SikaProof 612C เมมเบรนแบบ Fully Bonded ช่วยลดน้ำไหลแทรกระหว่างแผ่นกับคอนกรีตได้อย่างไร?
งานกันซึมฐานรากและชั้นใต้ดินมีจุดที่ต้องระวังมากกว่าการป้องกันไม่ให้น้ำผ่านแผ่นเมมเบรนเพียงอย่างเดียว เพราะอีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นได้คือ น้ำเข้าเมมเบรนจากจุดเสียหายแล้วไหลแทรกอยู่ระหว่างแผ่นกันซึมกับผิวคอนกรีต ก่อนจะไปออกที่รอยต่อหรือรอยแตกร้าวอีกตำแหน่งหนึ่ง
เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ จุดที่เห็นน้ำรั่วด้านในอาคารอาจอยู่ห่างจากจุดที่แผ่นกันซึมเสียจริง ทำให้การหาต้นทางน้ำและการซ่อมในภายหลังทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะ Basement หรือฐานรากที่หลังเทคอนกรีตแล้วไม่สามารถกลับเข้าไปตรวจด้านนอกได้ง่าย
SikaProof®-612 C เป็นระบบแผ่นเมมเบรนกันซึมแบบ Pre-Applied Fully Bonded สำหรับ Basement และ Foundation Structures โดยติดตั้งก่อนวางเหล็กเสริมและก่อนเทคอนกรีต ตัวแผ่นประกอบด้วย Polymer Layer และ Functional Layer ซึ่งออกแบบให้สร้างการยึดเกาะกับคอนกรีตทั้งทางเคมีและทางกลเมื่อเทคอนกรีตเข้าหาเมมเบรน Sika ระบุว่าระบบนี้ช่วยป้องกันการเกิด Lateral Water Underflow หรือ Water Migration ระหว่างโครงสร้างคอนกรีตกับแผ่นเมมเบรนได้ตามระบบที่ติดตั้งถูกต้อง
SikaProof 612C คือแผ่นกันซึมแบบไหน?
SikaProof 612C เป็นเมมเบรนแบบแผ่นสำเร็จรูปที่ติดตั้ง ก่อนเทคอนกรีต ต่างจากระบบ Post-Applied ที่ต้องรอให้คอนกรีตแข็งตัวแล้วจึงติดวัสดุกันซึมบนผิวภายหลัง
ระบบนี้จึงมีลำดับงานโดยแนวคิดประมาณ
เตรียมพื้นรองรับ → ติดตั้ง SikaProof 612C → เก็บรอยต่อและ Detail → วางเหล็กเสริม → ตรวจแผ่น → เทคอนกรีต
เมื่อเท Concrete ลงบนด้าน Functional Layer ของ SikaProof 612C จะเกิด Strong Bond ระหว่างเมมเบรนกับคอนกรีต ซึ่งเป็นหัวใจของระบบ Fully Bonded
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ปัจจุบันระบุว่าแผ่นมี Effective Thickness ประมาณ 1.2 มม. และมีขนาดม้วนทั้งหน้ากว้าง 1 เมตรและ 2 เมตร ความยาวม้วน 20 เมตร
Fully Bonded ต่างจากแผ่นกันซึมที่ไม่ได้ยึดกับคอนกรีตอย่างไร?
ลองสมมติว่าเมมเบรนมีความเสียหายเป็นรูเล็ก ๆ หนึ่งจุด
ถ้าแผ่นไม่ได้ยึดติดกับคอนกรีตอย่างต่อเนื่อง น้ำที่เข้าไปอาจเคลื่อนอยู่หลังแผ่น แล้วเดินทางไปตามช่องว่างก่อนเข้าสู่โครงสร้างที่รอยแตกหรือ Joint ซึ่งอยู่ห่างออกไป
ผลคือ
จุดน้ำเข้า ≠ จุดที่เห็นน้ำรั่ว
ทำให้การซ่อมภายหลังซับซ้อนขึ้น เพราะผู้ตรวจอาจเห็นน้ำหยดอยู่ตำแหน่งหนึ่ง แต่ต้นทางจริงอยู่คนละบริเวณ
SikaProof 612C ถูกออกแบบให้เกิด Chemical และ Mechanical Bond กับ Concrete เพื่อช่วยลดช่องทางให้เกิด Lateral Water Migration ระหว่างเมมเบรนกับโครงสร้าง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่คำว่า Fully Bonded มีความสำคัญมากกับงาน Basement Waterproofing


SikaProof 612C ช่วยลดน้ำไหลแทรกได้จริงแค่ไหน?
ข้อมูลทางเทคนิคของ Sika ระบุผลทดสอบ Resistance to Lateral Water Migration ที่
- 0.8 MPa / 35 มม. เป็นเวลา 4 ชั่วโมง โดยไม่พบ Lateral Water Migration ตาม GB/T 23457-2017
- ผ่านการทดสอบสูงสุดถึง 7 bar หรือประมาณ 71 เมตร Water Head ตาม ASTM D5385 Modified ในเงื่อนไขการทดสอบที่ระบุ
ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าจากการทดสอบมาตรฐาน ไม่ควรตีความว่าโครงการทุกแห่งสามารถรับแรงดันน้ำระดับดังกล่าวได้ทันทีโดยไม่ต้องออกแบบ เพราะระบบจริงยังขึ้นอยู่กับ
- สภาพโครงสร้าง
- Joint
- Penetration
- คุณภาพคอนกรีต
- การติดตั้งเมมเบรน
- Detail พื้นต่อผนัง
- Hydrostatic Pressure ของโครงการ
การเลือกใช้จึงต้องอิง Waterproofing Design ของอาคารจริงด้วย
SikaProof 612C เหมาะกับบริเวณไหน?
Sika ระบุการใช้งานสำหรับ Non-Exposed Waterproofing เช่น
- Foundations
- Basement Slabs
- Basement Walls
จึงเหมาะกับโครงสร้างใต้ดินที่หลังเทแล้วเมมเบรนจะถูกปิดอยู่กับ Concrete ไม่ใช่พื้นที่ที่ต้องเปิดแผ่นรับแสงแดดถาวร
PDS ยังระบุชัดว่า ไม่ควรติดตั้ง SikaProof 612C ในโครงสร้างที่เมมเบรนจะสัมผัส UV อย่างถาวร
ดังนั้นจึงไม่ควรนำผลิตภัณฑ์นี้ไปใช้แทนเมมเบรนหลังคาหรือดาดฟ้าแบบ Exposed โดยตรง
ถ้าใช้ใต้ฐานรากต้องติดตั้งอย่างไร?
บนพื้นที่แนวนอนหรือพื้นเอียง Sika ระบุว่าสามารถ Loose Lay เมมเบรนลงบน Substrate ที่เตรียมอย่างเหมาะสมได้
พื้นรองรับต้อง
- มั่นคง
- Compacted เพียงพอ
- ผิวเรียบและสม่ำเสมอ
- สะอาด
- ไม่มีวัตถุแหลม
- ไม่มีน้ำขัง
พื้นสามารถชื้นหรือเปียกเล็กน้อยได้ แต่ควรหลีกเลี่ยง Ponding Water
หากพื้นรองรับไม่เรียบ Sika ระบุว่าสามารถพิจารณาใช้ Geotextile 300–1000 g/m² เพื่อช่วยปกป้องเมมเบรนจากส่วนแหลมของ Blinding Concrete ตามสภาพงาน
ถ้าใช้กับผนังชั้นใต้ดินต้องยึดแผ่นหรือไม่?
ต้องต่างจากพื้นแนวนอน
สำหรับ Vertical Substrate ข้อมูลการติดตั้งระบุว่าต้องใช้ Mechanical Fixation เพื่อช่วยยึดเมมเบรนให้อยู่ในตำแหน่งก่อนงานเหล็กและการเทคอนกรีต
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมงาน Pre-Applied Wall Waterproofing ต้องถูกวางแผนตั้งแต่ก่อนเริ่มงานโครงสร้าง ไม่ใช่เพิ่งเลือกเมมเบรนตอนผูกเหล็กเสร็จแล้ว
ต้องกำหนดทั้ง
- ตำแหน่งยึดแผ่น
- แนว Overlap
- Corner
- Wall-to-Slab Connection
- Construction Joint
- Pipe Penetration
ไว้ล่วงหน้า
จุดต่อระหว่างแผ่น SikaProof 612C ต้องทำอย่างไร?
แม้ตัวเมมเบรนจะ Fully Bonded กับ Concrete แต่ รอยต่อระหว่างแผ่นยังต้องซีลตามระบบ
Sika ระบุว่า Overlapping Edge และ Cross Joint ต้องปิดด้วย Adhesive Tape ที่กำหนด และระบบ Pre-Applied ใช้อุปกรณ์อย่าง
- SikaProof® Sandwich Tape-80 AP
- SikaProof® Tape-160
สำหรับงาน Detailing หรือ Internal Jointing ตามระบบ รวมถึงมีทางเลือก Hot-Air Welding ในรายละเอียดที่ระบุ
ดังนั้นไม่ควรเพียงวางแผ่นซ้อนกันแล้วปล่อยไว้โดยไม่ซีล
ถ้ารอย Overlap เปิด น้ำสามารถเข้าไปในระบบได้แม้ตัวแผ่นกลางพื้นที่จะสมบูรณ์
SikaProof 612C ช่วยลดน้ำไหลตามรอยต่อ หมายความว่าไม่ต้องใช้ Waterstop แล้วหรือไม่?
ไม่ใช่
นี่เป็นเรื่องที่ต้องแยกให้ชัด
SikaProof 612C ช่วยป้องกัน Lateral Water Migration ระหว่างเมมเบรนกับ Concrete แต่ Construction Joint และ Penetration ยังต้องใช้ Joint Waterproofing เพิ่มเติม
PDS ระบุว่าต้องใช้ Additional Sika Joint Sealing Solution โดยอย่างน้อยมี SikaSwell® สำหรับบริเวณ Connection รอบ Penetration และ Construction Joint ตามรายละเอียดระบบ
ดังนั้นโครงสร้าง Basement ที่ดีควรมองเป็น
Membrane + Joint Waterproofing + Penetration Detail + Concrete Quality
ไม่ใช่ใช้ SikaProof 612C แล้วตัด Waterstop หรือระบบ Joint ทั้งหมดออก
Construction Joint ทำไมเป็นจุดสำคัญ?
Construction Joint เกิดจากการเทคอนกรีตคนละช่วง
ตัวอย่างเช่น
- พื้น Raft ต่อผนัง
- Wall Lift
- พื้นต่อฐานเครื่องจักร
- Joint ระหว่างช่วงการเท
แนวเหล่านี้สามารถเป็นช่องทางให้น้ำเข้าได้ หากไม่มี Waterstop หรือ Joint Sealing Solution ที่เหมาะสม
ดังนั้นแม้พื้นที่กลาง Slab จะติด SikaProof 612C เต็มแล้ว แต่ถ้า Joint ไม่ได้รับการเก็บ Detail ระบบโดยรวมก็ยังมีจุดอ่อน
รอบท่อทะลุผนังต้องทำอย่างไร?
Pipe Penetration เป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรทำแบบหน้างานโดยไม่มีรายละเอียด
บริเวณนี้ต้องตัดเมมเบรนรอบท่อ จึงเป็นตำแหน่งที่ความต่อเนื่องของระบบถูกเปลี่ยน
ควรวางแผน
- ขนาดท่อ
- Sleeve
- ตำแหน่ง Penetration
- การตัดเมมเบรน
- Tape
- Joint Sealing
- Waterstop
ตั้งแต่ก่อนวางเหล็ก
Sika ระบุให้ Additional Joint Sealing Solution ใช้บริเวณ Penetration ตามระบบเช่นกัน
พื้นต่อผนังต้องต่อเมมเบรนให้ต่อเนื่อง
ใน Basement มีทั้งเมมเบรนแนวนอนใต้พื้นและเมมเบรนแนวตั้งบริเวณผนัง
บริเวณ Wall-to-Slab Junction จึงเป็น Detail สำคัญมาก เพราะเป็นจุดเปลี่ยนทิศทางของแผ่น รวมถึงมักเป็นตำแหน่ง Construction Joint ของคอนกรีตด้วย
ระบบควรได้รับการออกแบบให้
เมมเบรนพื้น → Detail รอยต่อ → เมมเบรนผนัง
เชื่อมกันอย่างต่อเนื่อง
ไม่ควรทำพื้นเสร็จแล้วค่อยคิดภายหลังว่าจะต่อขึ้นผนังอย่างไร เพราะอาจทำให้เกิด Lap หรือ Detail ที่ไม่เหมาะกับระบบ
งานเหล็กสามารถทำให้ SikaProof 612C เสียหายได้ไหม?
ได้
หลังติดตั้งเมมเบรนแล้วยังต้องมีงานต่ออีกหลายอย่าง เช่น
- วางเหล็กเสริม
- ผูกเหล็ก
- ติด Spacer
- เดินงานระบบ
- ตั้งแบบ
- ขนวัสดุ
แม้ SikaProof 612C จะมีคุณสมบัติด้าน Impact Resistance และ Dynamic Puncture Resistance แต่ก็ยังต้องควบคุมไม่ให้เมมเบรนถูกปลายเหล็กหรือวัตถุแหลมแทงจนเสียหาย
ถ้าพบรู ฉีก หรือรอยเสียหาย ต้องซ่อมตามระบบก่อนเทคอนกรีต
ก่อนเทคอนกรีตต้องตรวจเมมเบรนอีกครั้งหรือไม่?
ต้องตรวจ
Sika ระบุให้ทำ Final Inspection และ Acceptance ก่อนเทคอนกรีต เพื่อยืนยันว่า SikaProof Membrane System
- ติดตั้งครบถ้วน
- ไม่มีจุดเสียหาย
- Detail สมบูรณ์
- Functional Layer สะอาดและอยู่ในสภาพพร้อมรับคอนกรีต
นี่เป็นขั้นตอนสำคัญมาก เพราะหลังเทคอนกรีตแล้วเมมเบรนจะอยู่ด้านใต้หรือด้านหลังโครงสร้าง และไม่สามารถย้อนกลับไปตรวจได้ง่ายอีก
คุณภาพคอนกรีตมีผลกับ Fully Bonded หรือไม่?
มีผลโดยตรง
PDS ของ Sika ระบุว่า การติดตั้งคอนกรีตที่ถูกต้องทั้ง Workmanship และ Mix Design เป็นปัจจัยสำคัญต่อ Fully Bonding Properties ของระบบ
ดังนั้นไม่ควรมองว่ามี SikaProof 612C แล้วคุณภาพคอนกรีตไม่สำคัญ
ยังต้องควบคุม
- Concrete Mix
- การเท
- การจี้คอนกรีต
- Honeycomb
- Cold Joint
- Cover
- การบ่ม
ถ้าคอนกรีตบริเวณหนึ่งเกิด Honeycomb รุนแรง ก็อาจสร้างทางเดินน้ำภายในโครงสร้างได้ แม้มีเมมเบรนติดตั้งอยู่ด้านนอก
หลังติดตั้งเมมเบรนแล้วปล่อยไว้นานก่อนเทได้ไหม?
ไม่ควรปล่อยแบบไม่มีกำหนด
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่า Concrete ควรถูกเทภายใน 21 วันหลังติดตั้ง SikaProof 612C
ดังนั้นควรวาง Schedule ของ
- Waterproofing
- Reinforcement
- Formwork
- MEP
- Concrete Pour
ให้สัมพันธ์กัน
ไม่ควรติดตั้งเมมเบรนล่วงหน้านานเกินไปแล้วเปิดทิ้งในไซต์โดยไม่จำเป็น
ขั้นตอนติดตั้ง SikaProof 612C โดยสรุป
แนวทางการทำงานสามารถเรียงได้ดังนี้
- ตรวจ Waterproofing Drawing
- ตรวจระดับน้ำใต้ดินและ Hydrostatic Pressure
- เตรียม Blinding หรือ Substrate ให้มั่นคง
- กำจัดของแหลมและสิ่งสกปรก
- แก้จุดน้ำขัง
- ใช้ Geotextile Protection หากพื้นหยาบตามความจำเป็น
- วาง SikaProof 612C
- ทำ Overlap ตามระบบ
- ซีล Cross Joint และ Edge ด้วย Tape ที่กำหนด
- เก็บ Internal / External Corner
- ต่อ Detail ระหว่าง Slab กับ Wall
- เก็บ Pipe Penetration
- ติดตั้ง Joint Sealing / SikaSwell ตาม Design
- ตรวจเมมเบรนก่อนงานเหล็ก
- วาง Reinforcement อย่างระมัดระวัง
- ตรวจ Damage หลังผูกเหล็ก
- ซ่อมจุดเสียหาย
- ตรวจ Functional Layer ให้สะอาด
- Final Inspection
- เทคอนกรีตภายในช่วงเวลาที่กำหนด
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ระบบ Fully Bonded ยังมีปัญหาน้ำซึม
แม้ SikaProof 612C จะถูกออกแบบเพื่อลด Lateral Water Migration แต่การติดตั้งผิดยังสร้างจุดเสี่ยงได้ เช่น
- พื้นรองรับไม่เรียบ
- มีของแหลมใต้แผ่น
- Overlap เปิด
- Cross Joint ไม่ซีล
- Corner มีรอยย่น
- Pipe Penetration ทำไม่ครบระบบ
- ไม่มี Joint Sealing ที่ Construction Joint
- งานเหล็กแทงเมมเบรน
- แผ่นเสียแล้วไม่ซ่อม
- Functional Layer สกปรกก่อนเทคอนกรีต
- Concrete เกิด Honeycomb
- ไม่มี Final Inspection
- ปล่อยแผ่นรับ UV ถาวร
- ติดตั้งไว้เป็นเวลานานเกินเงื่อนไขก่อนเท
ระบบ Fully Bonded จึงไม่ได้หมายความว่าจะละเลย Quality Control ได้ แต่ยิ่งต้องตรวจความต่อเนื่องก่อน Concrete ปิดพื้นที่ถาวร
SikaProof 612C เหมาะกับโครงการแบบไหน?
จากขอบเขตการใช้งานของ Sika สามารถนำมาพิจารณากับ
- ฐานรากอาคาร
- Raft Foundation
- Basement Slab
- Basement Wall
- โครงสร้างใต้ดิน
- อาคารที่มีแรงดันน้ำใต้ดิน
- พื้นที่ที่ต้องการ Pre-Applied Waterproofing
- งานที่ต้องการลด Lateral Water Migration หลังแผ่น
โดยเฉพาะโครงการที่หลังเทคอนกรีตแล้วด้านนอกไม่สามารถเข้าซ่อมได้สะดวก การติดระบบกันซึมก่อนเทช่วยให้สามารถตรวจและแก้ Detail ได้ก่อนพื้นที่ถูกปิดถาวร
SikaProof 612C ต่างจากการปูแผ่นกันซึมธรรมดาตรงไหน?
หัวใจสำคัญคือคำว่า Pre-Applied + Fully Bonded
ระบบไม่ได้เพียงวางแผ่นเป็น Barrier ระหว่างน้ำกับ Concrete แต่ Functional Layer ถูกออกแบบให้เกิด Chemical และ Mechanical Bond กับคอนกรีตที่เทชิดเข้าหาแผ่น
เมื่อนำแนวคิดนี้มารวมกับการทำ Overlap และ Detail ที่ถูกต้อง จะช่วยลดโอกาสที่น้ำจะเข้าจุดหนึ่งแล้ววิ่งกระจายไปตามช่องว่างด้านหลังเมมเบรน
นี่เป็นข้อได้เปรียบสำคัญของระบบกับ Basement และ Foundation ซึ่งตำแหน่งน้ำรั่วในภายหลังมักเข้าถึงและซ่อมจาก Positive Side ได้ยาก
สรุป: SikaProof 612C ช่วยลดน้ำไหลแทรกหลังแผ่นด้วยระบบ Fully Bonded แต่ Joint ต้องทำให้ครบ
SikaProof 612C เป็น Pre-Applied Fully Bonded Waterproofing Membrane สำหรับ Foundation, Basement Slab และ Basement Wall ตัวเมมเบรนประกอบด้วย Polymer Layer และ Functional Layer และติดตั้งก่อน Reinforcement และ Concrete Pour โดยเมื่อคอนกรีตถูกเทชิดกับแผ่น จะเกิด Strong Chemical และ Mechanical Bond กับ Concrete
จุดเด่นสำคัญคือระบบได้รับการออกแบบเพื่อป้องกัน Lateral Water Underflow หรือ Lateral Water Migration ระหว่าง Concrete Structure กับ Membrane ซึ่งช่วยลดโอกาสที่น้ำเข้าจากจุดเสียหายหนึ่งแล้วไหลหลังแผ่นไปออกอีกตำแหน่งหนึ่ง ข้อมูลผลิตภัณฑ์ยังมีผลทดสอบ Resistance to Lateral Water Migration ตามมาตรฐานที่ระบุไว้ใน PDS
อย่างไรก็ตาม คำว่า Fully Bonded ไม่ได้หมายความว่า รอยต่อไม่ต้องทำกันซึม ทุก Overlap และ Cross Joint ต้องซีลตามระบบ ส่วน Construction Joint และ Penetration ต้องใช้ Additional Sika Joint Sealing Solution เช่น SikaSwell ตามการออกแบบ ไม่ควรพึ่งเมมเบรนหลักเพียงชั้นเดียว
ก่อนเทคอนกรีตต้องตรวจแผ่นทุกพื้นที่อีกครั้งให้ไม่มีรูหรือความเสียหาย ตรวจ Detail ให้ครบ และดูให้ Functional Layer อยู่ในสภาพสะอาดพร้อมรับ Concrete ขณะเดียวกันคุณภาพของ Concrete Mix, การเทและการจี้คอนกรีตก็มีผลต่อ Fully Bonding Properties ของระบบโดยตรง
ดังนั้นหากต้องการระบบกันซึมสำหรับ ฐานรากหรือชั้นใต้ดินที่กังวลเรื่องน้ำไหลแทรกระหว่างเมมเบรนกับโครงสร้าง จุดเด่นของ SikaProof 612C คือการสร้างเมมเบรนที่ยึดติดกับคอนกรีตแทนการวางเป็นชั้นแยกอิสระ แต่ต้องทำควบคู่กับ Overlap, Tape, Construction Joint, Waterstop, Penetration Detail และการควบคุมคุณภาพคอนกรีต ให้ครบ ระบบจึงจะทำงานต่อเนื่องตั้งแต่พื้นที่หลักไปจนถึงจุดต่อที่มีความเสี่ยงสูง
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!





