Sarnafil TG 66 เมมเบรนกันซึม FPO สำหรับงานเก็บรายละเอียดหลังคา เชื่อมลมร้อนทนสภาพอากาศ
งานกันซึมหลังคาจะรั่วหรือไม่รั่ว มักไม่ได้ตัดสินกันที่พื้นที่โล่งกลางดาดฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่จุดที่สร้างปัญหามากที่สุดมักเป็น “รายละเอียดหลังคา” เช่น ขอบผนัง parapet, upstand, รอยต่อพื้นกับผนัง, รอบท่อ drain, ช่องแสง, ฐานอุปกรณ์งานระบบ, แนว flashing และจุดทะลุหลังคา
แม้จะเลือกวัสดุกันซึมหลักคุณภาพดี แต่ถ้าเก็บรายละเอียดไม่ถูกต้อง น้ำฝนก็ยังสามารถซึมผ่านจุดเล็ก ๆ เหล่านี้ได้ โดยเฉพาะหลังคาและดาดฟ้าที่ต้องเจอแดด ฝน ความร้อน ลม ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิทุกวัน
Sarnafil TG 66 หรือ Sarnafil® TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO ที่ออกแบบมาสำหรับระบบหลังคาแบบวางหลวมและถ่วงน้ำหนัก รวมถึงงานบริเวณ junction และ flashing ที่ต้องเปิดรับสภาพอากาศในระบบหลังคา Sarnafil TG 66 จุดเด่นคือเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ไม่ใช้เปลวไฟ ทน UV ทนสภาพอากาศ ทนจุลินทรีย์ ทนรากพืช และมีความคงตัวของแผ่นสูงจากชั้นเสริมใยแก้ว
Sarnafil TG 66 คืออะไร?
Sarnafil TG 66 คือแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด Flexible Polyolefin หรือ FPO ใช้สำหรับงานกันซึมหลังคา โดยเฉพาะระบบหลังคาแบบ loose laid and ballasted หรือระบบวางหลวมและถ่วงน้ำหนัก เช่น หลังคาโรยกรวด หลังคาปูแผ่นคอนกรีต หลังคาเขียว หลังคากลับด้าน และหลังคาใช้งาน
นอกจากพื้นที่หลักของหลังคาแล้ว Sarnafil TG 66 ยังเหมาะกับงานเก็บรายละเอียดบริเวณรอยต่อและจุดเปลี่ยนระดับของหลังคา เช่น wall junction, parapet junction, roof light และ flashing ซึ่งเป็นจุดที่ต้องการความละเอียดสูงในการติดตั้ง
เหมาะกับงาน เช่น
- งานเก็บรายละเอียดหลังคา
- แนว parapet
- แนว upstand
- รอยต่อพื้นหลังคากับผนัง
- งาน flashing
- รอบช่องแสงหลังคา
- รอบท่อ drain
- จุดทะลุหลังคา
- หลังคาโรยกรวด
- หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
- หลังคาเขียว
- หลังคากลับด้าน
- ดาดฟ้าคอนกรีตที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว

ทำไมงานเก็บรายละเอียดหลังคาจึงสำคัญ?
หลังคามีหลายจุดที่น้ำสามารถซึมเข้าได้ แม้พื้นที่หลักจะปูเมมเบรนดีแล้ว แต่ถ้าจุดต่อ ขอบมุม หรือรอยเจาะต่าง ๆ ทำไม่ครบระบบ ก็ยังมีโอกาสรั่วซึมได้สูง
จุดเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่
- ขอบ parapet
- มุมพื้นชนผนัง
- รอบท่อระบายน้ำ
- รอบท่อ vent
- ฐานแอร์หรือฐานเครื่องจักร
- รอบช่องแสง skylight
- แนว flashing
- จุดเปลี่ยนระดับหลังคา
- รอยต่อระหว่างเมมเบรนกับวัสดุอื่น
- มุมในและมุมนอกของผนัง
จุดเหล่านี้มักต้องรับการขยับตัวจากความร้อน แรงลม น้ำฝน และรายละเอียดโครงสร้างหลายชนิดมาบรรจบกัน หากใช้วัสดุที่เชื่อมต่อไม่ดีหรือไม่มีความทนทานต่อสภาพอากาศ ก็อาจเกิดการเปิดรอยต่อ แตกร้าว หรือรั่วซึมในระยะยาว
จุดเด่นของ Sarnafil TG 66 สำหรับงานเก็บรายละเอียดหลังคา
- เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ไม่ใช้เปลวไฟ
หนึ่งในจุดเด่นของ Sarnafil TG 66 คือสามารถเชื่อมรอยต่อด้วย hot air welding หรือการเชื่อมลมร้อน โดยไม่ต้องใช้เปลวไฟเปิดในการติดตั้ง
ข้อดีของการเชื่อมลมร้อนคือ
- ลดความเสี่ยงจากการใช้ไฟเปิดบนหลังคา
- เหมาะกับอาคารที่ต้องควบคุมความปลอดภัยหน้างาน
- รอยต่อเชื่อมเป็นระบบต่อเนื่อง
- ตรวจสอบแนวเชื่อมได้
- เหมาะกับงานรายละเอียดที่ต้องการความแม่นยำ
- ลดโอกาสน้ำซึมตามแนวซ้อนทับของแผ่น
สำหรับงานเก็บรายละเอียดหลังคา การเชื่อมรอยต่อให้แน่นเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะบริเวณมุมและจุดต่อมักเป็นตำแหน่งที่น้ำฝนไหลผ่านหรือขังอยู่เป็นประจำ
- ทน UV และสภาพอากาศ
Sarnafil TG 66 มีคุณสมบัติทน UV และทนต่อสภาพแวดล้อมทั่วไป จึงเหมาะกับบริเวณรายละเอียดหลังคาที่อาจเปิดรับแดด ฝน และลมโดยตรง เช่น ขอบ parapet, flashing และจุดต่อกับช่องแสงหลังคา
ประโยชน์ของเมมเบรนที่ทนสภาพอากาศคือ
- ลดการเสื่อมจากแดด
- ลดความเสี่ยงผิวกรอบหรือแตก
- เหมาะกับพื้นที่เปิดรับแดด
- รองรับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงบนหลังคา
- ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้ระบบกันซึมระยะยาว
สำหรับประเทศไทยที่มีทั้งแดดแรง ฝนหนัก และความชื้นสูง การเลือกวัสดุที่ทนสภาพอากาศจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
- เหมาะกับ junction และ flashing
Sarnafil TG 66 ถูกระบุว่าใช้ได้กับงานกันซึมบริเวณ junction และ flashing เช่น รอยต่อผนังกับหลังคา ขอบ parapet และช่องแสงหลังคา ซึ่งมักเป็นจุดที่ต้องใช้วัสดุที่เข้ารูปได้ดีและเชื่อมต่อกับระบบเมมเบรนหลักได้แน่น
ตัวอย่างงานที่เหมาะ ได้แก่
- Wall junction
- Parapet junction
- Roof light
- Flashing
- Upstand
- Edge termination
- Internal corner
- External corner
- Drain detail
- Pipe penetration
หากเก็บรายละเอียดเหล่านี้ถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงการรั่วซึมในระยะยาวได้มากกว่าการปูเมมเบรนบนพื้นที่เรียบเพียงอย่างเดียว
- มีความคงตัวสูงจากชั้นเสริมใยแก้ว
Sarnafil TG 66 มีชั้นเสริม glass fleece inlay ที่ช่วยเพิ่มความคงตัวของแผ่นเมมเบรน ลดการเสียรูปจากความร้อนและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบนหลังคา
งานรายละเอียดหลังคามักมีมุมพับ ขอบยก และจุดต่อหลายทิศทาง หากแผ่นมีเสถียรภาพดี จะช่วยให้ระบบทำงานได้มั่นคงขึ้น ลดโอกาสเกิดการบิดตัวหรือขยับตัวที่อาจกระทบต่อรอยเชื่อม
- ทนจุลินทรีย์และรากพืช
Sarnafil TG 66 มีคุณสมบัติทนต่อจุลินทรีย์และทนต่อรากพืช จึงเหมาะกับระบบหลังคาเขียว หลังคาที่มีความชื้นสะสม หรือพื้นที่ที่มีวัสดุปิดทับด้านบน เช่น กรวด แผ่นคอนกรีต หรือชั้นปลูกพืช
คุณสมบัตินี้สำคัญกับงานหลังคาเขียวและระบบถ่วงน้ำหนัก เพราะเมื่อปิดทับเมมเบรนแล้ว หากเกิดปัญหารั่วซึม การตรวจหาและซ่อมแซมจะทำได้ยากกว่าหลังคาเปิดผิวทั่วไป
- เหมาะกับระบบหลังคาถ่วงน้ำหนัก
Sarnafil TG 66 เหมาะกับระบบหลังคาแบบถ่วงน้ำหนัก เช่น
- หลังคาโรยกรวด
- หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
- หลังคาเขียว
- หลังคาใช้งาน
- หลังคากลับด้าน
ในระบบเหล่านี้ เมมเบรนทำหน้าที่เป็นชั้นกันซึมหลักใต้ชั้นวัสดุปิดทับ โดยต้องออกแบบชั้นป้องกัน ชั้นระบายน้ำ และวัสดุถ่วงน้ำหนักให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเมมเบรนและช่วยให้ระบบกันซึมทำงานได้ยาวนาน

งานเก็บรายละเอียดหลังคาที่ควรใช้ Sarnafil TG 66
- ขอบ parapet
ขอบ parapet เป็นจุดที่พื้นหลังคาชนกับผนังแนวตั้ง หากทำรายละเอียดไม่ดี น้ำฝนอาจซึมเข้าตามรอยต่อหรือมุมพับได้ง่าย การใช้เมมเบรน FPO ที่เชื่อมลมร้อนและเก็บแนวขึ้นผนังได้เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงรั่วซึม
- แนว upstand
Upstand ต้องรับทั้งน้ำฝนที่ไหลมาชนและแรงขยับจากอุณหภูมิ การเก็บเมมเบรนขึ้นแนวตั้งตามความสูงที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันน้ำย้อนหรือซึมเข้าจุดต่อ
- รอบท่อ drain
ท่อระบายน้ำเป็นจุดที่น้ำไหลรวมมากที่สุด หากเก็บรายละเอียดรอบ drain ไม่ดี จะเป็นจุดรั่วซึมอันดับต้น ๆ ของหลังคา การเชื่อมรอบ drain ต้องแน่นและตรวจสอบได้
- รอบช่องแสงหลังคา
ช่องแสงหรือ roof light มีขอบหลายด้านและมุมต่อหลายจุด ต้องใช้วัสดุที่เข้ารูปกับรายละเอียดได้ดี และต้องเชื่อมต่อกับระบบเมมเบรนหลักอย่างถูกต้อง
- ฐานอุปกรณ์งานระบบ
ฐานแอร์ ฐานเครื่องจักร ท่อสายไฟ และงานระบบบนดาดฟ้ามักมีจุดทะลุหลังคา หากไม่มีการเก็บ flashing และ termination ที่ถูกต้อง น้ำอาจซึมเข้าตามฐานอุปกรณ์ได้
- มุมในและมุมนอก
มุมหลังคาเป็นตำแหน่งที่เกิดแรงดึงและแรงพับของวัสดุสูงกว่าพื้นเรียบ การติดตั้งต้องใช้ช่างที่ชำนาญ และควรตรวจสอบแนวเชื่อมหลังติดตั้งทุกจุด
Sarnafil TG 66 ต่างจากกันซึมทาทั่วไปอย่างไร?
| หัวข้อ | Sarnafil TG 66 | กันซึมทาทั่วไป |
| ประเภทวัสดุ | แผ่นเมมเบรน FPO | วัสดุทาเคลือบ |
| งานเด่น | ระบบถ่วงน้ำหนักและรายละเอียดหลังคา | ดาดฟ้า ห้องน้ำ ระเบียง งานซ่อมทั่วไป |
| รอยต่อ | เชื่อมลมร้อน | ไม่มีรอยต่อแผ่น แต่ต้องคุมความหนา |
| ความหนา | ควบคุมจากโรงงาน | ขึ้นกับการทาและจำนวนชั้น |
| การติดตั้ง | ต้องใช้ช่างเฉพาะทาง | บางระบบติดตั้งง่ายกว่า |
| ความทน UV | ทน UV และสภาพอากาศ | ขึ้นกับชนิดสินค้า |
| งาน flashing/detail | ทำได้เป็นระบบกับเมมเบรนหลัก | ต้องใช้วัสดุเสริมตามระบบ |
| ความเหมาะกับหลังคาถ่วงน้ำหนัก | เหมาะมาก | ไม่ใช่ทุกระบบที่เหมาะ |
หากเป็นงานดาดฟ้าหรือหลังคาที่มีรายละเอียดซับซ้อน และต้องใช้ระบบเมมเบรนถ่วงน้ำหนัก เช่น ปูแผ่นคอนกรีต โรยกรวด หรือทำหลังคาเขียว Sarnafil TG 66 จะเหมาะกว่างานกันซึมทาทั่วไปหลายกรณี
ก่อนติดตั้ง Sarnafil TG 66 ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
- ตรวจพื้นผิวหลังคา
พื้นผิวต้องเรียบ แข็งแรง ไม่มีเศษแหลมคม ไม่มีปูนร่วน และไม่มีวัสดุที่อาจทำให้แผ่นเมมเบรนฉีกหรือเสียหาย
- ตรวจ slope และ drain
หลังคาควรมี slope ระบายน้ำไปยังจุด drain ได้ดี เพราะแม้ระบบเมมเบรนจะกันซึมได้ แต่การปล่อยให้น้ำขังนานจะเพิ่มภาระให้ระบบโดยไม่จำเป็น
- วางแผนจุด junction ทั้งหมด
ต้องระบุตำแหน่ง parapet, upstand, drain, roof light, pipe penetration และฐานอุปกรณ์ก่อนเริ่มงาน เพื่อเตรียมรายละเอียดเมมเบรนให้ครบ
- เตรียมชั้นป้องกันเมมเบรน
หากมีการปูแผ่นคอนกรีต กรวด หรือวัสดุปิดทับด้านบน ต้องมีชั้นป้องกันไม่ให้เมมเบรนเสียหายจากแรงกด เสียดสี หรือวัสดุคม
- ใช้ทีมติดตั้งที่ชำนาญระบบ FPO
งานเชื่อมลมร้อนต้องควบคุมอุณหภูมิ ความเร็ว แรงกด และความสะอาดของแนวเชื่อม หากใช้ทีมงานไม่ชำนาญ รอยต่ออาจเชื่อมไม่สมบูรณ์และกลายเป็นจุดรั่วในอนาคต
วิธีติดตั้ง Sarnafil TG 66 โดยสรุป
การติดตั้งจริงควรทำตามคู่มือและระบบของผู้ผลิต โดยทีมงานที่มีประสบการณ์กับ Sarnafil แต่โดยทั่วไปมีขั้นตอนหลักดังนี้
- ตรวจสอบแบบหลังคาและจุดเสี่ยงรั่วซึม
- เตรียมพื้นผิวให้เรียบ สะอาด และไม่มีของแหลมคม
- ตรวจ slope, drain และ overflow
- ปูชั้นแยกหรือชั้นป้องกันตามระบบ
- วางแผ่น Sarnafil TG 66 ตามแนวที่ออกแบบ
- จัดระยะซ้อนทับแผ่นให้ถูกต้อง
- เชื่อมรอยต่อด้วยเครื่องลมร้อน
- ตรวจสอบแนวเชื่อมทุกจุด
- เก็บรายละเอียด parapet, upstand, drain และ roof penetration
- ติดตั้งชั้นป้องกันเมมเบรน
- ปูวัสดุถ่วงน้ำหนัก เช่น กรวด แผ่นคอนกรีต หรือระบบหลังคาเขียว
- ตรวจสอบงานก่อนส่งมอบ
งานที่ดีต้องให้ความสำคัญกับรอยเชื่อมทุกแนว โดยเฉพาะบริเวณมุมและจุดเปลี่ยนระดับ เพราะเป็นบริเวณที่มีโอกาสรั่วซึมมากกว่าพื้นที่เรียบ
ข้อควรระวังในการใช้ Sarnafil TG 66
- ควรติดตั้งโดยผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ระบบ Sarnafil
- พื้นผิวต้องเรียบ ไม่มีเศษคมหรือปูนร่วน
- ต้องออกแบบ slope และระบบระบายน้ำให้ดี
- ต้องเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนและตรวจสอบแนวเชื่อม
- ต้องเก็บรายละเอียดรอบ drain, parapet, upstand และ roof light อย่างถูกต้อง
- ต้องมีชั้นป้องกันก่อนปูวัสดุถ่วงน้ำหนัก
- ต้องออกแบบน้ำหนักถ่วงให้เหมาะกับแรงลม
- งานหลังคาเขียวต้องมีชั้นป้องกันราก ชั้นระบายน้ำ และระบบปลูกพืชที่เหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการเจาะหรือวางวัสดุคมลงบนเมมเบรนโดยตรง
- ควรตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบระบายน้ำเป็นระยะ
ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานเก็บรายละเอียดหลังคารั่ว
- เชื่อมรอยต่อไม่สมบูรณ์
- ไม่ตรวจสอบแนวเชื่อมหลังติดตั้ง
- เก็บ parapet ต่ำเกินไป
- รอบ drain เชื่อมไม่แน่น
- ไม่เสริมรายละเอียดมุมใน/มุมนอก
- ปล่อยให้พื้นมีเศษคมก่อนปูแผ่น
- ไม่มีชั้นป้องกันก่อนปูแผ่นคอนกรีตหรือกรวด
- ไม่แก้ slope ทำให้น้ำขัง
- จุดทะลุหลังคาไม่มี flashing ที่ถูกต้อง
- ใช้ทีมงานที่ไม่ชำนาญระบบเมมเบรน FPO
งานกันซึมหลังคาที่ดีต้องคิดเป็นระบบ ตั้งแต่วัสดุหลัก รอยต่อ รายละเอียดมุม ระบบระบายน้ำ และการป้องกันเมมเบรนหลังติดตั้ง ไม่ใช่เพียงปูแผ่นกันซึมให้เต็มพื้นที่เท่านั้น
Sarnafil TG 66 เหมาะกับใคร?
Sarnafil TG 66 เหมาะกับเจ้าของอาคาร วิศวกร สถาปนิก ผู้รับเหมา และทีมงานกันซึมที่ต้องการแผ่นเมมเบรน FPO สำหรับระบบหลังคาถ่วงน้ำหนักและงานเก็บรายละเอียดหลังคาที่ต้องการความทนทานต่อสภาพอากาศ
เหมาะกับงาน เช่น
- ดาดฟ้าอาคารสำนักงาน
- ดาดฟ้าโรงงาน
- หลังคาอาคารพาณิชย์
- หลังคาโรยกรวด
- หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
- หลังคาเขียว
- หลังคากลับด้าน
- งาน parapet flashing
- งานรอบ drain และ roof light
- งานหลังคาที่ต้องการระบบเชื่อมลมร้อน
สรุป: Sarnafil TG 66 เหมาะกับงานเก็บรายละเอียดหลังคาที่ต้องการ FPO เชื่อมลมร้อนและทนสภาพอากาศ
Sarnafil TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO สำหรับระบบหลังคาแบบวางหลวมและถ่วงน้ำหนัก รวมถึงงานเก็บรายละเอียดบริเวณ junction และ flashing เช่น wall junction, parapet junction, roof light, upstand, drain และจุดทะลุหลังคา
จุดเด่นคือเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ไม่ต้องใช้เปลวไฟ ทน UV ทนสภาพอากาศ ทนจุลินทรีย์ ทนรากพืช และมีความคงตัวสูงจากชั้นเสริมใยแก้ว เหมาะกับหลังคาโรยกรวด หลังคาปูแผ่นคอนกรีต หลังคาเขียว หลังคากลับด้าน และดาดฟ้าที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การติดตั้งต้องทำเป็นระบบ โดยเฉพาะงานรายละเอียดหลังคาที่เป็นจุดเสี่ยงรั่วซึม ต้องเตรียมพื้นผิวให้เรียบ วางแผ่นให้ถูกต้อง เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ตรวจแนวเชื่อมทุกจุด และป้องกันเมมเบรนก่อนปูวัสดุถ่วงน้ำหนัก หากทำครบตามระบบ Sarnafil TG 66 จะช่วยลดโอกาสรั่วซึม เพิ่มความทนทานให้หลังคา และช่วยให้อาคารใช้งานได้มั่นคงในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!




