Silcor 575 แก้ดาดฟ้ารั่วตรงพื้นต่อผนังแบบไร้รอยต่อเหมาะกับพื้นที่รายละเอียดเยอะ

ต.ค. 12, 2026 by admin Blog 0 comment

ดาดฟ้ามีมุมและรอยต่อเยอะ ใช้ Silcor 575 ทำกันซึมแบบไร้รอยต่อได้อย่างไร?

ปัญหาดาดฟ้ารั่วไม่ได้เกิดเฉพาะพื้นที่กลางพื้นคอนกรีตเท่านั้น จุดที่มักสร้างปัญหามากกว่ากลับเป็นบริเวณ พื้นต่อผนัง มุมดาดฟ้า รอบท่อ Floor Drain ฐานเครื่องจักร ขอบ Parapet และจุดเปลี่ยนระดับ เพราะแต่ละตำแหน่งมีรูปทรงและการเคลื่อนตัวแตกต่างจากพื้นราบทั่วไป

ยิ่งดาดฟ้ามีรายละเอียดเยอะ การใช้ระบบกันซึมที่ต้องตัดและต่อแผ่นหลายตำแหน่งก็ยิ่งต้องควบคุมงานบริเวณรอยต่อให้ดี เพราะทุกจุดต่ออาจกลายเป็นตำแหน่งเสี่ยงหากทำ Detail ไม่สมบูรณ์

SILCOR® 575 เป็นเมมเบรนกันซึม Polyurethane แบบส่วนประกอบเดียวชนิด Liquid-Applied จาก GCP Applied Technologies เมื่อทาลงบนพื้นที่เตรียมอย่างถูกต้องจะสร้างเมมเบรนแบบต่อเนื่องหรือ One-Piece Membrane Barrier และยึดติดกับพื้นรองรับ ผลิตภัณฑ์ถูกระบุสำหรับ Roof-deck, Balcony, Plant Room, Podium และพื้นที่เปิดใช้งานอื่น จึงเหมาะกับงานดาดฟ้าที่มีรูปทรงและรายละเอียดหลายจุดซึ่งต้องการเมมเบรนต่อเนื่องตามพื้นผิวจริง

ทำไมพื้นต่อผนังถึงเป็นจุดที่ดาดฟ้ารั่วบ่อย?

บริเวณพื้นคอนกรีตชนผนังเป็นตำแหน่งที่พื้นแนวนอนเปลี่ยนเป็นแนวตั้งทันที หากทากันซึมผ่านมุมฉากโดยไม่เตรียม Detail แรงที่เกิดจากการหดตัวหรือการขยายตัวของวัสดุอาจกระจุกอยู่บริเวณมุม

นอกจากนี้ จุดพื้นต่อผนังมักมีปัญหาอื่นร่วมด้วย เช่น

  • รอยแตกร้าวตามแนวมุม
  • ปูนเดิมแตกร่วน
  • รอยต่อระหว่างการเทคอนกรีต
  • น้ำขังตามขอบ
  • เมมเบรนเดิมหลุดจากผนัง
  • แนว Turn-Up สูงไม่เพียงพอ
  • มีท่อหรือฐานอุปกรณ์อยู่ใกล้กัน

ดังนั้นการซ่อมเฉพาะพื้นที่กลางดาดฟ้า แต่ปล่อยขอบพื้นและมุมไว้เหมือนเดิม อาจทำให้ฝนตกแล้วน้ำยังเข้าจาก Detail เหล่านี้ได้

ทำไมพื้นต่อผนังถึงเป็นจุดที่ดาดฟ้ารั่วบ่อย?
ทำไมพื้นต่อผนังถึงเป็นจุดที่ดาดฟ้ารั่วบ่อย?

Silcor 575 เป็นระบบกันซึมแบบไร้รอยต่ออย่างไร?

Silcor 575 มาในรูปแบบ Liquid-Applied Membrane วัสดุจึงสามารถถูกทาหรือกระจายไปตามรูปทรงของพื้นแทนการนำแผ่นสำเร็จรูปมาตัดต่อกัน

เมื่อระบบ Cure แล้ว GCP ระบุว่าจะเกิด Elastomeric Membrane แบบ Fully Laminated กับพื้นและสร้างแนวกั้นน้ำเป็นชิ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งด้วย Squeegee, Brush, Roller หรือ Airless Spray ตามความเหมาะสมของพื้นที่

ลักษณะนี้ช่วยให้ทำงานตามพื้นที่ซับซ้อนได้ เช่น

  • พื้นต่อผนัง
  • รอบเสา
  • รอบ Pipe Penetration
  • Floor Drain
  • ฐานคอนกรีต
  • รอบแท่นเครื่องจักร
  • ขอบ Parapet
  • จุดเปลี่ยนระดับ

แต่คำว่า “ไร้รอยต่อ” ไม่ได้หมายความว่าสามารถทาข้าม Crack หรือ Joint ทุกชนิดโดยไม่ทำ Detail ก่อน พื้นที่เสี่ยงยังต้องได้รับการซ่อมและเตรียมตามระบบของ GCP

พื้นต่อผนังต้องทำ Angle Fillet ก่อนหรือไม่?

GCP ระบุชัดเจนในขั้นตอนเตรียมพื้นของ Silcor 575 ว่าให้ใช้ Silcor LM PU Sealant อุด Joint, Crack และ Gap รวมถึงทำ Angle Fillet บริเวณ Internal Corner และ Penetration ก่อนเริ่มติดตั้งเมมเบรนพื้นที่หลัก

Angle Fillet ช่วยเปลี่ยนมุมฉากคม ๆ ระหว่างพื้นกับผนังให้เป็นแนวที่เมมเบรนสามารถวิ่งต่อเนื่องได้ง่ายขึ้น

ลำดับจึงไม่ควรเป็น

พื้นคอนกรีต → ทา Silcor 575 เข้ามุมทันที

แต่ควรเป็นประมาณ

ตรวจมุม → ซ่อมพื้น → อุด Gap/Crack → ทำ Angle Fillet → Primer → Silcor 575

การทำ Detail ก่อนเป็นหัวใจสำคัญของงานดาดฟ้าที่มีมุมจำนวนมาก

Silcor LM PU Sealant ทำหน้าที่อะไร?

Silcor LM PU Sealant เป็น Polyurethane Sealant แบบส่วนประกอบเดียวที่ GCP ระบุสำหรับใช้เป็น

  • Gap Filler
  • Crack Filling
  • Angle Fillet
  • Bedding Hob
  • Sealing Outlet

ก่อนทำ Primer และ Waterproof Membrane System

ตัววัสดุเป็น Low Modulus Polyurethane ที่ยังคงความยืดหยุ่นหลังแข็งตัว จึงเหมาะกับพื้นที่ Detail มากกว่าการใช้ปูนแข็งโปะบริเวณที่ต้องรองรับการเคลื่อนตัวบางระดับ

GCP ยังระบุว่า Silcor LM PU Sealant ใช้งานร่วมกับ Silcor Membrane ได้ในฐานะ Angle Fillet, Bond Breaker หรือ Gap Filler ตามรายละเอียดระบบ

ถ้าดาดฟ้ามีท่อเยอะ Silcor 575 เหมาะไหม?

เป็นหนึ่งในลักษณะงานที่ Liquid Membrane มีข้อได้เปรียบ เพราะสามารถทำตามรูปทรงของ Penetration ได้ง่ายกว่าพื้นราบธรรมดา

ตัวอย่างตำแหน่งที่ควรตรวจ ได้แก่

  • ท่อระบายน้ำ
  • ท่อประปา
  • ท่อระบบปรับอากาศ
  • ท่อร้อยสายไฟ
  • Vent Pipe
  • ฐานเหล็ก
  • Anchor
  • ฐานเครื่องจักร

แต่ก่อนทา Silcor 575 ต้องปิดช่องและทำ Angle Fillet รอบ Penetration ด้วย Silcor LM PU Sealant ตามรายละเอียดของระบบก่อน

ถ้ารอบท่อมีช่องเปิดอยู่แล้ว การทาเมมเบรนบาง ๆ พาดผ่านช่องโดยไม่อุด Detail ก่อนอาจไม่ใช่แนวทางที่เหมาะ

ดาดฟ้ามี Floor Drain หลายจุดต้องระวังอะไร?

Floor Drain เป็นอีกตำแหน่งที่รับน้ำโดยตรงทุกครั้งที่ฝนตก

ต้องตรวจทั้ง

  • ขอบ Drain
  • รอยต่อ Drain กับ Concrete
  • ระดับปาก Drain
  • Slope รอบ Drain
  • ช่องว่างหรือ Crack
  • การต่อเมมเบรนเข้าหา Drain

เพราะแม้พื้นที่กลางดาดฟ้าจะทำกันซึมสมบูรณ์ หากขอบ Drain มีช่อง น้ำก็ยังสามารถเข้าสู่ชั้นใต้ระบบได้

GCP ระบุให้ Silcor LM PU Sealant ใช้สำหรับ Sealing Outlets ก่อนทำ Waterproofing Membrane System ซึ่งตรงกับความสำคัญของการเก็บบริเวณทางระบายน้ำก่อนทำ Silcor 575 เต็มพื้นที่

Silcor 575 ใช้กับพื้นคอนกรีตเก่าได้ไหม?

สามารถใช้ในงาน Refurbishment ได้ แต่พื้นเดิมต้องได้รับการตรวจและเตรียมให้เหมาะสมก่อน

GCP กำหนดให้พื้นผิวสำหรับ Silcor 575 ต้อง

  • แข็งแรง
  • เรียบ
  • ไม่มีฝุ่น
  • ไม่มี Laitance
  • ไม่มีวัสดุหลุด
  • ไม่มีน้ำมัน
  • ไม่มีสิ่งปนเปื้อนที่รบกวนการยึดเกาะ

Concrete Defect ต้องได้รับการซ่อมด้วยวัสดุซ่อมที่เหมาะสมก่อนทำเมมเบรน และคอนกรีตใหม่ควร Cure ประมาณ 28 วัน ส่วน Render ประมาณ 7 วันตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

หากดาดฟ้ามีระบบกันซึมเก่าที่พอง หลุด หรือยึดเกาะไม่ดี ไม่ควรทาระบบใหม่ทับทันทีโดยไม่ได้ตรวจ Compatibility และความแข็งแรงของชั้นเดิม

ทำไม Primer สำคัญกับดาดฟ้าคอนกรีต?

พื้นคอนกรีตมีรูพรุนและสามารถเกิด Outgassing ได้ เมื่ออากาศภายใน Concrete ขยายตัว อาจดันขึ้นมาจนเกิด Pin Hole บน Primer หรือ Membrane

GCP ระบุว่า สำหรับพื้น Porous หรือมีฝุ่น สามารถใช้ Silcor Primer BS ที่ประมาณ 0.15–0.30 กก./ตร.ม. เพื่อ Seal พื้นและช่วยลด Pin Hole ส่วน Damp Concrete สามารถใช้ Silcor Primer BW N105-DT ตามข้อกำหนดของระบบ โดยแนะนำ Moisture Content ต่ำกว่า 5% ตาม ASTM F2659 ในเงื่อนไขที่ระบุ

GCP ยังเตือนว่าการลง Primer บนพื้น Porous ขณะที่อุณหภูมิพื้นกำลังสูงขึ้นอาจเกิด Outgassing และ Pin Hole ได้ และการทำงานช่วงที่ Concrete Temperature คงที่หรือลดลงสามารถช่วยลดความเสี่ยงนี้

จุดนี้มีความสำคัญกับดาดฟ้าในประเทศไทยที่พื้น Concrete รับแดดจัดเป็นเวลานาน

Silcor 575 ต้องทาหนาเท่าไร?

GCP กำหนดให้ Silcor 575 มีความหนารวมขั้นต่ำ

Wet Film Thickness หรือ WFT 1.75 มม.

เพื่อให้ได้

Dry Film Thickness หรือ DFT อย่างน้อย 1.5 มม.

และควรตรวจ WFT ระหว่างติดตั้งด้วย Wet Film Thickness Gauge ไม่ควรประเมินจากสายตาอย่างเดียว

อัตราการใช้โดยประมาณที่ระบุคือ

2.4 กก./ตร.ม. สำหรับ DFT 1.5 มม.

สามารถติดตั้งหนึ่งหรือสองชั้นเพื่อให้ได้ความหนารวมตามที่กำหนด หากทำหลายชั้นต้องปล่อยชั้นก่อนหน้าให้แห้งตามระบบก่อนทำต่อ

ทำไมดาดฟ้าที่รายละเอียดเยอะต้องตรวจความหนามากกว่าปกติ?

บริเวณมุมและพื้นที่ซับซ้อนอาจเกิดการปาดวัสดุบางกว่าพื้นกลางโดยไม่ตั้งใจ เช่น

  • ขอบท่อ
  • มุมพื้นชนผนัง
  • หลังฐานคอนกรีต
  • รอบ Drain
  • พื้นผิวขรุขระ

ถ้าพื้นที่กลางได้ DFT ตามข้อกำหนด แต่บริเวณ Detail บางมาก ก็ยังเป็นจุดอ่อนของระบบได้

ดังนั้นงานประเภทนี้ควรตรวจทั้ง

ความต่อเนื่อง + ความหนา + Detail

ไม่ใช่ดูเพียงว่าพื้นทั้งหมดมีสีของเมมเบรนคลุมแล้ว

Silcor 575 รับน้ำขังได้หรือไม่?

GCP ระบุคุณสมบัติของ Silcor 575 ว่า Waterproof และ Resists Ponded Water

แต่ไม่ได้หมายความว่าดาดฟ้าควรออกแบบให้มีน้ำขังตลอดเวลา

ควรตรวจระบบระบายน้ำร่วมด้วย เช่น

  • Slope
  • Floor Drain
  • Scupper
  • Overflow
  • ท่อระบายน้ำ
  • จุดต่ำของพื้น

เพราะการระบายน้ำที่ดีช่วยลดเวลาที่ระบบกันซึมต้องแช่น้ำและลดความเสี่ยงจากปัญหาอื่นในระยะยาว

ดาดฟ้าเปิดรับแดดควรทำ Silcor Top Coat 80 หรือไม่?

สำหรับระบบที่ต้องการผิวเปิดรับ UV และรองรับ Foot Traffic GCP ระบุว่า Silcor 575 เมื่อใช้ร่วมกับ Silcor Top Coat 80 จะสร้างระบบที่ทน UV มีความคงตัวของสี มีผิว Non-Slip และเหมาะกับการเดินใช้งานบน Roof และ Deck

Silcor Top Coat 80 ยังถูกระบุสำหรับพื้นที่ Detail เช่น

  • Perimeter Turn-Ups
  • Penetrations
  • Sill / Window Flashing
  • Roof
  • Balcony
  • Deck

จึงควรวางระบบ Top Coat ให้ครอบคลุมพื้นที่เปิดตาม Specification ไม่ใช่ทำเฉพาะพื้นที่กลางพื้นแล้วหยุดก่อนถึงแนว Turn-Up

หลังทำ Silcor 575 เดินได้เมื่อไร?

ข้อมูลปัจจุบันระบุว่า Silcor 575 สามารถรับ Foot Traffic ได้ประมาณ 12 ชั่วโมง ภายใต้เงื่อนไขผลิตภัณฑ์

แต่ Foot Traffic ไม่ได้หมายถึงการนำเครื่องจักรหนัก ลากวัสดุ หรือทำงานก่อสร้างรุนแรงบนเมมเบรนในทันที

หากยังมีงานอื่นต้องเข้าพื้นที่ ควรจัด Protection และควบคุมการเดินงานเพื่อไม่ให้ระบบที่เพิ่งทำเสร็จเกิดรอยฉีกหรือถูกเจาะ

กี่ชั่วโมงถึงทดสอบน้ำได้?

GCP ระบุ Cure Time สำหรับ Flood Test, Tiling หรือ Topping ประมาณ 48 ชั่วโมง ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ก่อนทดสอบควรตรวจว่า

  • Membrane Cure แล้ว
  • ไม่มี Pin Hole
  • ไม่มีจุดบาง
  • Joint และ Crack Detail สมบูรณ์
  • มุมและ Penetration ไม่มีช่อง
  • จุด Patch ซ่อม Cure แล้ว

สำหรับงานรายละเอียดเยอะ การตรวจด้วยสายตารอบสุดท้ายก่อน Flood Test มีความสำคัญมาก เพราะอาจมี Detail เล็ก ๆ ซ่อนอยู่หลังท่อหรือฐานอุปกรณ์

ถ้ามี Expansion Joint ใช้ Silcor 575 ทาปิดเลยได้ไหม?

ไม่ควรตีความว่า Liquid Membrane สามารถปิด Joint ที่มี Movement สูงได้ทุกกรณี

Expansion Joint, Open Construction Joint และ Active Crack ต้องได้รับการออกแบบให้รองรับการเคลื่อนตัวจริงของโครงสร้าง และอาจต้องใช้ Bond Breaker, Slip Detail หรือระบบ Joint เฉพาะ

ดังนั้นก่อนทำงานควรแยกรอยต่อออกเป็น

  • Static Crack
  • Construction Joint
  • Active Crack
  • Expansion Joint
  • Structural Movement Joint

แล้วเลือกระบบตาม Movement ที่เกิดจริง

Silcor 575 เป็น Elastomeric Membrane แต่ไม่ควรนำความยืดหยุ่นของวัสดุไปใช้แทนการออกแบบ Expansion Joint โดยไม่มีรายละเอียดรองรับ

ขั้นตอนทำดาดฟ้ารายละเอียดเยอะด้วย Silcor 575

ลำดับงานโดยทั่วไปสามารถวางได้ดังนี้

  1. สำรวจตำแหน่งน้ำรั่ว
  2. ทำแผนผัง Crack และ Joint
  3. ตรวจ Floor Drain และ Slope
  4. ตรวจพื้นต่อผนัง
  5. ตรวจ Pipe Penetration
  6. ตรวจฐานเครื่องจักรและ Parapet
  7. รื้อวัสดุเดิมที่ไม่แข็งแรง
  8. ขัดและเปิด Concrete Surface
  9. ซ่อม Concrete Defect
  10. อุด Crack, Joint และ Gap
  11. ทำ Angle Fillet บริเวณ Internal Corner
  12. เก็บ Detail รอบ Penetration และ Outlet
  13. ปล่อย Silcor LM PU Sealant ให้ Skin Cure
  14. ตรวจความชื้นพื้น
  15. ลง Primer ให้เหมาะกับ Substrate
  16. ตรวจ Pin Hole หลัง Primer
  17. ทา Silcor 575 ต่อเนื่องบนพื้นที่หลัก
  18. Turn-Up เมมเบรนขึ้นบริเวณขอบตาม Detail
  19. ตรวจ WFT ให้ได้ความหนาที่กำหนด
  20. ตรวจมุมและด้านหลังอุปกรณ์อีกครั้ง
  21. ทำ Silcor Top Coat 80 หากระบบเปิดรับ UV/Foot Traffic
  22. ปล่อยให้ระบบ Cure
  23. Flood Test เมื่อครบเงื่อนไข
  24. ตรวจพื้นที่ด้านล่างก่อนส่งมอบ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ระบบไร้รอยต่อยังรั่วได้

แม้ Silcor 575 จะเป็น Liquid Membrane แบบต่อเนื่อง แต่ถ้าทำงานผิดก็ยังเกิดปัญหาได้ เช่น

  • ทาเมมเบรนทับ Crack โดยไม่ซ่อม
  • ไม่ทำ Angle Fillet
  • รอบท่อมีช่องแต่ไม่ได้ Seal
  • Floor Drain เก็บ Detail ไม่ครบ
  • พื้นร่วนแต่ทาทับ
  • Primer เกิด Pin Hole
  • Silcor 575 บางกว่าที่กำหนด
  • ไม่ตรวจ Wet Film Thickness
  • Membrane ขึ้นผนังไม่ต่อเนื่อง
  • ระบบเก่าหลุดแต่ไม่ได้รื้อ
  • Expansion Joint ถูกทาปิดเหมือนพื้นที่ปกติ
  • งานอื่นมาเจาะเมมเบรนภายหลัง
  • Drainage ไม่ดีจนมีน้ำขังจำนวนมาก
  • ไม่ทำ Top Coat ตามระบบพื้นที่เปิด

คำว่า Seamless จึงช่วยลดปัญหาจากรอยต่อของแผ่น แต่ คุณภาพของ Detail ยังเป็นตัวตัดสินความต่อเนื่องของระบบทั้งพื้นที่

Silcor 575 เหมาะกับดาดฟ้าแบบไหน?

จากการใช้งานที่ GCP ระบุ Silcor 575 เหมาะกับพื้นที่อย่าง

  • Roof Deck
  • Balcony
  • Plant Room
  • Podium
  • Exposed Pathway
  • Sill / Window Flashing

และสามารถนำมาพิจารณาเป็นพิเศษกับดาดฟ้าที่มี

  • มุมจำนวนมาก
  • Pipe Penetration หลายตำแหน่ง
  • Floor Drain หลายจุด
  • ฐานเครื่องจักร
  • พื้นต่างระดับ
  • Parapet หลายแนว
  • รูปทรงไม่เป็นสี่เหลี่ยมง่าย ๆ

เพราะ Liquid-Applied Membrane สามารถปรับตามรูปทรงได้โดยไม่ต้องตัดแผ่นกันซึมเป็นชิ้นเล็กจำนวนมาก

สรุป: ดาดฟ้ารั่วตรงพื้นต่อผนังและมีรายละเอียดเยอะ Silcor 575 ช่วยสร้างระบบกันซึมต่อเนื่องได้

ถ้าดาดฟ้ามีปัญหา น้ำซึมบริเวณพื้นต่อผนัง มุม รอบท่อ Floor Drain หรือพื้นที่มี Detail จำนวนมาก SILCOR 575 เป็นระบบที่น่าสนใจ เพราะเป็น One-Part Polyurethane Liquid Waterproofing Membrane ที่ GCP ระบุว่าสร้าง One-Piece Membrane Barrier และ Elastomeric Membrane แบบ Fully Laminated กับพื้นรองรับ เหมาะกับ Roof-deck และพื้นที่เปิดใช้งานหลายประเภท

ข้อได้เปรียบของ Liquid Membrane คือสามารถติดตั้งต่อเนื่องตามรูปทรงพื้น มุม และ Penetration ได้ง่ายกว่าพื้นที่ที่ต้องตัดต่อแผ่นจำนวนมาก แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องทำ Detail ก่อนทำเมมเบรนหลัก โดย GCP ระบุให้ใช้ Silcor LM PU Sealant อุด Joint, Crack และ Gap รวมถึงทำ Angle Fillet ที่ Internal Corner และ Penetration จากนั้นปล่อยให้ Detail Skin Cure แล้วจึงทำ Silcor 575 ต่อเนื่องเต็มพื้นที่

ตัว Silcor 575 ต้องควบคุมความหนารวมขั้นต่ำ WFT 1.75 มม. เพื่อให้ได้ DFT อย่างน้อย 1.5 มม. และใช้อัตราวัสดุประมาณ 2.4 กก./ตร.ม. สำหรับ DFT ดังกล่าว พร้อมตรวจความหนาด้วย Wet Film Thickness Gauge ระหว่างทำงาน

หากเป็นดาดฟ้าเปิดรับแดดหรือมีคนเดิน สามารถใช้ร่วมกับ Silcor Top Coat 80 เพื่อสร้างผิวที่ทน UV และรองรับ Foot Traffic ตามระบบของ GCP

ดังนั้นสำหรับดาดฟ้าที่มี พื้นต่อผนังหลายแนว มุมเยอะ ท่อเยอะ และรูปทรงซับซ้อน จุดแข็งของ Silcor 575 ไม่ได้อยู่เพียงคำว่า “ทากันซึม” แต่คือความสามารถในการสร้างเมมเบรนต่อเนื่องตามพื้นที่จริง หากเตรียมพื้น ซ่อม Crack ทำ Angle Fillet เก็บ Penetration เลือก Primer และควบคุมความหนาอย่างถูกต้อง ก็ช่วยลดจำนวนจุดเสี่ยงและลดโอกาสที่น้ำจะกลับมาซึมตาม Detail เดิมได้ดีกว่าการซ่อมเฉพาะจุดที่เห็นรอยรั่ว

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!