เปรียบเทียบ Sikafloor 262, 263, 264 ใช้งานต่างกันตรงไหน

พ.ค. 18, 2026 by admin Blog 0 comment

เปรียบเทียบ Sikafloor 262, 263, 264 ใช้งานต่างกันตรงไหน

ถ้ากำลังเลือกพื้นอีพ็อกซี่สำหรับโรงงาน คลังสินค้า ห้องผลิต หรือพื้นที่ใช้งานหนัก ชื่อที่มักเจอบ่อยคือ Sikafloor 262, Sikafloor 263 และ Sikafloor 264 ซึ่งทั้ง 3 รุ่นอยู่ในกลุ่มพื้นเรซิน/อีพ็อกซี่เหมือนกัน แต่จุดประสงค์การใช้งานไม่เหมือนกันทั้งหมด

สรุปให้เข้าใจก่อนคือ

  • Sikafloor 262 เหมาะกับงานพื้นที่ต้องการควบคุมไฟฟ้าสถิต หรือพื้น ESD/Conductive
  • Sikafloor 263 เหมาะกับงานพื้นอีพ็อกซี่แบบ Self-smoothing ที่ต้องการความหนา ผิวเรียบ และรองรับการใช้งานปานกลางถึงหนัก
  • Sikafloor 264 เหมาะกับงานเคลือบพื้นแบบ Roller coat หรือ Seal coat สำหรับพื้นโรงงาน คลังสินค้า โรงซ่อม ลานจอดรถ และระบบโรยทรายบางประเภท

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าต้องการพื้นนำไฟฟ้าให้ดู 262 ถ้าต้องการพื้นเรียบหนาแบบ Self-leveling ให้ดู 263 และถ้าต้องการเคลือบพื้นอีพ็อกซี่ใช้งานทั่วไป ให้ดู 264

Sikafloor 262 คืออะไร เหมาะกับงานแบบไหน?

Sikafloor 262 ที่พบในตลาดหลายประเทศมักอยู่ในกลุ่ม Sikafloor 262 AS / AS CN ซึ่งเป็นพื้นอีพ็อกซี่แบบนำไฟฟ้าหรือควบคุมไฟฟ้าสถิต เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องป้องกันปัญหา Electrostatic Discharge หรือ ESD

จากเอกสาร Sikafloor®-262 AS CN ระบุเรื่องระบบ earthing โดยต้องมีจุดต่อกราวด์ พื้นที่ต่อจุดประมาณ 300 ตารางเมตร และระยะห่างจากจุดใด ๆ ถึงจุด earthing ไม่ควรเกิน 10 เมตร พร้อมกำหนดว่าต้องดำเนินการและอนุมัติโดยวิศวกรไฟฟ้าตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

Sikafloor 262 เหมาะกับพื้นที่แบบไหน?

เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องควบคุมไฟฟ้าสถิต เช่น

  • โรงงานอิเล็กทรอนิกส์
  • ห้องประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • ห้องแล็บ
  • พื้นที่ผลิตอุปกรณ์ไวต่อไฟฟ้าสถิต
  • ห้องควบคุม
  • พื้นที่ที่ต้องการระบบ conductive floor
  • พื้นที่ที่ต้องมีการต่อลงกราวด์ตามระบบ

จุดเด่นของ Sikafloor 262

  • เหมาะกับพื้น ESD หรือพื้นนำไฟฟ้า
  • ใช้กับพื้นที่ที่ต้องการควบคุมไฟฟ้าสถิต
  • ต้องออกแบบระบบ earthing ร่วมด้วย
  • เหมาะกับงานเฉพาะทางมากกว่างานพื้นทั่วไป

ข้อควรระวังของ Sikafloor 262

Sikafloor 262 ไม่ใช่รุ่นที่ควรเลือกเพียงเพราะอยากได้พื้นอีพ็อกซี่ทั่วไป เพราะระบบ conductive/ESD มีรายละเอียดมากกว่า ทั้งเรื่องชั้นระบบ การต่อกราวด์ ความสม่ำเสมอของความหนา และการทดสอบค่าการนำไฟฟ้าหลังติดตั้ง

เอกสารของ Sikafloor 262 AS CN ยังระบุว่าพื้นคอนกรีตต้องแข็งแรง มี compressive strength อย่างน้อย 25 N/mm² และ pull-off strength อย่างน้อย 1.5 N/mm² รวมถึงต้องสะอาด แห้ง ไม่มีคราบน้ำมัน จาระบี หรือสิ่งปนเปื้อน และต้องเตรียมผิวด้วยวิธีทางกลเพื่อเปิดผิวคอนกรีตก่อนใช้งาน

Sikafloor 262 คืออะไร เหมาะกับงานแบบไหน?
Sikafloor 262 คืออะไร เหมาะกับงานแบบไหน?

Sikafloor 263 คืออะไร เหมาะกับงานแบบไหน?

Sikafloor 263 SL เป็นพื้นอีพ็อกซี่แบบ Self-smoothing หรือ Self-leveling ชนิดมีสี ใช้กับพื้นคอนกรีตและซีเมนต์สกรีดที่ต้องรับการใช้งานระดับปานกลางถึงหนัก โดยเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าเป็นอีพ็อกซี่เรซิน 2 ส่วน แบบ self-smoothing และเหมาะกับสภาพอากาศร้อน/เขตร้อน

Sikafloor 263 เหมาะกับพื้นที่แบบไหน?

Sikafloor 263 SL ถูกระบุว่าเหมาะกับพื้นที่ใช้งานปานกลางถึงหนัก เช่น

  • คลังสินค้า
  • โรงประกอบชิ้นส่วน
  • โรงซ่อมบำรุง
  • โรงจอดรถและลานจอดรถ
  • Loading bay
  • โรงเก็บเครื่องบิน
  • ห้องเครื่อง
  • Clean room
  • พื้นที่ผลิต
  • โรงงานอาหารแห้ง
  • โรงงานผลิตยา

จุดเด่นของ Sikafloor 263

  • เป็นระบบ Self-smoothing ผิวเรียบสวย
  • เหมาะกับพื้นที่ใช้งานปานกลางถึงหนัก
  • ทนสารเคมีและแรงทางกลได้ดี
  • เป็นระบบกันของเหลวซึมผ่าน
  • ผิวเงา
  • สามารถทำพื้นผิวกันลื่นได้ในบางระบบ

ความหนาโดยประมาณของ Sikafloor 263

เอกสาร Sikafloor 263 SL ระบุการใช้งานแบบ self-smoothing wearing course โดยผสมกับ quartz sand ได้หลายอัตราส่วน และมีช่วงความหนาตั้งแต่ประมาณ 1.0–2.0 มม. ไปจนถึง 4.0–6.0 มม. ตามระบบและสัดส่วนการเติมทราย

ดังนั้น ถ้าหน้างานต้องการพื้นอีพ็อกซี่ที่หนากว่าการเคลือบลูกกลิ้งทั่วไป ผิวเรียบ ดูดี และรองรับการใช้งานมากขึ้น Sikafloor 263 จะเหมาะกว่า 264 ในหลายกรณี

Sikafloor 263 คืออะไร เหมาะกับงานแบบไหน?
Sikafloor 263 คืออะไร เหมาะกับงานแบบไหน?

Sikafloor 264 คืออะไร เหมาะกับงานแบบไหน?

Sikafloor 264 HC เป็นอีพ็อกซี่เรซิน 2 ส่วนแบบมีสี ใช้เป็น Roller coat และ Seal coat โดย Sika Thailand ระบุว่าเป็น “2-part epoxy roller and seal coat” มีคุณสมบัติทนสารเคมีและแรงทางกล ใช้งานง่าย กันของเหลวซึมผ่าน ผิวเงา และสามารถทำผิวกันลื่นได้

Sikafloor 264 เหมาะกับพื้นที่แบบไหน?

Sika Thailand ระบุว่า Sikafloor 264 HC ใช้เป็น roller coat สำหรับพื้นคอนกรีตและซีเมนต์สกรีดที่มีการใช้งานปกติถึงปานกลาง เช่น

  • คลังสินค้า
  • โรงประกอบ
  • โรงซ่อมบำรุง
  • โรงรถ
  • Loading ramps

และยังใช้เป็น seal coat สำหรับระบบโรยทราย เช่น อาคารจอดรถหลายชั้น/ใต้ดิน โรงซ่อมเครื่องบิน และพื้นที่กระบวนการเปียก เช่น อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

จุดเด่นของ Sikafloor 264

  • เหมาะกับงานเคลือบพื้นแบบลูกกลิ้ง
  • ใช้งานง่ายกว่า self-leveling หนา ๆ
  • ใช้เป็นสีเคลือบพื้นโรงงานทั่วไปได้ดี
  • ใช้เป็น seal coat ทับระบบโรยทรายได้
  • ผิวเงา
  • ทำผิวกันลื่นได้ในบางระบบ
  • เหมาะกับพื้นที่ใช้งานปกติถึงปานกลาง

ระบบการใช้ Sikafloor 264 โดยประมาณ

ข้อมูล Sika Thailand ระบุระบบ roller coating โดยใช้ primer 1–2 ชั้นด้วย Sikafloor 161 HC และ top coat 2 ชั้นด้วย Sikafloor 264 HC ส่วน textured roller coating และ broadcast system จะมีอัตราการใช้วัสดุและทรายต่างกันตามระบบ

พูดง่าย ๆ คือ Sikafloor 264 เป็นรุ่นที่เหมาะกับงานเคลือบพื้นอีพ็อกซี่ทั่วไป หรืองาน seal coat ในระบบโรยทราย มากกว่างานที่ต้องการพื้น Self-leveling หนาแบบ 263 หรือพื้น ESD แบบ 262

ตารางเปรียบเทียบ Sikafloor 262, 263, 264

รุ่นประเภทหลักเหมาะกับงานจุดเด่นไม่ควรใช้เมื่อ
Sikafloor 262พื้น Conductive / ESDโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ห้องแล็บ พื้นที่ต้องคุมไฟฟ้าสถิตควบคุมไฟฟ้าสถิต มีระบบ earthingถ้าเป็นพื้นอีพ็อกซี่ทั่วไปที่ไม่ต้องการ ESD
Sikafloor 263 SLพื้น Epoxy Self-smoothingคลังสินค้า พื้นที่ผลิต โรงซ่อม Loading bay Clean room พื้นใช้งานปานกลางถึงหนักผิวเรียบ หนากว่า roller coat ทนเคมีและแรงทางกลดีถ้าต้องการแค่เคลือบพื้นบางประหยัดงบ
Sikafloor 264 HCEpoxy Roller coat / Seal coatคลังสินค้า โรงประกอบ โรงซ่อม โรงรถ Loading ramp ระบบโรยทรายใช้ง่าย ผิวเงา ใช้เป็น top coat หรือ seal coat ได้ถ้าต้องการพื้น Self-leveling หนา หรือพื้น ESD

เลือกใช้งานจริง ควรเลือกตัวไหน?

เลือก Sikafloor 262 ถ้าเน้นควบคุมไฟฟ้าสถิต

ถ้าโรงงานของคุณเป็นงานอิเล็กทรอนิกส์ ห้องประกอบชิ้นส่วนไวต่อไฟฟ้าสถิต หรือพื้นที่ต้องการ conductive flooring ให้พิจารณา Sikafloor 262 เป็นหลัก แต่ต้องวางระบบ earthing และทดสอบค่าการนำไฟฟ้าตามมาตรฐาน ไม่ใช่ติดตั้งเหมือนพื้นอีพ็อกซี่ทั่วไป

เลือก Sikafloor 263 ถ้าต้องการพื้นเรียบ หนา และใช้งานหนักกว่า

ถ้าเป็นคลังสินค้า พื้นผลิต ห้องเครื่อง โรงซ่อม หรือพื้นที่ที่ต้องการพื้นอีพ็อกซี่ผิวเรียบแบบ Self-leveling และต้องการความหนามากกว่า roller coat ทั่วไป Sikafloor 263 SL เหมาะกว่า เพราะออกแบบเป็น self-smoothing system สำหรับพื้นคอนกรีตและซีเมนต์สกรีดที่รับการใช้งานระดับปานกลางถึงหนัก

เลือก Sikafloor 264 ถ้าต้องการเคลือบพื้นอีพ็อกซี่ทั่วไป

ถ้าเป็นพื้นคลังสินค้า โรงประกอบ โรงซ่อม โรงรถ หรือ loading ramp ที่ต้องการระบบเคลือบพื้นแบบลูกกลิ้ง ใช้งานง่าย ผิวเงา และดูแลทำความสะอาดง่าย Sikafloor 264 HC เป็นตัวเลือกที่เหมาะ โดยเฉพาะพื้นที่ใช้งานปกติถึงปานกลาง หรือใช้เป็น seal coat ในระบบโรยทราย

ข้อควรระวังก่อนเลือก Sikafloor 262, 263, 264

ไม่ว่าจะเลือกรุ่นไหน พื้นเดิมต้องพร้อมก่อนเสมอ เพราะระบบพื้นอีพ็อกซี่จะติดทนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเตรียมผิวมากพอ ๆ กับตัววัสดุ

สิ่งที่ต้องเช็กก่อนทำงาน ได้แก่

  • พื้นคอนกรีตแข็งแรงพอหรือไม่
  • มีความชื้นจากใต้พื้นหรือเปล่า
  • มีคราบน้ำมัน จาระบี หรือสารเคมีสะสมไหม
  • มีรอยแตกร้าวหรือหลุมบ่อไหม
  • ต้องเปิดผิวด้วยการขัด เจียร หรือ shot blast หรือไม่
  • ต้องการผิวเรียบหรือกันลื่น
  • มีรถโฟล์คลิฟท์หรือรถเข็นใช้งานหนักแค่ไหน
  • มีสารเคมีชนิดใดหกบนพื้นบ้าง
  • ต้องการ ESD หรือไม่
  • มีเวลาหยุดพื้นที่เพื่อรอพื้นบ่มตัวกี่วัน

เอกสาร Sikafloor 264 HC ระบุว่าก่อนลงงานต้องตรวจความชื้นพื้น สภาพอากาศ ความชื้นสัมพัทธ์ และ dew point หากความชื้นพื้นมากกว่า 4% อาจต้องใช้ระบบ Sikafloor EpoCem เป็น temporary moisture barrier และพื้นหยาบต้องปรับระดับก่อน

สรุป: Sikafloor 262, 263, 264 ต่างกันที่ “หน้าที่ของระบบพื้น”

ถ้าต้องสรุปแบบสั้นที่สุด:

Sikafloor 262 = พื้น ESD / Conductive สำหรับงานควบคุมไฟฟ้าสถิต Sikafloor 263 = พื้นอีพ็อกซี่ Self-smoothing สำหรับพื้นเรียบ หนา ใช้งานปานกลางถึงหนัก Sikafloor 264 = พื้นอีพ็อกซี่ Roller coat / Seal coat สำหรับเคลือบพื้นทั่วไปและระบบโรยทราย

ดังนั้น ไม่ควรเลือกจากเลขรุ่นอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการใช้งานจริงของพื้นที่ก่อน ถ้าเป็นโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ให้ดู 262 ถ้าเป็นพื้นที่ผลิตหรือคลังสินค้าที่ต้องการพื้นเรียบหนาให้ดู 263 และถ้าเป็นงานเคลือบพื้นโรงงานทั่วไปที่ต้องการความคุ้มค่าและใช้งานง่ายให้ดู 264

สุดท้าย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพื้นเดิมก่อนทุกครั้ง เพราะความชื้น คราบน้ำมัน รอยร้าว และความแข็งแรงของคอนกรีต มีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของพื้น Sikafloor มากกว่าการเลือกเลขรุ่นเพียงอย่างเดียว

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!