กันซึมดาดฟ้าปูกระเบื้องทับได้ Silcor 575 ทนน้ำขัง รับ UV และไม่ต้องผสมก่อนใช้งาน
ดาดฟ้าคอนกรีตเป็นพื้นที่ที่ระบบกันซึมต้องรับสภาพค่อนข้างหนัก ทั้งแดด ฝน น้ำขัง ความร้อน และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตลอดวัน บางโครงการยังต้องการปูกระเบื้องหรือทำพื้นใช้งานทับระบบกันซึมอีกชั้น จึงทำให้การเลือกผลิตภัณฑ์ต้องดูมากกว่าแค่คำว่า “กันน้ำได้”
SILCOR® 575 เป็นเมมเบรนกันซึม Polyurethane ประสิทธิภาพสูงแบบส่วนประกอบเดียวจาก GCP Applied Technologies ออกแบบสำหรับ Roof Deck, Balcony, Plant Room, Podium และพื้นที่ใช้งานลักษณะใกล้เคียงกัน จุดเด่นคือเป็น Single-Pack — No Mixing สามารถสร้างเมมเบรนแบบต่อเนื่อง ยึดติดกับพื้นรองรับ ทนน้ำขัง และรับ UV Exposure ได้ นอกจากนี้ผู้ผลิตยังระบุว่าสามารถปล่อยผิว Exposed, ทาสี, ทำ Overcoat หรือปูกระเบื้องทับได้ตามระบบที่กำหนด
Silcor 575 คือระบบกันซึมแบบไหน?
Silcor 575 เป็น One-Part High Performance Polyurethane Waterproofing Membrane
คำว่า One-Part หรือ Single-Pack หมายความว่าตัวเมมเบรนหลักมาในรูปแบบพร้อมใช้งาน ไม่ต้องนำ Part A และ Part B มาชั่งหรือผสมเข้าด้วยกันก่อนติดตั้งเหมือนผลิตภัณฑ์ 2 ส่วนประกอบหลายชนิด
GCP ระบุโดยตรงว่า Silcor 575 มีคุณสมบัติ Single-pack — no mixing จึงช่วยลดขั้นตอนเรื่องอัตราส่วนผสมของตัวเมมเบรนหลักในหน้างานได้
อย่างไรก็ตาม หากระบบเลือกใช้ Silcor Top Coat 80 เพิ่มเติม ตัว Top Coat เป็นวัสดุ 2 ส่วนประกอบและต้องผสม Resin กับ Hardener ก่อนใช้งาน ดังนั้นคำว่า “ไม่ต้องผสม” ในบทความนี้หมายถึง ตัว Silcor 575 Membrane ไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์ในระบบ SILCOR
ทำไมระบบแบบไม่ต้องผสมจึงสะดวกกับงานดาดฟ้า?
งานกันซึมดาดฟ้ามักมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง หากใช้ผลิตภัณฑ์ 2 ส่วนประกอบ ช่างต้องควบคุมหลายเรื่อง เช่น
- อัตราส่วน A
- เวลาผสม
- Pot Life หลังผสม
- ปริมาณที่ผสมในแต่ละครั้ง
- ความสม่ำเสมอระหว่างแต่ละ Batch
ถ้าชั่งส่วนผสมคลาดเคลื่อนหรือปล่อยวัสดุไว้นานเกิน Pot Life คุณสมบัติหลังแข็งตัวอาจได้รับผลกระทบ
การที่ Silcor 575 เป็น Single-Pack จึงลดความซับซ้อนตรงส่วนนี้ และเหมาะกับงานพื้นที่กว้างที่ต้องการเดินงานต่อเนื่อง
แต่ยังต้องคนหรือจัดการวัสดุตามคำแนะนำของผู้ผลิตก่อนใช้งาน รวมถึงควบคุมพื้นผิว Primer ความหนา และสภาพอากาศให้ถูกต้อง ไม่ได้หมายความว่าสามารถเปิดถังแล้วทาบนพื้นทุกสภาพได้ทันที


Silcor 575 ปูกระเบื้องทับได้จริงไหม?
ได้ ตามระบบของ GCP
ข้อมูลล่าสุดของ GCP Thailand ระบุว่า Silcor 575 สามารถทำ Surfacing ทับหลัง Membrane Fully Cured แล้วได้ และมีรายละเอียดสำหรับงาน Tiles โดยเฉพาะ
สำหรับกระเบื้องเซรามิก GCP ระบุแนวทางให้
ปูกระเบื้องบน Mortar Bed หรือทำ Sand Layer ก่อนใช้กาวที่เหมาะสม
และตารางคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ระบุว่า Silcor 575 พร้อมสำหรับ Flood Test, Tiling หรือ Topping หลังประมาณ 48 ชั่วโมง ภายใต้เงื่อนไขผลิตภัณฑ์
ดังนั้นการปูกระเบื้องทับไม่ได้หมายถึงทากาวซีเมนต์ลงบน Silcor 575 ทันทีโดยไม่ดู Detail
ต้องทำระบบ Surfacing ตามที่ออกแบบและเลือกวัสดุที่เข้ากันได้กับ Silcor Membrane
ถ้าจะปูกระเบื้องทับ จำเป็นต้องใช้ Top Coat 80 ก่อนหรือไม่?
ข้อมูลของ GCP ระบุว่า Surfacing บางระบบสามารถทำบน Fully Cured Silcor 575 Membrane โดยไม่ต้องใช้ Top Coat ซึ่งรวมถึงระบบ Tiles ที่ระบุไว้ในข้อมูลผลิตภัณฑ์
ดังนั้นถ้าปูกระเบื้องปิดทับ Silcor 575 ตามระบบที่กำหนด ไม่จำเป็นต้องตีความว่าต้องทำ Silcor Top Coat 80 ใต้กระเบื้องทุกกรณี
Top Coat 80 มีบทบาทหลักกับระบบที่เปิดผิวรับ UV และต้องการ
- สีคงตัว
- ผิว Non-Slip
- รองรับ Foot Traffic
- การปกป้อง SILCOR Membrane ในพื้นที่ Exposed
ส่วนระบบใต้กระเบื้องควรเลือกตามรายละเอียด Surfacing และ Specification ของโครงการจริง
Silcor 575 ทนน้ำขังได้ไหม?
GCP ระบุ Silcor 575 ว่า
Waterproof — Resists Ponded Water
หมายความว่าตัวเมมเบรนถูกออกแบบให้ต้านทานน้ำขังได้ตามคุณสมบัติผลิตภัณฑ์
คุณสมบัตินี้มีประโยชน์กับดาดฟ้า เพราะหลังฝนตกอาจมีน้ำค้างอยู่ตามพื้นที่ต่ำหรือรอบ Floor Drain ชั่วคราว
แต่ไม่ควรตีความว่าเมื่อใช้ Silcor 575 แล้วจะปล่อยให้ดาดฟ้ามีน้ำขังตลอดเวลาโดยไม่แก้ Slope หรือระบบ Drainage
งานดาดฟ้าที่ดีควรตรวจด้วยว่า
- พื้นมี Slope เข้าหา Drain หรือไม่
- Floor Drain อยู่สูงกว่าพื้นหรือไม่
- มีจุดแอ่งหรือไม่
- Scupper และ Overflow ทำงานได้หรือไม่
- ท่อระบายน้ำตันหรือไม่
ระบบกันซึมมีหน้าที่รับน้ำ แต่ระบบระบายน้ำก็ต้องช่วยนำน้ำออกจากพื้นที่ให้เหมาะสมด้วย
Silcor 575 ทน UV ได้จริงไหม?
ข้อมูล GCP ระบุว่า Silcor 575 มีคุณสมบัติ Resistant to UV Exposure และสามารถปล่อยผิว Exposed ได้ตามระบบ
แต่ควรแยกคำว่า “รับ UV Exposure ได้” กับ “ต้องการ Finish ที่ UV Colour-Stable” ออกจากกัน
หากดาดฟ้าจะเปิด Silcor System รับแดดโดยตรงและต้องการ
- UV-resistant finish
- สีคงตัว
- Non-slip
- Foot-trafficable finish
GCP ระบุให้ใช้ Silcor 575 ร่วมกับ Silcor Top Coat 80 ซึ่งเป็น Aliphatic Polyurethane Protective Coating ที่ออกแบบมาสำหรับพื้นที่ Exposed โดยเฉพาะ
ดังนั้นกรณีปูกระเบื้องปิดทับกับกรณีเปิดผิวเมมเบรนรับแดด ควรวางระบบ Finish แตกต่างกันตามการใช้งาน
Silcor Top Coat 80 ช่วยอะไรกับดาดฟ้าเปิดรับแดด?
Silcor Top Coat 80 เป็น Top Coat แบบ 2 ส่วนประกอบสำหรับปกป้อง SILCOR Waterproofing Membrane ในพื้นที่ภายนอก
GCP ระบุว่ามีคุณสมบัติ
- UV-resistant
- Foot-trafficable
- Permanently flexible
- ยึดเกาะกับระบบได้ดี
- Fast curing
และเหมาะกับพื้นที่อย่าง Roofs, Balconies, Decks, Plant Rooms, Perimeter Turn-Ups และ Penetrations
ผลทดสอบ Accelerated Weathering ตาม ASTM G154 เป็นเวลา 2,000 ชั่วโมงที่ GCP ระบุ ไม่พบการเปลี่ยนสี การแตกร้าว การพอง หรือการแยกชั้นภายใต้เงื่อนไขการทดสอบนั้น
จึงเหมาะกับระบบที่ต้องเปิดพื้นรับแดดเป็น Finish Layer
Silcor 575 ทำเป็นเมมเบรนแบบไร้รอยต่อได้อย่างไร?
Silcor 575 เป็น Liquid-Applied Membrane เมื่อทาลงบนพื้นแล้วจะสร้าง One-Piece Membrane Barrier และ GCP ระบุว่า Elastomeric Membrane จะ Fully Laminated กับ Substrate
ข้อดีคือสามารถทำต่อเนื่องผ่านพื้นที่รูปทรงซับซ้อนได้ เช่น
- พื้นต่อผนัง
- มุมดาดฟ้า
- รอบท่อ
- รอบเสา
- ฐานเครื่องจักร
- Parapet
- Floor Drain
- จุดเปลี่ยนระดับ
จึงลดจำนวนรอยต่อแบบแผ่นในพื้นที่หลัก
แต่คำว่า Seamless ไม่ได้หมายความว่าสามารถทาทับ Crack หรือ Joint โดยไม่ทำ Detail
รอยแตกและมุมต้องซ่อมก่อนทาไหม?
ต้องเก็บ Detail ก่อน
GCP ระบุให้พื้นผิวต้อง Sound, Smooth และไม่มี Dust, Laitance, Loose Matter, Oil หรือสิ่งปนเปื้อนอื่น และ Concrete Defect ต้องได้รับการซ่อมก่อนติดตั้งระบบ
สำหรับ
- Joint
- Crack
- Gap
- Internal Corner
- Penetration
GCP ระบุให้ใช้ Silcor LM PU Sealant เพื่ออุดช่องและทำ Angle Fillet ก่อนติดตั้ง Membrane หลัก และควรปล่อยงาน Detailing ให้ Skin Cure ก่อนทำ Silcor 575 ต่อ
ดังนั้นงานที่ถูกต้องควรเป็นประมาณ
เตรียมพื้น → ซ่อมรอยแตก → เก็บ Joint → ทำ Angle Fillet → Primer → Silcor 575 → Surfacing/Top Coat ตามการใช้งาน
พื้นคอนกรีตก่อนทำ Silcor 575 ต้องเตรียมอย่างไร?
ก่อนทำระบบควรตรวจให้ Concrete
- แข็งแรง
- เรียบเพียงพอ
- ไม่มีปูนร่วน
- ไม่มี Laitance
- ไม่มีฝุ่น
- ไม่มีคราบน้ำมัน
- ไม่มีสิ่งปนเปื้อน
GCP ระบุ Concrete ใหม่ควร Cure ประมาณ 28 วัน และ Render ประมาณ 7 วัน ก่อนทำระบบ Silcor 575
ถ้าเป็นดาดฟ้าเก่าที่มีระบบกันซึมเดิม ต้องตรวจด้วยว่าระบบเดิมยังยึดเกาะดีหรือไม่
หากมี
- พอง
- แตก
- กรอบ
- หลุดร่อน
- มีน้ำสะสมใต้ระบบเดิม
ควรรื้อส่วนที่เสียออกก่อน ไม่ควรทา Silcor 575 ทับวัสดุฐานที่กำลังหลุด
ต้องลง Primer แบบไหน?
ขึ้นอยู่กับสภาพพื้น
GCP ระบุว่า Silcor Primer BS ใช้กับพื้น Porous หรือ Dusty เพื่อ Seal พื้นและช่วยลด Pin Hole โดยใช้อัตราประมาณ 0.15–0.30 กก./ตร.ม.
ส่วน Silcor Primer BW N105-DT ใช้สำหรับ Damp Concrete ตามเงื่อนไขระบบ และมีคำแนะนำ Moisture Content ของพื้นต่ำกว่า 5% ตาม ASTM F2659 ในข้อมูลผลิตภัณฑ์
GCP ยังเตือนว่าการลง Primer บนพื้น Porous ขณะที่ Concrete Temperature กำลังสูงขึ้นสามารถทำให้เกิด Outgassing และ Pin Hole ได้ การทำงานในช่วงที่อุณหภูมิพื้นคงที่หรือลดลงจึงช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าว
Silcor 575 ต้องทาหนาเท่าไร?
GCP กำหนดให้ Silcor 575 มีความหนารวมขั้นต่ำ
Wet Film Thickness 1.75 มม.
เพื่อให้ได้
Dry Film Thickness ขั้นต่ำ 1.5 มม.
โดยสามารถติดตั้งหนึ่งหรือสองชั้น และต้องปล่อยให้ชั้นก่อนหน้าแห้งเต็มที่ก่อนทำชั้นถัดไปหากเลือกทำหลายชั้น
อัตราการใช้ที่ระบุคือประมาณ
2.4 กก./ตร.ม. สำหรับ DFT 1.5 มม.
หน้างานควรใช้ Wet Film Thickness Gauge ตรวจจริง ไม่ควรมองด้วยสายตาว่า “ทาทั่วแล้ว” แล้วถือว่าความหนาครบ
ทำชั้นเดียวได้หรือไม่?
ข้อมูล GCP ระบุว่าสามารถทำ Silcor 575 หนึ่งหรือสอง Coat ได้ ตราบใดที่ความหนารวมเป็นไปตาม Specification
ผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบให้สามารถทำแบบ Flood Coating ด้วย Squeegee และยังสามารถใช้ Brush, Roller หรือ Airless Spray ได้
ดังนั้นจำนวนรอบทาไม่ใช่ประเด็นหลักเท่ากับ
- ความหนารวม
- ความต่อเนื่อง
- ไม่มี Pin Hole
- Detail ครบ
- การยึดเกาะกับพื้นเหมาะสม
หลังทำกี่ชั่วโมงถึงปูกระเบื้องได้?
ข้อมูล Typical Properties ของ Silcor 575 ระบุ
Ready for Flood Test, Tiling, Topping ประมาณ 48 ชั่วโมง
ภายใต้เงื่อนไขผลิตภัณฑ์
ไม่ควรยึดเพียงตัวเลข 48 ชั่วโมงโดยไม่ตรวจสภาพจริง เพราะอุณหภูมิ ความชื้น และสภาพอากาศมีผลต่อการ Cure
ก่อนปูกระเบื้องควรตรวจให้เมมเบรน Cure สมบูรณ์ ไม่มีจุดเสียหาย และผ่านการตรวจระบบกันซึมเรียบร้อยก่อน
ถ้าจะปูกระเบื้อง ควรทำ Flood Test ก่อนหรือไม่?
ในงานดาดฟ้าที่จะปูกระเบื้องปิดทับ การตรวจระบบ Waterproofing ก่อนปิดผิวเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญมาก
เพราะหลังปูกระเบื้องแล้ว หากพบว่ามีน้ำรั่ว อาจต้องรื้อ
- กระเบื้อง
- Mortar Bed
- กาว
- ชั้น Protection
เพื่อกลับลงไปถึงเมมเบรนอีกครั้ง
Silcor 575 พร้อม Flood Test ประมาณ 48 ชั่วโมงตามข้อมูล GCP จึงสามารถวางขั้นตอนตรวจระบบก่อนทำ Surfacing ต่อได้ตาม Method Statement ของโครงการ
ระบบดาดฟ้าปูกระเบื้องทับควรเรียงอย่างไร?
แนวทางโดยทั่วไปสามารถมองเป็น
พื้นคอนกรีต → ซ่อม Crack/Joint → Primer → Silcor 575 → ตรวจ/Flood Test → ระบบรองรับกระเบื้องตาม Specification → กระเบื้อง
GCP ระบุสำหรับ Tiles ว่าเมื่อ Silcor 575 Fully Cured แล้ว สามารถวาง Ceramic Tile บน Mortar Bed หรือใช้ Sand Layer ก่อน Application ของ Suitable Adhesive ได้
จึงไม่ควรเลือกกาวหรือระบบ Tile Finish โดยไม่ตรวจ Compatibility กับชั้น Waterproofing ด้านล่าง
ถ้าดาดฟ้าไม่ปูกระเบื้อง จะเปิด Silcor 575 ไว้ได้หรือไม่?
GCP ระบุว่า Silcor 575 สามารถ Left Exposed ได้ และตัววัสดุ Resistant to UV Exposure
แต่ถ้าพื้นต้องเปิดใช้งานจริงและต้องการ Finish ที่
- ทน UV
- สีคงตัว
- กันลื่น
- รองรับการเดิน
ระบบ Silcor 575 + Silcor Top Coat 80 จะตรงกับ Specification ที่ผู้ผลิตระบุมากกว่า
จึงควรแยกการออกแบบ Finish ตามการใช้งานจริง ไม่จำเป็นต้องทำทุกดาดฟ้าเหมือนกัน
Silcor 575 เหมาะกับดาดฟ้าแบบไหน?
เหมาะกับงานที่ต้องการ Liquid-Applied Waterproofing เช่น
- Roof Deck
- ดาดฟ้าคอนกรีต
- Balcony
- Plant Room
- Podium
- Exposed Pathway
- พื้นที่ที่จะปูกระเบื้องทับ
- พื้นที่รูปทรงซับซ้อน
- พื้นที่มีมุมและท่อจำนวนมาก
GCP ระบุพื้นที่ใช้งานเหล่านี้ไว้โดยตรงในข้อมูลผลิตภัณฑ์
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
- ทาทับระบบกันซึมเดิมที่หลุด
- ไม่ซ่อม Crack ก่อน
- ไม่เก็บ Joint
- ไม่ทำ Angle Fillet
- รอบท่อมีช่องว่าง
- พื้นมีฝุ่นและ Laitance
- เลือก Primer ไม่ตรงกับสภาพพื้น
- Silcor 575 บางกว่า 1.5 มม. DFT
- ไม่วัด WFT
- ปูกระเบื้องก่อน Membrane Cure
- ไม่ตรวจระบบก่อนปูกระเบื้องปิดทับ
- เลือกกาวกระเบื้องโดยไม่ดู Compatibility
- ปล่อย Drain ตันและน้ำขังมาก
- เข้าใจว่า Silcor 575 ทน Ponded Water แล้วไม่ต้องทำ Slope
- เข้าใจว่า “Single-Pack” หมายถึง Top Coat 80 ไม่ต้องผสมด้วย
ข้อสุดท้ายสำคัญ เพราะ Silcor 575 เป็น Single-Pack แต่ Silcor Top Coat 80 เป็น Two-Part และต้องผสมตามอัตราของผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งาน
สรุป: Silcor 575 เหมาะกับดาดฟ้าที่ต้องการกันซึม ปูกระเบื้องทับได้ ทนน้ำขัง และติดตั้งง่ายแบบ Single-Pack
ถ้ากำลังมองหาระบบ กันซึมดาดฟ้าที่สามารถปูกระเบื้องทับได้ Silcor 575 เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ GCP ระบุรองรับงานดังกล่าวโดยตรง ตัวผลิตภัณฑ์เป็น One-Part Polyurethane Membrane แบบ Single-Pack ไม่ต้องผสม A+B สร้าง One-Piece Membrane Barrier และ Fully Laminated กับพื้นรองรับ รวมถึงมีคุณสมบัติ Waterproof และ Resists Ponded Water
ในด้าน UV นั้น Silcor 575 ถูกระบุว่าสามารถรับ UV Exposure และปล่อย Exposed ได้ แต่หากเป็นดาดฟ้าเปิดที่ต้องการ UV Colour Stability, Non-Slip และ Foot-Trafficable Finish ควรใช้ร่วมกับ Silcor Top Coat 80 ตามระบบของ GCP
สำหรับงานปูกระเบื้อง GCP ระบุว่าหลัง Silcor 575 Fully Cured สามารถทำ Ceramic Tile Finish โดยใช้ Mortar Bed หรือ Sand Layer ก่อนใช้ Suitable Adhesive ได้ และผลิตภัณฑ์พร้อมสำหรับ Tiling หรือ Flood Test ประมาณ 48 ชั่วโมง ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
ตัวเมมเบรนต้องทำความหนารวมอย่างน้อย WFT 1.75 มม. เพื่อให้ได้ DFT ขั้นต่ำ 1.5 มม. โดยใช้อัตราประมาณ 2.4 กก./ตร.ม. และควรวัด Wet Film Thickness ระหว่างติดตั้งจริง
แต่ก่อนจะถึงขั้นตอนเหล่านี้ พื้นต้องแข็งแรง สะอาด ไม่มีฝุ่น Laitance หรือน้ำมัน และต้องซ่อม Joint, Crack, Gap รวมถึงทำ Angle Fillet บริเวณ Internal Corner และ Penetration ด้วยระบบที่เหมาะสมก่อน เพราะคุณภาพของ Detail มีผลต่อการกันซึมไม่แพ้พื้นที่กลางดาดฟ้า
ดังนั้นจุดเด่นของ Silcor 575 สำหรับดาดฟ้าคือ เป็นเมมเบรน PU เหลวแบบไร้รอยต่อ ใช้งานง่ายแบบ Single-Pack ทนน้ำขัง รับ UV Exposure และสามารถทำระบบปูกระเบื้องทับได้ แต่ต้องติดตั้งเป็นระบบตั้งแต่การเตรียมพื้น Primer การเก็บรอยต่อ ความหนาของ Membrane ไปจนถึง Finish Layer จึงจะช่วยให้ดาดฟ้ารับทั้งฝน แดด และการใช้งานได้เหมาะสมในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!





