พื้นโรงงานมีเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์เยอะใช้ Sikafloor 262 ช่วยระบายประจุ

ต.ค. 16, 2026 by admin Blog 0 comment

พื้นโรงงานมีเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์เยอะ ใช้ Sikafloor 262 AS N ช่วยระบายประจุได้อย่างไร?

โรงงานที่มีเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ เครื่อง CNC คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ควบคุม หรือชิ้นส่วนที่ไวต่อไฟฟ้าสถิต ต้องให้ความสำคัญกับพื้นมากกว่าเรื่องความสวยงามหรือความแข็งแรงเพียงอย่างเดียว เพราะ Electrostatic Discharge หรือ ESD สามารถเกิดขึ้นจากการเดิน การเสียดสีของล้อรถเข็น เสื้อผ้า วัสดุบรรจุภัณฑ์ หรือกระบวนการผลิต และอาจส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ที่ไวต่อประจุไฟฟ้าได้

Sikafloor®-262 AS N เป็น Epoxy Resin แบบ 2 ส่วนประกอบชนิด Self-Smoothing ที่มีคุณสมบัติ Electrostatically Conductive ออกแบบเป็นพื้นผิวใช้งานของระบบพื้นนำไฟฟ้า เหมาะกับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมยา พื้นที่จัดเก็บสินค้า และพื้นที่ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไวต่อประจุ เช่น CNC, Computer Room, Battery Charging Room รวมถึงพื้นที่ที่ต้องควบคุมความเสี่ยงจากไฟฟ้าสถิตเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ Sikafloor 262 AS N ไม่ได้ทำหน้าที่ระบายประจุด้วยตัวมันเองเพียงชั้นเดียว แต่ต้องติดตั้งร่วมกับ Conductive Layer และ Earthing Connection ตามระบบที่ Sika กำหนด จึงจะสามารถนำประจุจากผิวพื้นไปยังระบบ Grounding ได้อย่างเหมาะสม

ไฟฟ้าสถิตในโรงงานเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ไฟฟ้าสถิตสามารถเกิดได้จากกิจกรรมธรรมดาในโรงงาน เช่น

  • คนเดินบนพื้น
  • รองเท้าสัมผัสและแยกออกจากพื้น
  • ล้อรถเข็นเคลื่อนที่
  • สายพานลำเลียงทำงาน
  • พลาสติกเสียดสีกัน
  • ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ถูกหยิบจับ
  • วัสดุบรรจุภัณฑ์เคลื่อนผ่านสายการผลิต

เมื่อประจุสะสมอยู่บนคน รถเข็น เครื่องมือ หรือพื้นผิว แล้วเกิดการถ่ายเทอย่างรวดเร็วไปยังวัตถุที่มีศักย์ไฟฟ้าต่างกัน จะเกิด Electrostatic Discharge

บางครั้งคนอาจรู้สึกเพียงเหมือนถูกไฟช็อตเล็ก ๆ แต่สำหรับ Electronic Component ที่ไวต่อ ESD แม้เหตุการณ์ที่คนแทบไม่รู้สึกก็อาจสร้างความเสียหายหรือรบกวนกระบวนการผลิตได้

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโรงงานอิเล็กทรอนิกส์หลายแห่งจึงต้องออกแบบ ESD Control Program ซึ่งพื้น Conductive เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของระบบ

Sikafloor 262 AS N คือพื้นประเภทไหน?
Sikafloor 262 AS N คือพื้นประเภทไหน?

Sikafloor 262 AS N คือพื้นประเภทไหน?

Sikafloor 262 AS N เป็น Two-Part Smooth Electrostatic Conductive Epoxy Floor Covering

ตัวผลิตภัณฑ์เป็น Epoxy แบบสี มีลักษณะ Self-Smoothing และหลังแข็งตัวได้ผิว Semi-Gloss โดย Sika ระบุคุณสมบัติหลัก ได้แก่

  • Electrostatic Conductive
  • ทนแรงทางกลได้ดี
  • ทนสารเคมีบางประเภท
  • ทำความสะอาดและดูแลรักษาง่าย
  • Impermeable to Liquids
  • สามารถออกแบบผิว Slip Resistant ได้ในระบบที่เหมาะสม

จึงเหมาะกับพื้นที่โรงงานที่นอกจากต้องควบคุมประจุไฟฟ้าแล้ว ยังต้องการพื้นผิวที่รองรับการใช้งานประจำวันและทำความสะอาดได้ง่าย

Sikafloor 262 AS N เหมาะกับพื้นที่แบบไหน?

Sika ระบุพื้นที่ใช้งาน เช่น

  • โรงงานผลิตอิเล็กทรอนิกส์
  • Automotive Facility
  • Pharmaceutical Facility
  • Data Centre
  • Storage Area
  • Warehouse
  • พื้นที่เครื่อง CNC
  • Computer Room
  • Aircraft Hangar
  • Battery Charging Room
  • พื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากไฟฟ้าสถิตสูง

ดังนั้นหากโรงงานมี PCB, Control Board, Sensor, Controller, Servo Drive, Computerized Machine หรืออุปกรณ์ที่ไวต่อ Electrostatic Discharge การเลือกพื้นประเภท Conductive สามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุม ESD ได้

คำว่า “ช่วยระบายประจุ” ทำงานอย่างไร?

ไม่ใช่ว่าประจุหายไปจากพื้นเอง แต่ระบบถูกออกแบบให้สร้าง เส้นทางนำไฟฟ้าที่ควบคุมได้จากผิวพื้นไปยัง Ground

โครงสร้างระบบ Sikafloor ที่ใช้ Sikafloor 262 AS N ตามข้อมูล Sika Thailand ประกอบด้วยประมาณนี้

  1. Concrete Substrate
  2. Primer
  3. Earthing Connection
  4. Conductive Coat
  5. Conductive Wearing Course

สำหรับระบบ Self-Smoothing ประมาณ 1.5 มม. Sika ระบุองค์ประกอบว่า

  • Primer: Sikafloor®-156 หรือ Sikafloor®-161
  • Earthing: Sikafloor® Earthing Kit
  • Conductive Coat: Sikafloor®-220 W Conductive
  • Wearing Course: Sikafloor®-262 AS N ผสม Sikafloor® Filler 1

ประจุที่เกิดบนผิวจึงสามารถถูกถ่ายเทผ่าน Wearing Course ลงสู่ Conductive Layer และต่อเข้าสู่ Earthing Point ก่อนลง Grounding System ของอาคาร

ทา Sikafloor 262 AS N บนพื้นแล้วจบเลยได้ไหม?

ไม่ได้ หากต้องการระบบ Conductive ที่สมบูรณ์

นี่เป็นข้อผิดพลาดที่ควรระวังมาก

Sikafloor 262 AS N เป็น Conductive Wearing Course แต่ Sika ระบุ System Configuration ไว้อย่างชัดเจนว่าต้องมีทั้ง Primer, Earthing Connection และ Conductive Coat และยังระบุว่า Configuration ของระบบที่กำหนดต้องปฏิบัติตาม ไม่ควรเปลี่ยนองค์ประกอบเองโดยไม่มีการประเมิน

ดังนั้นแนวคิดแบบ

พื้นคอนกรีต → Sikafloor 262 AS N → จบ

ไม่ใช่ระบบเดียวกับ

Concrete → Primer → Earthing → Conductive Coat → Sikafloor 262 AS N

ถ้าขาด Earthing จุดประสงค์ในการนำประจุลง Ground ก็ไม่ครบวงจร

ค่าความต้านทานไฟฟ้าของ Sikafloor 262 AS N เป็นเท่าไร?

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุ Electrostatic Behaviour โดยมีค่า

Resistance to Ground (RG) < 10⁹ Ω

และ Typical Average Resistance to Ground อยู่ประมาณ

RG < 10⁵–10⁶ Ω

ภายใต้ระบบและเงื่อนไขที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม ค่าที่วัดจริงสามารถได้รับผลจาก

  • อุณหภูมิ
  • ความชื้นสัมพัทธ์
  • เครื่องมือวัด
  • ความสะอาดของพื้น
  • รองเท้าและเสื้อผ้า ESD
  • ผู้ทำการทดสอบ
  • ระบบ Grounding

Sika จึงระบุว่า Measurement Result สามารถเปลี่ยนแปลงตาม Ambient Condition และ Measurement Equipment ได้

จึงควรทดสอบค่าหลังติดตั้งจริง ไม่ควรสรุปจากค่าของ Product Data Sheet เพียงอย่างเดียว

มีพื้น Conductive แล้วไม่ต้องใช้รองเท้า ESD ได้ไหม?

ไม่ควรคิดแบบนั้น

ระบบควบคุม ESD โดยทั่วไปต้องทำงานร่วมกันระหว่าง

คน + รองเท้า + พื้น + Grounding + เครื่องมือ + Workstation

หากพนักงานใส่รองเท้าที่เป็นฉนวนสูง ประจุอาจไม่สามารถถ่ายเทจากร่างกายลงสู่พื้นได้ตามที่ออกแบบไว้ แม้พื้นจะเป็น Conductive Flooring ก็ตาม

เช่นเดียวกับรถเข็น หากล้อเป็นวัสดุที่ไม่นำไฟฟ้า การถ่ายประจุจากรถเข็นสู่พื้นก็อาจแตกต่างจากรถเข็น ESD ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ

ดังนั้นโรงงาน Electronic Manufacturing ควรกำหนดทั้ง

  • Conductive Floor
  • ESD Shoes
  • ESD Workwear
  • ESD Workstation
  • Grounding
  • Wrist Strap ในพื้นที่ที่กำหนด
  • การตรวจสอบค่าความต้านทานเป็นระยะ

พื้น Sikafloor 262 AS N จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญ แต่ไม่ใช่ระบบ ESD ทั้งหมดด้วยตัวมันเอง

ระบบพื้นหนาประมาณเท่าไร?

ข้อมูลระบบจาก Sika Thailand ระบุ Self-Smoothing Conductive System ที่ใช้ Sikafloor 262 AS N เป็น Wearing Course มี Film Thickness ประมาณ 1.5 มม.

PDS ระบุอัตราการใช้สำหรับ Self-Smoothing Wearing Course ประมาณสูงสุด 2.5 กก./ตร.ม. รวม Binder และ Filler ตามสัดส่วนที่เปลี่ยนไปตามอุณหภูมิ

ตัวเลขนี้เป็นค่าทางทฤษฎี พื้นจริงที่มีรูพรุน ความหยาบ หรือระดับไม่สม่ำเสมอสามารถใช้วัสดุมากขึ้นได้

จึงไม่ควรคำนวณวัสดุด้วยพื้นที่คูณ Consumption อย่างเดียวโดยไม่สำรวจสภาพ Concrete

พื้นคอนกรีตก่อนทำต้องแข็งแรงแค่ไหน?

Conductive Flooring ยังคงต้องพึ่ง Concrete Substrate เป็นฐาน

Sika ระบุ Tensile Adhesion Strength ของ Sikafloor 262 AS N มากกว่า 1.5 N/mm² โดยเกิด Failure ใน Concrete ภายใต้การทดสอบที่กำหนด

แต่ก่อนติดตั้งจริงต้องตรวจพื้นให้

  • แข็งแรง
  • ไม่มี Concrete ร่วน
  • ไม่มีฝุ่น
  • ไม่มี Oil หรือ Grease
  • ไม่มี Coating เก่าที่หลุด
  • ไม่มี Contaminant
  • ไม่มี Rising Moisture

หากพื้นคอนกรีตเดิมเสีย การลง Epoxy Conductive ราคาแพงทับลงไปไม่ได้ทำให้ Concrete Base แข็งแรงขึ้นโดยอัตโนมัติ

ความชื้นพื้นสำคัญไหม?

สำคัญมากสำหรับ Epoxy Flooring

ข้อมูลการติดตั้งระบุ Substrate Moisture Content ต่ำกว่า 4% โดยน้ำหนัก และต้องไม่มี Rising Moisture ตามวิธีทดสอบที่กำหนด

หาก Concrete มีความชื้นจากด้านล่างสูงหรือมี Rising Damp อาจเกิดปัญหา เช่น

  • Epoxy พอง
  • Blister
  • Delamination
  • การยึดเกาะลดลง

ดังนั้นก่อนทำพื้นควรวัด Moisture จริง ไม่ควรดูด้วยตาว่าพื้น “เหมือนแห้งแล้ว” แล้วเริ่มเคลือบทันที

อุณหภูมิขณะติดตั้งควรอยู่เท่าไร?

ข้อมูล Sika ระบุ

  • Ambient Temperature ประมาณ +10°C ถึง +30°C
  • Substrate Temperature ประมาณ +10°C ถึง +30°C
  • Relative Humidity สูงสุดประมาณ 80%

และพื้นกับวัสดุที่ยังไม่ Cure ต้องมีอุณหภูมิสูงกว่า Dew Point อย่างน้อย 3°C เพื่อลดความเสี่ยงจาก Condensation และ Blooming บนผิว Epoxy

ในโรงงานที่เปิดแอร์หรือมีความชื้นสูง การตรวจ Dew Point จึงมีความสำคัญ ไม่ควรดูเพียงอุณหภูมิห้อง

Sikafloor 262 AS N ผสมอย่างไร?

ตัววัสดุเป็น Epoxy 2 ส่วนประกอบ

อัตราส่วน

Part A : Part B = 84 : 16 โดยน้ำหนัก

Sika แนะนำให้

  1. คน Part A ก่อน
  2. เติม Part B ลงใน Part A
  3. ผสมประมาณ 2 นาทีจนสม่ำเสมอ
  4. เติม Filler หรือ Quartz Sand ตามระบบ
  5. ผสมต่ออีกประมาณ 2 นาที
  6. เทวัสดุลงอีกภาชนะแล้วผสมซ้ำเพื่อให้ส่วนผสมสม่ำเสมอ

ควรใช้เครื่องผสมความเร็วต่ำประมาณ 300–400 rpm และหลีกเลี่ยง Over-Mixing เพราะอาจดึงอากาศเข้าไปในวัสดุมากเกินไป

ผสมแล้วมีเวลาทำงานนานแค่ไหน?

Pot Life เปลี่ยนตามอุณหภูมิอย่างชัดเจน

อุณหภูมิPot Life โดยประมาณ
+10°C40 นาที
+20°C25 นาที
+30°C15 นาที

อุณหภูมิสูงแบบโรงงานในประเทศไทยจึงทำให้เวลาทำงานสั้นลงมาก

ทีมติดตั้งต้องเตรียม

  • พื้น
  • Earthing Point
  • Conductive Coat
  • อุปกรณ์ผสม
  • เกรียง
  • Spike Roller
  • เส้นแบ่งพื้นที่

ให้พร้อมก่อนเริ่มผสม Wearing Course

หลังเทแล้วต้องใช้ Spike Roller ทำไม?

Sikafloor 262 AS N เป็น Self-Smoothing Epoxy

หลังเทและปาดด้วย Serrated Trowel แล้ว Sika แนะนำให้ใช้ Steel Spiked Roller กลิ้งทันที ภายในประมาณ 10 นาทีหลังติดตั้ง เพื่อช่วย

  • ปรับความหนาให้สม่ำเสมอ
  • ไล่อากาศที่ติดอยู่
  • ลดฟองอากาศในชั้น Epoxy

โดยแนะนำให้กลิ้งสองทิศทางตั้งฉากกัน และผ่านแต่ละแนวเพียงครั้งเดียวเพื่อช่วยให้ Finish สม่ำเสมอ

หลังทำพื้นแล้วกี่วันถึงเปิดใช้ได้?

เวลาขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ

ที่ประมาณ +30°C ข้อมูล Sika ระบุโดยประมาณว่า

  • Foot Traffic: 16 ชั่วโมง
  • Light Traffic: 2 วัน
  • Full Cure: 5 วัน

ที่ประมาณ +20°C

  • Foot Traffic: 24 ชั่วโมง
  • Light Traffic: 3 วัน
  • Full Cure: 7 วัน

ดังนั้นโรงงานที่ต้องหยุด Line Production เพื่อทำพื้นควรวาง Schedule ให้สอดคล้องกับ Cure Time ไม่ควรทำคืนเดียวแล้วนำ Forklift หรือเครื่องจักรหนักกลับเข้าใช้งานทันที

Sikafloor 262 AS N ทนแรงในโรงงานได้ไหม?

Sika ระบุผลิตภัณฑ์ว่ามี Good Mechanical Resistance และเหมาะกับพื้นที่ตั้งแต่ Normal ถึง Medium Heavy Wear ในระบบที่กำหนด

ข้อมูลทางเทคนิคยังระบุ Compressive Strength ประมาณ 80 N/mm² และ Flexural Strength ประมาณ 40 N/mm² หลัง 28 วันที่ 23°C ในตัวอย่างที่ผสม Filler ตามเงื่อนไขทดสอบ

อย่างไรก็ตาม หากพื้นที่มี

  • Forklift หนัก
  • Steel Wheel
  • Impact สูง
  • เครื่องจักรสั่นมาก
  • Chemical Spill รุนแรง

ต้องตรวจ System Specification ทั้งระบบ ไม่ควรเลือกจากค่ากำลังของ Wearing Course เพียงตัวเดียว

ทนสารเคมีได้ทุกชนิดไหม?

ไม่ได้

Sika ระบุว่า Sikafloor 262 AS N มี Good Resistance to Specific Chemicals หรือทนสารเคมีบางประเภท ไม่ได้หมายความว่าทนสารเคมีทุกชนิด

หากโรงงานมี

  • Acid
  • Alkali
  • Solvent
  • Oil
  • Cleaning Chemical
  • Electrolyte
  • สารเคมีจากกระบวนการผลิต

ควรระบุชื่อสาร ความเข้มข้น อุณหภูมิ และระยะเวลาสัมผัสให้ทีมเทคนิคตรวจ Chemical Resistance ก่อนเลือก Floor System

ทำไมพื้น Conductive ต้องทดสอบหลังติดตั้ง?

เพราะพื้นดูสวยและเรียบไม่ได้แปลว่าค่าการนำไฟฟ้าถูกต้อง

หลังระบบ Cure แล้วควรทดสอบ Resistance to Ground ตาม Standard และ Specification ของพื้นที่ เพื่อยืนยันว่าแต่ละ Zone สามารถระบายประจุเข้าสู่ Grounding Network ได้จริง

ควรตรวจทั้ง

  • Earthing Point
  • Conductive Layer
  • Wearing Course
  • ค่าความต้านทานหลายตำแหน่ง
  • Continuity ของพื้นที่

โดยเฉพาะพื้นที่ขนาดใหญ่ ไม่ควรวัดเพียงจุดเดียวแล้วสรุปว่าทั้ง Floor ผ่าน

ขั้นตอนทำพื้น Sikafloor 262 AS N โดยสรุป

  1. ตรวจความต้องการ ESD ของโรงงาน
  2. กำหนดค่าความต้านทานที่ต้องการ
  3. ตรวจ Concrete Substrate
  4. วัด Moisture
  5. ตรวจ Rising Moisture
  6. Shot Blast หรือ Grinding พื้นตามความเหมาะสม
  7. ซ่อม Crack และ Defect
  8. ลง Sikafloor Primer
  9. ติดตั้ง Sikafloor Earthing Kit
  10. ตรวจ Earthing Connection
  11. ทำ Sikafloor 220 W Conductive
  12. ตรวจ Conductive Layer
  13. ผสม Sikafloor 262 AS N ตามอัตรา
  14. เติม Filler ตามระบบ
  15. เทและปาดด้วย Serrated Trowel
  16. ใช้ Spike Roller ไล่อากาศ
  17. ป้องกันฝุ่น น้ำ และการเดินระหว่าง Cure
  18. รอครบเวลาการเปิดใช้งาน
  19. ทดสอบ Resistance to Ground
  20. บันทึกผลเป็น Quality Control ของพื้นที่

ข้อผิดพลาดที่ทำให้พื้น Conductive ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ

  • ใช้ Sikafloor 262 AS N เพียงชั้นเดียวโดยไม่มี Grounding
  • ไม่ติด Earthing Kit
  • Conductive Coat ขาดช่วง
  • Concrete มีความชื้นสูง
  • ไม่ตรวจ Rising Moisture
  • พื้นมี Oil หรือ Contaminant
  • ผสม A ผิดสัดส่วน
  • ทำงานเกิน Pot Life
  • Film Thickness ไม่สม่ำเสมอ
  • Earthing Point เสียหรือขาดการเชื่อมต่อ
  • ไม่ทดสอบค่าหลังติดตั้ง
  • ใช้รองเท้าทั่วไปในพื้นที่ที่ต้องควบคุม ESD
  • เข้าใจว่าพื้น Conductive เพียงอย่างเดียวคือ ESD Control System ทั้งหมด

สรุป: โรงงานมีเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์เยอะ Sikafloor 262 AS N ช่วยระบายประจุได้เมื่อทำร่วมกับ Conductive Layer และ Grounding

หากโรงงานมี เครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ CNC ระบบคอมพิวเตอร์ Data Centre หรืออุปกรณ์ที่ไวต่อไฟฟ้าสถิต Sikafloor 262 AS N เป็น Epoxy Self-Smoothing แบบ Electrostatic Conductive ที่ Sika ออกแบบสำหรับพื้นที่ประเภทนี้โดยตรง และยังเหมาะกับอุตสาหกรรม Electronics, Automotive, Pharmaceutical, Warehouse และ Battery Charging Area

จุดสำคัญคืออย่ามอง Sikafloor 262 AS N เป็นเพียง “สีพื้นระบายไฟฟ้า” เพราะระบบที่ Sika Thailand ระบุประกอบด้วย Primer → Sikafloor Earthing Kit → Sikafloor 220 W Conductive → Sikafloor 262 AS N โดย Wearing Course มีความหนาประมาณ 1.5 มม. ใน System Configuration ที่ระบุ

ค่าความต้านทานลงกราวด์ของผลิตภัณฑ์ระบุ RG <10⁹ Ω และมี Typical Average อยู่ช่วงประมาณ 10⁵–10⁶ Ω แต่ค่าหน้างานสามารถเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อม ความสะอาด เครื่องมือวัด และองค์ประกอบของระบบ จึงต้องตรวจค่า Resistance หลังติดตั้งจริง

พร้อมกันนั้น โรงงานที่ต้องควบคุม ESD ไม่ควรพึ่งพื้นเพียงอย่างเดียว แต่ควรวางระบบร่วมกับ Grounding, ESD Footwear, Workstation, รถเข็น และขั้นตอนควบคุมไฟฟ้าสถิตของโรงงาน

ดังนั้นหากต้องการให้พื้นช่วย ถ่ายเทประจุไฟฟ้าสถิตออกจากพื้นที่เครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบ ควรออกแบบ Sikafloor 262 AS N เป็นส่วนหนึ่งของ Conductive Flooring System ตั้งแต่การเตรียมคอนกรีต การติดตั้งจุดกราวด์ ชั้น Conductive ไปจนถึงการวัดค่าหลังงานเสร็จ วิธีนี้จึงจะตรงกับวัตถุประสงค์ของพื้นสำหรับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์มากกว่าการเคลือบ Epoxy Conductive เฉพาะผิวเพียงชั้นเดียว

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!