รู้จัก Lanko สำหรับงานก่อสร้าง เลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับงานซ่อมและตกแต่ง

พ.ค. 05, 2026 by admin Blog 0 comment

รู้จัก Lanko สำหรับงานก่อสร้าง เลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับงานซ่อมและตกแต่ง

ถ้าพูดถึงวัสดุสำหรับ งานซ่อม และ งานก่อสร้าง หลายคนคงเคยเห็นชื่อ Lanko ตามร้านวัสดุก่อสร้าง ห้างโฮมโปร ไทวัสดุ หรือร้านเคมีภัณฑ์ก่อสร้างต่าง ๆ แบรนด์นี้มักถูกใช้ในงานซ่อมคอนกรีต งานฉาบซ่อม งานกันซึม งานปรับระดับพื้น และงานตกแต่งผิวหลายประเภท

จุดที่ทำให้ Lanko เป็นที่นิยม คือมีสินค้าแยกตามประเภทงานค่อนข้างชัด ไม่ว่าจะเป็นปูนซ่อมโครงสร้าง ปูนฉาบซ่อมผิว วัสดุกันซึม หรือมอร์ตาร์เทคนิคสำหรับงานเฉพาะทาง โดย Lanko เป็นแบรนด์เคมีภัณฑ์ก่อสร้างในกลุ่ม Sika ที่เน้นผลิตภัณฑ์สำหรับงานก่อสร้าง ตกแต่ง และซ่อมแซมอาคาร

แต่ปัญหาที่หลายคนเจอคือ พอมีหลายรุ่น หลายประเภท ก็เริ่มไม่แน่ใจว่าควรเลือกใช้ตัวไหนกับงานอะไร เช่น ผนังแตกร้าวใช้แบบไหน พื้นปูนเสียใช้ตัวไหน งานโครงสร้างต้องใช้ปูนซ่อมธรรมดาได้ไหม หรือห้องน้ำ ดาดฟ้า ต้องเลือก Lanko กลุ่มกันซึมแบบไหนถึงจะเหมาะ

บทความนี้จะพาไปรู้จัก Lanko แบบเข้าใจง่าย พร้อมแนวทางเลือกใช้ให้เหมาะกับ งานซ่อม และ งานก่อสร้าง เพื่อให้เลือกวัสดุได้ถูกตั้งแต่แรก ลดปัญหาซ่อมซ้ำ และทำให้งานออกมาทนกว่าเดิม

Lanko คืออะไร เหมาะกับงานก่อสร้างแบบไหน?
Lanko คืออะไร เหมาะกับงานก่อสร้างแบบไหน?

Lanko คืออะไร เหมาะกับงานก่อสร้างแบบไหน?

Lanko คือแบรนด์วัสดุเคมีภัณฑ์ก่อสร้างที่มีผลิตภัณฑ์หลายกลุ่ม ใช้สำหรับงานซ่อมแซม งานปกป้องคอนกรีต งานกันซึม งานตกแต่ง และงานก่อสร้างทั่วไป

ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย Lanko ไม่ใช่ปูนก่อฉาบธรรมดาแบบทั่วไป แต่เป็นวัสดุสำเร็จรูปหรือมอร์ตาร์ปรับสูตรมาเพื่อแก้ปัญหางานเฉพาะ เช่น

  • ซ่อมคอนกรีตแตก บิ่น กะเทาะ
  • ฉาบซ่อมผิวผนังหรือเสา
  • ซ่อมมุมคอนกรีต
  • ทำกันซึมห้องน้ำ ดาดฟ้า หรือผนังคอนกรีต
  • ปรับระดับหรือเตรียมพื้นผิว
  • ซ่อมโครงสร้างคอนกรีตบางประเภท
  • งานตกแต่งผิวก่อนทาสีหรือปิดผิว

กลุ่มมอร์ตาร์เทคนิคของ Lanko ถูกออกแบบมาเพื่อซ่อมและเสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างคอนกรีตในงานอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้นการเลือกใช้ควรดูจากปัญหาหน้างาน ไม่ใช่เลือกจากชื่อสินค้าหรือราคาถูกที่สุดอย่างเดียว

Lanko ทำไมงานซ่อมควรเลือกวัสดุให้ตรงประเภท?
Lanko ทำไมงานซ่อมควรเลือกวัสดุให้ตรงประเภท?

Lanko ทำไมงานซ่อมควรเลือกวัสดุให้ตรงประเภท?

หลายคนเวลาเจอปูนแตก ผนังบิ่น หรือพื้นร้าว มักใช้ปูนทรายทั่วไปซ่อมทันที เพราะหาง่ายและราคาถูก แต่ปัญหาคือวัสดุทั่วไปอาจไม่เหมาะกับงานซ่อมบางประเภท โดยเฉพาะงานที่ต้องการการยึดเกาะสูง ความแข็งแรง หรือความทนทานต่อความชื้น

ถ้าเลือกวัสดุผิด อาจเกิดปัญหาเหล่านี้ได้

  • ปูนซ่อมหลุดร่อนในเวลาไม่นาน
  • ผิวแตกร้าวซ้ำ
  • มุมเสาหรือขอบคอนกรีตกะเทาะอีก
  • น้ำซึมเข้ารอยต่อหรือรอยร้าว
  • สีทับหน้าโป่งพอง
  • ต้องสกัดและซ่อมใหม่ เสียทั้งเวลาและค่าแรง
  • งานดูไม่เรียบร้อย โดยเฉพาะจุดที่ต้องตกแต่งผิว

การเลือก Lanko ให้ถูกประเภทจึงช่วยให้งานซ่อมทำได้ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องการคุณสมบัติเฉพาะ เช่น ไม่หดตัว ยึดเกาะดี ทนความชื้น หรือใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Lanko ที่ใช้บ่อยในงานซ่อมและงานก่อสร้าง

ผลิตภัณฑ์ของ Lanko มีหลายกลุ่ม แต่ถ้าแบ่งแบบเข้าใจง่ายสำหรับเจ้าของบ้าน ช่าง และผู้รับเหมา สามารถมองเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้ดังนี้

Lanko สำหรับงานซ่อมโครงสร้างคอนกรีต

งานซ่อมโครงสร้าง เช่น เสา คาน พื้นคอนกรีต ขอบคอนกรีต หรือแผ่นคอนกรีตที่เสียหาย ไม่ควรใช้ปูนธรรมดาอุดซ่อมแบบลวก ๆ เพราะพื้นที่เหล่านี้ต้องการวัสดุที่แข็งแรงและยึดเกาะกับคอนกรีตเดิมได้ดี

ตัวอย่างกลุ่มที่พบได้บ่อยคือ Lanko 731 Structure Repair ซึ่งเป็นมอร์ตาร์สำหรับงานซ่อมแซมโครงสร้างคอนกรีต โดยข้อมูลจาก Sika ระบุว่าเป็นวัสดุที่ใช้ฉาบซ่อมและสร้างความหนาได้ในครั้งเดียว โดยมีความหนาสูงสุด 35 มม. ตามวิธีใช้งานของผลิตภัณฑ์

เหมาะกับงานประมาณนี้

  • ซ่อมคอนกรีตบิ่นหรือกะเทาะ
  • ซ่อมมุมเสา มุมคาน
  • ซ่อมผิวโครงสร้างคอนกรีต
  • ซ่อมแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป
  • งานที่ต้องการปูนซ่อมกำลังสูงกว่าปูนฉาบทั่วไป

ข้อควรระวังคือ ถ้ารอยเสียหายลึกถึงเหล็กเสริม มีสนิม หรือคอนกรีตกะเทาะมาก ควรสกัดส่วนที่เสียออกให้ถึงเนื้อดี ทำความสะอาดเหล็ก และเตรียมผิวตามระบบก่อนซ่อม ไม่ควรฉาบปิดทับไปเลย เพราะสนิมอาจดันให้ปูนซ่อมแตกซ้ำได้

Lanko สำหรับงานฉาบซ่อมผิวและงานตกแต่ง

บางงานไม่ได้เสียหายถึงขั้นโครงสร้าง แต่เป็นงานผิว เช่น ผนังไม่เรียบ ผิวปูนหลุด มุมบิ่น หรือผิวคอนกรีตต้องการเก็บงานก่อนทาสี แบบนี้อาจใช้วัสดุฉาบซ่อมที่เหมาะกับงานตกแต่งผิวมากกว่า

กลุ่มนี้เหมาะกับงานที่ต้องการความเรียบร้อยของผิว เช่น

  • ฉาบซ่อมผนังคอนกรีต
  • ซ่อมผิวปูนฉาบหลุดร่อน
  • เก็บมุมเสาหรือขอบปูน
  • ซ่อมผิวก่อนทาสี
  • งานปรับผิวบางจุด
  • งานตกแต่งอาคารภายในและภายนอก

ตัวอย่างเช่น Lanko 732 Facade Repair ซึ่งข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถฉาบซ่อมได้ โดยความหนาสูงสุดอยู่ที่ 25 มม. ต่อการทำงานตามระบบ

การเลือกใช้กลุ่มนี้เหมาะกับงานซ่อมผิวมากกว่างานโครงสร้างหนัก ถ้าหน้างานเป็นเสา คาน หรือพื้นรับน้ำหนักที่เสียหายมาก ควรให้ช่างประเมินก่อนว่าใช้วัสดุฉาบซ่อมผิวพอไหม หรือต้องใช้วัสดุซ่อมโครงสร้างโดยเฉพาะ

Lanko สำหรับงานกันซึม

นอกจากงานซ่อมคอนกรีตแล้ว Lanko ยังมีกลุ่มวัสดุกันซึมที่ใช้กับพื้นที่เปียกหรือพื้นที่เสี่ยงน้ำรั่ว เช่น ห้องน้ำ ดาดฟ้า ระเบียง ผนังคอนกรีต และพื้นปูน

กลุ่มกันซึมของ Lanko มีเทคโนโลยีหลักที่ Sika ระบุไว้ 2 กลุ่ม คือ cementitious และ water based polymer ซึ่งเหมาะกับลักษณะงานต่างกัน

ตัวอย่างการใช้งาน เช่น

  • กันซึมห้องน้ำก่อนปูกระเบื้อง
  • กันซึมระเบียง
  • กันซึมดาดฟ้าบางประเภท
  • กันซึมผนังคอนกรีต
  • ป้องกันน้ำซึมบนพื้นปูนหรือผนังปูน

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์อย่าง Lanko 226 Flex เป็นมอร์ตาร์กันซึมชนิดซีเมนต์ 2 ส่วน ใช้สำหรับปกป้องและกันซึมบนพื้นผิวคอนกรีต ปูนฉาบ และงานก่ออิฐฉาบปูน ส่วน Lanko 227 Flex Shield เป็นมอร์ตาร์กันซึมชนิดยืดหยุ่นแบบส่วนเดียว สำหรับปกป้องและกันซึมพื้นผิวคอนกรีต ปูนฉาบ และงานก่ออิฐฉาบปูนเช่นกัน

สิ่งสำคัญคืองานกันซึมไม่ใช่แค่ทาให้ทั่ว แต่ต้องเตรียมพื้นผิว ซ่อมรอยแตกร้าว เก็บมุม รอบท่อ และทดสอบน้ำตามความเหมาะสมก่อนปิดผิว

เลือก Lanko ให้เหมาะกับงานซ่อมอย่างไร?

การเลือก Lanko ควรเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า “เรากำลังซ่อมอะไร” เพราะงานซ่อมแต่ละแบบต้องการวัสดุไม่เหมือนกัน

ถ้าคอนกรีตบิ่น กะเทาะ หรือเสียหายลึก

ควรเลือกกลุ่มปูนซ่อมโครงสร้างหรือมอร์ตาร์ซ่อมคอนกรีต เช่น กลุ่ม Structure Repair เพราะต้องการกำลังรับแรงและการยึดเกาะที่ดีกว่างานฉาบทั่วไป

เหมาะกับจุดเหล่านี้

  • เสา
  • คาน
  • พื้นคอนกรีต
  • ขอบบันได
  • แผ่นคอนกรีต
  • มุมคอนกรีตที่กะเทาะ

ก่อนซ่อมควรสกัดส่วนที่หลุดร่อนออก ล้างฝุ่น คราบน้ำมัน และเศษปูนให้หมด ถ้ามีเหล็กเสริมโผล่ ต้องจัดการสนิมก่อน

ถ้าผนังเป็นหลุม ผิวไม่เรียบ หรือปูนฉาบหลุด

ควรเลือกกลุ่มฉาบซ่อมผิวหรือวัสดุซ่อมผนังที่เหมาะกับงานตกแต่ง เพราะงานลักษณะนี้เน้นความเรียบ การยึดเกาะ และการเตรียมผิวก่อนทาสี

เหมาะกับงานเช่น

  • ผนังภายนอกแตกล่อน
  • ผิวปูนเป็นหลุม
  • มุมผนังบิ่น
  • งานเก็บผิวก่อนทาสี
  • งานซ่อมผิวคอนกรีตทั่วไป

ไม่ควรใช้วัสดุซ่อมผิดประเภท เช่น ใช้ปูนฉาบทั่วไปอุดหนา ๆ ในจุดที่ต้องรับแรงหรือจุดที่โดนน้ำบ่อย เพราะอาจหลุดร่อนเร็ว

ถ้ามีปัญหาน้ำซึมหรือพื้นที่เปียก

ถ้าเป็นห้องน้ำ ระเบียง ดาดฟ้า หรือผนังที่มีน้ำซึม ควรเลือกกลุ่มกันซึมของ Lanko โดยดูว่าหน้างานต้องการระบบยืดหยุ่นแค่ไหน และจะมีการปูกระเบื้องหรือปิดผิวทับหรือไม่

ตัวอย่างพื้นที่ที่ควรใช้กันซึม ได้แก่

  • ห้องน้ำก่อนปูกระเบื้อง
  • ระเบียง
  • ดาดฟ้า
  • ผนังภายนอกที่โดนฝน
  • พื้นปูนที่มีความเสี่ยงน้ำขัง
  • รอบท่อหรือมุมพื้นชนผนัง

งานแบบนี้ควรซ่อมรอยแตกร้าวก่อน แล้วค่อยทำกันซึมเป็นระบบ ไม่ควรทากันซึมทับรอยร้าวหรือพื้นผิวที่หลุดล่อน

ขั้นตอนเตรียมพื้นผิวก่อนใช้ Lanko

ต่อให้เลือกวัสดุดีแค่ไหน ถ้าเตรียมพื้นผิวไม่ดี งานก็มีโอกาสพังเร็ว การใช้ Lanko หรือวัสดุก่อสร้างกลุ่มมอร์ตาร์ควรให้ความสำคัญกับขั้นตอนพื้นฐานเหล่านี้

  1. ตรวจสภาพหน้างานก่อน

ดูให้ชัดว่าพื้นผิวเสียหายแค่ไหน เป็นแค่ผิวหลุด หรือเสียถึงโครงสร้าง มีน้ำซึมหรือไม่ และพื้นผิวยังแข็งแรงพอให้วัสดุใหม่เกาะหรือเปล่า

  1. สกัดส่วนที่หลุดร่อนออก

ถ้ามีปูนเก่าที่ร่อน แตก หรือไม่แข็งแรง ควรสกัดออกจนถึงเนื้อดี อย่าเสียดายแล้วฉาบทับ เพราะวัสดุใหม่จะเกาะกับชั้นเก่าที่ไม่แข็งแรง สุดท้ายก็หลุดทั้งแผ่น

  1. ทำความสะอาดพื้นผิว

พื้นผิวต้องไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน สีเก่า ตะไคร่ หรือเศษปูน เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้การยึดเกาะลดลง

  1. ทำให้พื้นผิวมีความชื้นพอดี

งานมอร์ตาร์หลายประเภทควรพรมน้ำให้พื้นผิวชุ่ม แต่ไม่มีน้ำขัง เพื่อช่วยลดการดูดน้ำจากวัสดุซ่อมเร็วเกินไป ทำให้งานเซตตัวดีขึ้น

  1. ผสมวัสดุตามอัตราส่วน

อย่าเติมน้ำมากเกินไปเพื่อให้ฉาบง่าย เพราะอาจทำให้กำลังวัสดุลดลง เกิดการหดตัว หรือแตกร้าวได้ ควรผสมตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานซ่อมด้วย Lanko ไม่จบ

หลายครั้งวัสดุดี แต่ผลงานไม่ดี เพราะทำผิดขั้นตอนหรือเลือกผิดประเภท ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่

  • ใช้ปูนฉาบทั่วไปแทนวัสดุซ่อมโครงสร้าง
  • ไม่สกัดปูนเก่าที่หลุดร่อนออก
  • ไม่ทำความสะอาดฝุ่นและคราบน้ำมัน
  • เติมน้ำมากเกินสัดส่วน
  • ฉาบหนาเกินกว่าที่วัสดุกำหนด
  • ไม่บ่มผิวหลังซ่อม
  • ใช้วัสดุกันซึมทับรอยร้าวโดยไม่ซ่อมก่อน
  • เลือกสินค้าจากราคา แต่ไม่ดูประเภทงาน
  • รีบทาสีหรือปูกระเบื้องก่อนวัสดุเซตตัวเต็มที่
  • ไม่อ่านเอกสารผลิตภัณฑ์หรือคำแนะนำก่อนใช้งาน

ถ้าต้องการให้งาน งานซ่อม อยู่ได้นาน ควรเลือกวัสดุให้ตรงกับปัญหา และทำตามระบบของผลิตภัณฑ์ให้ครบ ไม่ควรลดขั้นตอนเพื่อประหยัดเวลาเพียงเล็กน้อย

Lanko เหมาะกับใครบ้าง?

Lanko เหมาะกับทั้งช่าง ผู้รับเหมา เจ้าของบ้าน และทีมดูแลอาคารที่ต้องการวัสดุสำหรับ งานก่อสร้าง และงานซ่อมที่ใช้งานสะดวกกว่าการผสมปูนเอง

เหมาะเป็นพิเศษกับคนที่ต้องการ

  • ซ่อมคอนกรีตให้แข็งแรงขึ้น
  • ซ่อมผนังหรือพื้นก่อนตกแต่ง
  • ทำงานกันซึมก่อนปิดผิว
  • ลดความเสี่ยงจากการผสมปูนผิดสัดส่วน
  • เลือกวัสดุตามประเภทงานได้ชัดเจน
  • ใช้วัสดุที่มีข้อมูลผลิตภัณฑ์และระบบการใช้งานรองรับ

อย่างไรก็ตาม งานบางประเภท เช่น โครงสร้างแตกร้าวหนัก เสาเสียหายลึก พื้นทรุด หรือน้ำรั่วแรง ควรให้ช่างหรือวิศวกรประเมินก่อน ไม่ควรเลือกวัสดุเองจากหน้าถุงเพียงอย่างเดียว

สรุป: เลือก Lanko ให้ถูกงาน งานซ่อมและงานก่อสร้างจะจบง่ายกว่า

Lanko เป็นแบรนด์วัสดุก่อสร้างที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายสำหรับ งานซ่อม และ งานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นปูนซ่อมโครงสร้าง วัสดุฉาบซ่อมผิว หรือระบบกันซึม จุดสำคัญคือควรเลือกให้ตรงกับปัญหาหน้างาน ไม่ใช่ใช้สินค้าตัวเดียวกับทุกงาน

ถ้าคอนกรีตเสียหายลึก บิ่น หรือกะเทาะ ควรเลือกกลุ่มซ่อมโครงสร้าง

ถ้าผนังไม่เรียบ ผิวหลุด หรือมุมบิ่น ควรเลือกกลุ่มฉาบซ่อมและตกแต่งผิว

ถ้ามีปัญหาน้ำซึม ห้องน้ำ ระเบียง หรือดาดฟ้า ควรเลือกกลุ่มกันซึมให้เหมาะกับสภาพพื้นที่

สิ่งที่ทำให้งานซ่อมออกมาดีไม่ได้อยู่ที่วัสดุอย่างเดียว แต่รวมถึงการเตรียมพื้นผิว การผสม การฉาบ การบ่ม และการทำตามขั้นตอนของผลิตภัณฑ์ ถ้าทำครบตั้งแต่แรก งานจะติดแน่นกว่า ทนกว่า และลดโอกาสต้องกลับมาซ่อมซ้ำในอนาคต

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!