Sikaflex คืออะไร ทำไมถึงเหมาะกับงานยาแนวรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว

พ.ค. 11, 2026 by admin Blog 0 comment

Sikaflex คืออะไร ทำไมถึงเหมาะกับงานยาแนวรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว

ในงานก่อสร้างและซ่อมอาคาร “รอยต่อ” เป็นจุดที่หลายคนมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วเป็นจุดที่มีโอกาสเกิดปัญหาน้ำรั่วซึม แตกร้าว และวัสดุหลุดล่อนได้ง่ายมาก โดยเฉพาะรอยต่อที่มีการขยับตัว เช่น รอยต่อพื้นคอนกรีต รอยต่อผนัง รอยต่อพรีคาสต์ รอยต่อวงกบประตูหน้าต่าง หรือรอยต่อระหว่างวัสดุคนละชนิด หนึ่งในวัสดุที่ช่างนิยมใช้กับงานประเภทนี้คือ Sikaflex เพราะเป็นกลุ่ม ยาแนวรอยต่อชนิดยืดหยุ่น หรือ flexible joint sealant ที่ออกแบบมาให้รองรับการเคลื่อนตัวของรอยต่อได้ดีกว่าวัสดุอุดรอยต่อแบบแข็งทั่วไป

Sika Thailand ระบุว่า Sikaflex®-740 Construction เป็นยาแนวชนิดยืดหยุ่น แบบส่วนประกอบเดียว บ่มตัวด้วยความชื้น เหมาะกับ movement joint และ connection joint ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงงานรอยต่ออาคาร ผนัง ฟาซาด พรีคาสต์ และวงกบประตูหน้าต่าง โดยมีความสามารถรองรับการเคลื่อนตัว ±35% ตามมาตรฐาน ASTM C 719

บทความนี้จะพาไปรู้จักว่า Sikaflex คืออะไร ทำไมถึงเหมาะกับรอยต่อที่ขยับตัวได้ และควรใช้อย่างไรให้งานยาแนวติดทน ไม่รั่วซ้ำง่าย

Sikaflex คืออะไร?
Sikaflex คืออะไร?

Sikaflex คืออะไร?

Sikaflex คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาแนวและกาวยึดติดของ Sika ที่ใช้สำหรับอุดรอยต่อ เชื่อมรอยต่อ และปิดช่องว่างระหว่างวัสดุต่าง ๆ ในงานก่อสร้าง โดยจุดเด่นคือมีความยืดหยุ่น ยึดเกาะได้ดีกับพื้นผิวหลายประเภท และเหมาะกับงานที่รอยต่อมีการเคลื่อนตัวเล็กน้อยถึงมากตามการออกแบบ

ในงานอาคาร Sikaflex มักถูกใช้กับงานเหล่านี้

  • รอยต่อผนังคอนกรีต
  • รอยต่อพื้นคอนกรีต
  • รอยต่อแผ่นพรีคาสต์
  • รอยต่อวงกบประตูและหน้าต่าง
  • รอยต่อระหว่างคอนกรีตกับโลหะ
  • รอยต่อดาดฟ้า ระเบียง หรือผนังภายนอก
  • งานยาแนวรอยต่ออาคารที่ต้องการทาสีทับบางระบบ

พูดง่าย ๆ คือ Sikaflex ไม่ใช่ปูนอุดรอยต่อแบบแข็ง แต่เป็น joint sealant ที่ถูกออกแบบให้ยืดและคืนตัวตามการขยับของรอยต่อได้ดี จึงเหมาะกับจุดที่อาคารมีการขยายตัว หดตัว หรือสั่นสะเทือนเล็กน้อย

Sikaflex ทำไมรอยต่ออาคารถึงมีการเคลื่อนตัว?
Sikaflex ทำไมรอยต่ออาคารถึงมีการเคลื่อนตัว?

Sikaflex ทำไมรอยต่ออาคารถึงมีการเคลื่อนตัว?

รอยต่ออาคารไม่ได้อยู่นิ่งตลอดเวลา แม้เราจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ในความเป็นจริง วัสดุอาคารมีการขยายตัวและหดตัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เจอแดด ฝน ความร้อน ความเย็น หรือแรงสั่นสะเทือน

สาเหตุที่ทำให้รอยต่อเคลื่อนตัวได้ เช่น

  • คอนกรีตขยายตัวเมื่อโดนความร้อน
  • วัสดุหดตัวเมื่ออุณหภูมิลดลง
  • อาคารมีการสั่นสะเทือนจากการใช้งาน
  • พื้นหรือผนังรับแรงจากน้ำหนักใช้งาน
  • วัสดุต่างชนิดขยายตัวไม่เท่ากัน
  • คอนกรีตมีการหดตัวหลังเท
  • อาคารสูงมีการเคลื่อนตัวจากแรงลมหรือแรงใช้งาน

ถ้าใช้วัสดุอุดรอยต่อที่แข็งเกินไป เช่น ปูนทรายหรืออะคริลิกที่ไม่เหมาะกับ movement joint เมื่อรอยต่อขยับ วัสดุจะไม่สามารถยืดตามได้ สุดท้ายอาจแตกร้าว แยกตัว หรือหลุดออกจากขอบรอยต่อ

ทำไม Sikaflex ถึงเหมาะกับงานยาแนวรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว?

เหตุผลหลักคือ Sikaflex มีความยืดหยุ่นและยึดเกาะกับขอบรอยต่อได้ดี จึงสามารถรองรับการเปิด-ปิดของรอยต่อได้ดีกว่าวัสดุอุดรอยต่อแบบแข็ง

  1. Sikaflex ยืดหยุ่นตามรอยต่อได้

งานรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวต้องใช้วัสดุที่ยืดและหดได้โดยไม่ฉีกขาดง่าย Sikaflex กลุ่มงานก่อสร้างถูกออกแบบมาเพื่อ movement joint โดยเฉพาะ เช่น Sikaflex®-740 Construction ที่ระบุความสามารถในการรองรับการเคลื่อนตัว ±35% ตาม ASTM C 719

ความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้ยาแนวสามารถขยับตามรอยต่อได้ เมื่อคอนกรีตหรือวัสดุรอบ ๆ ขยายตัวและหดตัวจากอุณหภูมิหรือแรงใช้งาน

  1. ยึดเกาะกับวัสดุหลายประเภท

รอยต่ออาคารมักไม่ได้มีแค่วัสดุชนิดเดียว บางจุดเป็นคอนกรีตชนคอนกรีต บางจุดเป็นคอนกรีตชนเหล็ก หรือคอนกรีตชนวงกบอลูมิเนียม

Sikaflex®-740 Construction ระบุว่ามีการยึดเกาะที่ดีกับพื้นผิวพรุน เช่น คอนกรีต และยึดเกาะได้ดีกับโลหะหลายชนิด จึงเหมาะกับงานรอยต่ออาคารหลากหลายจุด

อย่างไรก็ตาม งานที่ต้องการความทนทานสูงควรตรวจพื้นผิวจริงก่อนเสมอ เพราะบางพื้นผิวอาจต้องใช้ไพรเมอร์หรือเตรียมผิวพิเศษเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ

  1. ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก

รอยต่อภายนอกอาคารต้องเจอแดด ฝน ความชื้น และอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา วัสดุยาแนวจึงต้องทนสภาพอากาศได้ดี ไม่แข็งกรอบเร็ว และไม่เสื่อมง่าย

Sikaflex®-740 Construction ถูกระบุว่าใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก และมีความทนทานต่อสภาพอากาศดีมาก จึงเหมาะกับงานรอยต่อผนังภายนอก ฟาซาด พรีคาสต์ และงานอาคารที่ต้องเจอสภาพแวดล้อมจริง

  1. ลดปัญหาน้ำรั่วซึมตามรอยต่อ

รอยต่อที่เปิดหรือแตกร้าวเป็นทางให้น้ำซึมเข้าอาคารได้ง่าย โดยเฉพาะรอยต่อผนังภายนอก ระเบียง ดาดฟ้า และรอบวงกบหน้าต่าง

เมื่อ Sikaflex ยึดเกาะกับขอบรอยต่อได้ดีและยืดหยุ่นตามการเคลื่อนตัวได้ ก็ช่วยลดโอกาสเกิดช่องว่างใหม่หลังใช้งาน ทำให้ช่วยป้องกันน้ำรั่วซึมตามแนวรอยต่อได้ดีกว่าวัสดุที่แข็งและแตกร้าวง่าย

Sikaflex ใช้กับงานอะไรได้บ้าง?

การใช้งานของ Sikaflex ขึ้นอยู่กับรุ่นสินค้า เพราะแต่ละรุ่นออกแบบมาไม่เหมือนกัน แต่โดยรวมมักใช้กับงานยาแนวรอยต่อและงานอุดช่องว่างในอาคาร

งานรอยต่อคอนกรีต

เหมาะกับรอยต่อพื้นหรือผนังคอนกรีตที่มีการขยับตัว เช่น

  • รอยต่อพื้นอาคาร
  • รอยต่อพื้นลานจอดรถ
  • รอยต่อพื้นโรงงานบางประเภท
  • รอยต่อพื้นกับผนัง
  • รอยต่อคอนกรีตสำเร็จรูป

งานผนังภายนอกและฟาซาด

เหมาะกับรอยต่อผนังที่ต้องเจอแดด ฝน และแรงขยับตัว เช่น

  • รอยต่อแผ่นพรีคาสต์
  • รอยต่อผนังอาคาร
  • รอยต่อแผ่นฟาซาด
  • แนวต่อระหว่างวัสดุต่างชนิด

งานรอบวงกบประตูและหน้าต่าง

Sikaflex ใช้กับงานรอบกรอบประตูและหน้าต่างได้ในบางรุ่น โดยเฉพาะจุดที่ต้องการความยืดหยุ่นและลดโอกาสน้ำซึมเข้าอาคาร

งานที่ต้องทาสีหรือสกิมโค้ททับ

บางรุ่น เช่น Sikaflex®-740 Construction ถูกออกแบบมาให้เข้ากับงานสกิมโค้ทและทาสีทับได้ในช่วงไม่กี่วันหลังใช้งาน โดยเน้นคุณสมบัติไม่เกิดคราบกับสกิมโค้ทและสีส่วนใหญ่

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะยาแนวบางประเภททาสีทับไม่ได้หรือทาแล้วไม่ติด เช่น ซิลิโคนบางชนิด ดังนั้นถ้างานต้องการทาสีทับ ควรเลือกรุ่นที่รองรับโดยตรง

Sikaflex ต่างจากซิลิโคนและปูนอุดรอยต่ออย่างไร?

หลายคนสงสัยว่า Sikaflex ต่างจากซิลิโคนหรือปูนอุดรอยต่อทั่วไปอย่างไร เพราะดูเหมือนใช้ยิงอุดช่องว่างเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วเหมาะกับงานคนละแบบ

ถ้ารอยต่อมีการขยับตัว การใช้ปูนอุดจะเสี่ยงแตกร้าวซ้ำ เพราะปูนแข็งและยืดหยุ่นต่ำ ส่วนซิลิโคนเหมาะกับงานกระจกหรือสุขภัณฑ์มากกว่าในหลายกรณี

ใช้ Sikaflex อย่างไรให้งานติดทน?

ต่อให้เลือกวัสดุดีแค่ไหน ถ้าทำงานผิดวิธี งานก็อาจหลุด ล่อน หรือรั่วซ้ำได้ การใช้ Sikaflex ต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมร่องและขนาดรอยต่อ

  1. ทำความสะอาดร่องให้ดี

พื้นผิวต้องสะอาด แข็งแรง และไม่มีสิ่งที่ขัดขวางการยึดเกาะ เช่น

  • ฝุ่น
  • คราบน้ำมัน
  • ความชื้นเกินกำหนด
  • เศษปูน
  • ยาแนวเก่าที่เสื่อมสภาพ
  • สีเก่าที่ลอก

คู่มือการติดตั้ง Sikaflex Construction ระบุให้พื้นผิวสะอาด แข็งแรง และแห้ง รวมถึงต้องเอาฝุ่น น้ำมัน ความชื้น หรือยาแนวเก่าที่กระทบการยึดเกาะออกก่อนใช้งาน

  1. ใช้ Backer Rod เพื่อควบคุมความลึก

รอยต่อที่ลึกเกินไปไม่ควรอัด Sikaflex จนเต็มทั้งหมด เพราะจะทำให้เปลืองวัสดุและอาจทำให้ยาแนวทำงานผิดรูป

ควรใช้ backer rod หรือโฟมเส้นรองร่อง เพื่อควบคุมความลึกของยาแนว และช่วยป้องกันการยึดติดสามด้าน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว คู่มือของ Sika ระบุว่าในรอยต่อหรือรอยแตกที่ลึกเกิน 1/2 นิ้ว ควรใช้ Sika backer rod เพื่อควบคุมความลึก และสำหรับ moving joints ให้ใช้ backer rod เพื่อหลีกเลี่ยง three-point bonding

  1. ออกแบบสัดส่วนร่องให้เหมาะกับการเคลื่อนตัว

รอยต่อที่ดีต้องมีขนาดเหมาะกับการเคลื่อนตัว ไม่ใช่เล็กหรือใหญ่เกินไป โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ Sikaflex Construction ระบุว่าควรออกแบบความกว้างของรอยต่อให้เหมาะกับการเคลื่อนตัวที่ต้องการและ movement capability ของ sealant พร้อมรักษาสัดส่วนความกว้างต่อความลึกที่ 2:1 ในงานทั่วไป

ถ้าร่องแคบเกินไป ยาแนวอาจยืดตัวไม่พอ

ถ้าร่องลึกเกินไป ยาแนวอาจตึงและฉีกขาดง่าย

ถ้าร่องไม่สม่ำเสมอ งานอาจแตกร้าวหรือหลุดล่อนเฉพาะจุด

  1. ปาดแต่งผิวให้แนบกับขอบร่อง

หลังยิง Sikaflex ควรปาดแต่งผิวให้วัสดุแนบกับขอบรอยต่อทั้งสองด้าน เพื่อให้ยึดเกาะดีและไม่มีโพรงอากาศภายใน

การปาดแต่งผิวยังช่วยให้งานดูเรียบร้อย ระบายน้ำได้ดี และลดจุดสะสมฝุ่นหรือคราบสกปรก

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งาน Sikaflex รั่วซ้ำ

งานยาแนวรอยต่อที่ล้มเหลวมักไม่ได้เกิดจากวัสดุอย่างเดียว แต่เกิดจากการเลือกผิดรุ่นหรือทำงานผิดขั้นตอน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ได้แก่

  • ยิงทับยาแนวเก่าที่เสื่อมแล้ว
  • ไม่ทำความสะอาดฝุ่นและคราบน้ำมัน
  • ไม่ใช้ backer rod ในร่องลึก
  • ร่องยาแนวแคบเกินไป
  • ยิงยาแนวบางเกินไป
  • ไม่ปาดแต่งให้แนบขอบร่อง
  • ใช้ผิดรุ่นกับพื้นที่ใช้งาน
  • ใช้ในจุดที่มีน้ำขังถาวรโดยไม่ตรวจคุณสมบัติสินค้า
  • ทาสีทับรุ่นที่ไม่รองรับ
  • ไม่รอให้วัสดุบ่มตัวตามเวลาที่เหมาะสม

ถ้าอยากให้งานติดทน ควรดูทั้งชนิด Sikaflex, ขนาดรอยต่อ, พื้นผิว, สภาพแวดล้อม และขั้นตอนติดตั้งร่วมกัน

เลือก Sikaflex รุ่นไหนดี?

Sikaflex มีหลายรุ่น จึงควรเลือกตามลักษณะงาน ไม่ควรใช้รุ่นเดียวกับทุกจุด

หลักการเลือกเบื้องต้นคือ

  • งานรอยต่อผนังหรือคอนกรีตทั่วไป: เลือกรุ่นสำหรับ construction joint
  • งานรอยต่อที่ต้องทาสีทับ: เลือกรุ่นที่รองรับสีหรือสกิมโค้ท
  • งานรอบวงกบ: เลือกรุ่นที่เหมาะกับวัสดุวงกบและพื้นผิวข้างเคียง
  • งานพื้นหรือรอยต่อแนวนอน: เลือกรุ่นที่เหมาะกับการรับแรงใช้งาน
  • งานพื้นที่เปียกหรือกลางแจ้ง: ตรวจคุณสมบัติเรื่องสภาพอากาศและน้ำ
  • งานที่มีการเคลื่อนตัวมาก: ตรวจค่า movement capability ของรุ่นนั้น ๆ

สำหรับงานอาคารทั่วไปในไทย รุ่นอย่าง Sikaflex®-740 Construction ถูกระบุว่าเหมาะกับ movement joint, connection joint, ฟาซาด, พรีคาสต์, modular building elements และวงกบประตูหน้าต่าง แต่ก่อนใช้งานจริงควรดูเอกสารผลิตภัณฑ์ของรุ่นที่ซื้อ เพราะคุณสมบัติแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน

สรุป: Sikaflex เหมาะกับรอยต่อที่ขยับตัว เพราะยืดหยุ่นและยึดเกาะดี

Sikaflex คือกลุ่มวัสดุยาแนวรอยต่อชนิดยืดหยุ่นที่เหมาะกับงานอาคาร โดยเฉพาะรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวจากอุณหภูมิ แรงใช้งาน การขยายตัวของวัสดุ หรือการสั่นสะเทือนเล็กน้อย

เหตุผลที่ Sikaflex เหมาะกับงานแบบนี้ เพราะสามารถยืดหยุ่นตามรอยต่อ ยึดเกาะกับพื้นผิวหลายชนิด และช่วยลดโอกาสเกิดช่องว่างใหม่หลังใช้งาน จึงเหมาะกับงานรอยต่อคอนกรีต ผนังภายนอก พรีคาสต์ ฟาซาด และวงกบประตูหน้าต่าง

อย่างไรก็ตาม งานจะทนหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุอย่างเดียว ต้องเลือก Sikaflex ให้เหมาะกับงาน เตรียมพื้นผิวให้สะอาด ใช้ backer rod ในร่องลึก ออกแบบขนาดรอยต่อให้ถูก และปาดแต่งผิวให้แนบกับขอบร่อง หากทำครบตามขั้นตอน งานยาแนวรอยต่อก็จะยืดหยุ่นกว่า รั่วซ้ำน้อยกว่า และใช้งานได้ยาวนานขึ้น

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!