Sikalastic 632 R ระบบกันซึมทาเคลือบต่อเนื่อง เหมาะกับหลังคาคอนกรีต

ก.ย. 03, 2026 by admin Blog 0 comment

Sikalastic 632 R ระบบกันซึมทาเคลือบต่อเนื่อง เหมาะกับหลังคาคอนกรีต

หลังคาคอนกรีตและดาดฟ้าเป็นพื้นที่ที่เจอแดด ฝน ความร้อน น้ำขัง และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตลอดเวลา หากระบบกันซึมเดิมเสื่อม หรือพื้นคอนกรีตมีรอยแตกร้าวเล็ก ๆ น้ำฝนอาจค่อย ๆ ซึมผ่านพื้นลงไปยังชั้นล่าง ทำให้เกิดปัญหาฝ้าเพดานเป็นคราบน้ำ ผนังชื้น สีลอก เหล็กเสริมเสี่ยงเกิดสนิม หรือเกิดความเสียหายกับพื้นที่ใช้งานภายในอาคาร

สำหรับหลังคาคอนกรีตที่ต้องการระบบกันซึมแบบต่อเนื่อง การใช้วัสดุประเภท Liquid Applied Membrane หรือเมมเบรนกันซึมชนิดทาเคลือบ เป็นทางเลือกที่เหมาะกับพื้นที่ที่มีรายละเอียดเยอะ เช่น มุมพื้นชนผนัง ขอบ parapet รอบท่อ drain ฐานเครื่องจักร ช่องเปิด และจุดซ่อมบำรุงบนดาดฟ้า เพราะวัสดุสามารถทาให้ต่อเนื่องไปกับรูปทรงของพื้นผิวได้ดี

Sikalastic 632 R หรือ Sikalastic®-632 R เป็นระบบกันซึมทาเคลือบจาก Sika ที่ออกแบบมาสำหรับงานหลังคาโดยเฉพาะ ข้อมูลจาก Sika Thailand ระบุว่าเป็นเมมเบรนกันซึมหลังคาแบบโพลียูรีเทน 1 ส่วนประกอบ แห้งตัวไว ใช้งานแบบ cold-applied บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ และมีคุณสมบัติ crack-bridging จึงเหมาะกับงานหลังคาคอนกรีตที่ต้องการชั้นกันซึมต่อเนื่องและลดปัญหารอยต่อของระบบกันซึม

Sikalastic 632 R คืออะไร?

Sikalastic 632 R คือวัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบแบบโพลียูรีเทน 1 ส่วนประกอบ ใช้สำหรับงานกันซึมหลังคา เมื่อนำไปทาบนพื้นผิวที่เตรียมอย่างถูกต้อง วัสดุจะบ่มตัวและกลายเป็นชั้นเมมเบรนกันซึมต่อเนื่องบนพื้นผิว ช่วยลดการซึมผ่านของน้ำจากด้านบนลงสู่พื้นคอนกรีต

จุดเด่นสำคัญคือเป็นระบบ liquid applied membrane หรือเมมเบรนชนิดเหลวที่ทาลงบนพื้นที่หน้างาน จึงช่วยให้การเคลือบพื้นต่อเนื่องรอบรายละเอียดต่าง ๆ ทำได้ง่ายกว่าระบบแผ่นในบางพื้นที่ โดยเฉพาะหลังคาคอนกรีตที่มีขอบ มุม ท่อ และจุดงานระบบจำนวนมาก

Sika Thailand ระบุว่า Sikalastic 632 R เป็นวัสดุ polyurethane, 1-part, rapid cure, cold-applied, moisture cured, crack-bridging, liquid applied membrane สำหรับงาน roof waterproofing ซึ่งสะท้อนว่าเป็นวัสดุที่ออกแบบมาเพื่อหลังคา ไม่ใช่แค่สีทาพื้นทั่วไป

เหมาะกับพื้นที่ เช่น

  • หลังคาคอนกรีต
  • ดาดฟ้าอาคาร
  • หลังคาพื้นเรียบ
  • หลังคาที่มีความลาดเอียง
  • ระเบียงภายนอก
  • Terrace deck
  • หลังคาที่มีท่อ drain หลายจุด
  • หลังคาที่มี parapet หรือขอบผนัง
  • หลังคารูปทรงซับซ้อน
  • งานรีโนเวทระบบกันซึมหลังคาเดิม

ทำไมหลังคาคอนกรีตถึงควรใช้ระบบกันซึมทาเคลือบต่อเนื่อง?

หลังคาคอนกรีตมักมีรอยต่อและจุดเสี่ยงหลายตำแหน่ง แม้พื้นกลางจะดูเรียบ แต่จุดที่น้ำรั่วมักเกิดจากมุมผนัง รอบท่อ drain รอยแตกเล็ก หรือจุดที่วัสดุต่างชนิดมาต่อกัน การใช้ระบบทาเคลือบต่อเนื่องช่วยให้ชั้นกันซึมครอบคลุมพื้นที่เหล่านี้ได้ดี หากเตรียมพื้นและลงระบบอย่างถูกต้อง

ระบบกันซึมทาเคลือบเหมาะกับหลังคาคอนกรีตเพราะ

  • ทาเคลือบตามรูปทรงพื้นผิวได้
  • ลดปัญหารอยต่อของระบบกันซึม
  • เก็บรอบท่อและมุมได้ต่อเนื่อง
  • เหมาะกับพื้นที่ที่มีรายละเอียดเยอะ
  • ซ่อมบำรุงหรือเคลือบทับตามระบบได้
  • ช่วยสร้างชั้นเมมเบรนกันซึมบนผิวคอนกรีต
  • เหมาะกับงานหลังคาใหม่และงานรีโนเวท

หน้า Sika Thailand เกี่ยวกับ liquid applied membrane ระบุว่า ระบบเคลือบชนิดนี้เมื่อบ่มตัวแล้วจะเป็นเมมเบรนกันซึมลักษณะยืดหยุ่นคล้ายยาง และสามารถใช้ได้กับหลายพื้นผิว รวมถึงคอนกรีต ซึ่งสอดคล้องกับการใช้งานบนหลังคาคอนกรีตและดาดฟ้าอาคาร

จุดเด่นของ Sikalastic 632 R สำหรับหลังคาคอนกรีต
จุดเด่นของ Sikalastic 632 R สำหรับหลังคาคอนกรีต

จุดเด่นของ Sikalastic 632 R สำหรับหลังคาคอนกรีต

  1. เป็นระบบทาเคลือบต่อเนื่อง ลดปัญหารอยต่อ

จุดแข็งของ Sikalastic 632 R คือเป็นวัสดุกันซึมชนิดเหลว เมื่อทาลงบนพื้นผิวจะเกิดเป็นชั้นเมมเบรนต่อเนื่อง ช่วยลดจุดเสี่ยงจากแนวต่อของวัสดุกันซึมแบบแผ่น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีรายละเอียดเยอะ เช่น ขอบ parapet, รอบ drain, รอบท่อระบบ และมุมพื้นชนผนัง

ระบบที่ต่อเนื่องจะช่วยให้หลังคาคอนกรีตมีชั้นป้องกันน้ำบนผิวหน้าได้ดีขึ้น แต่ต้องลงวัสดุให้ได้ความหนาตามระบบ และต้องเก็บรายละเอียดจุดเสี่ยงก่อนทาพื้นหลัก

  1. เป็น PU 1 ส่วนประกอบ ใช้งานง่ายกว่าแบบผสมหลายส่วน

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุโพลียูรีเทน 1 ส่วนประกอบ จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการผสมผิดอัตราเมื่อเทียบกับวัสดุ 2 ส่วนประกอบบางชนิด เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการควบคุมการทำงานหน้างานให้คล่องตัวขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นวัสดุ 1 ส่วนประกอบ ก็ยังต้องควบคุมเรื่องพื้นผิว ความชื้น อุณหภูมิ ระยะเวลาระหว่างชั้น และปริมาณการใช้ให้ถูกต้องตามเอกสารระบบ

  1. แห้งตัวไว เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องรับสภาพอากาศ

Sika Thailand ระบุว่า Sikalastic 632 R เป็นวัสดุแบบ rapid cure หรือแห้งตัวไว เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องคำนึงถึงสภาพอากาศ เช่น ฝนตก แดดจัด หรือช่วงเวลาทำงานจำกัด

แต่คำว่าแห้งไวไม่ได้แปลว่าสามารถทาบนพื้นเปียกหรือเปิดใช้งานได้ทันทีทุกกรณี ระยะเวลาการแห้งตัวจริงยังขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความชื้น ความหนาวัสดุ สภาพพื้น และระบบที่เลือกใช้

  1. ใช้งานแบบ Cold-applied ไม่ต้องใช้เปลวไฟ

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุ cold-applied หรือใช้งานโดยไม่ต้องให้ความร้อนหรือใช้เปลวไฟเปิดตามข้อมูล Sika จุดนี้เหมาะกับงานหลังคาอาคารที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการใช้ไฟบนหน้างาน โดยเฉพาะดาดฟ้าที่มีงานระบบ ท่อ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ใกล้พื้นที่ติดตั้ง

  1. มีคุณสมบัติ Crack-bridging

หลังคาคอนกรีตมักมีรอยแตกร้าวเล็กจากการยืดหดของพื้นผิว Sikalastic 632 R มีคุณสมบัติ crack-bridging ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ จึงเหมาะกับระบบหลังคาที่ต้องการเมมเบรนยืดหยุ่นกว่าวัสดุเคลือบแข็งทั่วไป

อย่างไรก็ตาม หากเป็นรอยร้าวโครงสร้าง รอยแตกกว้าง รอยที่ยังขยับตัว หรือรอยที่มีน้ำรั่วออกมา ต้องซ่อมและทำ joint treatment ให้ถูกต้องก่อน ไม่ควรทาวัสดุกันซึมทับทันที

หลังคาคอนกรีตแบบไหนเหมาะกับ Sikalastic 632 R?

หลังคาคอนกรีตที่มีรายละเอียดเยอะ

หลังคาที่มี parapet, drain, ฐานท่อ, ช่องเปิด หรือเครื่องจักรบนดาดฟ้า เหมาะกับระบบทาเคลือบ เพราะสามารถเก็บรายละเอียดต่อเนื่องตามรูปทรงของหน้างานได้ดี

ดาดฟ้าอาคารที่มีรอยแตกร้าวเล็ก

หากเป็นรอยแตกเล็กหรือแตกลายงาจากผิวคอนกรีต ระบบ PU ที่มีคุณสมบัติ crack-bridging ช่วยลดโอกาสน้ำซึมผ่านรอยเล็กเหล่านี้ได้ดีขึ้นเมื่อซ่อมพื้นและลงระบบครบถ้วน

หลังคาเก่าที่ต้องรีโนเวทกันซึม

หลังคาที่ระบบกันซึมเดิมเริ่มเสื่อม หากพื้นเดิมยังแข็งแรงและเตรียมผิวได้ดี Sikalastic 632 R สามารถเป็นตัวเลือกสำหรับทำระบบกันซึมใหม่ โดยต้องตรวจว่าระบบเดิมเหมาะกับการทับหรือควรรื้อออกก่อน

หลังคาที่ต้องการลดรอยต่อของวัสดุกันซึม

หากเจ้าของอาคารกังวลเรื่องรอยต่อของแผ่นเมมเบรน ระบบ liquid applied membrane เป็นทางเลือกที่ช่วยให้เกิดชั้นเคลือบต่อเนื่องบนพื้นผิว

ระเบียงหรือ Terrace Deck

Sikalastic 632 R เหมาะกับ external balconies และ terrace decks ตามข้อมูล Sika จึงใช้ได้กับพื้นที่ภายนอกที่ต้องเจอฝนและแดด โดยต้องเลือกชั้นระบบและการปิดผิวให้เหมาะกับการใช้งานจริง

หลังคาคอนกรีตแบบไหนเหมาะกับ Sikalastic 632 R?
หลังคาคอนกรีตแบบไหนเหมาะกับ Sikalastic 632 R?

ก่อนทำ Sikalastic 632 R ต้องตรวจอะไรบ้าง?

  1. สภาพพื้นคอนกรีต

พื้นต้องแข็งแรง สะอาด ไม่ร่วน ไม่หลุดล่อน และไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน ตะไคร่ หรือวัสดุเดิมที่ยึดเกาะไม่ดี หากพื้นเดิมไม่แข็งแรง ชั้นกันซึมใหม่มีโอกาสล่อนตามพื้นเดิม

  1. ความชื้นของพื้น

งาน PU กันซึมต้องให้ความสำคัญกับความชื้นพื้นผิว หากพื้นมีน้ำขัง มีความชื้นสูง หรือมี rising moisture อาจทำให้ระบบเสียหายได้ ควรตรวจสภาพพื้นก่อนติดตั้งทุกครั้ง

  1. รอยแตกร้าว

รอยแตกร้าวควรแยกประเภทก่อน หากเป็นรอยเล็กและนิ่ง สามารถซ่อมและเสริมระบบตามคำแนะนำได้ แต่ถ้าเป็นรอยโครงสร้าง รอยแตกกว้าง หรือรอยที่ยังเคลื่อนตัว ต้องใช้วิธีซ่อมเฉพาะก่อนลงกันซึม

  1. Slope และ Drain

แม้วัสดุกันซึมจะช่วยป้องกันน้ำซึม แต่หลังคาคอนกรีตยังต้องมี slope ให้น้ำไหลลง drain ได้ดี หากน้ำขังนาน จะเพิ่มภาระให้ระบบกันซึมและทำให้ดูแลยากขึ้น

  1. จุด Detail ทั้งหมด

ต้องตรวจรอบ drain, มุมพื้นชนผนัง, ขอบ parapet, ท่อทะลุพื้น, ฐานเครื่องจักร และรอยต่อวัสดุต่างชนิด เพราะจุดเหล่านี้เป็นตำแหน่งที่รั่วง่ายกว่าพื้นกลางหลังคา

ขั้นตอนทำระบบกันซึม Sikalastic 632 R โดยสรุป

  1. สำรวจหลังคาคอนกรีตและตำแหน่งน้ำรั่วซึม
  2. ตรวจสภาพพื้น ความชื้น รอยแตก และจุดน้ำขัง
  3. รื้อวัสดุเดิมที่พอง ล่อน หรือยึดเกาะไม่ดี
  4. ขัดเตรียมพื้นผิวให้สะอาดและแข็งแรง
  5. ซ่อมรอยแตกร้าว หลุม รูพรุน และพื้นผิวเสียหาย
  6. แก้ slope หรือจุดน้ำขังหากจำเป็น
  7. ลง primer ที่เหมาะกับพื้นผิวตามระบบ
  8. เก็บรายละเอียดรอบ drain, parapet, มุมผนัง และท่อระบบ
  9. ทา Sikalastic 632 R ชั้นแรกให้ต่อเนื่อง
  10. เสริม fleece หรือวัสดุเสริมแรงในจุดที่ระบบกำหนด
  11. ทาชั้นถัดไปตามปริมาณและความหนาที่ออกแบบ
  12. ตรวจความต่อเนื่องของฟิล์มกันซึม
  13. ปล่อยให้ระบบบ่มตัวตามเงื่อนไขหน้างาน
  14. ตรวจสอบก่อนเปิดใช้งานหรือก่อนปิดทับตามระบบ

จุดที่ควรเสริมแรงเป็นพิเศษ

มุมพื้นชนผนัง

มุมพื้นชนผนังเป็นจุดที่ขยับตัวและแตกร้าวได้ง่าย ควรทำระบบกันซึมต่อเนื่องขึ้นผนัง และเสริมแรงตามคำแนะนำของระบบ

รอบ Drain

รอบท่อระบายน้ำเป็นจุดที่น้ำไหลมารวมมากที่สุด ต้องเก็บรายละเอียดให้แน่นและตรวจสอบก่อนทาพื้นหลัก

รอยแตกร้าวเล็ก

รอยแตกร้าวควรซ่อมก่อน แล้วจึงทาระบบกันซึมทับ ไม่ควรปล่อยให้รอยแตกเปิดอยู่ใต้ฟิล์มกันซึม

ขอบ Parapet

ขอบ parapet ต้องทำระบบขึ้นผนังและปิดจบให้เหมาะสม ไม่ควรทาเฉพาะพื้นแนวนอน

ฐานงานระบบ

ฐานเครื่องจักร ท่อ หรืออุปกรณ์บนหลังคาต้องเก็บกันซึมรอบฐานให้ต่อเนื่อง หากมีการเจาะติดตั้งใหม่หลังทำกันซึม ต้องซ่อมระบบรอบจุดเจาะใหม่ทุกครั้ง

Sikalastic 632 R ต่างจากแผ่นเมมเบรนอย่างไร?

หัวข้อSikalastic 632 Rแผ่นเมมเบรน
รูปแบบวัสดุเมมเบรนเหลวทาเคลือบแผ่นกันซึมสำเร็จรูป
รอยต่อเป็นชั้นเคลือบต่อเนื่อง ลดรอยต่อแผ่นมีแนวรอยต่อระหว่างแผ่น
งานรายละเอียดเก็บรอบท่อ มุม และขอบได้ดีต้องตัด พับ เชื่อม หรือปิดจบตามระบบ
ความหนาต้องควบคุมหน้างานควบคุมจากโรงงาน
งานหลังคาคอนกรีตเหมาะกับพื้นซับซ้อนและพื้นที่มี detailเหมาะกับพื้นที่กว้างและระบบที่ออกแบบเป็นแผ่น
การติดตั้งทา/กลิ้ง/พ่นตามระบบปูแผ่นและเชื่อมรอยต่อ
จุดควบคุมสำคัญความหนาฟิล์ม การยึดเกาะ และจุดบางแนวเชื่อมและงานปิดจบ

ทั้งสองระบบมีข้อดีต่างกัน หากเป็นหลังคาคอนกรีตที่มีรายละเอียดเยอะและต้องการชั้นกันซึมต่อเนื่อง Sikalastic 632 R เป็นตัวเลือกที่เหมาะ แต่ต้องควบคุมความหนา การเตรียมพื้น และการเก็บรายละเอียดให้ดี

ข้อผิดพลาดที่ทำให้กันซึมหลังคาคอนกรีตรั่วซ้ำ

  • ทาทับพื้นสกปรกหรือมีฝุ่น
  • ไม่ขัดเตรียมผิวก่อนติดตั้ง
  • ไม่ซ่อมรอยแตกร้าวก่อน
  • ทาวัสดุบางเกินไป
  • ไม่ลง primer ให้เหมาะกับพื้นผิว
  • ไม่เก็บรอบ drain และมุมผนัง
  • ไม่ทำระบบขึ้น parapet
  • ปล่อยให้น้ำขังโดยไม่แก้ slope
  • เปิดใช้งานเร็วเกินไป
  • ทาทับวัสดุเดิมที่พองหรือล่อน
  • ไม่ตรวจความต่อเนื่องของฟิล์มกันซึม

ดูแลหลังคาที่ใช้ Sikalastic 632 R อย่างไร?

หลังติดตั้งระบบกันซึมแล้ว ควรตรวจดาดฟ้าเป็นระยะ โดยเฉพาะก่อนและหลังฤดูฝน เพื่อป้องกันปัญหาเล็กกลายเป็นรั่วซึมใหญ่

แนวทางดูแล ได้แก่

  • เก็บเศษใบไม้และขยะออกจากหลังคา
  • ตรวจ drain ไม่ให้อุดตัน
  • ตรวจรอยพอง ล่อน หรือฉีกขาดของชั้นกันซึม
  • ตรวจรอบ parapet, drain และท่อระบบ
  • หลีกเลี่ยงการลากของมีคมบนผิวกันซึม
  • ซ่อมจุดเสียหายเล็กก่อนลุกลาม
  • หากติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ ต้องเก็บระบบกันซึมรอบจุดเจาะใหม่
  • ตรวจพื้นที่น้ำขังและปรับปรุงระบบระบายน้ำหากจำเป็น

สรุป: Sikalastic 632 R เหมาะกับหลังคาคอนกรีตที่ต้องการกันซึมทาเคลือบต่อเนื่อง

Sikalastic 632 R เป็นเมมเบรนกันซึมหลังคาแบบทาเคลือบชนิดโพลียูรีเทน 1 ส่วนประกอบ แห้งตัวไว ใช้งานแบบ cold-applied บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ และมีคุณสมบัติ crack-bridging ตามข้อมูลจาก Sika Thailand เหมาะกับงานหลังคาคอนกรีตที่ต้องการชั้นกันซึมต่อเนื่องและลดปัญหารอยต่อของวัสดุกันซึม

สำหรับหลังคาคอนกรีต ดาดฟ้า ระเบียง และ terrace deck จุดเด่นของ Sikalastic 632 R คือสามารถทาเคลือบตามพื้นผิวและรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดี เช่น มุมพื้นชนผนัง รอบ drain ขอบ parapet และฐานงานระบบ ช่วยสร้างชั้นเมมเบรนกันซึมบนผิวคอนกรีตอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม งานกันซึมที่จะได้ผลดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัววัสดุอย่างเดียว ต้องเริ่มจากการตรวจพื้น ซ่อมรอยแตก แก้จุดน้ำขัง ลง primer ให้เหมาะสม ควบคุมความหนา และเก็บรายละเอียดจุดเสี่ยงให้ครบ หากทำครบตามระบบ Sikalastic 632 R จะช่วยให้หลังคาคอนกรีตลดปัญหาน้ำรั่วซึมและดูแลต่อได้ง่ายขึ้นในระยะยาว

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!