ทำกันซึมหลังคาพื้นที่แคบ ใช้ Sarnafil TG 66 ติดตั้งง่ายเหมาะกับดาดฟ้าอาคาร

ก.ย. 04, 2026 by admin Blog 0 comment

ทำกันซึมหลังคาพื้นที่แคบ ใช้ Sarnafil TG 66 ติดตั้งง่ายเหมาะกับดาดฟ้าอาคาร

งานกันซึมหลังคาหรือดาดฟ้าอาคารไม่ได้มีแค่พื้นที่โล่งกว้างเสมอไป หลายอาคารมีพื้นที่หลังคาแคบ มีขอบ parapet รอบด้าน มีท่อระบายน้ำอยู่ชิดมุม มีช่องแสง มีฐานเครื่องจักร หรือมีงานระบบตั้งอยู่เต็มพื้นที่ ทำให้งานติดตั้งกันซึมต้องเก็บรายละเอียดมากกว่าปกติ หากเลือกวัสดุไม่เหมาะ หรือเก็บงานรอบมุมไม่ดี ปัญหาน้ำรั่วซึมอาจเกิดซ้ำได้ง่าย

สำหรับหลังคาพื้นที่แคบ จุดที่ต้องระวังไม่ใช่แค่พื้นกลาง แต่คือขอบ มุม รอยต่อ และงาน flashing เพราะน้ำมักซึมเข้าตามจุดที่วัสดุต่างชนิดมาชนกัน เช่น พื้นคอนกรีตชนผนัง parapet, รอบท่อ drain, รอบ roof light หรือจุดที่มีการเจาะยึดอุปกรณ์บนดาดฟ้า การเลือกใช้ระบบเมมเบรนที่สามารถออกแบบรอยต่อและเก็บรายละเอียดได้ชัดเจนจึงสำคัญมาก

Sarnafil TG 66 หรือ Sarnafil® TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO จาก Sika เหมาะกับงานดาดฟ้าอาคารและหลังคาที่ต้องการระบบกันซึมแบบแผ่น โดยข้อมูลจาก Sika ระบุว่า Sarnafil TG 66 เป็นแผ่นกันซึมสังเคราะห์หลายชั้น ผลิตจาก flexible polyolefins มีชั้นเสริม glass non-woven inlay เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ทน UV และเหมาะกับงานหลังคาระบบถ่วงน้ำหนัก รวมถึงงาน junction และ flashing เช่น wall and parapet junctions และ roof lights

ทำไมหลังคาพื้นที่แคบถึงต้องใส่ใจงานกันซึมเป็นพิเศษ?

หลังคาพื้นที่แคบมักมีพื้นที่ทำงานจำกัด การวางวัสดุ การเชื่อมรอยต่อ และการเก็บรายละเอียดรอบขอบผนังทำได้ยากกว่าพื้นที่กว้าง หากหน้างานมีอุปกรณ์งานระบบอยู่แล้ว เช่น ท่อ แอร์ เครื่องจักร หรือรางสายไฟ พื้นที่เดินและพื้นที่ติดตั้งก็ยิ่งจำกัดมากขึ้น

ปัญหาที่พบบ่อยในหลังคาพื้นที่แคบ ได้แก่

  • น้ำขังตามมุมดาดฟ้า
  • รั่วตรงมุมพื้นชนผนัง
  • รั่วรอบท่อ drain
  • รั่วตามขอบ parapet
  • รั่วรอบ roof light หรือช่องแสง
  • รั่วรอบฐานแอร์หรือฐานเครื่องจักร
  • พื้นที่เดิมมีรอยซ่อมหลายจุด
  • ระบบกันซึมเดิมล่อนหรือพอง
  • ไม่มีพื้นที่เดินซ่อมบำรุงที่ชัดเจน
  • จุดรั่วอยู่ใกล้ผนังหรือมุม ทำให้ซ่อมยาก

ดังนั้น งานกันซึมหลังคาพื้นที่แคบต้องเน้นการออกแบบระบบมากกว่าการเลือกวัสดุอย่างเดียว ต้องรู้ว่าจุดไหนเป็นจุดเสี่ยง จุดไหนต้องเสริม จุดไหนต้องทำ flashing และจุดไหนต้องจัดทางเดินซ่อมบำรุงไว้ตั้งแต่แรก

Sarnafil TG 66 คืออะไร?

Sarnafil TG 66 คือแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO หรือ Flexible Polyolefin ใช้สำหรับระบบหลังคาอาคาร โดยเฉพาะงานที่ต้องการแผ่นเมมเบรนคุณภาพสม่ำเสมอจากโรงงาน และสามารถเชื่อมรอยต่อให้เป็นระบบต่อเนื่องได้

ข้อมูลจาก Sika ระบุว่า Sarnafil TG 66 เป็น multi-layer synthetic roof waterproofing sheet มีชั้นเสริม glass non-woven inlay ตามมาตรฐาน EN 13956 เป็นเมมเบรนที่ hot air weldable และ UV-resistant หรือเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนและทน UV เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องรับสภาพอากาศภายนอก

เหมาะกับงาน เช่น

  • ดาดฟ้าอาคาร
  • หลังคาอาคารพาณิชย์
  • หลังคาพื้นที่แคบ
  • หลังคาที่มี parapet รอบด้าน
  • หลังคาที่มี roof light
  • หลังคาที่มีท่อ drain หลายจุด
  • หลังคาโรยกรวด
  • หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
  • หลังคาเขียว
  • Utility roof
  • Inverted roof
  • งาน junction และ flashing บนหลังคา
ทำไม Sarnafil TG 66 เหมาะกับดาดฟ้าอาคารพื้นที่แคบ?
ทำไม Sarnafil TG 66 เหมาะกับดาดฟ้าอาคารพื้นที่แคบ?

ทำไม Sarnafil TG 66 เหมาะกับดาดฟ้าอาคารพื้นที่แคบ?

  1. เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน

จุดเด่นของ Sarnafil TG 66 คือการเชื่อมรอยต่อด้วย hot air welding โดยไม่ใช้เปลวไฟเปิดตามข้อมูลจาก Sika จุดนี้เหมาะกับงานหลังคาอาคาร เพราะรอยต่อของแผ่นเมมเบรนสามารถเชื่อมให้เป็นระบบและตรวจสอบได้หลังติดตั้ง

ในพื้นที่แคบ แนวรอยต่ออาจอยู่ใกล้มุม ใกล้ผนัง หรือใกล้ท่อ drain การเชื่อมลมร้อนจึงต้องทำโดยช่างที่มีประสบการณ์ เพื่อให้รอยต่อแน่นและต่อเนื่อง ไม่เกิดช่องว่างให้น้ำซึมเข้าในภายหลัง

  1. เหมาะกับงาน Junction และ Flashing

Sika ระบุว่า Sarnafil TG 66 ใช้กับงาน roof waterproofing for junctions and flashings เช่น wall and parapet junctions และ roof lights ได้ ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญของดาดฟ้าอาคารที่มีพื้นที่แคบหรือมีขอบเยอะ

ดาดฟ้าพื้นที่แคบมักมีจุดชนผนังหลายตำแหน่ง จึงต้องใช้ระบบที่เก็บขอบและมุมได้ดี ไม่ใช่ปูเฉพาะพื้นแนวนอนแล้วปล่อยจุดตั้งฉากไว้เป็นจุดอ่อน

  1. ทน UV เหมาะกับพื้นที่เปิดโล่ง

หลังคาและดาดฟ้าต้องโดนแดดโดยตรง วัสดุกันซึมที่ไม่ทน UV อาจเสื่อมเร็ว กรอบ แตก หรือเกิดปัญหารั่วซ้ำได้ Sarnafil TG 66 ถูกระบุว่าเป็นเมมเบรนทน UV จึงเหมาะกับงานหลังคาที่เปิดรับแดดและสภาพอากาศภายนอก

  1. มีชั้นเสริมช่วยความคงรูปของแผ่น

Sarnafil TG 66 มีชั้นเสริม glass non-woven inlay ซึ่งช่วยเรื่อง dimensional stability หรือความคงรูปของแผ่นเมมเบรนตามข้อมูล Sika จุดนี้สำคัญกับงานหลังคาที่มีมุมและขอบเยอะ เพราะแผ่นต้องถูกวาง พับ จัดแนว และเชื่อมรอยต่อให้เหมาะกับพื้นที่จริง

  1. เหมาะกับระบบหลังคาถ่วงน้ำหนัก

Sarnafil TG 66 เหมาะกับหลังคาระบบถ่วงน้ำหนัก เช่น หลังคาโรยกรวด แผ่นคอนกรีต หลังคาเขียว utility roof และ inverted roof ตามข้อมูล Sika ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้ได้กับดาดฟ้าอาคารหลายประเภท โดยต้องออกแบบชั้น protection และ ballast ให้เหมาะกับโครงสร้างจริง

พื้นที่แคบแบบไหนควรพิจารณา Sarnafil TG 66?

ดาดฟ้าอาคารพาณิชย์

อาคารพาณิชย์มักมีดาดฟ้าพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่มี parapet รอบด้าน มีท่อ drain อยู่ตามมุม และมักมีการต่อเติมงานระบบภายหลัง การใช้ Sarnafil TG 66 ช่วยให้ระบบกันซึมเป็นแผ่นเมมเบรนที่ออกแบบขอบและรอยต่อได้ชัดเจน

หลังคาที่มีงานระบบจำนวนมาก

พื้นที่ที่มีเครื่องปรับอากาศ ท่อ หรือฐานเครื่องจักรอยู่บนหลังคา ต้องเก็บรายละเอียดรอบฐานอุปกรณ์ให้ดี เพราะเป็นจุดที่น้ำซึมได้ง่าย หากติดตั้งเมมเบรนโดยไม่วางแผนทางเดินและจุดป้องกัน ระบบอาจเสียหายจากการซ่อมบำรุงภายหลัง

หลังคาที่มีช่องแสงหรือ Roof Light

รอบ roof light เป็นจุดที่วัสดุต่างชนิดมาชนกัน เช่น คอนกรีต โลหะ และเมมเบรน จึงต้องทำ flashing ให้ถูกระบบ Sarnafil TG 66 ถูกระบุว่าใช้กับงาน junction และ roof lights ได้ จึงเหมาะกับหลังคาที่มีช่องเปิดประเภทนี้

ดาดฟ้าที่มีน้ำขังตามมุม

ถ้าพื้นที่แคบมีน้ำขังตามมุม ควรแก้ slope และ drain ก่อนติดตั้งระบบกันซึม เพราะแม้วัสดุกันซึมจะช่วยป้องกันน้ำซึม แต่การปล่อยน้ำขังนานทำให้ดูแลยากและเพิ่มภาระให้ระบบ

พื้นที่แคบแบบไหนควรพิจารณา Sarnafil TG 66?
พื้นที่แคบแบบไหนควรพิจารณา Sarnafil TG 66?

ติดตั้งง่ายในงานพื้นที่แคบ หมายถึงอะไร?

คำว่า “ติดตั้งง่าย” ในงานหลังคาไม่ได้แปลว่าใครก็ทำได้ แต่หมายถึงวัสดุและระบบเอื้อต่อการจัดวาง การเชื่อมรอยต่อ และการเก็บรายละเอียดเมื่อเทียบกับความซับซ้อนของหน้างาน Sarnafil TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรน FPO ที่สามารถเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน และออกแบบร่วมกับรายละเอียด junction / flashing ได้ จึงช่วยให้งานหลังคาที่มีขอบและมุมเยอะถูกจัดการเป็นระบบมากขึ้น

แต่การติดตั้งให้ได้ผลดีต้องใช้ช่างที่เข้าใจระบบเมมเบรนหลังคา เพราะพื้นที่แคบมีระยะทำงานจำกัด หากตัดแผ่นผิด วางแนวรอยต่อไม่ดี หรือเชื่อมลมร้อนไม่สมบูรณ์ อาจทำให้เกิดจุดรั่วในอนาคตได้

ก่อนทำกันซึมหลังคาพื้นที่แคบต้องตรวจอะไรบ้าง?

  1. ตรวจขอบและมุมทั้งหมด

ต้องสำรวจ parapet, มุมพื้นชนผนัง, flashing, roof light และฐานงานระบบทั้งหมด เพราะพื้นที่แคบมักรั่วจากจุดเหล่านี้มากกว่าพื้นกลาง

  1. ตรวจ Slope และ Drain

หากน้ำไหลไม่ถึง drain หรือมีน้ำขังตามมุม ควรแก้ก่อนติดตั้งระบบใหม่ เพราะน้ำขังนานทำให้เสี่ยงรั่วซ้ำและดูแลยาก

  1. ตรวจสภาพพื้นเดิม

พื้นต้องเรียบ แข็งแรง ไม่มีเศษแหลมคม ไม่มีวัสดุเดิมที่พองหรือล่อน หากเป็นงานรีโนเวท ต้องรื้อหรือซ่อมส่วนที่เสียหายก่อน

  1. ตรวจพื้นที่ทำงานของช่าง

พื้นที่แคบต้องวางแผนการเข้าถึง การวางแผ่น การเชื่อมรอยต่อ และการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจทำให้งานเชื่อมไม่ต่อเนื่องหรือเกิดความเสียหายกับระบบ

  1. ตรวจทางเดินซ่อมบำรุง

ถ้ามีคนเดินบนหลังคาเป็นประจำ ควรออกแบบ walkway หรือ protection layer เพื่อป้องกันเมมเบรนเสียหายจากการเหยียบซ้ำหรือการลากเครื่องมือ

ขั้นตอนทำกันซึมหลังคาพื้นที่แคบด้วย Sarnafil TG 66 โดยสรุป

  1. สำรวจพื้นที่ดาดฟ้าและจุดรั่วซึมทั้งหมด
  2. ตรวจ parapet, drain, roof light, flashing และงานระบบ
  3. ตรวจ slope และตำแหน่งน้ำขัง
  4. รื้อหรือซ่อมระบบเดิมที่เสียหาย
  5. เตรียมพื้นผิวให้เรียบ แข็งแรง และไม่มีเศษแหลมคม
  6. วางแผนแนวแผ่นและแนวเชื่อมให้เหมาะกับพื้นที่แคบ
  7. ติดตั้ง separation layer หรือ protection layer ตามระบบ
  8. ปูแผ่น Sarnafil TG 66 ตามแบบ
  9. เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน
  10. ตรวจแนวเชื่อมทุกจุด
  11. เก็บรายละเอียดรอบ drain, parapet, flashing, roof light และท่อระบบ
  12. ติดตั้งชั้นป้องกันหรือวัสดุถ่วงน้ำหนักตามระบบ
  13. ตรวจการระบายน้ำก่อนส่งมอบ
  14. วางแผนตรวจบำรุงรักษาหลังติดตั้ง

จุดที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษในดาดฟ้าพื้นที่แคบ

มุมพื้นชนผนัง

เป็นจุดรั่วที่พบบ่อย เพราะมีการเปลี่ยนระนาบจากพื้นแนวนอนเป็นผนังแนวตั้ง ต้องทำระบบขึ้นผนังและปิดจบให้ถูกต้อง

ขอบ Parapet

ขอบ parapet ต้องมีรายละเอียดปิดจบหรือ flashing ที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้น้ำย้อนเข้าหลังระบบเมมเบรน

รอบ Drain

ถ้า drain อยู่ชิดมุม การตัดแผ่นและเชื่อมรอยต่อจะยากกว่าปกติ ต้องใช้ความละเอียดมากกว่าพื้นที่โล่ง

รอบ Roof Light

ช่องแสงเป็นจุดที่มีรอยต่อวัสดุต่างชนิด ต้องเก็บ flashing ให้แน่นและตรวจรอยต่อทุกด้าน

ฐานงานระบบ

ฐานแอร์ ท่อ หรือเครื่องจักรบนดาดฟ้าต้องเก็บรายละเอียดรอบฐานให้ครบ หากมีการเจาะติดตั้งอุปกรณ์ใหม่หลังทำกันซึม ต้องซ่อมระบบรอบจุดเจาะใหม่ทุกครั้ง

Sarnafil TG 66 ต่างจากกันซึมแบบทาในงานพื้นที่แคบอย่างไร?

หัวข้อSarnafil TG 66กันซึมแบบทา
รูปแบบวัสดุแผ่นเมมเบรน FPOวัสดุเหลวทา/พ่น
การติดตั้งปูแผ่นและเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนทาให้ต่อเนื่องบนผิวพื้น
จุดเด่นควบคุมคุณภาพแผ่นจากโรงงาน ตรวจแนวเชื่อมได้เก็บตามรูปทรงซับซ้อนได้ดี
จุดควบคุมแนวเชื่อมและงาน flashingความหนาฟิล์มและการยึดเกาะ
พื้นที่แคบต้องวางแผนตัดแผ่นและเชื่อมอย่างละเอียดต้องคุมความหนาให้ทั่วทุกจุด
งานถ่วงน้ำหนักเหมาะกับกรวด แผ่นคอนกรีต หลังคาเขียวต้องเลือกชนิดที่รองรับปูทับ
การดูแลตรวจแนวรอยต่อและจุด detail เป็นระบบตรวจฟิล์มพอง ล่อน ขาด หรือแตกร้าว

ทั้งสองระบบมีข้อดีต่างกัน แต่ถ้างานต้องการเมมเบรน FPO สำหรับดาดฟ้าอาคาร ระบบถ่วงน้ำหนัก และการเก็บงาน junction / flashing ให้เป็นระบบ Sarnafil TG 66 เป็นตัวเลือกที่เหมาะ โดยต้องให้ทีมติดตั้งที่ชำนาญออกแบบแนวแผ่นและรอยต่อให้เหมาะกับหน้างานจริง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้กันซึมหลังคาพื้นที่แคบรั่วซ้ำ

  • ไม่สำรวจจุดรั่วจริงก่อนทำงาน
  • ปูเมมเบรนเฉพาะพื้นกลางแต่ไม่เก็บขอบ
  • ไม่ทำ flashing ที่ parapet
  • ไม่ตรวจแนวเชื่อมรอบมุม
  • ไม่แก้ slope และจุดน้ำขัง
  • ปล่อยให้ drain อุดตันหรือวางตำแหน่งไม่เหมาะ
  • ไม่เก็บรอบ roof light
  • ไม่ซ่อมพื้นเดิมที่ร่อนหรือแตกร้าว
  • ไม่มี protection layer ในจุดที่มีคนเดิน
  • เจาะติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มโดยไม่ซ่อมระบบกันซึม
  • ใช้ช่างที่ไม่ชำนาญงานเมมเบรน FPO

ดูแลหลังคาพื้นที่แคบที่ใช้ Sarnafil TG 66 อย่างไร?

หลังติดตั้งแล้วควรตรวจดาดฟ้าเป็นระยะ โดยเฉพาะพื้นที่แคบและมุมอับ เพราะมักมีเศษใบไม้ ฝุ่น ตะกอน หรือขยะเล็ก ๆ ไปอุดตัน drain ได้ง่าย หากน้ำขังเป็นเวลานานจะเพิ่มภาระให้ระบบกันซึมและทำให้ตรวจจุดเสียหายยากขึ้น

แนวทางดูแล ได้แก่

  • ตรวจ drain ไม่ให้อุดตัน
  • เก็บเศษใบไม้และขยะตามมุมดาดฟ้า
  • ตรวจ parapet และ flashing
  • ตรวจรอบ roof light และท่อระบบ
  • ตรวจชั้น protection หรือ ballast ไม่ให้กดทับผิดปกติ
  • หลีกเลี่ยงการลากของมีคมบนระบบหลังคา
  • ทำทางเดินซ่อมบำรุงในจุดที่คนเดินบ่อย
  • ซ่อมจุดเสียหายเล็กก่อนลุกลาม
  • หากติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ ต้องเก็บระบบกันซึมรอบฐานใหม่ทุกครั้ง

สรุป: หลังคาพื้นที่แคบใช้ Sarnafil TG 66 ได้ดีเมื่อออกแบบรอยต่อและงาน Detail ครบ

Sarnafil TG 66 เป็นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO แบบหลายชั้น มีชั้นเสริม glass non-woven inlay เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ทน UV และเหมาะกับหลังคาระบบถ่วงน้ำหนัก เช่น หลังคาโรยกรวด แผ่นคอนกรีต หลังคาเขียว utility roof และ inverted roof รวมถึงงาน junction / flashing อย่าง wall and parapet junctions และ roof lights ตามข้อมูลจาก Sika

สำหรับงาน ทำกันซึมหลังคาพื้นที่แคบ จุดสำคัญคือการวางแผนแนวแผ่น แนวเชื่อม การเก็บขอบ parapet รอบ drain รอบ roof light และจุดงานระบบให้ครบ เพราะพื้นที่แคบมักรั่วจากจุด detail มากกว่าพื้นกลาง หากติดตั้งโดยทีมที่ชำนาญและตรวจแนวเชื่อมทุกจุด Sarnafil TG 66 จะช่วยให้ดาดฟ้าอาคารมีระบบกันซึมที่เป็นระเบียบ ตรวจสอบได้ และดูแลต่อได้ง่ายขึ้น

สรุปง่าย ๆ คือ Sarnafil TG 66 เหมาะกับดาดฟ้าอาคารที่มีพื้นที่แคบ ขอบเยอะ หรือมีรายละเอียดหลายจุด เพราะเป็นเมมเบรน FPO ที่เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนและใช้กับงาน flashing ได้ แต่ต้องทำเป็นระบบตั้งแต่เตรียมพื้น แก้ slope ปิดจบรอบขอบ และวางชั้นป้องกันเมมเบรนให้เหมาะกับการใช้งานจริง

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!