Sikadur 52 TH น้ำยาอีพ็อกซี่อัดฉีดรอยโพรงและรอยร้าวคอนกรีต
รอยโพรงและรอยร้าวในคอนกรีตเป็นปัญหาที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ โดยเฉพาะในโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักหรือสัมผัสความชื้น เช่น เสา คาน พื้น ฐานราก ดาดฟ้า ผนังใต้ดิน ถังเก็บน้ำ หรือโครงสร้างกักเก็บน้ำ เพราะช่องว่างเล็ก ๆ ภายในคอนกรีตอาจกลายเป็นทางให้น้ำซึมเข้าไป ทำให้เหล็กเสริมเป็นสนิม คอนกรีตเสื่อมสภาพ และเกิดการแตกร้าวลุกลามในระยะยาว
Sikadur 52 TH หรือ Sikadur®-52 TH เป็นน้ำยาอีพ็อกซี่อัดฉีดความหนืดต่ำ สำหรับเติมและซีลรอยโพรงกับรอยร้าวในคอนกรีต โดยผลิตภัณฑ์เป็นอีพ็อกซี่เรซิน 2 ส่วนประกอบ ไม่มีสารทำละลาย เมื่อนำ Part A และ Part B มาผสมกันแล้ว สามารถฉีดเข้าไปในโพรงหรือรอยแตกของคอนกรีต จากนั้นจะบ่มตัวเป็นวัสดุแข็งแรงสูง ช่วยเติมเต็มช่องว่างภายในและประสานคอนกรีตให้ยึดติดกันได้ดีขึ้น
จุดเด่นของ Sikadur 52 TH คือ ความหนืดต่ำ ทำให้ไหลแทรกเข้าไปในรอยแตกหรือโพรงขนาดเล็กได้ดี เหมาะกับงานซ่อมโครงสร้างคอนกรีตที่ต้องการมากกว่าการโป๊วปิดผิว เพราะการอัดฉีดจะช่วยเติมวัสดุเข้าไปด้านใน ไม่ใช่แค่ปิดรอยด้านนอก
Sikadur 52 TH คืออะไร?
Sikadur 52 TH คืออีพ็อกซี่อัดฉีดชนิดน้ำยา สำหรับงานซ่อมรอยแตก รอยโพรง และช่องว่างในคอนกรีต ใช้ในงานซ่อมแซมและป้องกันคอนกรีต โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการแรงยึดเกาะสูงและความแข็งแรงหลังบ่มตัว
Sika ระบุว่า Sikadur 52 TH เป็นของเหลวอัดฉีดแบบ 2 ส่วนประกอบ ความหนืดต่ำ ไม่มีสารทำละลาย และผลิตจากอีพ็อกซี่เรซินกำลังสูง หลังผสมแล้วใช้ฉีดเข้าไปใน cavities and cracks in concrete หรือโพรงและรอยแตกในคอนกรีต ซึ่งเมื่อแข็งตัวจะกลายเป็นวัสดุแข็งกำลังสูง
เหมาะกับงาน เช่น
- อัดฉีดรอยร้าวคอนกรีต
- อัดฉีดโพรงในคอนกรีต
- ซ่อมรอยแตกในเสา
- ซ่อมรอยแตกในคาน
- ซ่อมรอยแตกพื้นคอนกรีต
- ซ่อมฐานราก
- ซ่อมดาดฟ้าคอนกรีต
- ซ่อมผนังคอนกรีต
- ซ่อมโครงสร้างกักเก็บน้ำ
- งานซ่อมคอนกรีตที่ต้องการแรงยึดเกาะสูง

ทำไมรอยโพรงและรอยร้าวคอนกรีตต้องซ่อมด้วยการอัดฉีด Sikadur 52 TH ?
รอยร้าวบางประเภทไม่ได้เกิดเฉพาะบนผิวหน้า แต่แตกลึกเข้าไปในเนื้อคอนกรีต หากใช้ปูนฉาบหรือวัสดุอุดผิวปิดด้านนอกเพียงอย่างเดียว ภายในรอยแตกอาจยังเป็นช่องว่างอยู่ น้ำยังสามารถซึมผ่านได้ และคอนกรีตสองฝั่งของรอยร้าวยังไม่ได้ถูกประสานเข้าหากันอย่างแท้จริง
การใช้ Sikadur 52 TH แบบอัดฉีดจึงเหมาะกับงานที่ต้องการซ่อมจากภายใน เพราะน้ำยาอีพ็อกซี่สามารถไหลเข้าไปตามแนวรอยแตกหรือโพรง เมื่อแข็งตัวแล้วจะช่วยเติมเต็มช่องว่างและยึดคอนกรีตเข้าด้วยกัน
ปัญหาที่มักเกิดหากไม่ซ่อมรอยโพรงและรอยร้าว
- น้ำซึมผ่านแนวรอยแตก
- เหล็กเสริมเสี่ยงเป็นสนิม
- คอนกรีตแตกร้าวลุกลาม
- ผิวคอนกรีตกะเทาะหรือหลุดร่อน
- โครงสร้างสูญเสียความแข็งแรงบางส่วน
- เกิดคราบน้ำ ความชื้น และเชื้อรา
- ต้องซ่อมซ้ำเพราะปิดผิวแต่ไม่ได้แก้ด้านใน
หากเป็นรอยร้าวในองค์อาคารสำคัญ เช่น เสา คาน ฐานราก หรือพื้นโครงสร้าง ควรให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญประเมินสาเหตุก่อนซ่อม เพื่อดูว่ารอยร้าวหยุดเคลื่อนตัวแล้วหรือยัง และเหมาะกับการซ่อมด้วยอีพ็อกซี่อัดฉีดหรือไม่

จุดเด่นของ Sikadur 52 TH
- ความหนืดต่ำ แทรกซึมเข้ารอยร้าวได้ดี
จุดเด่นหลักของ Sikadur 52 TH คือเป็นน้ำยาอีพ็อกซี่ความหนืดต่ำ ทำให้สามารถไหลเข้าไปในรอยร้าวหรือโพรงขนาดเล็กได้ดี เหมาะกับงานซ่อมรอยแตกที่ไม่สามารถอุดได้เต็มด้วยวัสดุโป๊วหรือปูนซ่อมทั่วไป
ความหนืดต่ำช่วยให้วัสดุเข้าไปเติมเต็มช่องว่างภายในรอยร้าวได้ลึกขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับหัวอัดฉีดและแรงดันที่เหมาะสม
- ใช้เติมและซีลโพรงกับรอยแตกในคอนกรีต
Sika ระบุว่า Sikadur 52 TH ใช้สำหรับ fill and seal cavities and cracks ในชิ้นส่วนโครงสร้าง เช่น เสา คาน ฐานราก พื้น และโครงสร้างกักเก็บน้ำ
จึงเหมาะกับงานที่ต้องการทั้งการเติมช่องว่างและการปิดทางน้ำซึม เช่น
- รอยโพรงจากการเทคอนกรีตไม่แน่น
- รอยแตกร้าวในพื้นหรือผนังคอนกรีต
- ช่องว่างภายในแนวรอยแตก
- รอยร้าวที่มีน้ำซึมเล็กน้อย
- รอยร้าวในโครงสร้างกักเก็บน้ำ
- ยึดเกาะสูง ช่วยประสานเนื้อคอนกรีต
Sikadur 52 TH มีคุณสมบัติการยึดเกาะสูง เมื่อฉีดเข้าไปในรอยแตกแล้วแข็งตัว จะช่วยเชื่อมคอนกรีตสองฝั่งของรอยร้าวให้กลับมายึดติดกันได้ดีขึ้น เหมาะกับงานซ่อมรอยร้าวที่ต้องการฟื้นฟูความต่อเนื่องของโครงสร้าง
การซ่อมลักษณะนี้ต่างจากการอุดผิว เพราะวัสดุจะเข้าไปอยู่ภายในแนวรอยร้าว ไม่ใช่เพียงปิดรอยที่เห็นจากภายนอก
- แข็งตัวเป็นวัสดุกำลังสูง
หลังจากผสมและอัดฉีดเข้าไปในรอยแตกหรือโพรง Sikadur 52 TH จะบ่มตัวเป็นวัสดุแข็งกำลังสูง ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika
คุณสมบัตินี้เหมาะกับงานซ่อมคอนกรีตที่ต้องการความแข็งแรง ไม่ใช่งานที่ต้องการวัสดุอ่อนหรือยืดหยุ่น เช่น รอยต่ออาคารที่ยังมีการเคลื่อนตัว
- ไม่มีสารทำละลาย
Sikadur 52 TH เป็นระบบอีพ็อกซี่แบบไม่มีสารทำละลาย หรือ solvent-free ซึ่งช่วยลดปัญหาการหดตัวจากการระเหยของ solvent และช่วยให้วัสดุที่แข็งตัวมีเนื้อแน่น เหมาะกับงานอัดฉีดรอยร้าวที่ต้องการความต่อเนื่องของวัสดุภายในช่องว่าง
- ช่วยลดปัญหาน้ำซึมผ่านรอยร้าว
รอยร้าวในคอนกรีตมักเป็นทางเดินน้ำ โดยเฉพาะในดาดฟ้า ผนังใต้ดิน ถังเก็บน้ำ หรือโครงสร้างกักเก็บน้ำ การอัดฉีด Sikadur 52 TH เข้าไปในแนวรอยแตกช่วยเติมเต็มช่องว่างและลดโอกาสน้ำซึมผ่านรอยร้าวได้
อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีน้ำไหลแรงหรือมีแรงดันน้ำต่อเนื่อง ควรใช้ระบบหยุดน้ำที่เหมาะสมก่อน เช่น PU Injection แล้วจึงประเมินการอัดฉีดอีพ็อกซี่เพื่อประสานโครงสร้างในขั้นตอนถัดไป
Sikadur 52 TH เหมาะกับงานแบบไหน?
งานซ่อมรอยร้าวในเสาและคาน
เสาและคานเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้าง หากมีรอยร้าว ควรประเมินสาเหตุก่อนเสมอ หากรอยร้าวหยุดเคลื่อนตัวแล้วและเหมาะกับการซ่อมด้วยอีพ็อกซี่ Sikadur 52 TH สามารถใช้ฉีดเข้าไปเพื่อประสานรอยร้าวจากภายในได้
งานซ่อมรอยร้าวพื้นคอนกรีต
พื้นคอนกรีตที่แตกร้าวอาจเกิดจากการหดตัว การรับน้ำหนัก หรือการขยับตัวของพื้น หากเป็นรอยร้าวที่ต้องการประสานและลดช่องทางน้ำซึม การใช้อีพ็อกซี่อัดฉีดจะช่วยให้ซ่อมได้ลึกกว่าการปิดผิว
งานซ่อมฐานราก
ฐานรากหรือโครงสร้างใต้ดินมีความเสี่ยงจากความชื้นและน้ำใต้ดิน หากเกิดรอยแตก ควรตรวจสภาพโครงสร้างและแรงดันน้ำก่อนซ่อม Sikadur 52 TH เหมาะกับรอยแตกที่ต้องการอัดฉีดเพื่อเติมช่องว่างและประสานคอนกรีต
งานซ่อมดาดฟ้าและผนังคอนกรีต
ดาดฟ้าและผนังคอนกรีตที่มีรอยร้าวอาจทำให้น้ำซึมเข้าสู่โครงสร้าง การอัดฉีด Sikadur 52 TH สามารถช่วยซีลรอยร้าวจากภายใน แต่ควรทำระบบกันซึมผิวภายนอกเพิ่มเติมในพื้นที่ที่ต้องเจอฝนหรือแดดต่อเนื่อง
งานโครงสร้างกักเก็บน้ำ
Sika ระบุว่า Sikadur 52 TH ใช้กับ water-retaining structures หรือโครงสร้างกักเก็บน้ำได้ เช่น ถังน้ำ บ่อคอนกรีต หรือพื้นที่ที่ต้องควบคุมน้ำซึมผ่านรอยร้าว แต่ต้องตรวจแรงดันน้ำและสภาพรอยร้าวก่อนเสมอ
Sikadur 52 TH ไม่เหมาะกับงานแบบไหน?
แม้ Sikadur 52 TH จะเป็นวัสดุอีพ็อกซี่อัดฉีดคุณภาพสูง แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์ เพราะเมื่อแข็งตัวแล้ววัสดุจะเป็นเนื้อแข็ง ไม่ใช่วัสดุยืดหยุ่น
ไม่ควรใช้โดยไม่ประเมินในกรณีต่อไปนี้
- รอยร้าวที่ยังขยับตัวต่อเนื่อง
- รอยต่ออาคารหรือ expansion joint
- รอยแตกจากการทรุดตัวที่ยังไม่หยุด
- รอยร้าวที่มีน้ำไหลแรงหรือ active leak
- รอยแตกกว้างมากที่ต้องซ่อมด้วยระบบอื่นร่วมด้วย
- คอนกรีตเสียหายรุนแรงจนต้องเสริมกำลัง
- รอยแตกลายงาบนผิวปูนฉาบที่ไม่เกี่ยวกับโครงสร้าง
- งานที่ต้องการวัสดุยืดหยุ่นมากกว่าวัสดุแข็ง
ถ้าเป็นรอยร้าวที่ยังเคลื่อนตัวอยู่ การใช้อีพ็อกซี่แข็งอาจแตกซ้ำได้ ควรแก้สาเหตุของการเคลื่อนตัวก่อน แล้วจึงเลือกวิธีซ่อมให้เหมาะสม
ขั้นตอนการใช้งาน Sikadur 52 TH โดยสรุป
งานอัดฉีดอีพ็อกซี่ควรทำโดยช่างที่มีประสบการณ์ เพราะต้องควบคุมการติดตั้งหัวฉีด การปิดผิวรอยร้าว แรงดันอัดฉีด และเวลาใช้งานหลังผสม
- ตรวจสภาพรอยร้าวหรือโพรง
ก่อนเริ่มงานควรตรวจว่ารอยร้าวเกิดจากอะไร ลึกแค่ไหน ยังขยับตัวหรือไม่ มีน้ำซึมหรือไม่ และเป็นรอยร้าวเชิงโครงสร้างหรือไม่
- ทำความสะอาดพื้นผิวและแนวรอยร้าว
ต้องกำจัดฝุ่น เศษปูน คราบน้ำมัน และสิ่งสกปรกบนผิวบริเวณรอยร้าว เพื่อให้วัสดุซีลผิวและหัวฉีดยึดเกาะได้ดี
- ติดตั้งหัวอัดฉีด
ติดตั้งหัวอัดฉีดตามแนวรอยร้าว โดยกำหนดระยะตามความกว้าง ความลึก และทิศทางของรอยแตก หากเป็นรอยร้าวแนวตั้ง มักวางแผนฉีดจากล่างขึ้นบนเพื่อไล่อากาศและช่วยให้วัสดุเติมเต็มได้ดีขึ้น
- ซีลปิดผิวรอยร้าว
ก่อนอัดฉีด ต้องซีลผิวด้านนอกของรอยร้าว เพื่อป้องกันไม่ให้อีพ็อกซี่ไหลย้อนออกมาระหว่างการฉีด หากซีลไม่ดี วัสดุอาจรั่วออกและไม่เข้าไปเต็มภายในรอยแตก
- ผสม Part A และ Part B
ผสมส่วนประกอบทั้งสองให้เข้ากันตามอัตราส่วนที่ผู้ผลิตกำหนด ต้องคนให้สม่ำเสมอ ไม่เหลือส่วนที่ยังไม่ผสม เพราะอาจทำให้วัสดุบางจุดไม่แข็งตัวหรือกำลังลดลง
ข้อมูล Sika Thailand ระบุ pot life ของ Sikadur 52 TH ที่ชุด 2 กก. โดยประมาณคือ 60 นาทีที่ 20°C, 30 นาทีที่ 30°C และ 15 นาทีที่ 40°C ดังนั้นอุณหภูมิหน้างานมีผลต่อเวลาทำงานหลังผสมอย่างมาก
- อัดฉีดด้วยแรงดันที่เหมาะสม
อัดฉีดวัสดุเข้าไปในรอยร้าวหรือโพรงด้วยแรงดันที่เหมาะสม ไม่ควรใช้แรงดันมากเกินไปจนทำให้ผิวซีลแตกหรือทำให้รอยร้าวเสียหายเพิ่ม
- รอให้แข็งตัวและเก็บผิว
หลังอัดฉีดเสร็จ ต้องรอให้วัสดุแข็งตัว จากนั้นถอดหัวฉีด เก็บผิว และทำงานซ่อมหรือเคลือบระบบกันซึมต่อหากจำเป็น
Sikadur 52 TH ต่างจากการโป๊วหรือฉาบปิดรอยร้าวอย่างไร?
| หัวข้อ | Sikadur 52 TH อัดฉีด | โป๊วหรือฉาบปิดผิว |
| วิธีซ่อม | ฉีดเข้าไปในรอยร้าวหรือโพรง | ปิดเฉพาะผิวด้านนอก |
| จุดเด่น | เติมช่องว่างจากภายใน | ทำผิวให้เรียบเร็ว |
| งานเหมาะ | รอยร้าวลึก รอยโพรง งานโครงสร้าง | รอยผิวตื้น งานตกแต่ง |
| การประสานคอนกรีต | ช่วยยึดคอนกรีตสองฝั่ง | ไม่ได้ประสานด้านในจริง |
| การลดน้ำซึม | ช่วยลดน้ำซึมตามรอยแตก | น้ำอาจยังซึมด้านในได้ |
| ความซับซ้อน | ต้องใช้ช่างและอุปกรณ์อัดฉีด | ทำง่ายกว่า |
สรุปคือ หากเป็นรอยผิวตื้นทั่วไป การโป๊วหรือฉาบอาจเพียงพอ แต่ถ้าเป็นรอยร้าวหรือโพรงที่ต้องการซ่อมจากภายใน Sikadur 52 TH จะเหมาะกว่า
Sikadur 52 TH ต่างจาก PU Injection อย่างไร?
| หัวข้อ | Sikadur 52 TH / Epoxy Injection | PU Injection |
| จุดประสงค์หลัก | ประสานรอยร้าว เติมโพรง ฟื้นฟูความแข็งแรง | หยุดน้ำรั่วหรืออุดน้ำไหล |
| ลักษณะหลังแข็งตัว | แข็ง กำลังสูง | ยืดหยุ่นหรือขยายตัวตามชนิด |
| เหมาะกับ | รอยร้าวที่หยุดเคลื่อนตัวแล้ว | รอยรั่วที่มีน้ำไหลหรือ active leak |
| การกันน้ำ | ช่วยซีลรอยแตกและลดน้ำซึม | เด่นเรื่องหยุดน้ำไหล |
| งานโครงสร้าง | เหมาะเมื่อจำเป็นต้องประสานคอนกรีต | ไม่เน้นฟื้นฟูกำลังเท่าอีพ็อกซี่ |
| ข้อควรระวัง | ไม่เหมาะกับรอยต่อที่ยังขยับ | ต้องเลือกชนิด PU ให้เหมาะกับน้ำและโพรง |
หากมีน้ำไหลแรง ควรใช้ PU Injection เพื่อหยุดน้ำก่อน แล้วจึงพิจารณาอัดฉีดอีพ็อกซี่ในกรณีที่ต้องการประสานโครงสร้างเพิ่มเติม
ข้อควรระวังในการใช้ Sikadur 52 TH
- ต้องประเมินสาเหตุของรอยร้าวก่อนซ่อม
- ไม่ควรใช้กับรอยร้าวที่ยังเคลื่อนตัว
- ไม่ควรใช้กับ expansion joint หรือ movement joint
- หากมีน้ำไหลแรง ควรหยุดน้ำก่อน
- ต้องทำความสะอาดแนวรอยร้าวให้ดี
- ต้องซีลผิวรอยร้าวก่อนอัดฉีด
- ต้องผสม Part A และ Part B ให้ถูกต้อง
- ต้องใช้งานภายใน pot life ของวัสดุ
- ต้องใช้อุปกรณ์และแรงดันที่เหมาะสม
- งานโครงสร้างสำคัญควรให้วิศวกรประเมินก่อน
ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานอัดฉีดรอยร้าวไม่ได้ผล
- ไม่ตรวจสาเหตุของรอยร้าว
- ใช้อีพ็อกซี่กับรอยร้าวที่ยังขยับอยู่
- ไม่หยุดน้ำก่อนในกรณี active leak
- ทำความสะอาดแนวรอยร้าวไม่ดี
- ติดตั้งหัวฉีดห่างเกินไปหรือผิดตำแหน่ง
- ซีลผิวไม่แน่น ทำให้อีพ็อกซี่รั่วออก
- ผสมวัสดุไม่เข้ากัน
- ใช้วัสดุหลังหมดเวลาทำงาน
- อัดฉีดแรงดันไม่เหมาะสม
- ไม่รอให้วัสดุแข็งตัวก่อนเก็บงานต่อ
Sikadur 52 TH เหมาะกับใคร?
Sikadur 52 TH เหมาะกับผู้รับเหมา ช่างซ่อมโครงสร้าง วิศวกร ทีมซ่อมบำรุง และเจ้าของอาคารที่ต้องการวัสดุสำหรับอัดฉีดรอยโพรงและรอยร้าวคอนกรีตอย่างจริงจัง
เหมาะกับงานในพื้นที่ เช่น
- อาคารพักอาศัย
- อาคารสำนักงาน
- โรงงาน
- ลานจอดรถ
- ดาดฟ้า
- เสาและคาน
- ฐานราก
- พื้นคอนกรีต
- ถังเก็บน้ำ
- บ่อคอนกรีต
- โครงสร้างกักเก็บน้ำ
- งานซ่อมคอนกรีตในอาคารเก่า
สรุป: Sikadur 52 TH เหมาะกับงานอัดฉีดรอยโพรงและรอยร้าวคอนกรีตที่ต้องการความแข็งแรง
Sikadur 52 TH เป็นน้ำยาอีพ็อกซี่อัดฉีดความหนืดต่ำแบบ 2 ส่วนประกอบ ไม่มีสารทำละลาย ใช้สำหรับเติมและซีลรอยโพรงกับรอยร้าวในคอนกรีต เมื่อแข็งตัวแล้วจะกลายเป็นวัสดุแข็งแรงสูง เหมาะกับงานซ่อมเสา คาน ฐานราก พื้น ดาดฟ้า ผนังคอนกรีต และโครงสร้างกักเก็บน้ำ
จุดเด่นคือแทรกซึมเข้ารอยแตกได้ดี ยึดเกาะสูง ช่วยเติมช่องว่างภายในรอยร้าว ไม่หดตัวแบบวัสดุที่มีตัวทำละลาย และช่วยลดโอกาสน้ำซึมผ่านแนวรอยแตก เหมาะกับงานที่ต้องการซ่อมจากภายใน ไม่ใช่แค่ปิดผิวภายนอก
อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกใช้ให้ถูกประเภท หากเป็นรอยร้าวที่ยังเคลื่อนตัว มีน้ำไหลแรง หรือเป็นรอยต่อที่ต้องยืดหยุ่น ควรใช้ระบบอื่นหรือแก้สาเหตุก่อน หากตรวจสภาพรอยร้าวถูกต้อง เตรียมผิวดี ผสมวัสดุถูกต้อง และอัดฉีดโดยช่างที่มีประสบการณ์ Sikadur 52 TH จะช่วยให้งานซ่อมรอยโพรงและรอยร้าวคอนกรีตแข็งแรงขึ้น ลดน้ำซึม และยืดอายุโครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!




