ผนังคอนกรีตร้าวเล็กๆ แล้วมีน้ำซึมใช้ Brushbond TGP CL แก้ได้ไหม?

ต.ค. 05, 2026 by admin Blog 0 comment

ผนังคอนกรีตร้าวเล็กๆ แล้วมีน้ำซึม ใช้ Brushbond TGP CL แก้ได้ไหม?

ผนังคอนกรีตที่เริ่มมี รอยร้าวเล็ก ๆ แล้วมีความชื้นหรือน้ำซึมออกมาตามแนวรอยแตก เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผนังชั้นใต้ดิน ฐานราก ผนังที่สัมผัสดิน หรือโครงสร้างคอนกรีตที่ได้รับความชื้นต่อเนื่อง หลายคนเห็นรอยร้าวเส้นเล็กจึงคิดว่าสามารถทาวัสดุกันซึมทับได้ทันที แต่ในความเป็นจริงต้องแยกก่อนว่าเป็นเพียง Hairline Crack ที่ไม่ขยับแล้ว หรือเป็นรอยร้าวของโครงสร้างที่ยังมี Movement อยู่

Brushbond TGP CL เป็นผลิตภัณฑ์กันซึมชนิด Crystallization สูตรน้ำ ไม่มีสี ออกแบบให้เกิดปฏิกิริยาภายในคอนกรีต สร้าง Calcium Silicate และช่วยลดรูพรุนในเนื้อคอนกรีต ทำให้คอนกรีตมีความทึบน้ำมากขึ้น สามารถใช้ได้กับคอนกรีตเก่าและใหม่ รวมถึงงานผนังและฐานรากใต้ดิน

ดังนั้น ถ้ารอยร้าวมีขนาดเล็ก ไม่ใช่รอยร้าวโครงสร้าง และปัญหาหลักคือน้ำหรือความชื้นซึมผ่านรูพรุนของคอนกรีต Brushbond TGP CL สามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบแก้ไขได้ แต่ถ้ามีน้ำไหลออกจากรอยแตกอย่างต่อเนื่อง รอยร้าวเปิดกว้างขึ้น หรือผนังมีการขยับ ต้องซ่อมต้นเหตุของรอยร้าวก่อน ไม่ควรทา Brushbond TGP CL ปิดทับเพียงอย่างเดียว

Brushbond TGP CL คืออะไร?

Brushbond TGP CL เป็นวัสดุกันซึมชนิด Crystallization แบบของเหลว สูตรน้ำและไม่มีสี จุดเด่นคือไม่ได้ทำงานแบบสีหรือเมมเบรนที่สร้างฟิล์มปิดอยู่เฉพาะบนผิว แต่ช่วยลดรูพรุนภายในเนื้อคอนกรีตผ่านการเกิดสาร Calcium Silicate

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทยระบุว่า Brushbond TGP CL ช่วย

  • ลดรูพรุนของคอนกรีต
  • เพิ่มความทึบน้ำ
  • ใช้ได้กับคอนกรีตเก่าและใหม่
  • ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก
  • ใช้กับงานผนัง
  • ใช้กับฐานรากใต้ดิน
  • ใช้กับงานคอนกรีตประเภทต่าง ๆ ได้

แนวคิด Crystalline Waterproofing ของ Fosroc คือให้สารออกฤทธิ์เข้าไปทำงานบริเวณ Capillary Tract หรือช่องทางเล็ก ๆ ภายในคอนกรีต แทนการพึ่งชั้นปิดผิวอย่างเดียว โดยผลิตภัณฑ์ Brushbond TGP ในกลุ่มเดียวกันถูกระบุว่าสามารถ Seal Capillary Tracts และ Hairline Cracks ได้

รอยร้าวเล็กๆ แบบไหนที่ควรพิจารณา Brushbond TGP CL?
รอยร้าวเล็กๆ แบบไหนที่ควรพิจารณา Brushbond TGP CL?

รอยร้าวเล็กๆ แบบไหนที่ควรพิจารณา Brushbond TGP CL?

สิ่งแรกที่ควรดูคือ รอยร้าวหยุดขยับแล้วหรือยัง

ตัวอย่างรอยที่สามารถพิจารณาระบบ Crystalline ร่วมได้ เช่น

  • Hairline Crack บนผิวคอนกรีต
  • รอยหดตัวของคอนกรีตขนาดเล็ก
  • รอยที่ไม่มีการเปิดกว้างขึ้น
  • รอยที่ไม่มีระดับพื้นหรือผนังสองฝั่งเหลื่อมกัน
  • ผนังที่มีความชื้นซึมผ่านรอบ ๆ แนวร้าว
  • คอนกรีตที่มีรูพรุนและความชื้นซึมเป็นบริเวณกว้าง

ในข้อมูลของ Brushbond TGP แบบ Crystalline Cementitious ซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกัน Fosroc ระบุว่าระบบสามารถปิด Capillary Tract และ Hairline Crack และ TDS ระบุการอุดรอยขนาดเล็กที่เกิดจาก Shrinkage หรือ Expansion ได้ถึงประมาณ 0.25 มม.

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 0.25 มม. ดังกล่าวเป็นข้อมูลของ Brushbond TGP ไม่ควรนำมาใช้เป็นค่ารับประกันของ Brushbond TGP CL โดยอัตโนมัติ หากต้องกำหนดขนาดรอยร้าวสำหรับโครงการจริงควรตรวจ Technical Data Sheet ของ TGP CL ที่ใช้ในโครงการโดยตรง

ถ้ารอยแตกมีน้ำซึมออกมา ต้องทำยังไงก่อน?

ต้องดูว่าคำว่า “น้ำซึม” เป็นแบบไหน

แค่ผนังชื้นหรือมีหยดเล็กน้อย

หากเป็นความชื้นที่ค่อย ๆ ซึมผ่านเนื้อคอนกรีต และรอยแตกไม่มี Movement ชัดเจน ระบบ Crystalline อย่าง Brushbond TGP CL สามารถช่วยลดช่องทางของน้ำภายใน Concrete ได้

แต่ยังควรเปิดผิว ตรวจ Crack และเตรียม Concrete ก่อนทำ Treatment

น้ำไหลออกจากรอยแตกอย่างต่อเนื่อง

กรณีนี้ถือว่าใกล้เคียงกับ Active Leak

ไม่ควรทา Brushbond TGP CL ทับน้ำที่กำลังไหลแล้วหวังว่าวัสดุจะหยุดน้ำทันที

สำหรับ Brushbond TGP แบบ Cementitious เอกสาร Fosroc ระบุแนวทางว่า Leaking Crack ต้องได้รับการเปิดร่องและสามารถใช้วัสดุประเภท Plugging Mortar เพื่อหยุดน้ำก่อน จากนั้นจึงดำเนินระบบ Crystalline Waterproofing ต่อ

หลักการที่เหมาะสมจึงเป็น

หยุด Active Leak → ซ่อมรอยแตก → เตรียมผิว → ทำ Crystalline Treatment

ทำไมไม่ควรทาทับรอยแตกเลย?

เพราะรอยแตกกับรูพรุนของคอนกรีตเป็นปัญหาคนละลักษณะ

Brushbond TGP CL เหมาะกับการช่วยเพิ่มความทึบน้ำของ Concrete ด้วยการลดรูพรุน แต่ถ้ามีช่องเปิดทางกายภาพขนาดใหญ่ น้ำสามารถเดินผ่านช่องนั้นได้โดยตรง

ดังนั้นหากรอยแตกเห็นชัด ควรตรวจว่า

  • กว้างเท่าไร
  • ลึกหรือไม่
  • มี Movement หรือไม่
  • มีน้ำไหลหรือเพียงความชื้น
  • เป็น Construction Joint หรือไม่
  • เป็น Structural Crack หรือไม่

แล้วจึงเลือกวิธีซ่อมรอยก่อนทำ Waterproofing Treatment

Hairline Crack กับ Structural Crack ดูต่างกันยังไง?

Hairline Crack มักเป็นเส้นเล็กและอาจเกิดจากการหดตัวของปูนหรือคอนกรีต โดยทั่วไปไม่มีการเหลื่อมระดับของพื้นผิวสองฝั่งอย่างชัดเจน

แต่ถ้าเจอลักษณะ เช่น

  • รอยกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
  • ซ่อมแล้วแตกตำแหน่งเดิมหลายครั้ง
  • ผนังสองด้านของรอยมีระดับไม่เท่ากัน
  • รอยวิ่งผ่านเสา คาน หรือองค์ประกอบโครงสร้าง
  • มีรอยแตกเฉียงจากมุมประตูหรือช่องเปิด
  • เกิดพร้อมการทรุดตัว
  • น้ำไหลออกแรงจากแนวร้าว

ควรให้วิศวกรตรวจสาเหตุก่อนทำกันซึม

การปิดรอยด้วยวัสดุกันซึมอาจทำให้ผิวดูเรียบร้อยขึ้น แต่ไม่ได้แก้การเคลื่อนตัวของโครงสร้างที่อยู่ด้านล่าง

Brushbond TGP CL ช่วยน้ำซึมผ่านเนื้อคอนกรีตยังไง?

คอนกรีตไม่ได้เป็นวัสดุทึบ 100% ภายในมี Capillary Pore จำนวนมาก

เมื่อน้ำด้านหนึ่งมีแรงดันสูงกว่าอีกด้าน น้ำสามารถค่อย ๆ เคลื่อนผ่านรูพรุนเหล่านี้ได้

Brushbond TGP CL ถูกระบุว่าเป็นวัสดุ Crystallization ที่สร้าง Calcium Silicate ซึ่งช่วยลดรูพรุนของ Concrete และเพิ่มความทึบน้ำ

จึงเหมาะกับอาการอย่าง

  • ผนัง Basement ชื้น
  • ฐานรากมีความชื้น
  • น้ำใต้ดินซึมผ่าน Concrete
  • ผนังคอนกรีตมีคราบความชื้น
  • น้ำซึมออกเป็นบริเวณกว้างโดยไม่มีช่องเปิดใหญ่

มากกว่าการนำไปใช้เป็น Sealant สำหรับ Expansion Joint

ใช้จากด้านในผนังได้ไหม?

สำหรับระบบ Crystalline ในกลุ่ม Brushbond จุดเด่นสำคัญคือการนำไปใช้กับคอนกรีตที่ต้องรับแรงดันน้ำได้ทั้งด้าน Positive และ Negative ตามผลิตภัณฑ์และระบบที่กำหนด

Fosroc ระบุ Brushbond TGP สำหรับงาน Waterproofing Concrete ภายใต้ Positive หรือ Negative Hydrostatic Water Pressure และใช้ได้กับโครงสร้างทั้งเหนือและใต้ดิน

จุดนี้มีประโยชน์มากกับ Basement ที่ด้านนอกถูกถมดินแล้ว เพราะบางโครงการไม่สามารถขุดออกไปทำกันซึมด้านนอกใหม่ได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม สำหรับ Brushbond TGP CL ควรยืนยัน Specification และ Method Statement ของรุ่นที่จำหน่ายในโครงการก่อนกำหนดระบบ Negative Side ขั้นสุดท้าย

ก่อนทาต้องลอกสีออกไหม?

ควรเปิดให้ถึงผิวคอนกรีต

เพราะหัวใจของระบบ Crystalline คือสารต้องสามารถเข้าไปทำงานกับ Concrete ได้

ถ้าผนังมี

  • สีอะคริลิก
  • Epoxy Coating
  • Sealer
  • Wax
  • ปูนฉาบเสื่อม
  • คราบน้ำมัน
  • Form Oil

สิ่งเหล่านี้สามารถขวางการซึมเข้าสู่ Concrete ได้

Fosroc ระบุสำหรับ Brushbond TGP ว่าพื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด และไม่มีน้ำมัน สิ่งสกปรก Laitance หรือสารปนเปื้อน และแนะนำ High-Pressure Water Jetting เป็นวิธีเตรียมผิวที่ช่วยทั้งทำความสะอาด เปิดผิว และทำให้พื้นเปียกพร้อมกัน

ถ้าผนังมีปูนฉาบอยู่ ต้องทำยังไง?

ถ้าปูนฉาบยังแข็งแรงและระบบที่เลือกอนุญาต ต้องตรวจ Method Statement ก่อน

แต่ถ้าต้องการให้ Crystalline Treatment เข้าไปทำงานกับ Concrete โดยตรง และปูนฉาบเดิมมีอาการ

  • พอง
  • ร่อน
  • ชื้น
  • มีคราบเกลือ
  • ยึดเกาะไม่ดี

ควรรื้อส่วนที่เสียออกจนพบพื้นแข็งแรงก่อน

หากทาวัสดุบนปูนฉาบที่กำลังหลุด สุดท้ายชั้น Treatment อาจหลุดออกพร้อมปูนเดิมได้

ผนังคอนกรีตเปียกอยู่ทำได้ไหม?

Crystalline Waterproofing ต้องอาศัย Moisture ในการเกิดปฏิกิริยา และสำหรับ Brushbond TGP เอกสารกำหนดให้พื้นผิวถูก Pre-Dampened ก่อนใช้งาน

ดังนั้นพื้นไม่จำเป็นต้องแห้งสนิทแบบผลิตภัณฑ์บางประเภท

แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่าง

Concrete ชื้น — สามารถเป็นสภาวะที่เหมาะกับระบบตาม Method Statement

กับ

มีน้ำไหลหรือมีน้ำขัง — ต้องจัดการ Active Water ก่อน

ไม่ควรนำสองกรณีนี้มารวมกัน

ถ้าเป็น Construction Joint ใช้ Brushbond TGP CL ทาอย่างเดียวพอไหม?

โดยทั่วไปไม่ควร

Construction Joint เป็นแนวต่อของการเท Concrete และสามารถกลายเป็นช่องทางน้ำได้โดยตรง

ระบบ Crystalline ช่วยเรื่อง Capillary Permeability ของ Concrete แต่แนว Joint อาจต้องมี

  • Joint Repair
  • Waterstop
  • Sealant
  • Injection
  • Repair Mortar

ขึ้นอยู่กับสภาพของรอยต่อ

Fosroc เองมีผลิตภัณฑ์หลายระบบสำหรับ Joint และ Crack เช่น swellable waterstop และ sealant ซึ่งสะท้อนว่ารอยต่อจำเป็นต้องได้รับการจัดการตามหน้าที่ ไม่ควรให้ Crystalline Coating ทำหน้าที่แทนทุกระบบ

ขั้นตอนแก้ผนังร้าวเล็กและน้ำซึมควรเริ่มยังไง?

ลำดับการทำงานที่ควรพิจารณาคือ

  1. ตรวจแนวรอยร้าวทั้งหมด
  2. วัดว่ารอยกว้างหรือขยายตัวหรือไม่
  3. ตรวจว่ามีน้ำไหลหรือเพียงความชื้น
  4. ตรวจอีกด้านของผนังถ้าเข้าถึงได้
  5. ตรวจ Construction Joint และ Pipe Penetration
  6. ลอกสีหรือ Coating เดิม
  7. รื้อปูนที่ร่วนหรือหลุด
  8. เปิดผิวถึง Concrete ที่แข็งแรง
  9. หยุด Active Leakage หากมี
  10. ซ่อม Crack ตามลักษณะรอย
  11. ทำความสะอาด Concrete
  12. เตรียมความชื้นของพื้นตามระบบ
  13. ทำ Brushbond TGP CL ตาม Method Statement
  14. ดูแลการบ่มตามข้อกำหนด
  15. ตรวจว่ามีน้ำซึมกลับหรือไม่ก่อนปิดผิวใหม่

จุดสำคัญคืออย่ารีบทาสีใหม่หลังซ่อมจนกว่าจะแน่ใจว่าความชื้นสะสมในผนังลดลงแล้ว

รอยแตกแบบไหนควรหยุดก่อนและเรียกวิศวกร?

ควรตรวจเพิ่มเติมหากพบว่า

  • รอยแตกใหญ่ขึ้นต่อเนื่อง
  • รอยยาวผ่านเสาหรือคาน
  • รอยเป็นแนวเฉียงชัดเจน
  • คอนกรีตสองฝั่งเหลื่อมระดับ
  • ผนังหรือพื้นทรุด
  • มีเสียงแตกร้าว
  • รอยซ่อมเปิดซ้ำเร็วมาก
  • มีเหล็กเสริมโผล่หรือสนิม
  • น้ำพุ่งออกจาก Crack
  • มีหลายรอยเกิดขึ้นพร้อมกัน

กรณีเหล่านี้อาจเป็นปัญหามากกว่าการซึมผ่านรูพรุน

Brushbond TGP CL ใช้แทน PU Injection ได้ไหม?

ไม่ใช่งานเดียวกัน

ถ้ามีน้ำไหลจาก Crack หรือมีโพรงลึก การทำ Injection อาจถูกใช้เพื่อเข้าไป Seal ช่องทางน้ำภายในรอยแตก

Brushbond TGP CL เป็น Surface-Applied Crystalline Treatment ที่มีเป้าหมายช่วยลดรูพรุนและเพิ่มความทึบน้ำของ Concrete

บางงานจึงอาจใช้เป็นระบบร่วมกัน เช่น

PU Injection หยุดน้ำใน Crack → Repair รอย → Crystalline Treatment บนผิวคอนกรีต

การเลือกต้องดูสภาพหน้างานจริง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ซ่อมแล้วน้ำยังซึม

  • เห็น Crack แล้วทา Brushbond TGP CL ทับทันที
  • ไม่เช็กว่ารอยยัง Movement อยู่หรือไม่
  • มี Active Leak แต่ไม่หยุดน้ำ
  • ไม่ลอกสีเดิม
  • ผิวคอนกรีตมีคราบน้ำมัน
  • ไม่กำจัด Laitance
  • Construction Joint ยังรั่ว
  • Pipe Penetration ไม่ได้ซ่อม
  • ปูนฉาบเดิมหลุดแต่ทาทับ
  • ใช้ Crystalline Treatment แทน Expansion Joint Sealant
  • ไม่แก้ปัญหาการทรุดตัวของโครงสร้าง

สรุป: รอยร้าวเล็กและมีน้ำซึม ใช้ Brushbond TGP CL ได้เมื่อ Crack ไม่ใช่ปัญหาโครงสร้างและเตรียมรอยให้ถูกต้อง

ถ้าถามว่า “ผนังคอนกรีตร้าวเล็ก ๆ แล้วมีน้ำซึม ใช้ Brushbond TGP CL แก้ได้ไหม?” คำตอบคือ สามารถพิจารณาใช้ได้ โดยเฉพาะเมื่อน้ำซึมเกี่ยวข้องกับรูพรุนและ Capillary ของคอนกรีต และรอยร้าวเป็นรอยเล็กที่ไม่เกิด Movement ต่อเนื่อง

Brushbond TGP CL เป็นวัสดุกันซึม Crystallization สูตรน้ำ ไม่มีสี ช่วยสร้าง Calcium Silicate เพื่อลดรูพรุนและเพิ่มความทึบน้ำของ Concrete ใช้ได้กับคอนกรีตเก่าและใหม่ รวมถึงงานผนังและฐานรากใต้ดิน

หลักการ Crystalline ของผลิตภัณฑ์ Brushbond จาก Fosroc ถูกออกแบบให้เข้าไป Seal Capillary Tract และ Hairline Crack โดย Brushbond TGP ซึ่งเป็นสูตร Crystalline แบบซีเมนต์ระบุความสามารถกับรอย Hairline ที่เกิดจาก Shrinkage หรือ Expansion ได้ถึงประมาณ 0.25 มม. ภายใต้เงื่อนไขของผลิตภัณฑ์นั้น อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำค่า 0.25 มม. ไปเป็นค่ารับประกันของ Brushbond TGP CL โดยตรง หากต้องระบุขนาด Crack ควรตรวจ TDS ของ TGP CL ที่ใช้จริง

ถ้ารอยแตกมี น้ำไหลต่อเนื่อง เป็น Construction Joint, Expansion Joint, Structural Crack หรือเปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ควรหยุดน้ำและซ่อมรอยก่อน แล้วจึงใช้ Brushbond TGP CL เป็นส่วนของระบบกันซึม ไม่ควรทาปิดเพื่อหวังให้แก้ Movement ของโครงสร้าง

หัวใจของงานจึงอยู่ที่ ตรวจชนิดรอยแตก → เปิดผิวคอนกรีต → หยุด Active Leak → ซ่อม Crack/Joint → เตรียม Concrete → ทำ Brushbond TGP CL หากทำตามลำดับนี้ จะตรงกับหลักการของระบบ Crystalline และช่วยลดโอกาสที่น้ำจะยังเคลื่อนผ่านรูพรุนของคอนกรีตได้ดีกว่าการทาน้ำยาทับรอยร้าวโดยไม่ได้แก้ต้นเหตุก่อน

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!