Sarnafil G 410-15 L แผ่นกันซึมหลังคา PVC เสริมใยแก้ว สำหรับหลังคา ทน UV
งานกันซึมหลังคาเป็นงานที่ต้องรับทั้งแดด ฝน ความร้อน ลม ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอยู่ตลอดเวลา หากเลือกวัสดุกันซึมไม่เหมาะกับระบบหลังคา อาจเกิดปัญหารอยต่อรั่ว แผ่นเสื่อม ผิวแตกร้าว น้ำซึมลงอาคาร หรือซ่อมซ้ำในระยะยาว
โดยเฉพาะหลังคาที่มีรายละเอียดเยอะ เช่น ขอบ parapet รางน้ำ ท่อระบายน้ำ ช่องแสง มุมหลังคา จุดต่อกับผนัง หรือบริเวณที่ต้องเชื่อมต่อกับระบบเมมเบรนหลัก จำเป็นต้องใช้วัสดุที่ยืดหยุ่น ทนสภาพอากาศ และเก็บรายละเอียดได้ดี
Sarnafil G 410-15 L หรือ Sarnafil® G 410-15 L เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด PVC แบบหลายชั้น หนา 1.5 มม. เสริมด้วยใยแก้ว มีสารป้องกันรังสี UV และสามารถเชื่อมรอยต่อด้วยเครื่องเป่าลมร้อน เหมาะสำหรับงานกันซึมหลังคา โดยเฉพาะงานรายละเอียดต่าง ๆ บนหลังคาที่ต้องการแผ่นเมมเบรนคุณภาพสูง ทนแดด ทนสภาพอากาศ และติดตั้งเป็นระบบ
Sarnafil G 410-15 L คืออะไร?
Sarnafil G 410-15 L คือแผ่นกันซึมหลังคาชนิดโพลิไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC roof waterproofing membrane ที่ผลิตเป็นแผ่นเมมเบรนหลายชั้น มีความหนา 1.5 มม. และเสริมด้วย glass non-woven inlay หรือใยแก้ว เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นคงของแผ่นและเสถียรภาพในการใช้งาน
Sika ระบุว่า Sarnafil G 410-15 L เป็นแผ่นกันซึมหลังคา PVC แบบหลายชั้น มีส่วนประกอบของสารป้องกันแสงอัลตราไวโอเลต สามารถเชื่อมด้วยเครื่องเป่าลมร้อน และออกแบบให้ใช้งานได้ในทุกสภาพอากาศทั่วโลก
เหมาะกับงาน เช่น
- งานกันซึมหลังคา
- งานเก็บรายละเอียดบนหลังคา
- หลังคาที่มีสโลปต่ำ
- หลังคาแบบบัลลาสต์บางระบบ
- หลังคาจัดสวนหรือหลังคาที่มีวัสดุปิดทับ
- หลังคาเอนกประสงค์
- หลังคาหินกรวด
- งานเชื่อมต่อรายละเอียดกับระบบ Sarnafil อื่น ๆ
- จุดต่อรอบท่อระบายน้ำ รางน้ำ และขอบหลังคา

ทำไมแผ่นกันซึมหลังคาต้องทน UV Sarnafil G 410-15 L?
หลังคาเป็นพื้นที่ที่ต้องโดนแดดโดยตรงเกือบตลอดวัน รังสี UV สามารถทำให้วัสดุกันซึมบางชนิดเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เช่น กรอบ แตก สีซีด หรือความยืดหยุ่นลดลง หากแผ่นเมมเบรนไม่ทน UV อาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลงและเพิ่มความเสี่ยงน้ำรั่วซึม
Sarnafil G 410-15 L มีสารป้องกันรังสี UV และผิวหน้าเคลือบด้วยแล็คเกอร์ตามข้อมูลจาก Sika จึงเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการวัสดุกันซึมที่ทนแดดและสภาพอากาศได้ดี
ประโยชน์ของแผ่นกันซึมที่ทน UV คือ
- ลดการเสื่อมของผิวเมมเบรนจากแดด
- ช่วยยืดอายุระบบกันซึม
- ลดความเสี่ยงแผ่นกรอบหรือแตกร้าว
- เหมาะกับหลังคาที่เปิดรับสภาพอากาศ
- เหมาะกับรายละเอียดหลังคาที่ต้องโดนแดดโดยตรง
- ช่วยให้ระบบกันซึมทำงานได้มั่นคงในระยะยาว
จุดเด่นของ Sarnafil G 410-15 L
- เป็นแผ่นเมมเบรน PVC สำหรับกันซึมหลังคา
Sarnafil G 410-15 L เป็นแผ่นโพลิไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC สำหรับงานกันซึมหลังคาโดยเฉพาะ วัสดุชนิดนี้เหมาะกับระบบเมมเบรนหลังคาที่ต้องการความต่อเนื่องของชั้นกันน้ำ และต้องการรอยต่อที่เชื่อมเป็นระบบ
ข้อดีของเมมเบรน PVC คือสามารถทำงานเป็นแผ่นกันซึมสำเร็จรูปที่ควบคุมความหนาจากโรงงานได้ ช่วยให้คุณภาพของแผ่นสม่ำเสมอกว่าการทาวัสดุที่ความหนาขึ้นอยู่กับหน้างานเพียงอย่างเดียว
- เสริมใยแก้ว เพิ่มความมั่นคงของแผ่น
Sarnafil G 410-15 L เสริมด้วยใยแก้ว หรือ glass non-woven inlay ซึ่งช่วยให้แผ่นมีความมั่นคงแข็งแรงและมีเสถียรภาพในการใช้งานมากขึ้น
คุณสมบัตินี้สำคัญกับงานหลังคา เพราะหลังคาต้องเจอความร้อนและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเป็นประจำ หากแผ่นเมมเบรนมีเสถียรภาพดี จะช่วยลดปัญหาการเสียรูปหรือการขยับของแผ่นในระยะยาว
- ทนรังสี UV
Sarnafil G 410-15 L มีสารป้องกัน UV และมีผิวหน้าเคลือบแล็คเกอร์ ช่วยให้ทนต่อแสงแดดและรังสี UV ได้ดี เหมาะกับรายละเอียดหลังคาหรือพื้นที่ที่แผ่นเมมเบรนต้องเปิดรับแดดโดยตรง
จุดนี้ทำให้ Sarnafil G 410-15 L เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการความทนทานต่อสภาพอากาศ ไม่ใช่แค่งานกันน้ำในพื้นที่ปิดทับเท่านั้น
- เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ไม่ต้องใช้เปลวไฟ
แผ่น Sarnafil G 410-15 L สามารถเชื่อมรอยต่อด้วยเครื่องเป่าลมร้อน โดยไม่ต้องใช้เปลวไฟในการติดตั้ง
ข้อดีของการเชื่อมด้วยลมร้อนคือ
- ลดความเสี่ยงจากการใช้ไฟเปิดบนหลังคา
- ได้รอยต่อที่ต่อเนื่องเมื่อเชื่อมถูกวิธี
- เหมาะกับงานเมมเบรนหลังคา
- ตรวจสอบรอยเชื่อมได้
- ลดจุดเสี่ยงน้ำรั่วตามแนวต่อแผ่น
- เหมาะกับงานอาคารที่ต้องคุมความปลอดภัยหน้างาน
รอยต่อเป็นจุดสำคัญมากในระบบเมมเบรน หากเชื่อมไม่สมบูรณ์ น้ำอาจซึมผ่านได้ ดังนั้นงานติดตั้งควรทำโดยช่างที่มีประสบการณ์กับระบบ Sarnafil
- ยอมให้ไอน้ำซึมผ่านได้ดี
Sika ระบุว่า Sarnafil G 410-15 L มีคุณสมบัติยอมให้ไอน้ำสามารถซึมผ่านได้ดี ซึ่งช่วยให้ระบบหลังคาสามารถจัดการกับไอน้ำหรือความชื้นบางส่วนได้เหมาะสมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การระบายไอน้ำไม่ได้หมายความว่าสามารถติดตั้งบนพื้นผิวเปียกหรือมีน้ำขังได้โดยไม่เตรียมผิว พื้นผิวและชั้นรองรับยังต้องสะอาด แห้ง และเหมาะสมกับระบบติดตั้ง
- ทนจุลินทรีย์และรากไม้
ข้อมูลจาก Sika ระบุว่า Sarnafil G 410-15 L ทนต่อจุลินทรีย์และทนต่อรากไม้ จุดนี้ช่วยให้เหมาะกับระบบหลังคาที่มีความชื้นหรือวัสดุปิดทับบางประเภท เช่น หลังคาจัดสวนหรือหลังคาที่ต้องการความทนทานต่อสภาพแวดล้อมพิเศษ

Sarnafil G 410-15 L เหมาะกับงานแบบไหน?
งานรายละเอียดต่าง ๆ บนหลังคา
ข้อมูลจาก Sika ระบุว่า Sarnafil G 410-15 L เป็นผลิตภัณฑ์แผ่นกันซึมสำหรับรายละเอียดต่าง ๆ บนหลังคา โดยติดตั้งโดยผู้ที่มีประสบการณ์และความชำนาญ
งานรายละเอียดที่มักต้องใช้ความประณีต เช่น
- ขอบหลังคา
- รอยต่อกับผนัง
- รอบท่อระบายน้ำ
- รอบช่องแสง
- จุดเชื่อมกับระบบเมมเบรนหลัก
- มุมพื้นชนผนัง
- แนว flashing
- จุดเปลี่ยนระดับหลังคา
หลังคาสโลปต่ำ
Sarnafil G 410-15 L สามารถใช้กับงานรายละเอียดของหลังคาที่มีสโลปต่ำในระบบที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Sarnafil รุ่นอื่นร่วมกัน เช่น Sarnafil S 327 L หรือ Sarnafil G 410 L Felt ตามข้อมูลจาก Sika
หลังคาสโลปต่ำต้องให้ความสำคัญกับระบบระบายน้ำและรายละเอียดรอยต่อ เพราะน้ำไหลช้ากว่าหลังคาที่มีความชันสูง หากรอยต่อหรือ drain ไม่ดี อาจเกิดน้ำขังและรั่วซึมได้ง่าย
หลังคาแบบบัลลาสต์
Sika ระบุว่า Sarnafil G 410-15 L ใช้กับรายละเอียดของหลังคาแบบบัลลาสต์ เช่น หลังคาจัดสวน หลังคาเอนกประสงค์ หลังคาที่แผ่นกันซึมถูกปิดทับ หรือหลังคาหินกรวดที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Sarnafil G 476 ตามระบบ
หลังคาประเภทนี้ต้องออกแบบชั้นป้องกัน ชั้นระบายน้ำ และวัสดุถ่วงน้ำหนักให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อแผ่นเมมเบรนและช่วยให้ระบบกันซึมทำงานได้นาน
งานหลังคาที่ต้องการวัสดุทนสภาพอากาศ
Sarnafil G 410-15 L ออกแบบให้ใช้งานได้ในทุกสภาพอากาศทั่วโลก และมีคุณสมบัติทนต่อสภาพแวดล้อมทั่วไป เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการระบบเมมเบรนทนแดด ทนฝน และทนความเปลี่ยนแปลงของอากาศ
ขนาดและสีของ Sarnafil G 410-15 L
ข้อมูลจาก Sika Thailand ระบุขนาดมาตรฐานของม้วน Sarnafil G 410-15 L ดังนี้
- ความหนา: 1.5 มม.
- ความยาวม้วน: 20 เมตร
- ความกว้างม้วน: 2 เมตร
- น้ำหนักม้วน: ประมาณ 78 กก.
- พื้นผิวด้านบน: สีขาว หรือสีอื่นสอบถามได้
- พื้นผิวด้านล่าง: สีเทาเข้ม
- พื้นผิว: ด้าน
สีขาวของแผ่นเมมเบรนยังสอดคล้องกับ LEED v4 MRc 3 ตัวเลือกที่เกี่ยวกับการลดความร้อนหลังคา ตามข้อมูลที่ Sika ระบุสำหรับสีขาว
ก่อนติดตั้ง Sarnafil G 410-15 L ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
- ตรวจพื้นผิวให้เรียบและไม่มีคม
พื้นผิวรองรับต้องมีความสม่ำเสมอ เรียบ และปราศจากความแหลมคม เพราะวัสดุคมหรือเศษวัสดุอาจทำให้แผ่นเมมเบรนเสียหายได้
- ใช้ชั้นแยกเมื่อมีวัสดุที่ไม่เข้ากัน
Sika ระบุว่าก่อนใช้งาน Sarnafil G 410-15 L ต้องมีชั้นแยกเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับพื้นผิวหรือวัสดุที่ไม่สามารถเข้ากันได้ ซึ่งอาจทำให้ผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพ
- หลีกเลี่ยงวัสดุบางชนิดที่ไม่เข้ากัน
ควรหลีกเลี่ยงการให้ Sarnafil G 410-15 L สัมผัสกับบิทูเมน ทาร์ ไขมัน น้ำมัน วัสดุที่มีตัวทำละลาย รวมถึงพลาสติกบางประเภท เช่น EPS, XPS, PUR, PIR และ phenolic foam เพราะอาจส่งผลเสียต่อคุณสมบัติของแผ่นเมมเบรน
- ทำความสะอาดหลังคาโลหะก่อนติดตั้ง
สำหรับหลังคาสังกะสีหรือเมทัลชีท ควรล้างคราบน้ำมันออกก่อนติดตั้ง โดย Sika ระบุให้ใช้ผลิตภัณฑ์ Sarna Cleaner ตามระบบ
- ใช้ช่างที่ชำนาญระบบ Sarnafil
Sarnafil G 410-15 L ควรติดตั้งโดยผู้ติดตั้งที่มีประสบการณ์และความชำนาญ เพราะต้องควบคุมทั้งการวางแผ่น การเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน และการตรวจสอบรอยเชื่อมให้สมบูรณ์
วิธีติดตั้ง Sarnafil G 410-15 L โดยสรุป
ขั้นตอนจริงต้องยึดตามคู่มือและระบบของ Sika แต่โดยทั่วไปมีหลักการสำคัญดังนี้
- ตรวจสภาพพื้นผิวและชั้นรองรับ
- ทำความสะอาดพื้นผิวให้แห้ง สะอาด และไม่มีฝุ่นหรือน้ำมัน
- ติดตั้งชั้นแยกหากพื้นผิวหรือวัสดุเดิมไม่เข้ากันกับ PVC
- วางแผ่นเมมเบรนตามรายละเอียดหลังคาที่ออกแบบ
- ซ้อนทับแผ่นตามระยะที่กำหนด
- เชื่อมรอยต่อด้วยเครื่องเป่าลมร้อน
- ปรับอุณหภูมิ ความเร็ว แรงลม และแรงกดให้เหมาะกับสภาพหน้างาน
- ตรวจสอบรอยเชื่อมด้วย probe tool หรือเครื่องมือที่เหมาะสม
- แก้ไขจุดบกพร่องของรอยเชื่อมด้วยการเชื่อมลมร้อน
- ตรวจสอบระบบก่อนส่งมอบงาน
Sika ระบุว่าตัวแปรที่มีผลต่อการเชื่อม ได้แก่ อุณหภูมิ ความเร็ว แรงลม ความดัน และการตั้งค่าเครื่องเชื่อม ซึ่งต้องตรวจสอบและปรับให้เหมาะกับสภาพหน้างานก่อนทำการเชื่อม
Sarnafil G 410-15 L ต่างจากกันซึมทาทั่วไปอย่างไร?
| หัวข้อ | Sarnafil G 410-15 L | กันซึมทาทั่วไป |
| ประเภทวัสดุ | แผ่นเมมเบรน PVC | วัสดุทาเคลือบ |
| ความหนา | ควบคุมจากโรงงาน 1.5 มม. | ขึ้นอยู่กับการทาและจำนวนชั้น |
| การเชื่อมรอยต่อ | เชื่อมด้วยลมร้อน | ไม่มีรอยต่อแผ่น แต่เสี่ยงทาบางไม่สม่ำเสมอ |
| การทน UV | มีสารป้องกัน UV และเคลือบแล็คเกอร์ | ขึ้นกับชนิดสินค้า |
| งานเหมาะ | รายละเอียดหลังคาและระบบเมมเบรน | งานซ่อมหรืองานทาเคลือบทั่วไป |
| การติดตั้ง | ต้องใช้ช่างเฉพาะทาง | ช่างทั่วไปทำได้ง่ายกว่าในบางระบบ |
| การควบคุมคุณภาพ | ตรวจรอยเชื่อมได้ | ต้องตรวจความหนาฟิล์มและผิวงาน |
สรุปคือ หากเป็นงานหลังคาที่ต้องการระบบเมมเบรน PVC คุณภาพสูง โดยเฉพาะงานรายละเอียดและจุดเชื่อมต่อของระบบหลังคา Sarnafil G 410-15 L จะเหมาะกว่าวัสดุกันซึมทาทั่วไปหลายประเภท
ข้อควรระวังในการใช้ Sarnafil G 410-15 L
- ต้องติดตั้งโดยช่างที่มีประสบการณ์ระบบ Sarnafil
- ต้องตรวจพื้นผิวให้เรียบ ไม่มีคม และไม่มีวัสดุหลุดล่อน
- ต้องใช้ชั้นแยกหากพื้นผิวหรือวัสดุเดิมไม่เข้ากันกับ PVC
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบิทูเมน ทาร์ ไขมัน น้ำมัน และตัวทำละลาย
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับวัสดุฉนวนบางชนิด เช่น EPS, XPS, PUR, PIR และ PF
- ต้องเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนและตรวจสอบรอยเชื่อมทุกจุด
- ต้องเก็บรายละเอียดรอบท่อ drain รางน้ำ ขอบหลังคา และจุดทะลุหลังคาให้ดี
- ควรจัดเก็บม้วนผลิตภัณฑ์ในที่แห้ง อุณหภูมิ +5°C ถึง +30°C และวางแนวนอนตามคำแนะนำของ Sika
ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานเมมเบรนหลังคารั่วซึม
- พื้นผิวรองรับมีคมหรือเศษวัสดุ
- ไม่ใช้ชั้นแยกระหว่างวัสดุที่ไม่เข้ากัน
- เชื่อมรอยต่อด้วยอุณหภูมิหรือความเร็วไม่เหมาะสม
- ไม่ตรวจสอบรอยเชื่อมหลังติดตั้ง
- เก็บรายละเอียดรอบท่อ drain ไม่ดี
- รอยต่อกับผนังหรือ parapet ทำไม่ครบระบบ
- ใช้วัสดุทับหรือฉนวนที่ไม่เข้ากันกับ PVC
- ใช้ช่างที่ไม่ชำนาญระบบเมมเบรน
- ไม่วางแผนระบบระบายน้ำบนหลังคา
- ไม่มีการตรวจสอบหลังติดตั้งและบำรุงรักษาเป็นระยะ
งานเมมเบรนหลังคาที่ดีต้องเน้นทั้งวัสดุ ระบบติดตั้ง รายละเอียดรอยต่อ และการตรวจสอบคุณภาพ ไม่ใช่เพียงเลือกแผ่นกันซึมแล้วปูทับอย่างเดียว
Sarnafil G 410-15 L เหมาะกับใคร?
Sarnafil G 410-15 L เหมาะกับเจ้าของอาคาร วิศวกร สถาปนิก ผู้รับเหมา และทีมงานกันซึมที่ต้องการแผ่นเมมเบรน PVC คุณภาพสูงสำหรับงานหลังคา โดยเฉพาะงานรายละเอียดที่ต้องการความทนทานต่อ UV และสภาพอากาศ
เหมาะกับงาน เช่น
- หลังคาอาคารพาณิชย์
- หลังคาโรงงาน
- หลังคาอาคารสำนักงาน
- หลังคาที่มีสโลปต่ำ
- หลังคาแบบบัลลาสต์ในบางระบบ
- หลังคาจัดสวนและหลังคาเอนกประสงค์ในระบบที่เหมาะสม
- งานเก็บรายละเอียดหลังคา
- งานเชื่อมต่อระบบเมมเบรนหลัก
- งานกันซึมที่ต้องการแผ่น PVC เสริมใยแก้ว
สรุป: Sarnafil G 410-15 L เหมาะกับงานกันซึมหลังคา PVC ที่ต้องทน UV และเก็บรายละเอียดได้ดี
Sarnafil G 410-15 L เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคา PVC หลายชั้น หนา 1.5 มม. เสริมด้วยใยแก้ว มีสารป้องกันรังสี UV และผิวหน้าเคลือบแล็คเกอร์ สามารถเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนโดยไม่ต้องใช้เปลวไฟ เหมาะกับงานกันซึมหลังคาและงานรายละเอียดต่าง ๆ บนหลังคา
จุดเด่นคือทน UV ทนสภาพแวดล้อมทั่วไป ทนจุลินทรีย์ ทนรากไม้ ยอมให้ไอน้ำซึมผ่านได้ดี และมีเสถียรภาพจากการเสริมใยแก้ว จึงเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการระบบเมมเบรน PVC คุณภาพสูงและต้องการความทนทานในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม งานจะได้ผลดีต้องติดตั้งเป็นระบบ โดยต้องเตรียมพื้นผิวให้เรียบ ไม่มีคม ใช้ชั้นแยกเมื่อจำเป็น หลีกเลี่ยงวัสดุที่ไม่เข้ากันกับ PVC เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนให้สมบูรณ์ และตรวจสอบรอยเชื่อมทุกจุด หากทำครบตามระบบ Sarnafil G 410-15 L จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับงานกันซึมหลังคา ลดความเสี่ยงรั่วซึม และช่วยให้อาคารใช้งานได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!




