Sikalastic 632 R น้ำยากันซึมหลังคา เหมาะกับหลังคาเรียบ หลังคาลาดเอียง และระเบียง

มิ.ย. 23, 2026 by admin Blog 0 comment

Sikalastic 632 R น้ำยากันซึมหลังคา เหมาะกับหลังคาเรียบ หลังคาลาดเอียง และระเบียง

หลังคาและระเบียงเป็นพื้นที่ที่ต้องเจอแดด ฝน ความร้อน น้ำขังบางช่วง และการขยายตัวของพื้นผิวอยู่ตลอดเวลา หากระบบกันซึมไม่ดีพอ อาจเกิดปัญหาน้ำซึมลงฝ้า ผนังเป็นคราบ สีลอก เชื้อรา หรือโครงสร้างคอนกรีตเสื่อมสภาพในระยะยาว

โดยเฉพาะ หลังคาเรียบ ดาดฟ้า หลังคาลาดเอียง และระเบียงภายนอก เป็นพื้นที่ที่มีรายละเอียดเยอะ เช่น ท่อระบายน้ำ รางน้ำ ขอบผนัง ช่องแสง ขาเหล็ก งานระบบ และมุมพื้นชนผนัง จุดเหล่านี้มักเป็นตำแหน่งที่รั่วซึมง่าย หากเลือกวัสดุกันซึมที่เก็บรายละเอียดได้ไม่ดี หรือมีรอยต่อจำนวนมาก ก็อาจเกิดปัญหารั่วซ้ำได้

Sikalastic 632 R หรือ Sikalastic®-632 R เป็นน้ำยากันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว แห้งตัวไว และบ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ เมื่อวัสดุแห้งตัวแล้วจะกลายเป็นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับงานกันซึมหลังคาแนวราบ หลังคาที่มีความชัน ระเบียงภายนอก และชานระเบียง

จุดเด่นของ Sikalastic 632 R คือใช้งานสะดวก ไม่ต้องผสมหลายส่วน ทาเคลือบได้ต่อเนื่อง เก็บรายละเอียดบนหลังคารูปทรงซับซ้อนได้ดี และช่วยสร้างชั้นกันซึมที่ยืดหยุ่น รองรับการเคลื่อนตัวจากความร้อนปกติของหลังคาได้

Sikalastic 632 R คืออะไร?

Sikalastic 632 R คือวัสดุกันซึมหลังคาชนิดน้ำยาโพลียูรีเทนแบบทาเคลือบ หรือ liquid applied membrane ใช้ทาลงบนพื้นผิวเพื่อสร้างชั้นฟิล์มกันซึมแบบต่อเนื่องและไร้รอยต่อ

Sika Thailand ระบุว่า Sikalastic 632 R เป็นโพลียูรีเทน 1 ส่วนประกอบ แห้งตัวไว ใช้งานแบบ cold-applied และบ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ มีคุณสมบัติ crack-bridging และเหมาะกับหลังคาเรียบ หลังคาลาดเอียง ระเบียงภายนอก และ terrace decks

เหมาะกับงาน เช่น

  • หลังคาเรียบ
  • ดาดฟ้าคอนกรีต
  • หลังคาลาดเอียง
  • ระเบียงภายนอก
  • ชานระเบียง
  • หลังคาโครงสร้างใหม่
  • งานปรับปรุงหลังคาเก่า
  • หลังคาที่มีท่อระบายน้ำและรางน้ำ
  • หลังคาที่มีช่องแสงหรือรายละเอียดซับซ้อน
  • งานกันซึมก่อนปูกระเบื้องบริเวณระเบียง
Sikalastic 632 R คืออะไร?
Sikalastic 632 R คืออะไร?

ทำไมหลังคาเรียบและหลังคาลาดเอียงต้องใช้กันซึมที่ยืดหยุ่น Sikalastic 632 R?

หลังคาเป็นพื้นที่ที่เปลี่ยนอุณหภูมิเร็วมาก ตอนกลางวันโดนแดดจัด พื้นผิวขยายตัว พอตอนกลางคืนอุณหภูมิลดลง พื้นผิวหดตัว การขยายและหดตัวซ้ำ ๆ ทำให้ชั้นกันซึมต้องมีความยืดหยุ่นเพียงพอ หากวัสดุแข็งเกินไปหรือยึดเกาะไม่ดี อาจเกิดรอยแตกร้าว ล่อน หรือรั่วซึมตามมา

หลังคาเรียบ มักมีความเสี่ยงน้ำขังและต้องเก็บรายละเอียดรอบท่อ drain ให้ดี ส่วน หลังคาลาดเอียง แม้ระบายน้ำได้เร็วกว่า แต่ยังมีความเสี่ยงบริเวณรอยต่อ แผ่นหลังคา รางน้ำ และจุดทะลุหลังคา

Sikalastic 632 R เหมาะกับงานเหล่านี้เพราะเป็นเมมเบรนชนิดทาเคลือบแบบไร้รอยต่อ และสามารถยืดขยายตัวได้ตามการเคลื่อนตัวจากความร้อนปกติของหลังคา

จุดเด่นของ Sikalastic 632 R

  1. เป็นกันซึมโพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบ

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุกันซึมประเภทโพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบ เหมาะกับงานหลังคาและระเบียงที่ต้องการชั้นกันซึมต่อเนื่อง เมื่อแห้งตัวแล้วจะได้ฟิล์มกันซึมที่ยึดเกาะกับพื้นผิวและช่วยป้องกันน้ำซึมผ่าน

จุดเด่นของระบบทาเคลือบคือสามารถเก็บรายละเอียดรอบท่อ มุม ขอบผนัง รางน้ำ และพื้นที่รูปทรงซับซ้อนได้ดีกว่าระบบแผ่นบางกรณี เพราะวัสดุสามารถทาต่อเนื่องเข้ากับรูปทรงของพื้นผิวได้

  1. ไร้รอยต่อ ลดจุดเสี่ยงน้ำรั่ว

ปัญหาของระบบกันซึมหลายประเภทมักเกิดจากรอยต่อ รอยซ้อนทับ หรือจุดที่เก็บงานไม่เรียบร้อย Sikalastic 632 R เมื่อทาเป็นระบบต่อเนื่องจะกลายเป็นชั้นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ ช่วยลดจุดเสี่ยงที่น้ำจะซึมผ่านตามแนวต่อ

เหมาะกับหลังคาที่มีรายละเอียดมาก เช่น

  • ท่อระบายน้ำ
  • รางน้ำ
  • ช่องรับแสง
  • ขอบ parapet
  • มุมพื้นชนผนัง
  • ท่อทะลุหลังคา
  • ฐานอุปกรณ์บนดาดฟ้า
  • หลังคารูปทรงซับซ้อน
  1. ส่วนประกอบเดียว ใช้งานสะดวก

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุชนิด 1 ส่วนประกอบ พร้อมใช้งาน ไม่ต้องผสม Part A และ Part B เหมือนวัสดุกันซึมบางประเภท ช่วยลดความผิดพลาดจากการผสมผิดอัตราส่วน และทำให้การทำงานหน้างานสะดวกขึ้น

เหมาะกับงานซ่อมหลังคา งานรีโนเวต และงานที่ต้องการวัสดุกันซึมคุณภาพดีแต่ใช้งานไม่ซับซ้อนเกินไป

  1. แห้งและบ่มตัวเร็ว

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่า Sikalastic 632 R เป็นวัสดุแห้งตัวไว โดยมีระยะเวลาการรอเคลือบทับโดยประมาณที่ +20°C ความชื้นสัมพัทธ์ 50% ประมาณ 6 ชั่วโมง และที่ +30°C ประมาณ 3 ชั่วโมง ทั้งนี้เวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิและความชื้นหน้างาน

จุดนี้เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการลดเวลารอระหว่างชั้น และลดความเสี่ยงจากฝนตกหลังติดตั้ง เมื่อเทียบกับวัสดุที่ต้องรอนานมากก่อนเคลือบทับ

  1. ทนฝนได้เกือบจะทันทีหลังติดตั้ง

Sika Thailand ระบุว่า Sikalastic 632 R ทนฝนได้เกือบจะทันทีหลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว และข้อมูลระยะเวลาแห้งตัวระบุว่าที่ +30°C ความชื้นสัมพัทธ์ 85% มีระยะเวลาต้านทานฝนประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนที่ +20°C ความชื้นสัมพัทธ์ 55% ประมาณ 2 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม หากฝนตกหนักและแรงมากขณะที่วัสดุยังเป็นของเหลว อาจกระทบพื้นผิวชั้นเคลือบได้ ดังนั้นควรวางแผนติดตั้งในช่วงสภาพอากาศเหมาะสมเสมอ

  1. ระบายไอน้ำได้ ช่วยให้พื้นผิวหายใจได้

Sikalastic 632 R มีคุณสมบัติให้ไอน้ำซึมผ่านได้ ช่วยให้พื้นผิวสามารถระบายความชื้นได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับงานหลังคาและพื้นผิวที่อาจมีความชื้นสะสมจากสภาพอากาศหรือโครงสร้างเดิม

แต่ถึงอย่างนั้น ก่อนทากันซึมยังต้องตรวจความชื้นและสภาพพื้นผิวให้เหมาะสม ไม่ควรทาทับพื้นที่เปียก มีน้ำขัง หรือมีความชื้นดันจากด้านล่างโดยไม่ประเมิน

  1. ใช้ระบบเสริมแรงได้ในพื้นที่ซับซ้อน

สำหรับหลังคาที่มีรายละเอียดมากหรือมีรูปทรงซับซ้อน Sikalastic 632 R สามารถใช้ร่วมกับระบบเสริมแรงได้ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ชั้นกันซึมในจุดเสี่ยง เช่น มุม ขอบ รอยต่อ หรือรอบท่อ

พื้นที่ที่ควรพิจารณาเสริมแรง เช่น

  • มุมพื้นชนผนัง
  • รอบท่อ drain
  • รอบท่อทะลุหลังคา
  • รอยต่อพื้นเดิม
  • รอยแตกเดิมที่ซ่อมแล้ว
  • ขอบ parapet
  • จุดที่มีการเคลื่อนตัวมากกว่าพื้นที่ทั่วไป

Sikalastic 632 R เหมาะกับงานแบบไหน?

หลังคาเรียบและดาดฟ้า

หลังคาเรียบและดาดฟ้าต้องเจอแดด ฝน และน้ำขังบางช่วง Sikalastic 632 R เหมาะกับการทาเป็นชั้นกันซึมบนพื้นผิวหลังคา เพื่อสร้างฟิล์มกันน้ำแบบไร้รอยต่อและช่วยลดปัญหาน้ำซึมลงโครงสร้าง

หลังคาลาดเอียง

หลังคาลาดเอียงอาจไม่เกิดน้ำขังมากเท่าหลังคาเรียบ แต่ยังมีความเสี่ยงจากรอยต่อ รางน้ำ จุดยึด และบริเวณที่น้ำไหลผ่านบ่อย Sikalastic 632 R สามารถใช้กับหลังคาที่มีความชันได้ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

ระเบียงภายนอก

ระเบียงเป็นพื้นที่ที่มักเจอฝนสาดและน้ำขังตามมุม หากไม่มีชั้นกันซึมที่ดี น้ำอาจซึมลงฝ้าเพดานชั้นล่างหรือผนังด้านในได้ Sikalastic 632 R เหมาะกับระเบียงภายนอกและชานระเบียง โดยสามารถใช้เป็นชั้นกันซึมก่อนปูกระเบื้องได้

งานปรับปรุงหลังคาเก่า

Sikalastic 632 R เหมาะกับงานปรับปรุงหลังคาเดิมที่มีปัญหารั่วซึม เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของหลังคาเดิม โดยต้องตรวจพื้นผิวเดิมก่อนว่าแข็งแรง ยึดเกาะดี และเหมาะกับระบบรองพื้นหรือไม่

หลังคารูปทรงซับซ้อน

หลังคาที่มีท่อ ช่องแสง รางน้ำ ขอบผนัง และอุปกรณ์จำนวนมากเหมาะกับระบบทาเคลือบ เพราะสามารถเก็บรายละเอียดตามรูปทรงได้ง่ายกว่าระบบแผ่นในหลายกรณี

Sikalastic 632 R เหมาะกับงานแบบไหน?
Sikalastic 632 R เหมาะกับงานแบบไหน?

ใช้ได้กับพื้นผิวอะไรบ้าง?

Sika Thailand ระบุว่า Sikalastic 632 R ใช้ได้กับพื้นผิวหลายประเภท เช่น

  • ซีเมนต์
  • อิฐก่อ
  • หิน
  • บิทูเมนแบบทาเคลือบ
  • แผ่นบิทูเมน
  • โลหะ
  • ซีเมนต์ใยหิน
  • กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงา
  • ไม้

อย่างไรก็ตาม พื้นผิวแต่ละชนิดอาจต้องใช้ primer ที่ต่างกัน เช่น พื้นซีเมนต์ อิฐก่อ หิน และกระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงา ใช้ Sikalastic U Primer ส่วนพื้นผิวโลหะและบิทูเมนบางประเภทใช้ Sikalastic Metal Primer ตามข้อมูลจาก Sika Thailand

ก่อนทา Sikalastic 632 R ต้องเตรียมพื้นอย่างไร?

การเตรียมพื้นเป็นขั้นตอนสำคัญของงานกันซึม เพราะวัสดุจะยึดเกาะได้ดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับพื้นผิวเดิมเป็นหลัก

  1. ตรวจพื้นผิวเดิม

พื้นผิวต้องแข็งแรง ไม่ร่วน ไม่หลุดล่อน และไม่มีชั้นกันซึมเดิมที่พองหรือเสื่อมสภาพ หากทาทับผิวเดิมที่ไม่แข็งแรง งานใหม่ก็อาจล่อนตามไปด้วย

  1. ทำความสะอาดฝุ่นและคราบสกปรก

ต้องกำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน ตะไคร่ สีเก่า ปูนร่วน และวัสดุที่หลุดล่อนออกให้หมด เพื่อให้ชั้น Sikalastic 632 R ยึดเกาะกับพื้นผิวได้ดี

  1. ซ่อมรอยแตกและหลุมบ่อ

รอยแตก หลุม รูพรุน และพื้นผิวไม่เรียบควรซ่อมก่อนลงกันซึม หากเป็นรอยแตกที่ยังเคลื่อนตัว ควรประเมินและซ่อมด้วยระบบที่เหมาะสมก่อน

  1. แก้ slope และจุดน้ำขัง

แม้วัสดุกันซึมจะช่วยป้องกันน้ำซึม แต่หลังคาที่ดีควรระบายน้ำได้ ไม่ควรมีน้ำขังลึกหรือขังนานเกินไป ควรแก้ slope และตรวจท่อ drain ก่อนทำกันซึม

  1. ลง primer ตามพื้นผิว

พื้นผิวบางประเภทต้องใช้ primer เพื่อเพิ่มการยึดเกาะและลดปัญหาชั้นเคลือบล่อน ควรเลือก primer ตามชนิดพื้นผิวและคำแนะนำของผู้ผลิต

วิธีใช้งาน Sikalastic 632 R โดยสรุป

การติดตั้งจริงควรอ้างอิงเอกสารผลิตภัณฑ์และ method statement ของ Sika แต่โดยทั่วไปมีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. ตรวจสภาพหลังคา ระเบียง หรือดาดฟ้า
  2. ขัด ทำความสะอาด และกำจัดวัสดุหลุดล่อน
  3. ซ่อมรอยแตก หลุม และจุดน้ำขัง
  4. เก็บรายละเอียดรอบท่อ drain มุม และขอบ parapet
  5. ลง primer ให้เหมาะกับพื้นผิว
  6. ทา Sikalastic 632 R ชั้นแรกให้สม่ำเสมอ
  7. เสริมแรงบริเวณจุดเสี่ยง หากระบบกำหนด
  8. รอให้แห้งตามระยะเวลาที่เหมาะสม
  9. ทาชั้นถัดไปเพื่อให้ได้ความหนาตามระบบ
  10. ตรวจสอบความต่อเนื่องของชั้นกันซึมก่อนใช้งาน

หากเคลือบทับหลังจากติดตั้งไปเกิน 2 วัน Sika Thailand ระบุว่าควรทำความสะอาดพื้นผิวและทา Sika® Reactivation Primer ก่อนเคลือบใหม่

ข้อควรระวังในการใช้ Sikalastic 632 R

  • ควรติดตั้งโดยช่างที่มีประสบการณ์ด้านงานกันซึม
  • ต้องเตรียมพื้นผิวให้สะอาด แข็งแรง และแห้งเหมาะสม
  • ไม่ควรทาทับพื้นผิวที่หลุดล่อนหรือมีคราบน้ำมัน
  • ควรแก้ไขจุดน้ำขังและระบบระบายน้ำก่อนติดตั้ง
  • ต้องเลือก primer ให้เหมาะกับพื้นผิว
  • หลังคาที่มีรายละเอียดซับซ้อนควรใช้ระบบเสริมแรงตามจุดเสี่ยง
  • ควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งขณะฝนใกล้ตกหรือพื้นผิวเปียก
  • หากทิ้งช่วงเคลือบทับเกินเวลาที่กำหนด ควรใช้ Reactivation Primer ตามคำแนะนำ
  • พื้นที่ระเบียงก่อนปูกระเบื้องควรทดสอบน้ำก่อนปิดผิว
  • ควรตรวจสอบความหนาและจำนวนชั้นให้ตรงกับระบบที่ออกแบบ

Sikalastic 632 R ต่างจากกันซึมอะคริลิกทั่วไปอย่างไร?

หัวข้อSikalastic 632 Rกันซึมอะคริลิกทั่วไป
ประเภทวัสดุโพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบอะคริลิกโพลีเมอร์
รูปแบบระบบฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อฟิล์มกันซึมทาเคลือบ
การแห้งตัวแห้งตัวไว บ่มด้วยความชื้นในอากาศขึ้นกับน้ำระเหยและสภาพอากาศ
พื้นที่เหมาะหลังคาเรียบ หลังคาลาดเอียง ระเบียงงานหลังคาหรือผนังทั่วไป ขึ้นกับรุ่น
งานรายละเอียดซับซ้อนเหมาะ สามารถใช้ระบบเสริมแรงขึ้นกับระบบ
การทนฝนหลังติดตั้งทนฝนได้ค่อนข้างเร็วตามข้อมูลผลิตภัณฑ์มักต้องรอนานกว่าในหลายระบบ
การใช้งานเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการระบบทนทานเหมาะกับงานทั่วไปตามเกรดสินค้า

หากเป็นงานหลังคาที่ต้องการกันซึมคุณภาพสูง แห้งตัวไว ไร้รอยต่อ และเก็บรายละเอียดได้ดี Sikalastic 632 R เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากกว่ากันซึมทาทั่วไปหลายประเภท

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานกันซึมหลังคารั่วซ้ำ

  • ไม่ทำความสะอาดพื้นผิวก่อนทา
  • ทาทับกันซึมเดิมที่ล่อนหรือพอง
  • ไม่ซ่อมรอยแตกก่อนลงระบบ
  • ไม่เก็บรายละเอียดรอบท่อ drain
  • ไม่เสริมแรงบริเวณมุมและรอยต่อ
  • ทาบางเกินไปหรือจำนวนชั้นไม่พอ
  • ไม่ใช้ primer ตามพื้นผิว
  • ทาในช่วงฝนใกล้ตกหรือพื้นผิวเปียก
  • ปล่อยให้น้ำขังโดยไม่แก้ slope
  • ไม่ทดสอบน้ำก่อนปิดผิวหรือส่งมอบงาน

งานกันซึมหลังคาที่ดีต้องทำเป็นระบบ ไม่ใช่แค่ทาน้ำยาทับบนพื้นผิวเดิมแล้วจบ การเตรียมพื้นและเก็บรายละเอียดคือสิ่งที่กำหนดว่างานจะทนหรือรั่วซ้ำ

Sikalastic 632 R เหมาะกับใคร?

Sikalastic 632 R เหมาะกับเจ้าของบ้าน เจ้าของอาคาร ผู้รับเหมา ช่างกันซึม และทีมซ่อมบำรุงที่ต้องการน้ำยากันซึมหลังคาชนิดโพลียูรีเทนสำหรับงานหลังคาและระเบียง

เหมาะกับงาน เช่น

  • ซ่อมหลังคารั่ว
  • กันซึมดาดฟ้า
  • กันซึมหลังคาเรียบ
  • กันซึมหลังคาลาดเอียง
  • กันซึมระเบียง
  • กันซึมชานระเบียง
  • งานปรับปรุงหลังคาเก่า
  • หลังคาที่มีรายละเอียดซับซ้อน
  • งานกันซึมก่อนปูกระเบื้องบริเวณระเบียง

สรุป: Sikalastic 632 R เหมาะกับหลังคาเรียบ หลังคาลาดเอียง และระเบียงที่ต้องการกันซึมไร้รอยต่อ

Sikalastic 632 R เป็นน้ำยากันซึมหลังคาโพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบ ส่วนประกอบเดียว แห้งตัวไว และบ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ เมื่อแห้งแล้วจะเกิดเป็นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคาแนวราบ หลังคาที่มีความชัน ระเบียงภายนอก และชานระเบียง

จุดเด่นคือใช้งานสะดวก ไม่ต้องผสมเพิ่ม ทาเคลือบได้ต่อเนื่อง เก็บรายละเอียดหลังคาซับซ้อนได้ดี สามารถใช้ระบบเสริมแรงในจุดเสี่ยง ทนฝนได้ค่อนข้างเร็วหลังติดตั้ง และช่วยให้พื้นผิวระบายไอน้ำได้

อย่างไรก็ตาม งานจะทนหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นผิวเป็นหลัก ต้องทำความสะอาด ซ่อมรอยแตก แก้จุดน้ำขัง เลือก primer ให้เหมาะกับพื้นผิว ควบคุมจำนวนชั้นและความหนาให้ถูกต้อง หากติดตั้งครบตามระบบ Sikalastic 632 R จะช่วยลดปัญหาน้ำรั่วซึม ยืดอายุหลังคา และเพิ่มความมั่นใจให้กับงานหลังคาและระเบียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!