โครงสร้างเหล็กในอาคารสูง Monokote Z-156 ช่วยเพิ่มเวลาทนไฟเมื่อเกิดเพลิงไหม้
อาคารสูงที่ใช้เหล็กเป็นโครงสร้างหลักมีข้อดีเรื่องความแข็งแรง น้ำหนักโครงสร้าง และความรวดเร็วในการก่อสร้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องวางแผนตั้งแต่ช่วงออกแบบคือ การป้องกันโครงสร้างเหล็กเมื่อเกิดเพลิงไหม้ เพราะแม้ตัวเหล็กจะไม่ได้ติดไฟเหมือนวัสดุเชื้อเพลิงทั่วไป แต่เมื่อได้รับความร้อนสูงอย่างต่อเนื่อง คุณสมบัติด้านกำลังรับแรงของเหล็กจะลดลง ซึ่งอาจกระทบเสา คาน และความมั่นคงของโครงสร้างโดยรวม
สำหรับอาคารสูง เรื่องนี้ยิ่งมีความสำคัญ เพราะการอพยพคน การเข้าถึงของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และการควบคุมสถานการณ์อาจต้องใช้เวลามากกว่าอาคารขนาดเล็ก ระบบป้องกันไฟให้โครงสร้างจึงมีหน้าที่ช่วย ชะลอการเพิ่มอุณหภูมิของเหล็ก เพื่อให้โครงสร้างรักษาความสามารถในการรับน้ำหนักตามช่วงเวลาที่ออกแบบไว้
MONOKOTE® Z-156 เป็นวัสดุพ่นกันไฟชนิด Ultra High Density Cementitious Fireproofing จาก GCP Applied Technologies พัฒนาสำหรับงาน Commercial, Industrial และ Specialty Fireproofing โดยเป็นวัสดุ Portland cement-based แบบผสมสำเร็จจากโรงงาน เติมน้ำที่หน้างานแล้วพ่นตรงลงบน Structural Steel เช่น เสาและคาน และสามารถให้ Fire Resistance ได้สูงสุดถึง 4 ชั่วโมง ตามระบบ Fireproofing ที่ผ่านการออกแบบและทดสอบ
ทำไมโครงสร้างเหล็กในอาคารสูงต้องมีระบบกันไฟ?
เมื่อเกิดเพลิงไหม้ อุณหภูมิภายในพื้นที่สามารถเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความร้อนจะถ่ายเทเข้าสู่เสาและคานเหล็ก หากเหล็กร้อนขึ้นต่อเนื่อง ความแข็งแรงและความสามารถในการรับน้ำหนักจะลดลง
ดังนั้นเป้าหมายของวัสดุ Fireproofing จึงไม่ใช่การทำให้เหล็ก “ไม่มีวันเสียหาย” แต่เป็นการสร้างชั้นฉนวนป้องกันความร้อนขึ้นมารอบโครงสร้าง เพื่อชะลอการเพิ่มอุณหภูมิของเหล็ก
สำหรับอาคารสูง เวลาที่เพิ่มขึ้นมีความสำคัญต่อหลายเรื่อง เช่น
- การอพยพผู้ใช้อาคาร
- การทำงานของระบบดับเพลิง
- การเข้าควบคุมเหตุของเจ้าหน้าที่
- การรักษาเส้นทางหนีไฟ
- การช่วยให้โครงสร้างหลักคงความสามารถรับน้ำหนักตามช่วงเวลาที่ออกแบบ
GCP ระบุว่า MONOKOTE เป็นระบบ Fireproofing สำหรับอาคารโครงเหล็ก และมีการใช้งานในอาคารสูงรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญ
Monokote Z-156 คืออะไร?
Monokote Z-156 เป็นวัสดุพ่นกันไฟโครงสร้างประเภท Cementitious Fireproofing หรือวัสดุกันไฟฐานซีเมนต์ความหนาแน่นสูงพิเศษ
ตัววัสดุถูกผสมสำเร็จมาจากโรงงาน ผู้ติดตั้งจึงไม่ต้องชั่งส่วนประกอบหลายชนิดในไซต์ก่อสร้าง เพียงเติมน้ำตามระบบที่กำหนด ผสมด้วยเครื่องที่เหมาะกับ Cementitious Fireproofing แล้วสูบไปยังหัวพ่น
GCP ระบุว่า Monokote Z-156 สามารถ Spray Applied Directly to Structural Steel เช่น
- Steel Columns
- Steel Beams
และออกแบบมาให้รองรับ Fire Resistance ได้สูงสุดถึง 4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับ Tested Assembly และรายละเอียดของโครงสร้าง


Monokote Z-156 ช่วยเพิ่มเวลาทนไฟอย่างไร?
สร้างชั้นป้องกันความร้อนรอบเหล็ก
เมื่อ Monokote Z-156 ถูกพ่นหุ้มเสาหรือคาน วัสดุจะกลายเป็นชั้น Cementitious Fireproofing รอบโครงสร้าง ทำหน้าที่ชะลอการถ่ายเทความร้อนจากเพลิงเข้าสู่เนื้อเหล็ก
จึงช่วยให้เหล็กใช้เวลานานขึ้นกว่าจะเพิ่มอุณหภูมิถึงระดับที่ส่งผลต่อสมรรถนะของโครงสร้าง
ทำ Fire Rating ได้ตามระบบที่ออกแบบ
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถให้ Fire Resistance ได้สูงสุดถึง 4 ชั่วโมง แต่คำว่า 4 ชั่วโมงไม่ได้หมายความว่าพ่น Monokote Z-156 ความหนาใดก็ได้แล้วจะได้ 4 ชั่วโมงทันที
ค่าทนไฟจริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- รูปทรงหน้าตัดเหล็ก
- ขนาดเสาและคาน
- Section Factor
- ความหนาของวัสดุพ่น
- รูปแบบการหุ้ม
- Fire Rating ที่โครงการต้องการ
- Tested Assembly หรือ UL Design ที่อ้างอิง
GCP มีฐานข้อมูล UL Designs และตารางความหนาสำหรับองค์ประกอบโครงสร้างหลายประเภท จึงต้องเลือก Design ให้ตรงกับโครงสร้างจริง ไม่ควรใช้ความหนาเดียวกันทุกเสาและคานโดยประมาณเอง
อาคารสูงเหมาะกับ Monokote Z-156 ตรงไหน?
เสาเหล็ก
เสาเป็นองค์ประกอบหลักที่ถ่ายน้ำหนักลงสู่ฐานราก หากเสาสูญเสียความสามารถในการรับน้ำหนักจากความร้อนย่อมส่งผลต่อส่วนอื่นของอาคารด้วย
การพ่น Fireproofing รอบเสาจึงเป็นส่วนสำคัญของ Passive Fire Protection ในอาคารโครงเหล็ก
คานเหล็ก
คานรับน้ำหนักจากพื้นและถ่ายแรงไปยังเสา เมื่อเกิดความร้อนสูง คานสามารถเกิดการโก่งตัวและสูญเสียกำลังได้ การป้องกันความร้อนจึงต้องทำตาม Fire Rating ของระบบพื้นและโครงสร้างที่ออกแบบไว้
พื้นที่จอดรถของอาคารสูง
Monokote Z-156 ถูกระบุว่าเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการ Superior Durability เช่น Parking Garages จึงน่าสนใจสำหรับอาคารสูงที่มีชั้นจอดรถหลายระดับและต้องการ Fireproofing ที่รับสภาพการใช้งานหนักได้ดี
ห้องเครื่องและพื้นที่งานระบบ
อาคารสูงมักมี Mechanical Room, Electrical Room และพื้นที่งานระบบจำนวนมาก ซึ่งต้องออกแบบ Passive Fire Protection ให้สัมพันธ์กับข้อกำหนดด้านอัคคีภัยของอาคาร
จุดเด่นของ Monokote Z-156 สำหรับงานโครงสร้างเหล็ก
เป็นวัสดุ Ultra High Density
Monokote Z-156 ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Ultra High Density Cementitious Fireproofing จึงมีความแข็งแรงและความทนทานสูงกว่าวัสดุพ่นกันไฟที่ออกแบบมาเพื่องานเบาบางประเภท
เหมาะกับจุดที่มีโอกาสได้รับแรงกระแทกจากการใช้งาน การบำรุงรักษา หรือสภาพแวดล้อมที่หนักกว่าอาคารสำนักงานทั่วไป
Factory Pre-Mixed
วัสดุถูกผสมสัดส่วนมาจากโรงงานแล้ว ช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากการชั่งวัตถุดิบหลายชนิดหน้างาน เพียงเติมน้ำและผสมด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสมก่อนพ่น
ใช้กับพื้นที่ที่ต้องการความทนทานสูง
GCP ระบุการใช้งาน Monokote Z-156 ในพื้นที่อย่าง Parking Garage และสภาพแวดล้อมที่มีข้อกำหนดด้านความทนทานสูง รวมถึง Clean Room ที่ต้องคำนึงถึง Particle Emissions และ Off-Gassing
สามารถแต่งลักษณะผิวได้
หลังพ่นสามารถแต่งด้วยเกรียงเพื่อให้ได้ผิวแบบ Lightly Textured ตามลักษณะงาน ซึ่งมีประโยชน์กับบริเวณที่วัสดุ Fireproofing ถูกเปิดให้มองเห็น
ก่อนพ่น Monokote Z-156 ต้องตรวจผิวเหล็กอะไรบ้าง?
คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ดีเพียงอย่างเดียวไม่พอ หากเตรียมพื้นผิวไม่ถูกต้องก็อาจเกิดปัญหาการยึดเกาะได้
GCP ระบุว่าเหล็กที่จะรับ Monokote Z-156 ควรปราศจากสิ่งที่รบกวนการยึดเกาะ เช่น
- น้ำมัน
- จาระบี
- Rolling Compound ส่วนเกิน
- Lubricant
- Loose Mill Scale
- สนิมส่วนเกิน
- Primer ที่ไม่เข้ากัน
- Lockdown Agent
- สิ่งปนเปื้อนอื่นที่ลดการยึดเกาะ
ก่อนเริ่มพ่นจึงควรมีการตรวจรับพื้นผิวเหล็กก่อนทุกครั้ง
เหล็กมี Primer อยู่แล้วพ่นทับได้เลยไหม?
ไม่ควรสรุปว่าพ่นได้ทุก Primer
GCP ระบุว่า หากโครงสร้างเหล็กมีสีหรือ Primer อยู่แล้ว ต้องตรวจว่าระบบนั้นได้รับการทดสอบตาม Fire Resistance Assembly ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และสถาปนิกหรือผู้ออกแบบโครงการควรตรวจสอบความเหมาะสมของ Painted/Primed Steel ก่อนรับ Fireproofing
ดังนั้นควรตรวจ
- ชนิด Primer
- Compatibility กับ Monokote
- Adhesion
- Tested Assembly
- Fire Rating ที่ต้องการ
ก่อนเริ่มงานจริง
ความหนา Monokote Z-156 ควรพ่นเท่าไร?
ไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกโครงการ
ความหนาที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ เช่น เสาหรือคาน ขนาดหน้าตัด และ Fire Rating ที่ต้องการ
ตัวอย่างเช่น เสาเหล็กหน้าตัดหนึ่งกับคานอีกขนาดหนึ่ง อาจต้องใช้ความหนาของ Fireproofing ไม่เท่ากัน แม้จะต้องการ Fire Rating เท่ากัน
จึงควรอ้างอิง
- UL Design
- Approved Tested Assembly
- Thickness Chart
- แบบ Fireproofing ของโครงการ
GCP มีรายการ UL Designs และ Thickness Resources สำหรับเสาและองค์ประกอบโครงสร้างเพื่อใช้กำหนดระบบให้เหมาะสมกับงานจริง
ขั้นตอนพ่น Monokote Z-156 โดยสรุป
- ตรวจแบบ Fireproofing ของอาคาร
- ตรวจ Fire Rating ของเสาและคานแต่ละประเภท
- เลือก Tested Assembly หรือ UL Design
- คำนวณความหนาที่ต้องการ
- ตรวจผิว Structural Steel
- ทำความสะอาดน้ำมัน สนิมหลวม และสิ่งปนเปื้อน
- ตรวจ Primer และ Compatibility
- ป้องกันพื้นที่รอบบริเวณพ่น
- ผสม Monokote Z-156 ด้วยเครื่องผสมที่เหมาะสม
- เติมน้ำตามข้อกำหนด
- Pump และ Spray วัสดุบนโครงสร้าง
- ควบคุมความหนาตามแบบ
- ตรวจจุดบางและพื้นที่ที่พ่นไม่ต่อเนื่อง
- ซ่อมจุดที่ความหนาไม่ถึง
- ตรวจความหนาและคุณภาพก่อนรับงาน
พ่นเสร็จแล้วต้องตรวจอะไร?
การตรวจงาน Fireproofing ไม่ควรดูแค่ว่า “พ่นครบหรือยัง” เพราะสิ่งสำคัญคือวัสดุต้องได้ความหนาและการยึดเกาะตามระบบที่กำหนด
ควรตรวจอย่างน้อย
- ความหนาของ Fireproofing
- ความต่อเนื่องของวัสดุ
- จุดแตกร้าว
- จุดหลุดร่อน
- จุดที่วัสดุบางเกินไป
- การยึดเกาะกับพื้นผิว
- เสาและคานที่ถูกงานระบบเจาะภายหลัง
โดยเฉพาะอาคารสูงที่มีงาน MEP จำนวนมาก หากติดตั้งท่อ Cable Tray หรืออุปกรณ์เพิ่มเติมภายหลัง อาจมีการกระแทกหรือเอา Fireproofing ออกบางส่วน จุดเหล่านั้นต้องได้รับการซ่อมกลับตามระบบเดิม
Monokote Z-156 ต่างจากสี Intumescent อย่างไร?
| หัวข้อ | Monokote Z-156 | Intumescent Coating |
| ประเภท | Cementitious Fireproofing | สีพองตัวเมื่อโดนความร้อน |
| วิธีติดตั้ง | พ่นเป็นชั้นรอบเหล็ก | ทาหรือพ่นเคลือบเหล็ก |
| ผิวงาน | Texture | เรียบกว่า |
| ความทนทาน | เหมาะกับพื้นที่ใช้งานหนัก | ขึ้นกับระบบและ Topcoat |
| เหมาะกับ | อาคารเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรม พื้นที่ต้องการ Durability | โครงสร้างที่ต้องโชว์งานสถาปัตย์ |
| Fire Rating | ตาม Tested Assembly | ตาม Tested Assembly |
| ความหนา | ขึ้นกับ Design | ขึ้นกับ Section Factor และ Rating |
ทั้งสองระบบมีเป้าหมายช่วยเพิ่ม Fire Resistance ของโครงสร้างเหล็ก แต่เหมาะกับหน้างานและข้อกำหนดด้านสถาปัตยกรรมต่างกัน
Monokote Z-156 ทำให้อาคารสูงไม่เกิดความเสียหายจากไฟไหม้เลยหรือไม่?
ไม่ใช่
Monokote Z-156 เป็น Passive Fire Protection มีหน้าที่ช่วยชะลอความร้อนเข้าสู่ Structural Steel และช่วยให้องค์ประกอบโครงสร้างมี Fire Resistance ตามระบบที่ออกแบบ
ไม่ได้หมายความว่า
- อาคารจะไม่เกิดเพลิงไหม้
- เหล็กจะไม่ร้อนเลย
- โครงสร้างจะไม่มีความเสียหาย
- สามารถใช้แทน Sprinkler ได้
- สามารถใช้แทน Fire Alarm ได้
ระบบป้องกันอัคคีภัยของอาคารสูงต้องประกอบด้วยหลายส่วนร่วมกัน เช่น Fireproofing, Fire Compartment, Sprinkler, Fire Alarm, Smoke Control, Emergency Exit และระบบอื่นตามกฎหมายและแบบของอาคาร
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ Fire Rating ไม่เป็นไปตามที่ออกแบบ
- ใช้ความหนาเดียวกันกับทุกหน้าตัดเหล็ก
- ไม่อ้างอิง Tested Assembly
- พ่นบางกว่าค่าที่กำหนด
- พ่นบนเหล็กมีคราบน้ำมัน
- Primer ไม่ Compatible
- ไม่ตรวจความหนาหลังพ่น
- วัสดุมีจุดหลุดร่อน
- งานระบบเจาะ Fireproofing แล้วไม่ซ่อม
- ใช้วัสดุอื่นซ่อมแทนโดยไม่ได้ตรวจ Compatibility
- ไม่ตรวจสภาพ Fireproofing หลังงานก่อสร้างส่วนอื่นเสร็จ
สรุป: อาคารสูงที่ใช้โครงสร้างเหล็ก Monokote Z-156 ช่วยเพิ่มเวลาทนไฟได้เมื่อออกแบบระบบถูกต้อง
MONOKOTE Z-156 เป็นวัสดุ Ultra High Density Cementitious Fireproofing แบบ Portland cement-based สำหรับงาน Commercial, Industrial และ Specialty Fireproofing สามารถพ่นโดยตรงบนเสาและคานเหล็ก และให้ Fire Resistance ได้สูงสุดถึง 4 ชั่วโมง ตาม Tested Assembly และรายละเอียดระบบที่กำหนด
สำหรับอาคารสูง ประโยชน์สำคัญคือการสร้างชั้นป้องกันความร้อนรอบ Structural Steel เพื่อชะลอการเพิ่มอุณหภูมิของเหล็กและช่วยให้องค์ประกอบอย่างเสาและคานสามารถรักษาความสามารถในการรับน้ำหนักตามช่วงเวลาที่ระบบ Fireproofing ได้รับการออกแบบไว้
GCP ยังระบุ MONOKOTE เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ Fireproofing สำหรับอาคารโครงเหล็ก รวมถึง Skyscrapers และโครงสร้างสำคัญ โดย Z-156 เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานสูง เช่น Parking Garage และสภาพแวดล้อมเฉพาะทางบางประเภท
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข “สูงสุด 4 ชั่วโมง” ไม่ควรถูกนำไปใช้เป็นค่ารับประกันของทุกเสาและทุกคาน เพราะ Fire Rating จริงต้องอ้างอิง UL Design หรือ Tested Assembly, รูปทรงหน้าตัดเหล็ก และความหนาของ Monokote ที่กำหนดไว้สำหรับองค์ประกอบนั้น ๆ
ถ้าเป็น โครงสร้างเหล็กในอาคารสูงที่ต้องการเพิ่มเวลาทนไฟเมื่อเกิดเพลิงไหม้ Monokote Z-156 จึงเป็นหนึ่งในระบบ Cementitious Fireproofing ที่เหมาะ โดยต้องเริ่มตั้งแต่เลือก Fire Rating ตรวจ Primer เตรียมพื้นผิว กำหนดความหนา และตรวจงานหลังพ่นอย่างครบถ้วน เพื่อให้ระบบ Passive Fire Protection ทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!





