กันซึมดาดฟ้าแบบไม่ต้องทาหลายชั้นใช้ Silcor 575

พ.ย. 03, 2026 by admin Blog 0 comment

กันซึมดาดฟ้าแบบไม่ต้องทาหลายชั้นใช้ Silcor 575 ได้ไหม?

งานกันซึมดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่ หากต้องทาวัสดุหลายชั้นจะเพิ่มทั้งเวลาทำงาน ช่วงรอระหว่างชั้น และจำนวนรอยต่อจากการหยุดงานแต่ละครั้ง SILCOR® 575 มีจุดเด่นตรงที่ GCP ระบุว่าสามารถติดตั้งได้ทั้งแบบ 1 หรือ 2 Coats และแนะนำว่าตัว Membrane เหมาะกับการติดตั้ง ครั้งเดียวด้วย Squeegee โดยเงื่อนไขสำคัญไม่ใช่จำนวนรอบที่ทา แต่ต้องได้ความหนารวมอย่างน้อย WFT 1.75 มม. เพื่อให้ได้ DFT ขั้นต่ำ 1.5 มม.

ดังนั้นคำว่า “ไม่ต้องทาหลายชั้น” สำหรับ Silcor 575 ไม่ได้หมายถึงทาบาง ๆ รอบเดียวแล้วจบ แต่หมายถึงสามารถสร้าง Waterproofing Membrane ความหนาที่ต้องการได้ในการ Application เดียว หากเครื่องมือ วิธีทา และปริมาณวัสดุสามารถควบคุมความหนาได้ทั่วทั้งพื้นที่ ระบบยังสามารถเลือกทำ 2 Coats ได้ในกรณีที่หน้างานหรือวิธีติดตั้งเหมาะกับการแบ่งชั้นมากกว่า

One Coat ช่วยลดขั้นตอน แต่ความหนาต้องครบ

PDS ปัจจุบันระบุให้ Silcor 575 ทำความหนารวมขั้นต่ำดังนี้

รายการค่าขั้นต่ำ
Wet Film Thickness (WFT)1.75 มม.
Dry Film Thickness (DFT)1.50 มม.
จำนวนชั้น1 หรือ 2 Coats
วิธีที่แนะนำSqueegee
ตรวจระหว่างทำWet Film Thickness Gauge

GCP ระบุว่าควรตรวจ WFT ระหว่าง Application ด้วย Wet Film Thickness Gauge โดยตรง เพราะการมองด้วยสายตาไม่สามารถบอกได้ว่าพื้นที่ทุกจุดได้ 1.75 มม. จริงหรือไม่ โดยเฉพาะ Concrete ที่มี Surface Profile ไม่สม่ำเสมอ ขอบมุม หรือพื้นที่ที่ Squeegee ดึงวัสดุบางกว่าบริเวณอื่น

นี่คือข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง “ทาชั้นเดียว” กับ “ทาบางรอบเดียว” หากทาครั้งเดียวแต่ได้ WFT เพียง 0.7–1.0 มม. ก็ยังไม่เท่ากับระบบที่ผู้ผลิตกำหนด การลดจำนวนชั้นจึงต้องมาพร้อมการควบคุม Material Consumption และ Film Thickness ไม่ใช่ลดปริมาณวัสดุ

Silcor 575 ยังสามารถติดตั้งด้วย Brush, Roller หรือ Airless Spray ได้ แต่หากแบ่งทำหลาย Coat ต้องปล่อยให้ชั้นก่อนหน้าแห้งเต็มที่ก่อนทำชั้นถัดไป ตามคำแนะนำของผู้ผลิต

ทำชั้นเดียวไม่ได้หมายความว่าข้าม Primer และงานซ่อมพื้นได้
ทำชั้นเดียวไม่ได้หมายความว่าข้าม Primer และงานซ่อมพื้นได้

ทำชั้นเดียวไม่ได้หมายความว่าข้าม Primer และงานซ่อมพื้นได้

แม้ Membrane หลักจะสามารถทำแบบ One Coat ได้ แต่ระบบก่อนถึงขั้นตอนทา Silcor 575 ยังต้องทำให้ครบ โดยเฉพาะดาดฟ้าเก่าที่มี Crack, Concrete Defect หรือผิว Porous

สำหรับพื้น Porous หรือมีฝุ่น GCP ระบุให้ใช้ Silcor Primer BS ประมาณ 0.15–0.30 กก./ตร.ม. เพื่อ Seal Surface และช่วยลด Pin Hole ส่วน Damp Concrete สามารถใช้ Silcor Primer BW N105-DT ตามข้อกำหนด โดยแนะนำ Moisture Content ต่ำกว่า 5% ตาม ASTM F2659

ถ้าพื้นมี Crack, Joint, Gap, Internal Corner หรือ Outlet ต้องเก็บรายละเอียดก่อน Membrane หลัก โดย Silcor LM PU Sealant ถูกออกแบบสำหรับ Gap/Crack Filling, Angle Fillet และ Sealing Outlets ก่อน Primer และ Waterproofing Membrane อีกทั้งเป็น PU Sealant แบบส่วนประกอบเดียวและมีความยืดหยุ่นสูง

ลำดับงานจึงควรเป็น

Concrete ที่แข็งแรง → ซ่อม Crack/Joint → เก็บมุมและ Outlet → Primer → Silcor 575 ที่ความหนาครบ

ไม่ควรตีความว่า One Coat คือ

พื้นเดิม → Silcor 575 รอบเดียว → จบ

เพราะหากพื้นด้านล่างหลุดร่อน มี Laitance หรือ Crack ยัง Movement ต่อให้ Membrane พื้นที่กลางได้ความหนาครบ จุด Detail เหล่านั้นก็ยังเป็นช่องทางน้ำได้

เหมาะกับดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่และงานที่ต้องการลดรอบการทำงาน

ข้อดีของการทำ Membrane ความหนาสูงใน Application เดียวคือช่วยลดขั้นตอนการทำงานบนพื้นที่กว้าง โดยเฉพาะ Roof Deck ที่การกลับมาทาชั้นที่สองหมายถึงต้องรอ Cure จัดทีมงานใหม่ และควบคุมพื้นที่อีกครั้ง

Silcor 575 เป็น Liquid Applied Membrane จึงสร้างชั้นกันซึมต่อเนื่องตามรูปทรงของพื้น และการลดจำนวน Application ยังช่วยลด Working Joint ที่เกิดจากการหยุดและเริ่มงานหลายรอบ อย่างไรก็ตาม หากดาดฟ้าใหญ่มากจนไม่สามารถจบพื้นที่ได้ต่อเนื่อง ควรแบ่ง Work Zone และทำรอยต่อการทำงานตาม Method Statement ไม่ควรหยุด Membrane แบบสุ่มกลางพื้นที่

อีกจุดที่เหมาะกับดาดฟ้าคือ Silcor 575 ถูกระบุว่า Resists Ponded Water ดังนั้นสามารถรับน้ำขังชั่วคราวจากฝนได้ แต่ยังต้องตรวจ Slope และ Drainage หากมีแอ่งน้ำลึกหรือ Drain สูงกว่าพื้น เพราะ Membrane ไม่ได้ทำหน้าที่แก้ระดับหรือระบายน้ำแทนระบบพื้น

One Coat ยังต้องตรวจ Pin Hole และ Outgassing

การทำความหนาครบในรอบเดียวไม่ได้แปลว่าหน้างานจะไม่มี Defect โดยเฉพาะ Concrete ที่ Porous มาก เมื่ออุณหภูมิพื้นกำลังสูงขึ้น อากาศภายในรูพรุนสามารถขยายตัวและดันขึ้นผ่าน Primer หรือ Membrane จนเกิด Pin Hole ได้

GCP ระบุว่าการลง Primer บน Highly Porous Substrate ขณะที่ Concrete Temperature กำลังเพิ่มขึ้นมีความเสี่ยงต่อ Outgassing และแนะนำให้ทำช่วงที่อุณหภูมิ Concrete คงที่หรือลดลง เช่น ช่วงบ่ายหรือเย็น เพื่อช่วยลดปัญหานี้

ดังนั้นงาน One Coat ที่ดีต้องตรวจอย่างน้อย 3 เรื่องพร้อมกัน คือ ความหนา, Pin Hole และความต่อเนื่องของ Detail เพราะถ้าความหนาครบแต่มีรูเข็มหรือช่องที่ขอบ Drain ระบบก็ยังมีโอกาสรั่วได้

หลังทำ Silcor 575 แล้วต้องทำอะไรต่อ

หลัง Membrane Cure แล้ว ขั้นตอนต่อไปขึ้นอยู่กับการใช้งานของดาดฟ้า หากเป็นพื้นที่ที่ต้องทำ Tiling หรือ Topping PDS ระบุว่า Silcor 575 พร้อมสำหรับ Flood Test, Tiling หรือ Topping ประมาณ 48 ชั่วโมง ภายใต้เงื่อนไขผลิตภัณฑ์

หากเป็นดาดฟ้า Exposed ที่ต้องการ Finish เพิ่ม สามารถใช้ Silcor Top Coat 80 โดย PDS ของ Silcor 575 ระบุอัตรารวมของ Top Coat ประมาณ 0.3 กก./ตร.ม. เพื่อให้ได้ DFT ประมาณ 0.15 มม. และสามารถทำหนึ่งหรือสอง Coat ตามวิธีการติดตั้ง

ตรงนี้ต้องแยกให้ชัดว่า การที่ Silcor 575 Membrane สามารถทำ One Coat ได้ ไม่ได้หมายความว่าทั้งระบบดาดฟ้าจะมีวัสดุเพียงหนึ่งชั้นเสมอไป เพราะ Primer, Sealant Detail และ Top Coat ยังมีหน้าที่คนละส่วน

Silcor 575 = ชั้น Waterproofing หลัก

Primer = ช่วยเรื่อง Substrate และการยึดเกาะ

Silcor LM PU Sealant = เก็บ Crack/Joint/มุม

Top Coat = ชั้น Finish/Protection เมื่อต้องการตามการใช้งาน

สรุป: Silcor 575 ลดการทาหลายชั้นได้ แต่ต้องทำ WFT 1.75 มม. ให้ครบจริง

หากต้องการทำ กันซึมดาดฟ้าโดยลดจำนวนรอบการทา Silcor 575 มีข้อได้เปรียบชัดเจน เพราะ PDS ปัจจุบันของ GCP ระบุว่า Membrane สามารถทำได้ 1 หรือ 2 Coats และแนะนำการติดตั้งครั้งเดียวด้วย Squeegee โดยต้องทำ WFT รวมขั้นต่ำ 1.75 มม. เพื่อให้ได้ DFT ขั้นต่ำ 1.5 มม. พร้อมตรวจความหนาด้วย Wet Film Thickness Gauge ระหว่างทำงาน

ดังนั้นจุดขายที่ถูกต้องไม่ใช่ “ทารอบเดียวบาง ๆ ก็กันน้ำได้” แต่คือ สามารถสร้างเมมเบรนความหนาสูงให้ครบตามสเปกใน Application เดียวได้ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและเวลารอระหว่าง Coat ในงานดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่

ก่อนถึงขั้นตอน Membrane ยังต้องเตรียม Concrete ให้แข็งแรง ซ่อม Crack/Joint และเลือก Primer ตามสภาพพื้น โดยเฉพาะพื้น Porous ต้องควบคุม Outgassing และ Pin Hole ส่วน Crack, Gap, Angle Fillet และ Outlet สามารถเก็บ Detail ด้วย Silcor LM PU Sealant ตามระบบก่อนลง Membrane

สำหรับงานจริงจึงควรวางระบบเป็น เตรียมพื้น → Repair Detail → Primer → Silcor 575 One Coat ที่ได้ WFT 1.75 มม. → ตรวจความต่อเนื่อง → Cure → Finish ตามการใช้งาน วิธีนี้จึงเป็นการลดจำนวนชั้นโดยไม่ลดคุณภาพหรือความหนาของ Waterproofing System

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!