กันซึมชั้นใต้ดินก่อนเทคอนกรีต Preprufe 300R แผ่นกันซึมเมมเบรน

ส.ค. 13, 2026 by admin Blog 0 comment

กันซึมชั้นใต้ดินก่อนเทคอนกรีต Preprufe 300R แผ่นกันซึมเมมเบรน

งานชั้นใต้ดินเป็นหนึ่งในงานก่อสร้างที่ต้องให้ความสำคัญกับระบบกันซึมมากเป็นพิเศษ เพราะโครงสร้างอยู่ต่ำกว่าระดับดินและมีโอกาสสัมผัสน้ำใต้ดิน ความชื้น แรงดันน้ำ และน้ำฝนที่ซึมผ่านชั้นดินอยู่ตลอดเวลา หากระบบกันซึมไม่ดีตั้งแต่ต้น อาจเกิดปัญหาน้ำรั่วซึม ผนังชื้น พื้นมีคราบน้ำ เหล็กเสริมเสี่ยงเป็นสนิม และทำให้พื้นที่ใช้งานชั้นใต้ดินเสียหายในระยะยาว

หนึ่งในระบบที่เหมาะกับงานชั้นใต้ดินคือ กันซึมก่อนเทคอนกรีต หรือ pre-applied waterproofing membrane ซึ่งเป็นการปูแผ่นกันซึมไว้ก่อน แล้วจึงเทคอนกรีตทับลงไป ระบบนี้ต่างจากกันซึมแบบทาภายหลัง เพราะชั้นเมมเบรนจะถูกติดตั้งก่อนคอนกรีตแข็งตัว และออกแบบให้เกิดการยึดติดกับคอนกรีตที่เททับลงมา

Preprufe 300R หรือ PREPRUFE® 300R เป็นแผ่นกันซึมเมมเบรนชนิด pre-applied จาก GCP ใช้สำหรับงานใต้พื้น slab หรือหลังผนังชั้นใต้ดินในพื้นที่จำกัด โดยข้อมูลจาก GCP ระบุว่า PREPRUFE 300R และ 160R เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมที่ยึดติดกับคอนกรีตที่เททับลงไป เหมาะกับงาน below slabs และ behind basement walls on confined sites

Preprufe 300R คืออะไร?

Preprufe 300R คือแผ่นกันซึมเมมเบรนชนิด pre-applied waterproofing membrane สำหรับติดตั้งก่อนเทคอนกรีต ตัวแผ่นเป็นวัสดุคอมโพสิตที่ประกอบด้วยชั้นฟิล์ม HDPE, pressure-sensitive adhesive และชั้นเคลือบป้องกันสภาพอากาศ ตามข้อมูลจาก GCP

ระบบนี้ถูกออกแบบมาให้เมมเบรนยึดติดกับคอนกรีตที่เททับลงไปโดยตรง ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำจะไหลแทรกอยู่ระหว่างแผ่นเมมเบรนกับโครงสร้างคอนกรีต ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ในระบบกันซึมบางประเภทที่ไม่ได้ยึดติดกับโครงสร้างเต็มผืน

เหมาะกับงาน เช่น

  • ชั้นใต้ดิน
  • ใต้พื้น raft slab
  • ใต้พื้น basement slab
  • ผนัง basement แบบ blindside
  • พื้นที่ zero lot line
  • งานฐานรากที่ต้องการกันซึมก่อนเทคอนกรีต
  • โครงสร้างใต้ดินที่ซ่อมภายหลังได้ยาก
  • โครงการที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ทำงานรอบอาคาร
Preprufe 300R คืออะไร?
Preprufe 300R คืออะไร?

กันซึมก่อนเทคอนกรีตคืออะไร?

กันซึมก่อนเทคอนกรีตคือการติดตั้งแผ่นเมมเบรนไว้บนพื้นรองรับหรือแบบผนังก่อน จากนั้นจึงวางเหล็กเสริมและเทคอนกรีตทับลงไป เมมเบรนจะทำหน้าที่เป็นชั้นป้องกันน้ำที่อยู่ด้านนอกโครงสร้างคอนกรีต แต่เกิดการยึดติดกับคอนกรีตที่เทใหม่

ระบบนี้เหมาะกับงานชั้นใต้ดินมาก เพราะหลายครั้งหลังเทคอนกรีตแล้วไม่สามารถกลับไปทำกันซึมด้านนอกได้ เช่น งานผนังชั้นใต้ดินติดแนวเขต งานติดกำแพงกันดิน งานพื้นที่แคบ หรือโครงการที่ไม่มีพื้นที่ให้ขุดเปิดภายนอกหลังโครงสร้างเสร็จ

ต่างจากกันซึมแบบทาหลังเทคอนกรีตอย่างไร?

หัวข้อPre-applied membraneกันซึมแบบทาหลังเท
ช่วงเวลาติดตั้งก่อนเทคอนกรีตหลังคอนกรีตแข็งตัว
ตำแหน่งระบบใต้ slab หรือด้านนอกผนังก่อนเทผิวคอนกรีตหลังเท
การยึดติดยึดติดกับคอนกรีตที่เททับยึดกับผิวคอนกรีตที่แข็งตัวแล้ว
งานเหมาะBasement, raft slab, blindside wallดาดฟ้า ห้องน้ำ ผนัง หรือพื้นผิวที่เข้าถึงได้
ข้อได้เปรียบเหมาะกับพื้นที่ซ่อมภายหลังยากทำงานหลังโครงสร้างเสร็จได้
จุดสำคัญรอยต่อ แผ่นซ้อน รายละเอียดท่อ และการป้องกันแผ่นการเตรียมผิวและความหนาฟิล์ม

ทำไมชั้นใต้ดินควรทำกันซึมตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีต?

ชั้นใต้ดินเป็นพื้นที่ที่น้ำสามารถเข้ามาได้จากหลายทิศทาง ทั้งจากใต้พื้น slab จากด้านข้างผนัง และจากรอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง หากกันซึมไม่ดีตั้งแต่ต้น น้ำอาจซึมเข้ามาในพื้นที่ใช้งาน และการซ่อมภายหลังมักทำได้ยาก เพราะระบบกันซึมถูกฝังอยู่ด้านนอกโครงสร้างหรือใต้พื้นไปแล้ว

GCP อธิบายว่าการรั่วจากน้ำใต้ดิน น้ำฝนไหลบ่า หรือระบบชลประทาน สามารถกระทบฐานรากของอาคารได้หากกันซึมไม่เหมาะสม และเมื่อน้ำเกี่ยวข้องกับคอนกรีต น้ำสามารถเดินทางเข้าสู่หรือไปรอบ ๆ โครงสร้างได้หลายทาง

ปัญหาที่มักเกิดกับชั้นใต้ดินเมื่อกันซึมไม่ดี

  • ผนังชื้น
  • พื้นมีคราบน้ำ
  • น้ำซึมตามรอยต่อพื้นกับผนัง
  • น้ำรั่วรอบท่อทะลุผนัง
  • เกิดเชื้อราและกลิ่นอับ
  • สีหรือวัสดุปิดผิวหลุดล่อน
  • เหล็กเสริมเสี่ยงเป็นสนิม
  • ต้องซ่อมจากด้านในซ้ำหลายรอบ
  • พื้นที่ใช้งานชั้นใต้ดินเสียหาย
จุดเด่นของ Preprufe 300R
จุดเด่นของ Preprufe 300R

จุดเด่นของ Preprufe 300R

  1. เป็นแผ่นกันซึมก่อนเทคอนกรีต

Preprufe 300R ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งก่อนเทคอนกรีต เหมาะกับงานที่ต้องการป้องกันน้ำจากด้านนอกโครงสร้างตั้งแต่ต้น เช่น ใต้ slab และผนัง basement แบบ confined site หรือ blindside wall

  1. ยึดติดกับคอนกรีตที่เททับ

จุดเด่นสำคัญของระบบ PREPRUFE คือการยึดติดกับคอนกรีตที่เทลงบนแผ่นเมมเบรน ทำให้ช่วยป้องกันการไหลแทรกของน้ำระหว่างเมมเบรนกับโครงสร้างคอนกรีต GCP ระบุว่า unique Preprufe seal to concrete ช่วยป้องกันการ ingress หรือ migration ของน้ำรอบโครงสร้าง เมื่อเทียบกับเมมเบรนแบบไม่ยึดติดบางประเภท

  1. เหมาะกับงานใต้ slab และผนัง basement

Preprufe 300R ถูกระบุว่าใช้สำหรับ below slabs หรือหลังผนัง basement ในพื้นที่จำกัด จึงเหมาะกับงานฐานราก พื้นชั้นใต้ดิน และผนังที่เข้าถึงด้านนอกหลังเทไม่ได้

  1. เป็นแผ่นคอมโพสิตหลายชั้น

ตัวแผ่นประกอบด้วย HDPE film, pressure-sensitive adhesive และ weather resistant protective coating ซึ่งช่วยให้ระบบมีชั้นป้องกันน้ำและชั้นยึดติดกับคอนกรีตตามแนวคิดของ pre-applied membrane

  1. ลดความเสี่ยงจากน้ำเดินใต้แผ่น

ระบบที่ไม่ยึดติดกับโครงสร้างอาจมีความเสี่ยงที่น้ำจะเดินอยู่ระหว่างชั้นกันซึมกับคอนกรีต หากมีจุดเสียหายหนึ่งจุด น้ำอาจไหลไปออกอีกตำแหน่งหนึ่ง ทำให้หาจุดรั่วจริงยากขึ้น แต่ระบบ Preprufe ออกแบบให้ยึดติดกับคอนกรีตเพื่อลดความเสี่ยงของน้ำ migration ระหว่างแผ่นกับโครงสร้าง

Preprufe 300R เหมาะกับงานแบบไหน?

ใต้พื้น slab ชั้นใต้ดิน

เหมาะกับงานปูบนพื้นรองรับก่อนวางเหล็กเสริมและเทคอนกรีต slab เพื่อป้องกันน้ำจากด้านล่างหรือความชื้นจากดินซึมเข้าสู่พื้นโครงสร้าง

ใต้ raft foundation

ในงานฐานรากขนาดใหญ่หรือ raft slab ที่ซ่อมภายหลังได้ยาก การติดตั้งแผ่นกันซึมก่อนเทคอนกรีตช่วยให้ระบบกันซึมอยู่ด้านนอกโครงสร้างตั้งแต่ต้น

ผนังชั้นใต้ดินแบบ blindside

เหมาะกับผนังชั้นใต้ดินที่อยู่ชิดกำแพงกันดินหรือแนวเขต ทำให้ไม่สามารถเข้าไปทากันซึมด้านนอกหลังเทผนังได้ ระบบ pre-applied จึงช่วยให้ทำกันซึมไว้ก่อนเทคอนกรีตผนัง

พื้นที่ zero lot line

โครงการที่สร้างชิดแนวเขตมักไม่มีพื้นที่ทำงานด้านนอกหลังเทผนัง การใช้ pre-applied membrane ช่วยแก้ข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ติดตั้งกันซึม

บ่อ lift pit หรือบ่อใต้ดิน

พื้นที่ต่ำกว่าระดับพื้นมาก เช่น lift pit หรือ sump pit มีความเสี่ยงน้ำซึมสูง และมักซ่อมยากหลังใช้งาน จึงควรวางระบบกันซึมตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีต

วิธีติดตั้ง Preprufe 300R โดยสรุป

การติดตั้งจริงต้องอ้างอิงคู่มือและเอกสารของผู้ผลิต รวมถึงทำโดยทีมที่มีประสบการณ์ เพราะระบบ pre-applied มีรายละเอียดสำคัญหลายจุด เช่น การซ้อนทับแผ่น การต่อรอย การเก็บมุม และการป้องกันแผ่นก่อนเทคอนกรีต

ขั้นตอนทั่วไปสำหรับงานพื้น slab

  1. เตรียมพื้นรองรับให้เรียบ แน่น และไม่มีเศษแหลมคม
  2. ปูแผ่น Preprufe 300R บนพื้นรองรับตามทิศทางที่กำหนด
  3. จัดแนวแผ่นและระยะซ้อนทับให้ถูกต้อง
  4. ปิดรอยต่อและรายละเอียดตามระบบ
  5. เก็บรายละเอียดรอบท่อ เสาเข็ม pile cap และจุดทะลุพื้น
  6. ตรวจสอบแผ่นก่อนวางเหล็กเสริม
  7. วางเหล็กเสริมโดยระวังไม่ให้แผ่นเสียหาย
  8. ซ่อมจุดเสียหายของเมมเบรนก่อนเทคอนกรีต
  9. เทคอนกรีตทับลงบนเมมเบรน
  10. จี้คอนกรีตให้แน่น ลดโพรงและ honeycomb

ขั้นตอนทั่วไปสำหรับงานผนัง blindside

  1. เตรียมพื้นผิวรองรับหรือระบบ shoring ให้เหมาะสม
  2. ติดตั้งแผ่นเมมเบรนบนผิวรองรับก่อนเทผนังคอนกรีต
  3. จัดรอยต่อและทิศทางแผ่นให้ถูกต้อง
  4. เก็บรายละเอียดมุม พื้นชนผนัง และรอยต่อกับ slab
  5. เก็บรอบท่อทะลุผนังและจุด penetration
  6. ตรวจสอบความสมบูรณ์ก่อนวางเหล็กและแบบ
  7. เทคอนกรีตให้สัมผัสกับด้านที่ออกแบบให้ยึดติด
  8. ควบคุมการเทและจี้คอนกรีตเพื่อลดโพรง

จุดที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

  1. รอยต่อแผ่นเมมเบรน

รอยต่อเป็นหัวใจของระบบแผ่นกันซึม หากซ้อนทับผิด ระยะไม่พอ หรือปิดรอยต่อไม่สมบูรณ์ น้ำอาจซึมผ่านแนวต่อได้ ดังนั้นต้องตรวจแนวต่อทุกจุดก่อนเทคอนกรีต

  1. พื้นรองรับต้องไม่มีของแหลมคม

เศษหิน เหล็ก ลวด ผิวคอนกรีตคม หรือวัสดุแหลมอาจทำให้แผ่นเสียหายได้ ต้องเตรียมพื้นรองรับให้เรียบและมั่นคงก่อนติดตั้ง

  1. จุดท่อทะลุพื้นและผนัง

รอบท่อ penetration เป็นจุดเสี่ยงรั่วซึมสูง ต้องใช้ระบบ detailing ที่เหมาะสม ไม่ควรตัดแผ่นลวก ๆ แล้วอุดด้วยวัสดุทั่วไปโดยไม่ทำตามระบบ

  1. มุมพื้นชนผนัง

บริเวณพื้น slab ต่อกับผนัง basement เป็นจุดที่มีแรงดันน้ำและการเปลี่ยนทิศทางของระบบกันซึม ต้องออกแบบการต่อแผ่นและรายละเอียดมุมให้ดี

  1. การป้องกันแผ่นก่อนเทคอนกรีต

หลังติดตั้งแผ่นแล้ว หน้างานอาจมีการเดิน วางเหล็กเสริม หรือเคลื่อนย้ายวัสดุ ซึ่งเสี่ยงทำให้แผ่นเสียหาย ต้องตรวจและซ่อมแซมก่อนเททุกครั้ง

  1. คุณภาพคอนกรีต

แม้มีแผ่นกันซึมที่ดี แต่ถ้าคอนกรีตเกิด honeycomb โพรง หรือจี้ไม่แน่น อาจเกิดปัญหาน้ำรั่วหรือความเสียหายบริเวณโครงสร้างได้ จึงต้องควบคุมคุณภาพคอนกรีตควบคู่กัน

Preprufe 300R ต่างจากกันซึมเมมเบรนทั่วไปอย่างไร?

หัวข้อPreprufe 300Rเมมเบรนทั่วไปบางระบบ
ช่วงเวลาติดตั้งก่อนเทคอนกรีตก่อนหรือหลังเท ขึ้นกับระบบ
การยึดติดกับคอนกรีตยึดติดกับคอนกรีตที่เททับบางระบบไม่ยึดติดเต็มพื้นที่
งานเหมาะใต้ slab, ผนัง basement, blindsideงานหลังคา ดาดฟ้า ผนัง หรือพื้นผิวทั่วไป
ความเสี่ยงน้ำเดินใต้แผ่นลดความเสี่ยงจากการยึดติดกับคอนกรีตอาจเกิดได้หากไม่ยึดติดกับโครงสร้าง
การซ่อมภายหลังยาก ต้องทำให้ถูกตั้งแต่ต้นบางระบบซ่อมจากผิวได้ง่ายกว่า
จุดสำคัญรอยต่อ รายละเอียด และการป้องกันแผ่นก่อนเทการเตรียมผิวและการติดตั้งตามชนิดวัสดุ

ข้อดีของการใช้ Preprufe 300R ในงานชั้นใต้ดิน

ลดความเสี่ยงน้ำรั่วซึมจากภายนอก

ระบบถูกติดตั้งไว้ด้านนอกโครงสร้างก่อนเทคอนกรีต จึงช่วยป้องกันน้ำจากดินและแรงดันน้ำไม่ให้เข้าสู่โครงสร้างโดยตรง

เหมาะกับพื้นที่จำกัด

ในงานที่ไม่สามารถเข้าทำกันซึมภายนอกหลังเทคอนกรีตได้ เช่น ผนังติดแนวเขตหรือ blindside wall ระบบ pre-applied ช่วยให้ทำกันซึมได้ตั้งแต่ก่อนเท

ลดปัญหาน้ำเดินใต้เมมเบรน

การยึดติดกับคอนกรีตช่วยลดโอกาสที่น้ำจะไหลแทรกระหว่างชั้นกันซึมกับโครงสร้าง ซึ่งช่วยให้ระบบมีความมั่นใจมากขึ้นในงานใต้ดิน

เหมาะกับโครงสร้างที่ซ่อมยาก

ชั้นใต้ดิน พื้น raft slab และ lift pit เป็นจุดที่ซ่อมภายหลังได้ยากมาก การวางระบบกันซึมตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงงานซ่อมใหญ่ในอนาคต

ข้อจำกัดและข้อควรระวัง

  • ต้องติดตั้งก่อนเทคอนกรีตเท่านั้น
  • ต้องวางแผนร่วมกับงานโครงสร้างตั้งแต่ต้น
  • ต้องควบคุมรอยต่อของแผ่นอย่างละเอียด
  • ต้องป้องกันแผ่นระหว่างวางเหล็กและก่อนเทคอนกรีต
  • หากแผ่นเสียหายต้องซ่อมก่อนเท
  • ต้องเก็บรายละเอียดรอบท่อและมุมให้ถูกระบบ
  • ต้องควบคุมคุณภาพคอนกรีต ลด honeycomb และโพรง
  • ควรติดตั้งโดยทีมที่ชำนาญระบบ pre-applied membrane
  • ไม่ควรใช้แทนการออกแบบรอยต่อ Waterbar หรือ joint treatment ในตำแหน่งที่จำเป็น

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ระบบกันซึมชั้นใต้ดินรั่วซ้ำ

  • ปูแผ่นบนพื้นผิวที่มีเศษคม
  • รอยต่อแผ่นซ้อนผิดหรือปิดไม่สนิท
  • แผ่นเสียหายจากเหล็กเสริมหรือการเดินหน้างาน
  • ไม่ซ่อมแผ่นก่อนเทคอนกรีต
  • รอบท่อทะลุพื้นหรือผนังเก็บไม่ดี
  • ไม่ต่อระบบกันซึมระหว่างพื้นกับผนังให้ต่อเนื่อง
  • ไม่มี Waterbar ที่ construction joint
  • เทคอนกรีตไม่แน่น เกิด honeycomb
  • ไม่วางแผนตำแหน่ง joint ตั้งแต่แบบโครงสร้าง
  • ใช้ช่างที่ไม่ชำนาญระบบ pre-applied

Preprufe 300R ควรใช้ร่วมกับระบบอะไร?

แม้ Preprufe 300R จะเป็นแผ่นกันซึมสำหรับงานใต้ดิน แต่การกันซึมชั้นใต้ดินให้สมบูรณ์ควรมองเป็นระบบร่วมกัน เช่น

  • แผ่นเมมเบรน Preprufe 300R ใต้ slab หรือผนัง blindside
  • Waterbar ที่ construction joint และ expansion joint
  • ระบบ sealant หรือ detailing รอบ pipe penetration
  • คอนกรีตคุณภาพดี ลด honeycomb
  • การบ่มคอนกรีตที่เหมาะสม
  • ระบบระบายน้ำรอบอาคารตามที่วิศวกรออกแบบ
  • การตรวจสอบและซ่อมจุดเสียหายก่อนเท

หากใช้แผ่นเมมเบรนอย่างเดียวแต่ละเลยรอยต่อ ท่อทะลุผนัง หรือคุณภาพคอนกรีต ก็ยังมีโอกาสเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมได้

สรุป: Preprufe 300R เหมาะกับกันซึมชั้นใต้ดินก่อนเทคอนกรีต

Preprufe 300R เป็นแผ่นกันซึมเมมเบรนชนิด pre-applied สำหรับติดตั้งก่อนเทคอนกรีต เหมาะกับงานชั้นใต้ดิน ใต้พื้น slab, raft foundation, lift pit และผนัง basement แบบ blindside หรือพื้นที่จำกัดที่ไม่สามารถเข้าทำกันซึมภายนอกหลังเทคอนกรีตได้

จุดเด่นคือเป็นแผ่นเมมเบรนคอมโพสิตที่ประกอบด้วย HDPE film, pressure-sensitive adhesive และ weather resistant protective coating และออกแบบให้ยึดติดกับคอนกรีตที่เททับลงไป ช่วยลดความเสี่ยงน้ำเดินระหว่างแผ่นกันซึมกับโครงสร้างคอนกรีต

อย่างไรก็ตาม งานกันซึมชั้นใต้ดินต้องทำเป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมพื้นรองรับ การติดตั้งแผ่น การปิดรอยต่อ การเก็บรอบท่อ การต่อระบบพื้นกับผนัง การป้องกันแผ่นก่อนเทคอนกรีต และการใช้ Waterbar หรือ joint treatment ในรอยต่อที่จำเป็น หากออกแบบและติดตั้งครบถ้วน Preprufe 300R จะช่วยให้ระบบกันซึมชั้นใต้ดินก่อนเทคอนกรีตมีความมั่นใจมากขึ้น และลดความเสี่ยงปัญหาน้ำรั่วซึมในระยะยาว

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!