Preprufe 120S แผ่นเมมเบรนสำหรับผนังและฐานรากก่อนเทคอนกรีต

ก.ย. 30, 2026 by admin Blog 0 comment

Preprufe 120S แผ่นเมมเบรนสำหรับผนังและฐานรากก่อนเทคอนกรีต เหมาะกับงานแบบไหน?

งานฐานรากและผนังชั้นใต้ดินเป็นส่วนของอาคารที่ควรวางระบบกันซึมตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง เพราะเมื่อเทพื้น เทผนัง และถมดินกลับแล้ว การกลับเข้าไปซ่อมระบบกันซึมด้านนอกจะทำได้ยากกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะอาคารที่มี Basement อยู่ลึกหรือสร้างชิดแนวเขตจนแทบไม่มีพื้นที่ด้านนอกให้เข้าทำงาน

หนึ่งในแนวทางสำหรับงานลักษณะนี้คือ Pre-Applied Waterproofing หรือการติดตั้งแผ่นกันซึมก่อนวางเหล็กและก่อนเทคอนกรีต เมื่อเทคอนกรีตเข้าหาเมมเบรน ระบบจะกลายเป็นชั้นป้องกันน้ำอยู่ด้านนอกของโครงสร้างตั้งแต่ต้น

PREPRUFE® 120S เป็นเมมเบรนกันซึมแบบ Pre-Applied ที่ GCP ระบุสำหรับใช้งาน ใต้ Foundation Slab และผนังคอนกรีตหล่อในที่ใต้ดิน โดยเฉพาะไซต์พื้นที่จำกัดที่ใช้ Single-Sided Formwork ตัวแผ่นประกอบด้วย HDPE Film, Pressure-Sensitive Adhesive และ Weather-Resistant Protective Coating และออกแบบให้เกิดการยึดเกาะกับคอนกรีตที่เทชิดเข้าหาแผ่น

Preprufe 120S คืออะไร?

PREPRUFE 120S เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมสำเร็จรูปสำหรับติดตั้ง ก่อนเทคอนกรีต

ต่างจากระบบ Post-Applied ที่ต้องรอให้พื้นหรือผนังคอนกรีตแข็งตัวก่อน แล้วจึงกลับมาติดวัสดุกันซึมลงบนผิวคอนกรีต

แนวคิดของ Preprufe คือ

เตรียมพื้นรองรับ → ปูเมมเบรน → เก็บรอยต่อและรายละเอียด → วางเหล็ก → ตรวจแผ่น → เทคอนกรีต

เมื่อคอนกรีตสดถูกเทลงบนหรือเทชิดกับ PREPRUFE 120S เมมเบรนจะสร้าง Integral Adhesive Bond กับคอนกรีต ระบบนี้ได้รับการออกแบบเพื่อสร้าง Barrier ต่อ Water, Moisture และ Soil Contamination รวมถึงช่วยป้องกันทั้งการซึมของน้ำเข้าสู่โครงสร้างและการไหลของน้ำด้านข้างระหว่างแผ่นกับคอนกรีต

Preprufe 120S คืออะไร?
Preprufe 120S คืออะไร?

ทำไมงานฐานรากควรคิดเรื่องกันซึมตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีต?

ฐานรากและพื้นชั้นใต้ดินเป็นพื้นที่ที่อยู่สัมผัสกับดินโดยตรง หลังอาคารสร้างเสร็จแล้ว ด้านใต้ของ Foundation Slab แทบไม่มีทางเปิดกลับลงไปติดระบบกันซึมใหม่จากด้านล่างได้

หากมีน้ำใต้ดินหรือความชื้นสูง ปัญหาที่อาจพบภายหลัง เช่น

  • พื้น Basement ชื้น
  • น้ำซึมตามรอยต่อ
  • น้ำเข้าบริเวณ Construction Joint
  • น้ำซึมรอบ Pile Head
  • น้ำเข้ารอบท่อทะลุ
  • ผนังชั้นใต้ดินมีคราบความชื้น
  • ต้องซ่อมด้วย Injection จากด้านใน

การวางระบบ Pre-Applied ก่อนเทคอนกรีตจึงเป็นการจัดการด้านที่รับน้ำตั้งแต่ช่วงที่ยังสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายกว่า

PREPRUFE 120S ถูกระบุโดยตรงสำหรับ Below Foundation Slabs และ Below-Ground Cast-In-Place Walls ซึ่งเป็นลักษณะงานฐานรากและโครงสร้างใต้ดินประเภทนี้

Preprufe 120S ใช้กับผนังชั้นใต้ดินอย่างไร?

กรณี Basement ที่ขุดพื้นที่ได้กว้าง หลังเทผนังแล้วอาจยังมีช่องให้ช่างเข้าไปทำระบบกันซึมด้านนอกได้

แต่ในพื้นที่เมือง อาคารจำนวนมากสร้างเกือบชิดแนวเขต ด้านหลังผนังอาจเป็น

  • Sheet Pile
  • Retaining Wall
  • Soldier Pile
  • Timber Lagging
  • ระบบกันดิน
  • อาคารข้างเคียง

เมื่อเทผนังคอนกรีตเสร็จแล้วจึงแทบไม่มีช่องให้คนเข้าไปติดกันซึมด้านหลัง

PREPRUFE 120S เหมาะกับกรณีนี้ เพราะเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุการใช้งานกับ Below-Ground Cast-In-Place Walls on Confined Sites Where Single-Sided Formworks Will Be Used โดยตรง

ลำดับงานจึงเปลี่ยนเป็น

พื้นรองรับ/โครงสร้างกันดิน → PREPRUFE 120S → เหล็กเสริม → แบบหล่อด้านใน → เทคอนกรีต

วิธีนี้ทำให้ไม่ต้องรอเข้าไปติดระบบกันซึมด้านนอกหลังผนังแข็งตัวแล้ว

Fully Bonded ช่วยลดน้ำไหลหลังแผ่นอย่างไร?

หนึ่งในปัญหาที่ซ่อมยากของระบบกันซึมใต้ดินคือ Lateral Water Migration

สมมติเมมเบรนที่ไม่ได้ยึดติดกับคอนกรีตตลอดพื้นที่มีรูเสียหายเล็ก ๆ อยู่จุดหนึ่ง น้ำอาจเข้าจากรูนั้นแล้วไหลอยู่ในช่องว่างด้านหลังแผ่นไปอีกหลายเมตร ก่อนจะเข้าอาคารผ่านรอยแตกหรือรอยต่ออีกตำแหน่ง

จุดที่เห็นน้ำด้านในจึงอาจไม่ใช่ต้นทางของการรั่วจริง ทำให้การหาจุดซ่อมยากขึ้น

PREPRUFE 120S ถูกออกแบบให้เกิด Continuous Adhesive Bond กับคอนกรีตที่เทชิดกับเมมเบรน เพื่อช่วยป้องกัน Water Migration ระหว่างคอนกรีตกับแผ่น

แนวคิดเดียวกันนี้เป็นคุณสมบัติหลักของระบบ PREPRUFE แบบ Pre-Applied ของ GCP ซึ่งระบุว่าการยึดเกาะต่อเนื่องกับคอนกรีตช่วยป้องกันการเคลื่อนตัวของน้ำหลังเมมเบรน

ถ้าพื้นดินทรุดใต้ฐานราก เมมเบรนยังทำงานได้ไหม?

ข้อมูล PREPRUFE 120S ระบุว่าการยึดเกาะต่อเนื่องกับคอนกรีตที่เททับช่วยให้เมมเบรนยังคงยึดอยู่กับโครงสร้าง แม้เกิด Ground Settlement ใต้ Slab ในเงื่อนไขของระบบ

จุดนี้แตกต่างจากระบบที่ต้องพึ่งแรงกดของดินหรือการประกบของวัสดุเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า PREPRUFE จะใช้แก้ปัญหาการทรุดตัวของโครงสร้างได้ ตัวเมมเบรนเป็นระบบกันซึม ส่วน Settlement ของฐานรากยังต้องได้รับการออกแบบและควบคุมโดยวิศวกรโครงสร้างและงานปฐพีวิศวกรรม

ติดตั้งบนพื้นแบบไหนได้บ้าง?

เอกสาร PREPRUFE 120S ระบุว่าสามารถติดตั้งได้โดยตรงบน

  • Concrete Blinding
  • Properly Prepared Compacted Soil

และระบบมีคุณสมบัติ Damp Tolerant โดยไม่ต้องใช้ Primer สำหรับการติดตั้งหลักตามเงื่อนไขผลิตภัณฑ์

แต่คำว่าไม่ต้อง Primer ไม่ได้หมายความว่าปูบนพื้นที่ไม่ได้เตรียมได้ทันที

พื้นรองรับยังควร

  • มั่นคง
  • เรียบเพียงพอ
  • ไม่มีหินแหลม
  • ไม่มีเศษเหล็ก
  • ไม่มีเศษคอนกรีตนูน
  • ไม่มีช่องว่างขนาดใหญ่
  • ไม่มีวัสดุที่อาจเจาะแผ่น
  • กำจัดน้ำขังตามรายละเอียดการติดตั้ง

หากพื้นหยาบหรือมีสิ่งแหลม เมมเบรนอาจเสียหายระหว่างการเดินงานเหล็กหรือเทคอนกรีตได้

Preprufe 120S ต้องใช้ไฟเผาแผ่นหรือไม่?

ไม่ต้อง

GCP ระบุ PREPRUFE 120S เป็นระบบ Cold Applied ไม่ต้องใช้ Flame และไม่ต้องใช้ Hot Works Permit สำหรับการติดตั้งหลัก รวมถึงไม่ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับการให้ความร้อน

จุดนี้เหมาะกับงาน Basement และพื้นที่จำกัดที่ต้องการลดขั้นตอนการทำ Hot Work

ระบบยังได้รับการระบุว่า Simple and Quick to Install และไม่ต้องใช้ Primer หรือ Fillet สำหรับการติดตั้งหลักตามรายละเอียดที่ผู้ผลิตกำหนด

ติดตั้งเมมเบรนแล้ววางเหล็กได้เลยหรือไม่?

หลังปูเมมเบรนและเก็บ Detail เรียบร้อย จึงเข้าสู่ขั้นตอนวาง Reinforcement ได้ แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังมาก

เหล็กเสริมสามารถทำให้แผ่นเสียหายได้จาก

  • ปลายเหล็กแทงแผ่น
  • เหล็กตกกระแทก
  • Spacer ที่ไม่เหมาะสม
  • การลากเหล็กบนเมมเบรน
  • เครื่องมือหรือวัสดุก่อสร้างตกใส่
  • งานระบบเจาะผ่านแผ่นภายหลัง

จึงไม่ควรมองว่าปู PREPRUFE เสร็จแล้วถือว่างานกันซึมเสร็จทันที

ก่อนเทคอนกรีตต้องมีการตรวจสภาพเมมเบรนอีกครั้ง และซ่อมจุดเสียหายตามระบบให้เรียบร้อยก่อนพื้นที่ถูกคอนกรีตปิดถาวร

จุดไหนของฐานรากต้องเก็บรายละเอียดมากกว่าพื้นที่ทั่วไป?

Pile Head

บริเวณหัวเสาเข็มไม่สามารถปูแผ่นผ่านเหมือนพื้นเรียบทั่วไปได้ จึงต้องมี Detail เชื่อมต่อระบบกันซึมรอบ Pile Head ให้ถูกต้อง

Lift Pit

Lift Pit มีทั้งระดับพื้นต่างกัน Internal Corner และ External Corner จึงควรวางแผนแนวแผ่นและรอยต่อก่อนเริ่มปูพื้นที่หลัก

Pipe Penetration

ทุกท่อที่ทะลุฐานรากหรือผนังควรถูกกำหนดตำแหน่งตั้งแต่ก่อนเริ่มติดตั้ง เพราะ Penetration เป็นจุดที่ต้องใช้ Tape หรือ Liquid Detailing ตามระบบ

GCP มีรายละเอียด PREPRUFE สำหรับ Penetration, Corner และ Tie-In โดยเฉพาะ แสดงให้เห็นว่าจุด Detail เหล่านี้ต้องได้รับการออกแบบ ไม่ใช่เพียงตัดแผ่นให้พอดีกับท่อแล้วจบ

Construction Joint

Construction Joint ไม่ควรพึ่งเมมเบรนเพียงชั้นเดียว

ระบบ Waterproofing ใต้ดินมักต้องมี Waterstop หรือ Joint Sealing Solution ที่เหมาะสมร่วมด้วย เพื่อจัดการน้ำบริเวณแนวต่อการเทคอนกรีต

พื้นต่อผนังเป็นจุดที่ต้องวางแผนตั้งแต่แรก

งาน Basement ไม่ได้มีเฉพาะเมมเบรนใต้พื้นหรือเฉพาะผนัง แต่ต้องทำให้ Horizontal Waterproofing และ Vertical Waterproofing ต่อเนื่องกัน

บริเวณ Base of Wall จึงเป็น Detail สำคัญ

หากปูแผ่นใต้ Raft Foundation เรียบร้อย แต่บริเวณยกขึ้นผนังไม่ได้ต่อระบบให้ถูกต้อง อาจเกิดช่องว่างในระบบกันซึม

ระบบ PREPRUFE ของ GCP มี Detail สำหรับ Base of Wall และ Vertical-to-Horizontal Lap โดยเฉพาะ สะท้อนว่าการต่อพื้นกับผนังเป็นส่วนสำคัญของระบบใต้ดิน

Preprufe 120S ต่างจาก Post-Applied Membrane อย่างไร?

หัวข้อPreprufe 120SPost-Applied Membrane
เวลาติดตั้งก่อนเทคอนกรีตหลังคอนกรีตแข็งตัว
งานใต้ Foundation Slabเหมาะเข้าติดตั้งด้านล่างภายหลังยาก
ผนังชิดแนวเขตเหมาะกับ Confined Siteต้องมีพื้นที่ด้านนอก
การยึดกับคอนกรีตคอนกรีตเทชิดแล้วเกิด Bondติดลงบนคอนกรีตที่แข็งแล้ว
Single-Sided Formworkระบุเป็นการใช้งานของ 120Sไม่ใช่แนวทางหลัก
Lateral Water Migrationออกแบบเพื่อช่วยป้องกันขึ้นกับชนิดระบบ
การเตรียมผิวเตรียมพื้นรองรับก่อนเทเตรียมผิวคอนกรีตหลังถอดแบบ

ระบบ Post-Applied ไม่ได้ด้อยกว่าเสมอไป หากโครงการขุดเปิดและมีพื้นที่ด้านนอกเพียงพอ ก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท Post-Applied ได้ เช่น PREPRUFE 800PA ซึ่ง GCP ระบุสำหรับ Basement Wall ใน Open Excavation

สิ่งสำคัญคือเลือกให้ตรงกับลำดับงานจริงของโครงการ

ถ้าผนังเทเสร็จไปแล้ว ยังใช้ Preprufe 120S ได้ไหม?

PREPRUFE 120S ถูกออกแบบให้เป็น Pre-Applied Membrane และต้องอาศัยคอนกรีตที่เทชิดเข้าหาเมมเบรนเพื่อสร้าง Integral Bond ตามระบบ

ดังนั้นหากผนังคอนกรีตแข็งตัวเสร็จแล้วและต้องการนำเมมเบรนไปติดบนผิวด้านนอก งานดังกล่าวกลายเป็น Post-Applied Waterproofing

ควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับ Post-Applied โดยตรงมากกว่า ไม่ควรนำชื่อ PREPRUFE 120S ไปใช้สลับระบบกันโดยไม่ตรวจรายละเอียด

ขั้นตอนติดตั้ง Preprufe 120S โดยสรุป

สำหรับงานพื้นฐานราก แนวทางโดยทั่วไปจะเป็น

  1. ตรวจ Waterproofing Drawing
  2. ตรวจระดับน้ำใต้ดิน
  3. เตรียม Blinding Concrete หรือพื้นรองรับ
  4. กำจัดเศษแหลมและน้ำขัง
  5. วางแนวเมมเบรน
  6. คลี่ PREPRUFE 120S
  7. ทำ Overlap ตามระบบ
  8. เก็บ End Lap
  9. เก็บ Internal / External Corner
  10. เก็บ Pile Head และ Lift Pit
  11. เก็บ Pipe Penetration
  12. ติดตั้ง Waterstop บริเวณ Construction Joint ตาม Design
  13. ตรวจเมมเบรนรอบแรก
  14. วางเหล็กเสริม
  15. ตรวจความเสียหายหลังงานเหล็ก
  16. ซ่อมแผ่นที่ฉีกหรือถูกเจาะ
  17. Final Inspection
  18. เทคอนกรีต

ส่วนงานผนังชิดเขตจะเป็นแนวคิด

Retention System → PREPRUFE 120S → Reinforcement → Single-Sided Formwork → Concrete

ก่อนเทคอนกรีตควรตรวจอะไรบ้าง?

ก่อนเทควรตรวจอย่างน้อยว่า

  • แผ่นคลุมครบพื้นที่
  • ไม่มีรูหรือรอยฉีก
  • Overlap ต่อเนื่อง
  • End Lap ปิดครบ
  • Corner เรียบร้อย
  • พื้นต่อผนังต่อกันครบ
  • Pipe Penetration ผ่านการเก็บ Detail
  • Pile Head เก็บระบบเรียบร้อย
  • Construction Joint มี Waterstop ตามแบบ
  • ไม่มีเหล็กแหลมกดเมมเบรน
  • ไม่มีเศษวัสดุสะสมบนแผ่น
  • จุดเสียหายทั้งหมดได้รับการซ่อมแล้ว

เพราะเมื่อเทคอนกรีตลงไปแล้ว จุดเหล่านี้จะถูกปิดและไม่สามารถกลับไปตรวจจากด้านหลังได้ง่ายอีก

Preprufe 120S ใช้ตัวเดียวแล้ว Basement จะไม่รั่วเลยหรือไม่?

ไม่ควรมองแบบนั้น

เมมเบรนเป็นเพียงหนึ่งองค์ประกอบของระบบ Waterproofing สำหรับโครงสร้างใต้ดิน

โครงการยังต้องให้ความสำคัญกับ

  • คุณภาพคอนกรีต
  • การเทและการจี้คอนกรีต
  • Construction Joint
  • Movement Joint
  • Waterstop
  • Pipe Penetration
  • Pile Head
  • Crack Control
  • Drainage
  • ระบบต่อเนื่องระหว่างพื้นกับผนัง

แม้ GCP จะออกแบบ PREPRUFE ให้เป็นระบบ Fully Bonded และช่วยป้องกัน Lateral Water Migration แต่หากคอนกรีตเกิด Honeycomb หรือ Detail รอบท่อไม่ได้ทำอย่างถูกต้อง ก็ยังสามารถเกิดปัญหาหน้างานได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในงาน Pre-Applied Waterproofing

  • ปูเมมเบรนบนพื้นที่มีของแหลม
  • ไม่มีแบบรายละเอียดก่อนเริ่มงาน
  • Overlap ไม่สมบูรณ์
  • End Lap เปิด
  • มุมแผ่นมีรอยย่น
  • งานท่อมาเจาะเพิ่มภายหลัง
  • งานเหล็กทำแผ่นฉีกแล้วไม่ซ่อม
  • ไม่ตรวจแผ่นก่อนเทคอนกรีต
  • พื้นกับผนังไม่ได้ต่อระบบกัน
  • ไม่มี Waterstop ที่ Construction Joint
  • เข้าใจว่าเมมเบรนสามารถแทนระบบ Joint Waterproofing ได้ทั้งหมด
  • ใช้ PREPRUFE 120S หลังเทคอนกรีตทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์ Pre-Applied

การตรวจงานเป็นช่วง ๆ จึงสำคัญมากกว่ารอให้ปูครบทั้งโครงการแล้วค่อยตรวจครั้งเดียว

Preprufe 120S เหมาะกับโครงการแบบไหน?

จากลักษณะการใช้งานของผลิตภัณฑ์ เหมาะกับงาน เช่น

  • ฐานรากอาคาร
  • Raft Foundation
  • Basement Slab
  • ผนังชั้นใต้ดิน
  • ผนังชิดแนวเขต
  • อาคารพื้นที่ก่อสร้างจำกัด
  • Single-Sided Formwork
  • โครงการที่ต้องทำกันซึมก่อนเทคอนกรีต
  • พื้นที่ที่หลังสร้างเสร็จแล้วไม่สามารถเข้าซ่อมด้านนอกได้สะดวก

โดยเฉพาะโครงการที่ต้องการทำระบบกันซึมด้าน Positive Side แต่ไม่มีพื้นที่ให้กลับไปทำงานหลังเท การใช้ Pre-Applied Membrane สามารถช่วยแก้ข้อจำกัดด้านลำดับการก่อสร้างได้โดยตรง

สรุป: Preprufe 120S เหมาะกับผนังและฐานรากที่ต้องทำกันซึมก่อนเทคอนกรีต

PREPRUFE 120S เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมแบบ Pre-Applied ที่ออกแบบมาสำหรับติดตั้งก่อนเทคอนกรีต ใช้ได้กับ ใต้ Foundation Slab และผนังคอนกรีตหล่อในที่ใต้ดินในไซต์พื้นที่จำกัดที่ใช้ Single-Sided Formwork โดยตัวแผ่นประกอบด้วย HDPE Film, Pressure-Sensitive Adhesive และ Weather-Resistant Protective Coating

เมื่อเทคอนกรีตชิดเข้าหาเมมเบรน ระบบจะสร้าง Integral Adhesive Bond กับคอนกรีต และถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเป็น Barrier ต่อ Water และ Moisture รวมถึงลดทั้งการซึมของน้ำเข้าสู่โครงสร้างและ Lateral Water Migration หรือการไหลของน้ำระหว่างเมมเบรนกับคอนกรีต

ข้อได้เปรียบสำคัญคือสามารถทำระบบกันซึมได้ ก่อนพื้นที่ด้านนอกจะถูกปิดถาวร จึงเหมาะกับ Raft Foundation, Basement Slab และผนังชั้นใต้ดินชิดแนวเขตที่หลังเทคอนกรีตแล้วไม่มี Working Space ให้กลับเข้าไปติดระบบด้านนอก

อย่างไรก็ตาม งาน Pre-Applied ที่ดีต้องไม่ได้จบแค่การปูแผ่นตรงพื้นที่กว้าง แต่ต้องเก็บ Overlap, End Lap, Pile Head, Lift Pit, Corner, Pipe Penetration, Construction Joint และจุดต่อพื้นกับผนัง ให้ต่อเนื่อง พร้อมตรวจความเสียหายจากงานเหล็กและทำ Final Inspection ก่อนเทคอนกรีตทุกครั้ง

ถ้าวางรายละเอียดเหล่านี้ตั้งแต่ต้น PREPRUFE 120S จะช่วยให้ระบบกันซึมฐานรากและผนังชั้นใต้ดินถูกสร้างไปพร้อมกับโครงสร้าง แทนที่จะรอให้อาคารสร้างเสร็จแล้วค่อยกลับมาแก้ปัญหาน้ำซึมจากด้านในภายหลัง

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!