Brushbond TGP CL กันซึมคอนกรีตด้วยการลดรูพรุนจากภายใน เหมาะกับงานแบบไหน?
คอนกรีตที่มองจากภายนอกอาจดูเป็นวัสดุแข็งและทึบ แต่ภายในเนื้อคอนกรีตยังมีรูพรุนและช่องทางขนาดเล็กที่เรียกว่า Capillary ซึ่งความชื้นและน้ำสามารถเคลื่อนผ่านได้ หากโครงสร้างอยู่ในพื้นที่ที่สัมผัสน้ำเป็นประจำ เช่น ผนังชั้นใต้ดิน ฐานราก พื้นที่ติดดิน หรือคอนกรีตที่รับแรงดันน้ำ ก็อาจเกิดปัญหาผนังชื้น คราบขาว สีพอง หรือมีน้ำซึมผ่านผิวคอนกรีตได้
Brushbond TGP CL เป็นผลิตภัณฑ์กันซึมสำหรับคอนกรีตที่ใช้แนวคิด Crystalline Treatment หรือการสร้างสารตกผลึกภายในรูพรุนของคอนกรีต แทนที่จะพึ่งการสร้างฟิล์มปิดอยู่เฉพาะด้านบนของผิว
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยระบุว่า Brushbond TGP CL เป็นวัสดุกันซึมสูตรน้ำ ไม่มีสี ชนิดทำปฏิกิริยาตกผลึกสร้างชั้น Calcium Silicate ช่วยลดรูพรุนภายในเนื้อคอนกรีตและเพิ่มความทึบน้ำ สามารถใช้ได้กับคอนกรีตทั้งเก่าและใหม่ รวมถึงงานผนัง สะพาน ผิวถนน และฐานรากใต้ดิน
Brushbond TGP CL ทำงานกับรูพรุนในคอนกรีตอย่างไร?
หลักการของวัสดุกันซึมแบบ Crystalline คือไม่ได้พยายามปิดน้ำด้วยชั้นฟิล์มหนาเพียงอย่างเดียว แต่ทำงานกับช่องทางที่น้ำใช้เคลื่อนผ่านภายในคอนกรีต
คอนกรีตทั่วไปมีทั้ง
- Gel Pore
- Capillary Pore
- รูพรุนขนาดเล็ก
- ช่องทางจากการสูญเสียน้ำในส่วนผสม
- Hairline Crack บางประเภท
เมื่อมีความชื้น น้ำสามารถเคลื่อนผ่านช่องทางเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะหากด้านหนึ่งของโครงสร้างมีแรงดันน้ำสูงกว่าอีกด้าน
ผลิตภัณฑ์ Crystalline ในกลุ่ม Brushbond ของ Fosroc ใช้สารออกฤทธิ์ที่ทำปฏิกิริยากับองค์ประกอบในคอนกรีตเมื่อมีความชื้น เกิดผลึกที่ไม่ละลายน้ำและช่วยปิด Capillary Tract ภายในเนื้อคอนกรีต หลักการดังกล่าวทำให้รูพรุนลดลงและช่วยเพิ่มความทึบน้ำของโครงสร้าง


ทำไมการลดรูพรุนถึงช่วยลดน้ำซึม?
น้ำไม่จำเป็นต้องไหลผ่านรอยแตกขนาดใหญ่เสมอไป
ผนัง Basement บางแห่งไม่มี Crack ที่เห็นชัด แต่กลับมีอาการ
- ผนังชื้น
- ปูนฉาบมีคราบขาว
- สีพอง
- สีลอก
- มีกลิ่นอับ
- มีความชื้นออกมาตามผิว
สาเหตุหนึ่งสามารถมาจากน้ำหรือความชื้นที่ค่อย ๆ เดินทางผ่าน Capillary Pore ภายในคอนกรีต
หากสามารถลดจำนวนและความต่อเนื่องของเส้นทางเหล่านี้ได้ ความสามารถของน้ำในการเคลื่อนผ่านเนื้อคอนกรีตก็จะลดลงตามไปด้วย
นี่คือเหตุผลที่ระบบ Crystalline เหมาะกับงานที่ต้องการเพิ่มความทึบน้ำของ ตัวคอนกรีตเอง มากกว่าการสร้างเพียงฟิล์มตกแต่งบนผิว
Brushbond TGP CL ต่างจากกันซึมแบบเมมเบรนอย่างไร?
จุดต่างหลักอยู่ที่ตำแหน่งการทำงาน
เมมเบรนกันซึมทั่วไปจะสร้าง Barrier อยู่บนพื้นผิว เช่น ชั้น Polyurethane, Acrylic, Cementitious หรือแผ่นเมมเบรนสำเร็จรูป
ส่วนระบบ Crystalline จะเน้นเข้าไปลดช่องทางภายในเนื้อ Concrete
จึงสามารถสรุปความแตกต่างได้ประมาณนี้
| หัวข้อ | Brushbond TGP CL | Waterproofing Membrane |
| หลักการ | ลดรูพรุนภายในคอนกรีต | สร้างชั้น Barrier บนผิว |
| ลักษณะผิวหลังทำ | ไม่มีสีเด่นชัด | ขึ้นกับชนิดระบบ |
| เหมาะกับ | การซึมผ่านเนื้อคอนกรีต | พื้นที่ต้องการชั้นกันน้ำต่อเนื่อง |
| Crack Movement | ไม่ได้แทน Joint Sealant | ระบบยืดหยุ่นบางชนิดรองรับได้ |
| Concrete Treatment | เป็นจุดเด่น | ไม่ใช่ทุกระบบ |
ทั้งสองประเภทไม่ได้ใช้แทนกันทุกงาน และบางโครงการอาจต้องใช้ร่วมกันเพื่อจัดการความเสี่ยงคนละส่วน
เหมาะกับผนัง Basement และฐานรากหรือไม่?
เหมาะกับการพิจารณาในโครงสร้างคอนกรีตใต้ดิน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความชื้นจากดินหรือน้ำใต้ดิน
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ Brushbond TGP CL ที่จำหน่ายในประเทศไทยระบุการใช้งานกับ
- ผนัง
- ฐานรากใต้ดิน
- Concrete Structure เก่าและใหม่
- งานภายในและภายนอก
รวมถึงใช้เพื่อเพิ่มความทึบน้ำของคอนกรีตจากการลดรูพรุนภายในเนื้อวัสดุ
ตัวอย่างงานที่สามารถพิจารณาได้ เช่น
- Basement Wall
- Foundation
- Retaining Wall
- Slab on Ground
- Underground Concrete
- Concrete Pipe
- ผนังคอนกรีตที่มีปัญหาความชื้น
ถ้าผนังมีน้ำซึม ใช้ Brushbond TGP CL แล้วจบเลยไหม?
ไม่ควรมองว่าปัญหาน้ำซึมทุกประเภทเกิดจากรูพรุนของคอนกรีต
ก่อนทำงานควรตรวจว่าแหล่งน้ำมาจากอะไร
หากเป็น
- Construction Joint
- Expansion Joint
- Pipe Penetration
- Structural Crack
- Honeycomb
- รู Tie Rod
- รอยแตกร้าวที่ยัง Movement
ต้องแก้ Detail เหล่านั้นด้วยระบบที่เหมาะสมก่อนหรือทำร่วมกัน
ระบบ Crystalline ในตระกูล Brushbond เหมาะกับการ Seal Capillary Tract และ Hairline Crack ตามขอบเขตผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้ใช้แทน Movement Joint Sealant หรือการซ่อม Structural Crack ทุกประเภท
Hairline Crack กับ Structural Crack ต่างกันอย่างไร?
Hairline Crack มักเป็นรอยขนาดเล็กที่เกิดจาก Shrinkage หรือการเปลี่ยนแปลงของคอนกรีตในระดับจำกัด
ผลิตภัณฑ์ Brushbond TGP แบบ Crystalline ของ Fosroc ระบุความสามารถในการเข้าไป Seal Capillary Tract และ Hairline Crack และเอกสาร TDS ของรุ่น TGP ระบุการอุด Hairline Crack ที่เกิดจาก Shrinkage หรือ Expansion ได้ถึงประมาณ 0.25 มม. ในเงื่อนไขผลิตภัณฑ์
แต่หากรอยแตกร้าว
- กว้างขึ้นเรื่อย ๆ
- มีระดับสองฝั่งไม่เท่ากัน
- เกิดจาก Foundation Settlement
- เป็น Structural Joint
- เป็น Expansion Joint
ควรให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจต้นเหตุก่อน ไม่ควรทาวัสดุปิดผิวแล้วถือว่าปัญหาโครงสร้างได้รับการแก้ไข
ถ้ามีน้ำไหลออกจากรอยแตก ต้องทำอย่างไร?
กรณีที่มี Active Leakage หรือน้ำกำลังไหลออกจาก Crack ควรหยุดน้ำและซ่อมรอยรั่วก่อน
เอกสาร Brushbond TGP ของ Fosroc ระบุแนวทางให้เปิดร่องบริเวณ Leaking Crack และใช้วัสดุหยุดน้ำที่เหมาะสมก่อนทำระบบ Crystalline Treatment ต่อ
หลักการจึงควรเป็น
หยุดน้ำ → ซ่อมรอยแตก → เตรียมพื้น → ทำระบบ Crystalline
ไม่ใช่
มีน้ำกำลังไหล → ทาน้ำยาทับทันที
การแยกขั้นตอนเช่นนี้ช่วยลดปัญหาวัสดุไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเพราะมีแรงดันน้ำรบกวนระหว่างติดตั้ง
ก่อนทา Brushbond TGP CL ต้องเปิดผิวคอนกรีตหรือไม่?
ควรให้ผลิตภัณฑ์สัมผัสกับ Concrete Surface โดยตรง
หากผนังมี
- สีอะคริลิก
- สี Epoxy
- Wax
- Sealer
- คราบน้ำมัน
- Form Oil
- Laitance
- ปูนเก่าที่หลุดร่อน
ควรกำจัดออกก่อน เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถป้องกันไม่ให้วัสดุ Crystalline ซึมเข้าสู่ Capillary Pore ได้ตามที่ออกแบบ
Fosroc แนะนำสำหรับผลิตภัณฑ์ Crystalline ในตระกูล Brushbond ว่าพื้นผิวต้องสะอาด แข็งแรง และไม่มีน้ำมัน Dirt, Laitance หรือสิ่งปนเปื้อนที่รบกวนการติดตั้ง และ High-Pressure Water Jetting เป็นหนึ่งในวิธีเตรียมผิวที่แนะนำ
ทำไมคอนกรีตต้องมีความชื้นก่อนทำระบบ?
ระบบ Crystalline ต้องอาศัยความชื้นในการเกิดปฏิกิริยาและการเคลื่อนตัวของสารออกฤทธิ์เข้าสู่ Concrete Capillary
ข้อมูลของ Fosroc ในระบบ Crystalline อธิบายว่าสารออกฤทธิ์จะทำงานเมื่อมี Moisture และสร้างผลึกที่ไม่ละลายน้ำภายในรูพรุนของ Concrete
ดังนั้นการทำระบบบนพื้นคอนกรีตแห้งจัดโดยไม่มีการเตรียมตาม Method Statement อาจไม่ใช่วิธีที่เหมาะสม
แต่คำว่า “ต้องมีความชื้น” ไม่ได้หมายความว่าควรมีน้ำขังหรือมีน้ำพุ่งออกมาจากผิวระหว่างทำงาน
ใช้กับคอนกรีตใหม่ได้ไหม?
ได้
ผลิตภัณฑ์ Crystalline ในกลุ่ม Brushbond ของ Fosroc ระบุว่าสามารถใช้กับ New และ Old Concrete ทั้งภายในและภายนอก และใช้ได้ทั้ง Above Ground และ Below Ground
สำหรับอาคารใหม่ การเลือกใช้ระบบตั้งแต่ช่วงก่อสร้างช่วยให้สามารถจัดการ
- Construction Joint
- Honeycomb
- Tie Hole
- Pipe Penetration
- Basement Wall
ได้ตั้งแต่ก่อนปิดงาน
ส่วนอาคารเก่าจะต้องให้ความสำคัญกับการรื้อวัสดุตกแต่งเดิมและเปิดผิวคอนกรีตก่อนมากกว่า
Brushbond TGP CL ใช้กับด้านในหรือด้านนอกของผนัง?
สามารถพิจารณาใช้ได้ทั้งสองด้านตามสภาพโครงการและข้อมูลของผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย ซึ่งระบุว่าใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกโครงสร้าง
ถ้าสามารถเข้าถึงด้านที่น้ำเข้าหาโครงสร้างได้ การแก้จาก Positive Side มักช่วยลดน้ำก่อนเข้าสู่ตัวโครงสร้าง
แต่ในกรณี Basement ที่ด้านนอกถูกถมดินแล้ว หรือไม่มี Working Space การทำงานจากด้านในอาคารอาจเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่า โดยต้องประเมินต้นเหตุของน้ำซึมและข้อจำกัดของระบบก่อน
ขั้นตอนทำ Brushbond TGP CL ควรเริ่มตรงไหน?
ลำดับงานที่ควรพิจารณา ได้แก่
- ตรวจตำแหน่งน้ำซึม
- ตรวจด้านที่มีแรงดันน้ำ
- ตรวจ Structural Crack
- ตรวจ Construction Joint
- ตรวจ Pipe Penetration
- ลอกสีและ Coating ที่ปิดผิว
- กำจัด Laitance และสิ่งสกปรก
- ซ่อม Concrete Defect
- หยุด Active Leak
- เปิด Concrete Surface ให้พร้อมรับ Treatment
- เตรียมความชื้นพื้นตาม Method Statement
- ทาหรือพ่น Brushbond TGP CL
- ดูแลการบ่มตามระบบ
- ตรวจสภาพพื้นหลัง Treatment
- จึงทำวัสดุตกแต่งหรือระบบต่อไปเมื่อพร้อม
จุดสำคัญคือไม่ควรข้ามขั้นตอนการตรวจ Joint และ Crack เพราะเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยกว่าการซึมผ่านพื้นที่ Concrete กลางผนังในหลายโครงการ
Brushbond TGP CL ใช้แทนเมมเบรนใต้ดินทั้งหมดได้ไหม?
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น
โครงสร้างใต้ดินที่มีความเสี่ยงสูง เช่น
- Basement ลึก
- ระดับน้ำใต้ดินสูง
- Hydrostatic Pressure สูง
- Joint จำนวนมาก
- Pipe Penetration จำนวนมาก
อาจต้องออกแบบ Waterproofing แบบหลายชั้นหรือหลายระบบร่วมกัน เช่น
- Crystalline Treatment
- Pre-Applied Membrane
- Post-Applied Membrane
- Waterstop
- Joint Sealant
- Injection
- Drainage
Brushbond TGP CL เหมาะกับการช่วยลดการซึมผ่าน รูพรุนในเนื้อ Concrete แต่แต่ละ Detail ยังต้องใช้ระบบที่ออกแบบมารับหน้าที่นั้นโดยตรง
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ทำแล้วน้ำยังซึม
- ไม่ลอกสีเดิม
- ทาบนผิวที่มีน้ำมัน
- ไม่กำจัด Laitance
- มี Active Leak แต่ไม่หยุดน้ำ
- Structural Crack ไม่ได้รับการซ่อม
- Construction Joint ยังเปิด
- Pipe Penetration มีช่อง
- พื้นผิวไม่สามารถดูดผลิตภัณฑ์ได้
- ไม่เตรียม Concrete ให้เหมาะสม
- เข้าใจว่า Crystalline Treatment ใช้แทน Expansion Joint Sealant ได้
- ซ่อมเฉพาะผิวด้านในโดยไม่ตรวจแหล่งน้ำ
หากแก้ครบเฉพาะตัววัสดุแต่ไม่ได้แก้ Detail ของโครงสร้าง ปัญหาน้ำอาจยังกลับมาในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งใกล้เคียงได้
Brushbond TGP CL เหมาะกับงานประเภทไหน?
จากข้อมูลผลิตภัณฑ์ สามารถพิจารณาใช้กับ
- ผนังคอนกรีต
- ผนัง Basement
- Foundation
- โครงสร้างใต้ดิน
- Concrete Slab
- Bridge
- Concrete Road Surface
- Concrete Pipe
- คอนกรีตเก่าและใหม่
โดยเฉพาะงานที่มีปัญหา Water Permeability ผ่านเนื้อ Concrete มากกว่าปัญหาการเปิดของ Joint ขนาดใหญ่
สรุป: Brushbond TGP CL ช่วยลดน้ำซึมด้วยการลดรูพรุนภายในเนื้อคอนกรีต
Brushbond TGP CL เป็นวัสดุกันซึมสูตรน้ำ ไม่มีสี ชนิด Crystalline Treatment ที่ออกแบบให้เกิดการตกผลึกและสร้าง Calcium Silicate ภายในรูพรุนของ Concrete ช่วยลดความพรุนและเพิ่มความทึบน้ำของโครงสร้าง โดยสามารถใช้กับคอนกรีตเก่าและใหม่ รวมถึงผนังและฐานรากใต้ดินได้
จุดเด่นของแนวคิด Crystalline คือการทำงานใน Capillary Pore ของคอนกรีต ไม่ได้อาศัยเพียงชั้นฟิล์มบนผิว ซึ่งผลิตภัณฑ์ Crystalline ในกลุ่ม Brushbond ของ Fosroc ระบุว่าสามารถเข้าไป Seal Capillary Tract และ Hairline Crack และใช้ได้กับโครงสร้างทั้งเหนือและใต้ดิน
ดังนั้นหากผนังหรือฐานรากมีปัญหา น้ำและความชื้นซึมผ่านรูพรุนของคอนกรีต Brushbond TGP CL จึงเป็นอีกแนวทางสำหรับเพิ่มความทึบน้ำจากภายในเนื้อวัสดุ
อย่างไรก็ตาม หากน้ำเข้าจาก Structural Crack, Construction Joint, Expansion Joint, Honeycomb หรือ Pipe Penetration ต้องซ่อม Detail เหล่านั้นก่อนหรือใช้ระบบที่เหมาะสมร่วมด้วย ไม่ควรใช้ Crystalline Treatment ตัวเดียวเพื่อแทนการซ่อมโครงสร้างและรอยต่อทุกประเภท
สิ่งสำคัญก่อนใช้งานคือเปิดผิวให้ถึง Concrete จริง กำจัดสี น้ำมัน Laitance และวัสดุที่รบกวนการซึม ตรวจรอยแตกและหยุด Active Leak ก่อน จากนั้นจึงทำ Brushbond TGP CL ตาม Method Statement เพื่อให้สารสามารถเข้าไปทำงานกับรูพรุนของคอนกรีตได้ตามหลักการที่ผลิตภัณฑ์ออกแบบไว้
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!





