่อน

  1. ตรวจ slope และการระบายน้ำ

ดาดฟ้าและหลังคาคอนกรีตควรมี slope ไปยังจุดระบายน้ำอย่างเหมาะสม แม้เมมเบรนจะกันซึมได้ดี แต่หากปล่อยให้น้ำขังนานเกินไป จะเพิ่มภาระให้ระบบหลังคาและเพิ่มความเสี่ยงบริเวณรายละเอียด

  1. วางแผนจุด drain และ overflow

จุดระบายน้ำควรอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม มีจำนวนเพียงพอ และควรมี overflow เพื่อป้องกันน้ำท่วมหลังคาในกรณี drain อุดตัน

  1. เก็บรายละเอียดรอบท่อและขอบหลังคา

จุดเสี่ยงของงานดาดฟ้ามักอยู่ที่รอบท่อ drain, parapet, upstand, รอยต่อผนัง, ช่องแสง และฐานอุปกรณ์งานระบบ ต้องออกแบบรายละเอียดให้ถูกต้องตามระบบ Sarnafil

  1. เลือกชั้นป้องกันและวัสดุถ่วงน้ำหนักให้เหมาะสม

หากปูแผ่นคอนกรีตทับ ต้องมีชั้นป้องกันเมมเบรนจากแรงกด จุดคม และการเสียดสี รวมถึงต้องออกแบบน้ำหนักถ่วงให้เพียงพอต่อแรงลมและการใช้งานจริง

วิธีติดตั้ง Sarnafil TG 66 โดยสรุป

การติดตั้งจริงควรทำโดยทีมที่มีประสบการณ์กับระบบ Sarnafil และยึดตามคู่มือของผู้ผลิต แต่โดยทั่วไปมีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. ตรวจแบบหลังคาและระบบระบายน้ำ
  2. ตรวจพื้นผิวคอนกรีตให้เรียบและไม่มีของแหลมคม
  3. ทำความสะอาดพื้นผิวและกำจัดเศษวัสดุ
  4. ปูชั้นแยกหรือชั้นป้องกันตามระบบ
  5. วางแผ่น Sarnafil TG 66 แบบ loose laid
  6. จัดแนวแผ่นและระยะซ้อนทับให้ถูกต้อง
  7. เชื่อมรอยต่อด้วยเครื่องเชื่อมลมร้อน
  8. ตรวจสอบแนวเชื่อมทุกจุด
  9. เก็บรายละเอียดรอบ drain, parapet, upstand และจุดทะลุหลังคา
  10. ปูชั้นป้องกันเมมเบรน
  11. ปูวัสดุถ่วงน้ำหนัก เช่น กรวด แผ่นคอนกรีต หรือชั้นระบบหลังคาเขียว
  12. ตรวจสอบระบบก่อนส่งมอบงาน

หัวใจของงาน Sarnafil TG 66 ไม่ได้อยู่ที่การปูแผ่นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องควบคุมรายละเอียดรอยต่อ การเชื่อมลมร้อน ชั้นป้องกัน และวัสดุถ่วงน้ำหนักให้ครบระบบ

ข้อควรระวังในการใช้ Sarnafil TG 66

  • ควรติดตั้งโดยผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ระบบเมมเบรน FPO
  • พื้นคอนกรีตต้องเรียบ ไม่มีเศษแหลมคม
  • ต้องออกแบบ slope และ drain ให้เหมาะสม
  • ต้องเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนและตรวจสอบรอยเชื่อม
  • ต้องป้องกันเมมเบรนก่อนปูแผ่นคอนกรีตหรือวัสดุถ่วงน้ำหนัก
  • ต้องออกแบบน้ำหนักถ่วงให้เหมาะกับแรงลมของพื้นที่
  • ต้องเก็บรายละเอียดรอบท่อ drain, parapet และฐานอุปกรณ์ให้ถูกต้อง
  • หากติดตั้งร่วมกับวัสดุเดิม ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อน
  • งานหลังคาเขียวต้องมีชั้นระบายน้ำ ชั้นป้องกัน และระบบปลูกพืชที่ถูกต้อง
  • ควรตรวจสอบหลังติดตั้งและบำรุงรักษาระบบระบายน้ำเป็นระยะ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานเมมเบรนดาดฟ้ารั่วซึม

  • พื้นคอนกรีตมีเศษคมหรือปูนร่วน
  • ไม่แก้ slope ก่อนติดตั้ง
  • จุด drain น้อยเกินไปหรือระบายน้ำไม่ดี
  • เชื่อมรอยต่อไม่สมบูรณ์
  • ไม่ตรวจสอบรอยเชื่อมหลังติดตั้ง
  • ปูแผ่นคอนกรีตทับโดยไม่มีชั้นป้องกัน
  • วัสดุถ่วงน้ำหนักไม่เพียงพอ
  • เก็บรายละเอียดรอบ parapet และ upstand ไม่ครบ
  • ไม่ป้องกันเมมเบรนจากการเจาะหรือแรงกดเฉพาะจุด
  • ไม่บำรุงรักษา drain ทำให้น้ำขังบนหลังคา

ระบบกันซึมหลังคาที่ดีต้องคิดตั้งแต่การออกแบบ ไม่ใช่แค่เลือกวัสดุ เพราะแม้ใช้เมมเบรนคุณภาพสูง หากรายละเอียดหน้างานผิดพลาด ก็ยังมีโอกาสรั่วซึมได้

Sarnafil TG 66 เหมาะกับใคร?

Sarnafil TG 66 เหมาะกับเจ้าของอาคาร วิศวกร สถาปนิก ผู้รับเหมา และทีมงานกันซึมที่ต้องการแผ่นเมมเบรน FPO สำหรับงานดาดฟ้าและหลังคาคอนกรีตที่มีวัสดุถ่วงน้ำหนักหรือปูทับด้านบน

เหมาะกับงาน เช่น

  • อาคารสำนักงาน
  • อาคารพาณิชย์
  • โรงงาน
  • คลังสินค้า
  • อาคารที่มีดาดฟ้าใช้งาน
  • หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
  • หลังคาโรยกรวด
  • หลังคาเขียว
  • หลังคากลับด้าน
  • Roof deck ที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว

สรุป: Sarnafil TG 66 เหมาะกับหลังคาแผ่นคอนกรีตและดาดฟ้าที่ต้องการระบบกันซึม FPO ระยะยาว

Sarnafil TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคา FPO แบบหลายชั้น เสริมใยแก้วไม่ทอ เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน และออกแบบมาสำหรับระบบหลังคาแบบวางหลวมและถ่วงน้ำหนัก เหมาะกับหลังคาแผ่นคอนกรีต ดาดฟ้า หลังคาโรยกรวด หลังคาเขียว หลังคากลับด้าน และพื้นที่ที่ต้องการปูวัสดุทับด้านบน

จุดเด่นคือมีความคงตัวของขนาดสูง ทน UV และสภาพอากาศ เชื่อมรอยต่อได้แน่นด้วยระบบลมร้อน และเหมาะกับงานดาดฟ้าที่ต้องการระบบกันซึมใต้ชั้นปูทับ เช่น แผ่นคอนกรีตหรือกรวด

อย่างไรก็ตาม งานติดตั้งต้องทำเป็นระบบ ตั้งแต่การตรวจพื้นคอนกรีต การออกแบบ slope และ drain การวางแผ่น การเชื่อมรอยต่อ การเก็บรายละเอียดรอบท่อและขอบหลังคา ไปจนถึงการปูชั้นป้องกันและวัสดุถ่วงน้ำหนัก หากทำครบตามระบบ Sarnafil TG 66 จะช่วยลดความเสี่ยงรั่วซึม เพิ่มความทนทานให้ดาดฟ้า และช่วยให้อาคารใช้งานได้มั่นคงในระยะยาว

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!