ผนังชั้นใต้ดินใช้ Preprufe 120S แบบติดตั้งก่อนเทคอนกรีตดียังไง?
ผนังชั้นใต้ดินเป็นส่วนของอาคารที่ซ่อมยากมากหลังงานก่อสร้างเสร็จ เพราะเมื่อผนังถูกหล่อเสร็จ ถมดิน หรือมีโครงสร้างอื่นปิดทับแล้ว การกลับไปทำกันซึมจากด้านนอกแทบจะไม่สะดวกเหมือนช่วงก่อสร้างใหม่ หากระบบกันซึมตั้งแต่แรกมีจุดรั่ว น้ำใต้ดินและความชื้นสามารถซึมเข้าสู่ผนัง basement ได้ตามรอยต่อ จุดท่อทะลุ หรือช่องว่างระหว่างระบบกันซึมกับคอนกรีต
ด้วยเหตุนี้ งานผนังชั้นใต้ดินจึงนิยมใช้ระบบ Pre-Applied Waterproofing หรือการติดตั้งแผ่นกันซึมไว้ก่อน แล้วจึงเทคอนกรีตเข้าหาเมมเบรน ซึ่งเหมาะมากกับไซต์ที่มีพื้นที่จำกัด ผนังติดแนวเขต หรือใช้แบบหล่อด้านเดียว เพราะไม่ต้องรอหล่อผนังเสร็จแล้วค่อยกลับออกไปติดกันซึมด้านนอก
หนึ่งในผลิตภัณฑ์สำหรับงานลักษณะนี้คือ PREPRUFE® 120S จาก GCP ซึ่งเป็นเมมเบรนกันซึมแบบ Pre-Applied ประกอบด้วย HDPE film, pressure-sensitive adhesive และ weather-resistant protective coating ตัวเมมเบรนถูกออกแบบให้เกิดการยึดเกาะกับคอนกรีตที่เททับ และช่วยป้องกันทั้งน้ำ ความชื้น รวมถึงลด lateral migration หรือการไหลของน้ำระหว่างเมมเบรนกับผิวคอนกรีต
Preprufe 120S คืออะไร?
Preprufe 120S คือแผ่นเมมเบรนกันซึมสำหรับงานโครงสร้างใต้ดินแบบติดตั้งก่อนเทคอนกรีต หรือ Pre-Applied Waterproofing Membrane
โครงสร้างของแผ่นประกอบด้วย
- HDPE film
- Pressure-sensitive adhesive
- Weather-resistant protective coating
เมื่อคอนกรีตสดถูกเทชิดกับด้านที่ออกแบบไว้ของเมมเบรน ระบบจะเกิด integral adhesive bond กับคอนกรีต ทำให้เมมเบรนกับโครงสร้างทำงานร่วมกัน ไม่ใช่เพียงมีแผ่นกันน้ำวางอยู่หลวม ๆ ด้านนอกผนัง
จุดนี้เป็นข้อแตกต่างสำคัญเมื่อเทียบกับระบบที่ไม่ได้ยึดเกาะกับผนังคอนกรีตอย่างต่อเนื่อง เพราะหากมีช่องว่างหลังเมมเบรน น้ำสามารถไหลไปตามช่องนั้นแล้วไปโผล่อีกตำแหน่งหนึ่งได้


ทำไมผนังชั้นใต้ดินควรติดตั้งกันซึมก่อนเทคอนกรีต?
ข้อดีหลักคือสามารถวางระบบกันซึมไว้ ด้านที่น้ำเข้าหาโครงสร้าง ตั้งแต่แรก
ผนังชั้นใต้ดินต้องรับ
- ความชื้นจากดิน
- น้ำฝนสะสมรอบอาคาร
- น้ำใต้ดิน
- แรงดันน้ำ
- น้ำที่ไหลตามชั้นดิน
- ความชื้นตามรอยต่อโครงสร้าง
หากรอให้เทผนังคอนกรีตเสร็จแล้วค่อยทำกันซึม จะต้องมีพื้นที่ด้านนอกเพียงพอให้คนเข้าไปทำงาน ซึ่งบางโครงการแทบไม่มีพื้นที่เลย โดยเฉพาะงานที่สร้างชิดแนวเขตหรือใช้ retaining wall เป็นแบบด้านนอก
GCP อธิบายว่าระบบ Pre-Applied เหมาะกับงานด้านหลังผนัง basement ในไซต์พื้นที่จำกัด เพราะติดเมมเบรนก่อน จากนั้นจึงหล่อคอนกรีตชิดกับแผ่นโดยตรง
ข้อดีข้อแรกคือช่วยลดน้ำไหลหลังแผ่น
นี่เป็นจุดสำคัญที่สุดของ Preprufe 120S
ปัญหาของงานกันซึมใต้ดินไม่ใช่แค่ “มีรูแล้วน้ำเข้า” แต่คือเมื่อน้ำผ่านเข้าระบบแล้ว น้ำอาจวิ่งไปตามช่องว่างระหว่างเมมเบรนกับคอนกรีต
สมมติแผ่นเสียหายอยู่ตำแหน่งหนึ่ง แต่น้ำอาจไหลหลังแผ่นไปอีกหลายเมตร แล้วค่อยโผล่เข้าภายใน basement ตรงอีกตำแหน่งหนึ่ง ทำให้ตามหาจุดเสียหายจริงได้ยากมาก
Preprufe 120S ถูกออกแบบให้ยึดเกาะกับคอนกรีตที่เททับ เพื่อช่วยลดทั้ง water ingress และ lateral water migration ทำให้ลดโอกาสที่น้ำจะวิ่งกระจายหลังเมมเบรน
เหมาะกับงานผนังแบบ Blindside
งาน Blindside คือการติดตั้งกันซึมก่อน แล้วเทผนังคอนกรีตเข้าหาเมมเบรน เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปทำงานด้านนอกหลังผนังสร้างเสร็จได้
ตัวอย่างเช่น
- อาคารสร้างชิดแนวเขต
- Basement ใกล้อาคารข้างเคียง
- ผนังติด Retaining Wall
- งานแบบหล่อด้านเดียว
- โครงการพื้นที่ก่อสร้างจำกัด
- Basement ใจกลางเมือง
สำหรับงานแบบนี้ ถ้าเลือกใช้ระบบ Post-Applied หลังหล่อผนัง อาจไม่มีพื้นที่สำหรับเข้าไปติดตั้ง
ระบบ Preprufe จึงช่วยให้สามารถทำกันซึมก่อนปิดพื้นที่ถาวรได้
ไม่ต้องรอให้คอนกรีตผนังเสร็จก่อน
ระบบ Post-Applied โดยทั่วไปต้อง
- เทคอนกรีต
- รอคอนกรีตได้สภาพตามระบบ
- ถอดแบบ
- เตรียมผิว
- ซ่อมรูพรุนหรือ Honeycomb
- ลง Primer
- ติดตั้งกันซึม
- ทำ Protection
- จึงเริ่มถมดินหรือทำงานถัดไป
แต่ระบบ Pre-Applied จะติดตั้งเมมเบรนก่อนการเทคอนกรีต ทำให้ลำดับงานแตกต่างออกไปและเหมาะกับไซต์ที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่หรือโปรแกรมงาน
GCP มีตัวอย่างโครงการที่เลือก PREPRUFE 120S เนื่องจากความเร็วและความยืดหยุ่นในการติดตั้งมีความสำคัญในไซต์เมืองที่มีพื้นที่จำกัดและกำหนดการก่อสร้างค่อนข้างเข้มงวด
ใช้กับผนังชั้นใต้ดินแนวตั้งได้อย่างไร?
สำหรับงานแนวตั้ง ต้องมีพื้นรองรับเมมเบรนก่อนเทผนัง เช่น
- Concrete
- Plywood
- Insulation
- Approved facing บน Sheet Piling
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าระบบแผ่นรองรับแนวตั้งต้องช่วยพยุงเมมเบรนได้อย่างต่อเนื่อง และหากใช้ Board System เช่น Timber Lagging ต้องติดกันเพียงพอและความคลาดเคลื่อนของพื้นรองรับไม่ควรมากเกินข้อกำหนด เพื่อไม่ให้แผ่นเคลื่อนหรือเสียหายขณะเทคอนกรีต
ดังนั้นไม่ควรนำแผ่นไปแขวนกับผิวที่มีช่องว่างขนาดใหญ่หรือมีของแหลมโดยไม่มีการเตรียมพื้น
พื้นรองรับไม่จำเป็นต้องแห้งสนิททุกกรณี
ข้อดีของระบบ PREPRUFE คือพื้นรองรับสามารถมีความชื้นได้ตามเงื่อนไขของระบบ และไม่จำเป็นต้องลง Primer แบบระบบติดกาวบนคอนกรีตบางประเภท
สำหรับพื้นที่แนวนอน Product Data Sheet ระบุว่าพื้นไม่จำเป็นต้องแห้งสนิท แต่ต้องกำจัดน้ำขังออกก่อนติดตั้ง รวมถึงพื้นต้องมีความมั่นคง ไม่มีหินหลวมและไม่มีส่วนแหลมที่ทำลายเมมเบรน
อย่างไรก็ตาม ผนังแนวตั้งยังต้องเตรียม backing substrate ให้มั่นคงและต่อเนื่องตามรายละเอียดที่ผู้ผลิตกำหนด
ไม่ต้องใช้เปลวไฟติดตั้ง
Preprufe 120S เป็นระบบติดตั้งแบบ Cold Applied จึงไม่จำเป็นต้องใช้เปลวไฟเผาแผ่นให้ติดกับพื้น
ข้อดีสำหรับไซต์ก่อสร้างคือ
- ลดงานเปลวไฟ
- ลดข้อจำกัด Hot Work บางส่วน
- ไม่ต้องใช้ Torch-On
- เหมาะกับพื้นที่ใต้ดินหรือพื้นที่จำกัด
- ลดขั้นตอนการใช้อุปกรณ์ให้ความร้อน
ระบบ PREPRUFE รุ่นปัจจุบันของ GCP ยังเน้นแนวคิดการติดตั้งรอยต่อโดยไม่ต้องใช้ specialised equipment, heat หรือ power ในระบบที่กำหนด
ปูเสร็จแล้วสามารถทำงานเหล็กต่อได้
หลังจากติดตั้งเมมเบรนและตรวจงานแล้ว ขั้นตอนก่อสร้างสามารถดำเนินต่อไป เช่น การวางเหล็กเสริมและเตรียมงานเทคอนกรีต
แต่จุดนี้ต้องควบคุมมาก เพราะสาเหตุที่ทำให้เมมเบรนเสียหายได้บ่อยคือ
- เหล็กเสริมตกใส่แผ่น
- เหล็กแหลมแทงเมมเบรน
- วางวัสดุหนักบนแผ่น
- งานแบบหล่อกระแทกแผ่น
- ผู้รับเหมางานอื่นเจาะผ่านเมมเบรน
GCP ระบุว่าการวางเหล็กเสริมและ Formwork โดยไม่ระวังเป็นสาเหตุที่พบได้ของความเสียหายของ PREPRUFE และจุดเสียหายทั้งหมดต้องได้รับการซ่อมก่อนเทคอนกรีต
จุดไหนต้องเก็บรายละเอียดมากเป็นพิเศษ?
พื้นที่ตรงกลางผนังไม่ใช่จุดที่ทำงานยากที่สุด จุดสำคัญจริง ๆ คือรายละเอียดรอบโครงสร้าง
รอยต่อพื้นกับผนัง
ต้องทำ Tie-In ระหว่างเมมเบรนใต้พื้นและเมมเบรนผนังให้ต่อเนื่อง เพราะหากระบบสองส่วนไม่ต่อกันจะกลายเป็นจุดอ่อนของ basement
Construction Joint
ควรมี Waterstop หรือ Joint Sealing System ตามแบบโครงสร้าง ไม่ควรหวังให้แผ่น Preprufe ทำหน้าที่จัดการ Movement Joint หรือ Construction Joint ทุกอย่างเพียงตัวเดียว
Pipe Penetration
ทุกท่อที่ทะลุผนังต้องมี Detail เฉพาะ จุดเหล่านี้ควรถูกกำหนดก่อนติดตั้ง ไม่ใช่เจาะเพิ่มหลังเมมเบรนเสร็จแล้วโดยไม่วางระบบซ่อม
Form Tie
งานผนังที่ต้องมี Formwork Anchor หรือ Tie ต้องเก็บรายละเอียดตำแหน่งทะลุให้ถูกต้อง
มุมผนัง
Internal Corner และ External Corner ต้องจัดแนวแผ่นและเทปตามระบบเพื่อป้องกันการเกิดรอยย่นหรือช่องเปิด
ขั้นตอนติดตั้งผนัง Preprufe 120S โดยสรุป
- ตรวจแบบกันซึมและระดับน้ำใต้ดิน
- ตรวจแนว Retaining Wall หรือพื้นรองรับ
- ปรับพื้นรองรับให้เรียบและแข็งแรง
- อุดช่องว่างและจุดที่อาจทำให้แผ่นเสียหาย
- วางแผนแนวแผ่นและตำแหน่งรอยต่อ
- ติดตั้ง Preprufe 120S บนพื้นรองรับ
- ทำ Side Lap และ End Lap ตามระบบ
- เก็บ Corner และ Tie-In
- เก็บรอบ Pipe Penetration
- เก็บ Construction Joint และ Waterstop
- ตรวจความต่อเนื่องของเมมเบรน
- วางเหล็กโดยระวังไม่ให้แผ่นเสียหาย
- ตรวจเมมเบรนซ้ำก่อนเทคอนกรีต
- ซ่อมจุดฉีกหรือรูทั้งหมด
- เทคอนกรีตให้แน่นเพื่อลด Honeycomb
Preprufe 120S ต่างจากกันซึมหลังเทอย่างไร?
| หัวข้อ | Preprufe 120S | Post-Applied |
| ช่วงติดตั้ง | ก่อนเทคอนกรีต | หลังเทคอนกรีต |
| เหมาะกับไซต์แคบ | เหมาะมาก | ต้องมีพื้นที่ด้านนอก |
| การยึดกับโครงสร้าง | ยึดกับคอนกรีตที่เททับ | ยึดบนผิวคอนกรีตเดิม |
| การเตรียมผิวคอนกรีตหลังเท | ไม่ใช่ขั้นตอนหลัก | สำคัญมาก |
| น้ำไหลหลังระบบ | ออกแบบเพื่อลด Lateral Migration | ขึ้นกับชนิดระบบ |
| งาน Blindside | เหมาะ | ส่วนใหญ่ทำได้ยาก |
| จุดต้องควบคุม | Membrane ก่อนเทและ Detail | Surface Preparation หลังเท |
ถ้าเป็นงาน Open Excavation ที่สามารถเข้าถึงผนังคอนกรีตด้านนอกหลังถอดแบบได้สะดวก ระบบ Post-Applied ก็ยังมีข้อดีและอาจเหมาะกว่าในบางโครงการ เช่น PREPRUFE 800PA ที่ GCP ออกแบบสำหรับ basement walls ใน open excavation โดยเฉพาะ
จึงควรเลือกตามลำดับงานและสภาพไซต์ ไม่ใช่ใช้ Pre-Applied ทุกกรณี
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ระบบ Pre-Applied รั่วได้
แม้ตัววัสดุจะออกแบบมาสำหรับงานใต้ดิน แต่ระบบสามารถมีปัญหาได้หากติดตั้งไม่ถูกต้อง เช่น
- พื้นรองรับมีช่องหรือส่วนแหลม
- แผ่นย่น
- แนว Overlap เปิด
- End Lap ไม่สมบูรณ์
- Pipe Penetration เก็บไม่ครบ
- งานเหล็กทำแผ่นฉีก
- เมมเบรนเป็นรูแต่ไม่ได้ซ่อม
- Construction Joint ไม่มี Waterstop ที่เหมาะสม
- คอนกรีตเกิด Honeycomb
- ไม่มีการตรวจรับก่อนเท
จุดสำคัญคือ ต้องตรวจเมมเบรนก่อนเทคอนกรีตทุกครั้ง เพราะเมื่อคอนกรีตถูกเทแล้ว จะไม่สามารถกลับเข้าไปแก้ด้านหลังผนังได้ง่าย
Preprufe 120S เหมาะกับทุกชั้นใต้ดินไหม?
ไม่ควรเลือกจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
ต้องตรวจอย่างน้อย
- ระดับน้ำใต้ดิน
- Hydrostatic Pressure
- ความลึก Basement
- ลักษณะดิน
- รูปแบบผนัง
- วิธีหล่อคอนกรีต
- พื้นที่รอบอาคาร
- Construction Joint
- Settlement
- Pipe Penetration
- Specification ของโครงการ
ข้อมูลผลิตภัณฑ์บางภูมิภาคระบุ PREPRUFE 120S เป็นทางเลือกสำหรับงานกันซึมที่มีระดับแรงดันน้ำต่ำกว่าหรือมีระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงได้ ขณะที่งานที่มีแรงดันน้ำสูงหรือมีความเสี่ยงสูงอาจต้องพิจารณา PREPRUFE รุ่น Heavy-Duty หรือระบบที่เหมาะสมกว่า จึงควรให้ทีม Technical ตรวจตามโครงการจริงก่อนเลือกสเปก
สรุป: ผนังชั้นใต้ดินใช้ Preprufe 120S ก่อนเทคอนกรีตดีตรงที่กันซึมได้ตั้งแต่ด้านนอกและลดน้ำไหลหลังแผ่น
ข้อดีสำคัญของ Preprufe 120S แบบติดตั้งก่อนเทคอนกรีต คือสามารถวางระบบกันซึมไว้ด้านนอกผนังตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง แม้เป็นไซต์พื้นที่จำกัดหรือผนัง Blindside ที่หลังหล่อเสร็จแล้วไม่สามารถกลับออกไปติดกันซึมด้านนอกได้สะดวก
ตัวเมมเบรนประกอบด้วย HDPE film, pressure-sensitive adhesive และ protective coating และถูกออกแบบให้ยึดเกาะกับคอนกรีตที่เททับ ช่วยสร้างชั้นกั้นน้ำ ความชื้น และลด lateral water migration ระหว่างเมมเบรนกับโครงสร้าง
สำหรับผนัง Basement สิ่งนี้มีประโยชน์มาก เพราะหากเกิดจุดเสียหายเฉพาะตำแหน่ง การลดน้ำไหลหลังแผ่นช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำจะวิ่งไปโผล่รั่วคนละตำแหน่งกับต้นเหตุจริง
นอกจากนี้ระบบ Pre-Applied ยังเหมาะกับงานก่อสร้างที่ต้องการทำงานต่อเนื่อง สามารถเตรียมเมมเบรนก่อนวางเหล็กและเทผนังได้ โดยไม่ต้องรอให้ผนังคอนกรีตเสร็จแล้วค่อยกลับออกไปทำระบบด้านนอก
แต่ประสิทธิภาพของ Preprufe 120S ไม่ได้ขึ้นกับตัวแผ่นเพียงอย่างเดียว ต้องควบคุมพื้นรองรับ แนว Overlap, End Lap, Corner, Pipe Penetration, Construction Joint, Waterstop และตรวจรอยเสียหายหลังงานเหล็กก่อนเทคอนกรีตทุกครั้ง เพราะเมื่อผนังถูกหล่อแล้ว การแก้เมมเบรนด้านหลังจะทำได้ยากมาก
ถ้าหน้างานเป็น ผนังชั้นใต้ดินแบบพื้นที่จำกัด ต้องการกันซึมจากด้านนอก และยังอยู่ในช่วงก่อนเทคอนกรีต Preprufe 120S จึงเป็นอีกระบบที่เหมาะสำหรับวางการป้องกันน้ำตั้งแต่ต้น มากกว่ารอให้เกิดปัญหาน้ำซึมแล้วค่อยกลับมาซ่อมภายหลัง
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!





