Sarnafil TG 66 เมมเบรน FPO สำหรับหลังคากลับด้านและพื้นที่ปูทับเชื่อมรอยต่อแน่น

ก.ค. 16, 2026 by admin Blog 0 comment

Sarnafil TG 66 เมมเบรน FPO สำหรับหลังคากลับด้านและพื้นที่ปูทับเชื่อมรอยต่อแน่น

หลังคากลับด้านและพื้นที่ปูทับเป็นระบบหลังคาที่ต้องออกแบบอย่างรอบคอบ เพราะชั้นกันซึมไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เปิดเห็นง่ายเหมือนดาดฟ้าทั่วไป แต่จะถูกปิดทับด้วยชั้นวัสดุอื่น เช่น ฉนวน แผ่นคอนกรีต กรวด ชั้นระบายน้ำ หรือชั้นปลูกพืช หากเกิดปัญหารั่วซึมภายหลัง การตรวจหาและซ่อมแซมจะยุ่งยากกว่าระบบหลังคาที่เปิดผิวมาก

Sarnafil TG 66 หรือ Sarnafil® TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO ที่ออกแบบมาสำหรับระบบหลังคาแบบวางหลวมและถ่วงน้ำหนัก เช่น หลังคาโรยกรวด หลังคาปูแผ่นคอนกรีต หลังคาเขียว หลังคาใช้งาน และหลังคากลับด้าน จุดเด่นคือเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ทำให้แนวต่อของแผ่นเมมเบรนแน่น ต่อเนื่อง และช่วยลดความเสี่ยงน้ำรั่วตามรอยซ้อนทับของแผ่น

สำหรับพื้นที่ที่มีการปูทับ เช่น ดาดฟ้าที่ปูแผ่นทางเดิน หลังคาที่มีฉนวนด้านบน หรือหลังคาเขียวที่มีชั้นวัสดุหลายชั้น Sarnafil TG 66 ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะ เพราะเป็นแผ่นเมมเบรน FPO ที่ทน UV ทนสภาพอากาศ ทนจุลินทรีย์ ทนรากพืช และมีความคงตัวของแผ่นสูงจากชั้นเสริมใยแก้ว จึงเหมาะกับงานที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาวและลดโอกาสซ่อมซ้ำในอนาคต

Sarnafil TG 66 คืออะไร?

Sarnafil TG 66 คือแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด Flexible Polyolefin หรือ FPO ใช้เป็นชั้นกันน้ำสำหรับระบบหลังคาที่มีวัสดุถ่วงน้ำหนักหรือวัสดุปูทับด้านบน โดยเฉพาะระบบหลังคาที่ไม่ต้องการให้ชั้นกันซึมเปิดรับการใช้งานโดยตรง

Sarnafil TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนแบบหลายชั้น มีชั้นเสริมใยแก้วไม่ทอเพื่อเพิ่มความคงตัวของแผ่น และสามารถเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ทำให้เหมาะกับระบบหลังคาที่ต้องการความต่อเนื่องของชั้นกันซึมและต้องลดความเสี่ยงจากน้ำซึมตามแนวต่อ

เหมาะกับงาน เช่น

  • หลังคากลับด้าน
  • หลังคาโรยกรวด
  • หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
  • หลังคาเขียว
  • ดาดฟ้าใช้งาน
  • Utility roof
  • Roof deck
  • หลังคาคอนกรีตที่มีวัสดุปูทับ
  • งานกันซึมใต้ชั้นฉนวน
  • งานกันซึมใต้ชั้นทางเดิน
  • งาน junction และ flashing บนระบบหลังคาถ่วงน้ำหนัก
Sarnafil TG 66 คืออะไร?
Sarnafil TG 66 คืออะไร?

หลังคากลับด้านคืออะไร และทำไมต้องเลือกเมมเบรนให้ถูก?

หลังคากลับด้าน หรือ inverted roof คือระบบหลังคาที่จัดลำดับชั้นวัสดุแตกต่างจากหลังคาทั่วไป โดยมักมีชั้นกันซึมอยู่ด้านล่าง และมีชั้นฉนวนหรือวัสดุปูทับอยู่ด้านบน เพื่อช่วยปกป้องระบบกันซึมและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการใช้งานของหลังคา

ลักษณะทั่วไปของหลังคากลับด้าน

ระบบหลังคากลับด้านมักประกอบด้วยชั้นต่าง ๆ เช่น

  • พื้นโครงสร้างคอนกรีต
  • ชั้นปรับ slope
  • ชั้นเมมเบรนกันซึม
  • ชั้นป้องกันเมมเบรน
  • ชั้นฉนวน
  • ชั้นระบายน้ำ
  • วัสดุถ่วงน้ำหนัก เช่น กรวดหรือแผ่นคอนกรีต
  • ชั้นผิวใช้งานหรือทางเดิน

เพราะชั้นกันซึมถูกปิดทับอยู่ด้านล่าง หากเลือกวัสดุไม่เหมาะ หรือเชื่อมรอยต่อไม่แน่น เมื่อเกิดรั่วซึมจะตรวจหาจุดรั่วได้ยาก และอาจต้องรื้อวัสดุหลายชั้นเพื่อซ่อมแซม

ทำไม Sarnafil TG 66 จึงเหมาะกับระบบนี้?

Sarnafil TG 66 เหมาะกับหลังคากลับด้านเพราะเป็นแผ่นเมมเบรน FPO สำหรับระบบถ่วงน้ำหนักและพื้นที่ปูทับโดยเฉพาะ ตัวแผ่นสามารถวางเป็นระบบใต้ชั้นวัสดุปูทับ และเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนเพื่อให้แนวต่อแน่นและต่อเนื่อง

จุดสำคัญคือระบบหลังคากลับด้านต้องการวัสดุกันซึมที่มั่นใจได้ตั้งแต่แรก เพราะหลังติดตั้งครบระบบแล้ว ชั้นกันซึมจะถูกซ่อนอยู่ใต้ฉนวนและวัสดุปูทับ การเลือกเมมเบรนที่เหมาะสมจึงช่วยลดความเสี่ยงงานซ่อมภายหลัง

จุดเด่นของ Sarnafil TG 66 สำหรับหลังคากลับด้านและพื้นที่ปูทับ
จุดเด่นของ Sarnafil TG 66 สำหรับหลังคากลับด้านและพื้นที่ปูทับ

จุดเด่นของ Sarnafil TG 66 สำหรับหลังคากลับด้านและพื้นที่ปูทับ

  1. เหมาะกับระบบหลังคาถ่วงน้ำหนัก

Sarnafil TG 66 ถูกออกแบบมาสำหรับระบบหลังคาแบบวางหลวมและถ่วงน้ำหนัก ซึ่งเหมาะกับหลังคากลับด้าน หลังคาโรยกรวด หลังคาปูแผ่นคอนกรีต และหลังคาเขียว

ระบบถ่วงน้ำหนักมีข้อดีคือช่วยปกป้องแผ่นเมมเบรนจากการเปิดรับการใช้งานโดยตรง และช่วยให้ชั้นกันซึมอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมภายใต้ชั้นวัสดุด้านบน

  1. เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน แน่นและต่อเนื่อง

รอยต่อของแผ่นเมมเบรนเป็นจุดที่ต้องควบคุมมากที่สุด เพราะหากแนวซ้อนทับเชื่อมไม่สมบูรณ์ น้ำอาจซึมผ่านได้ Sarnafil TG 66 สามารถเชื่อมรอยต่อด้วย hot air welding ทำให้แนวต่อของแผ่นต่อเนื่องและตรวจสอบได้

ข้อดีของการเชื่อมลมร้อน ได้แก่

  • ลดความเสี่ยงจากการใช้เปลวไฟเปิด
  • แนวเชื่อมต่อเนื่องตามระบบ
  • เหมาะกับงานหลังคาขนาดใหญ่
  • เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องปูวัสดุทับภายหลัง
  • ตรวจสอบรอยเชื่อมก่อนปิดทับได้
  • ลดโอกาสน้ำรั่วตามแนวรอยต่อ

สำหรับหลังคากลับด้าน การตรวจแนวเชื่อมก่อนปูชั้นฉนวนหรือวัสดุทับเป็นขั้นตอนสำคัญมาก เพราะหลังปิดระบบแล้วจะเข้าถึงชั้นเมมเบรนได้ยาก

  1. ทน UV และสภาพอากาศ

แม้ Sarnafil TG 66 จะถูกใช้ในระบบหลังคาที่มีวัสดุปูทับ แต่บางบริเวณ เช่น ขอบ parapet, upstand, flashing, wall junction และ roof light อาจเปิดรับแดด ฝน และสภาพอากาศโดยตรง

Sarnafil TG 66 มีคุณสมบัติทน UV และเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น จึงรองรับทั้งพื้นที่ที่ถูกปิดทับและบริเวณรายละเอียดหลังคาที่เปิดรับสภาพแวดล้อมภายนอกได้ดี

  1. มีความคงตัวของแผ่นสูง

หลังคาเป็นพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิสูงมากในแต่ละวัน แผ่นเมมเบรนจึงต้องมีความคงตัวที่ดี เพื่อช่วยลดการหดหรือเสียรูปจากความร้อน

Sarnafil TG 66 มีชั้นเสริมใยแก้วไม่ทอ ช่วยเพิ่มความคงตัวของแผ่น เหมาะกับระบบที่ต้องปูทับด้วยวัสดุหลายชั้น และต้องการให้ชั้นกันซึมอยู่ในตำแหน่งที่มั่นคงในระยะยาว

  1. ทนรากพืชและจุลินทรีย์

ในกรณีที่ใช้กับหลังคาเขียวหรือระบบที่มีความชื้นสะสม Sarnafil TG 66 มีคุณสมบัติทนรากพืชและจุลินทรีย์ ซึ่งช่วยให้เหมาะกับระบบหลังคาที่มีชั้นปลูกพืช ชั้นดิน หรือชั้นระบายน้ำอยู่ด้านบน

คุณสมบัตินี้สำคัญมาก เพราะงานหลังคาเขียวเมื่อเกิดรั่วซึมจะซ่อมยากกว่าดาดฟ้าทั่วไป ต้องรื้อชั้นดินและวัสดุปูทับออกก่อนถึงจะเข้าถึงเมมเบรนได้

  1. เหมาะกับพื้นที่ใช้งานและพื้นที่ปูทับ

พื้นที่ปูทับ เช่น แผ่นคอนกรีตทางเดิน กรวด หรือชั้นวัสดุของหลังคากลับด้าน ต้องการเมมเบรนที่ทนทานและเข้ากับระบบถ่วงน้ำหนักได้ดี Sarnafil TG 66 จึงเหมาะกับงานที่ต้องการให้ดาดฟ้าหรือหลังคามีการใช้งานด้านบนโดยไม่ให้วัสดุกันซึมรับแรงใช้งานโดยตรง

Sarnafil TG 66 เหมาะกับงานแบบไหน?

หลังคากลับด้าน

เหมาะกับระบบที่มีฉนวนหรือชั้นวัสดุด้านบนปิดทับชั้นกันซึม โดยต้องการเมมเบรนที่ทนทานและเชื่อมรอยต่อได้แน่นก่อนปิดระบบ

หลังคาปูแผ่นคอนกรีต

เหมาะกับดาดฟ้าที่ต้องปูแผ่นคอนกรีตเป็นทางเดินหรือพื้นที่ใช้งาน โดยมี Sarnafil TG 66 เป็นชั้นกันซึมหลักด้านล่าง

หลังคาโรยกรวด

เหมาะกับระบบ ballasted roof ที่ใช้กรวดเป็นวัสดุถ่วงน้ำหนัก ช่วยกดและปกป้องชั้นเมมเบรนจากการเปิดรับใช้งานโดยตรง

หลังคาเขียว

เหมาะกับหลังคาเขียวที่มีชั้นดิน ชั้นปลูกพืช และชั้นระบายน้ำ เพราะต้องการแผ่นเมมเบรนที่ทนรากพืชและความชื้นสะสม

Utility roof

เหมาะกับหลังคาที่ต้องมีการเดินตรวจเช็กงานระบบ หรือมีพื้นที่ใช้งานบางส่วน โดยต้องออกแบบชั้นป้องกันและวัสดุปูทับให้เหมาะสม

งานเก็บรายละเอียดหลังคา

เหมาะกับงาน junction และ flashing เช่น ขอบ parapet, upstand, wall junction, roof light และจุดเปลี่ยนระดับที่ต้องเชื่อมต่อกับระบบเมมเบรนหลักให้แน่น

ก่อนติดตั้ง Sarnafil TG 66 ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ตรวจพื้นผิวโครงสร้าง

พื้นผิวต้องเรียบ แข็งแรง ไม่มีเศษแหลมคม ไม่มีปูนร่วน และไม่มีจุดที่อาจทำให้แผ่นเมมเบรนเสียหาย หากพื้นผิวมีของแหลมคมหรือผิวไม่เรียบ ควรปรับผิวหรือปูชั้นป้องกันก่อน

ตรวจ slope และระบบระบายน้ำ

หลังคากลับด้านและพื้นที่ปูทับต้องมีการระบายน้ำที่ดี เพราะน้ำที่ขังอยู่ในระบบหลังคาอาจเพิ่มภาระให้ชั้นกันซึมและชั้นวัสดุด้านบน ควรออกแบบ slope, drain และ overflow ให้เหมาะสม

วางแผนชั้นวัสดุปูทับ

ระบบหลังคากลับด้านต้องวางแผนลำดับชั้นวัสดุให้ถูกต้อง เช่น ชั้นกันซึม ชั้นป้องกัน ชั้นฉนวน ชั้นระบายน้ำ และวัสดุถ่วงน้ำหนัก เพื่อไม่ให้ชั้นเมมเบรนเสียหายจากแรงกดหรือการเสียดสี

ออกแบบน้ำหนักถ่วงให้เหมาะสม

ระบบถ่วงน้ำหนักต้องคำนึงถึงแรงลม น้ำหนักบรรทุก และการใช้งานจริงของหลังคา หากวัสดุถ่วงน้ำหนักไม่เพียงพอ อาจทำให้เมมเบรนขยับหรือเกิดปัญหาตามมาได้

เก็บรายละเอียดจุดเสี่ยงรั่วซึม

จุดอย่าง parapet, drain, upstand, roof light, pipe penetration และฐานอุปกรณ์งานระบบ ต้องออกแบบรายละเอียดตั้งแต่ต้น เพราะเป็นจุดที่มักเกิดรั่วซึมมากกว่าพื้นที่โล่ง

วิธีติดตั้ง Sarnafil TG 66 โดยสรุป

การติดตั้งจริงควรทำโดยทีมที่มีประสบการณ์กับระบบ Sarnafil และยึดตามคู่มือของผู้ผลิต โดยทั่วไปมีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. ตรวจแบบหลังคาและลำดับชั้นวัสดุ
  2. ตรวจพื้นผิวให้เรียบและไม่มีของแหลมคม
  3. ทำความสะอาดพื้นผิว
  4. ปูชั้นแยกหรือชั้นป้องกันตามระบบ
  5. วางแผ่น Sarnafil TG 66 แบบ loose laid
  6. จัดระยะซ้อนทับของแผ่นให้ถูกต้อง
  7. เชื่อมรอยต่อด้วยเครื่องลมร้อน
  8. ตรวจสอบแนวเชื่อมทุกจุดก่อนปิดทับ
  9. เก็บรายละเอียดรอบ parapet, drain, upstand และ roof light
  10. ปูชั้นป้องกันเมมเบรน
  11. ปูฉนวนหรือชั้นวัสดุของระบบหลังคากลับด้าน
  12. ปูวัสดุถ่วงน้ำหนัก เช่น กรวดหรือแผ่นคอนกรีต
  13. ตรวจสอบระบบก่อนส่งมอบงาน

หัวใจสำคัญคือการตรวจแนวเชื่อมและรายละเอียดก่อนปูวัสดุทับ เพราะเมื่อปิดระบบแล้ว การเข้าถึงแผ่นเมมเบรนจะทำได้ยากมาก

ข้อควรระวังในการใช้ Sarnafil TG 66

  • ควรติดตั้งโดยผู้รับเหมาที่ชำนาญระบบ FPO membrane
  • พื้นผิวต้องเรียบ ไม่มีเศษแหลมคมหรือปูนร่วน
  • ต้องออกแบบ slope, drain และ overflow ให้เหมาะสม
  • ต้องเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนและตรวจสอบแนวเชื่อมก่อนปิดทับ
  • ต้องมีชั้นป้องกันเมมเบรนก่อนปูฉนวนหรือแผ่นคอนกรีต
  • ต้องออกแบบน้ำหนักถ่วงให้เหมาะกับแรงลม
  • ต้องเก็บรายละเอียดรอบ parapet, upstand และ drain ให้ครบ
  • หลีกเลี่ยงการวางวัสดุคมหรือเจาะทะลุเมมเบรนโดยไม่มีรายละเอียดป้องกัน
  • งานหลังคาเขียวต้องมีชั้นป้องกันรากและชั้นระบายน้ำที่เหมาะสม
  • ควรตรวจสอบระบบระบายน้ำเป็นระยะหลังใช้งาน

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานหลังคากลับด้านรั่วซึม

  • ใช้เมมเบรนที่ไม่เหมาะกับระบบถ่วงน้ำหนัก
  • พื้นผิวมีของแหลมคมก่อนปูแผ่น
  • ไม่ตรวจแนวเชื่อมก่อนปูฉนวนหรือวัสดุทับ
  • เชื่อมรอยต่อไม่สมบูรณ์
  • ไม่มีชั้นป้องกันเมมเบรน
  • ไม่ออกแบบ slope ทำให้น้ำขัง
  • วัสดุถ่วงน้ำหนักไม่เพียงพอ
  • เก็บรายละเอียดรอบ parapet ไม่ครบ
  • รอบ drain เชื่อมไม่ดีหรือไม่มีรายละเอียดเสริม
  • งานหลังคาเขียวไม่มีชั้นป้องกันรากที่เหมาะสม
  • ไม่บำรุงรักษา drain ทำให้น้ำท่วมระบบหลังคา

ระบบหลังคากลับด้านต้องให้ความสำคัญกับทุกชั้นของระบบ ไม่ใช่แค่แผ่นเมมเบรน เพราะชั้นฉนวน ชั้นป้องกัน ชั้นระบายน้ำ และวัสดุถ่วงน้ำหนักล้วนมีผลต่ออายุการใช้งานของระบบกันซึม

Sarnafil TG 66 เหมาะกับใคร?

Sarnafil TG 66 เหมาะกับเจ้าของอาคาร วิศวกร สถาปนิก ผู้รับเหมา และทีมงานกันซึมที่ต้องการเมมเบรน FPO สำหรับหลังคากลับด้านและพื้นที่ปูทับที่ต้องการความมั่นใจระยะยาว

เหมาะกับงาน เช่น

  • อาคารสำนักงาน
  • อาคารพาณิชย์
  • โรงงาน
  • คลังสินค้า
  • ดาดฟ้าใช้งาน
  • หลังคากลับด้าน
  • หลังคาโรยกรวด
  • หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
  • หลังคาเขียว
  • Utility roof
  • Roof deck ที่ต้องการระบบกันซึมใต้ชั้นปูทับ
  • งานหลังคาที่ต้องการรอยต่อเชื่อมแน่นด้วยลมร้อน

สรุป: Sarnafil TG 66 เหมาะกับหลังคากลับด้านและพื้นที่ปูทับที่ต้องการรอยต่อแน่น

Sarnafil TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO สำหรับระบบหลังคาแบบวางหลวมและถ่วงน้ำหนัก เหมาะกับหลังคากลับด้าน หลังคาปูแผ่นคอนกรีต หลังคาโรยกรวด หลังคาเขียว หลังคาใช้งาน และพื้นที่ที่ต้องมีวัสดุปูทับด้านบน

จุดเด่นคือเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ทำให้แนวต่อของแผ่นแน่น ต่อเนื่อง และตรวจสอบได้ก่อนปิดทับ อีกทั้งยังทน UV ทนสภาพอากาศ ทนรากพืช ทนจุลินทรีย์ และมีความคงตัวสูงจากชั้นเสริมใยแก้ว เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การใช้งานให้ได้ผลดีต้องออกแบบเป็นระบบ ตั้งแต่พื้นผิว slope และ drain การวางแผ่น การเชื่อมรอยต่อ การเก็บรายละเอียด parapet, drain, roof light ไปจนถึงชั้นป้องกัน ฉนวน และวัสดุถ่วงน้ำหนัก หากทำครบตามระบบ Sarnafil TG 66 จะช่วยลดความเสี่ยงรั่วซึมและช่วยให้หลังคากลับด้านใช้งานได้มั่นคงในระยะยาว

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!