Sarnafil TG 66 แผ่นกันซึมหลังคาสำหรับดาดฟ้า ลดน้ำซึมและทนสภาพอากาศ

ก.ค. 17, 2026 by admin Blog 0 comment

Sarnafil TG 66 แผ่นกันซึมหลังคาสำหรับดาดฟ้า ลดน้ำซึมและทนสภาพอากาศ

ดาดฟ้าและหลังคาคอนกรีตเป็นพื้นที่ที่ต้องเจอทั้งแดด ฝน ความร้อน ความชื้น น้ำขัง และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอยู่ตลอดเวลา หากระบบกันซึมไม่เหมาะสม น้ำฝนอาจค่อย ๆ ซึมผ่านรอยต่อ รอยแตกร้าว หรือจุดอ่อนบริเวณขอบหลังคา ทำให้เกิดปัญหาฝ้าเพดานมีคราบน้ำ สีลอก ปูนร่อน เหล็กเสริมเสี่ยงเป็นสนิม และต้องซ่อมซ้ำในระยะยาว

ปัญหาน้ำซึมบนดาดฟ้ามักไม่ได้เกิดจากพื้นที่โล่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น รอบท่อ drain, ขอบ parapet, มุมพื้นชนผนัง, flashing, ช่องแสงหลังคา และจุดต่อกับวัสดุอื่น หากเลือกวัสดุกันซึมที่ไม่ทนสภาพอากาศ หรือเก็บรายละเอียดไม่ดีพอ น้ำอาจซึมเข้าระบบหลังคาได้ง่าย

Sarnafil TG 66 หรือ Sarnafil® TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO สำหรับระบบหลังคาแบบวางหลวมและถ่วงน้ำหนัก เหมาะกับดาดฟ้า หลังคาคอนกรีต หลังคาโรยกรวด หลังคาปูแผ่นคอนกรีต หลังคาเขียว หลังคากลับด้าน และพื้นที่ที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว จุดเด่นคือช่วยลดความเสี่ยงน้ำซึม เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ทน UV และทนสภาพอากาศภายนอกได้ดี

Sarnafil TG 66 คืออะไร?

Sarnafil TG 66 คือแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด Flexible Polyolefin หรือ FPO ใช้เป็นชั้นป้องกันน้ำสำหรับระบบหลังคา โดยเฉพาะหลังคาที่มีวัสดุปูทับหรือถ่วงน้ำหนักด้านบน เช่น กรวด แผ่นคอนกรีต ชั้นหลังคาเขียว หรือระบบหลังคากลับด้าน

แผ่นเมมเบรนชนิดนี้ออกแบบมาให้ใช้งานกับหลังคาที่ต้องเจอสภาพอากาศจริง เช่น แดด ฝน ความร้อน และความชื้น โดยสามารถเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ทำให้แนวซ้อนทับของแผ่นมีความต่อเนื่อง ลดจุดเสี่ยงที่น้ำจะซึมผ่านตามแนวรอยต่อ

เหมาะกับงาน เช่น

  • ดาดฟ้าอาคาร
  • หลังคาคอนกรีต
  • หลังคาโรยกรวด
  • หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
  • หลังคาเขียว
  • หลังคากลับด้าน
  • Utility roof
  • Roof deck
  • งานกันซึมใต้ชั้นวัสดุปูทับ
  • งานเก็บรายละเอียดขอบหลังคาและ flashing
Sarnafil TG 66 คืออะไร?
Sarnafil TG 66 คืออะไร?

ทำไมดาดฟ้าจึงต้องใช้แผ่นกันซึมที่ทนสภาพอากาศ?

ดาดฟ้าเป็นพื้นที่ที่รับแดดและฝนโดยตรงมากกว่าส่วนอื่นของอาคาร วัสดุกันซึมจึงต้องทนต่อรังสี UV ความร้อน ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ หากวัสดุเสื่อมเร็วหรือไม่เหมาะกับงานหลังคา อาจเกิดปัญหาแตกร้าว หลุดล่อน หรือรอยต่อเปิดจนทำให้น้ำซึมได้

ปัญหาที่มักเกิดกับดาดฟ้าที่ระบบกันซึมเสื่อม

  • น้ำซึมลงฝ้าเพดาน
  • ผนังด้านในมีคราบน้ำ
  • สีลอกและปูนร่อน
  • พื้นดาดฟ้าแตกร้าว
  • น้ำขังตามแอ่ง
  • รอยต่อรอบ drain รั่ว
  • ขอบ parapet มีน้ำซึม
  • ชั้นกันซึมเดิมกรอบหรือเสื่อมจากแดด
  • ซ่อมเฉพาะจุดแล้วเกิดรั่วซ้ำ

การเลือกใช้ Sarnafil TG 66 ช่วยให้ดาดฟ้ามีชั้นกันซึมแบบเมมเบรนที่ออกแบบมาสำหรับงานหลังคาโดยเฉพาะ เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการทั้งความทนทานต่อสภาพอากาศและการลดความเสี่ยงน้ำซึมในระยะยาว

จุดเด่นของ Sarnafil TG 66
จุดเด่นของ Sarnafil TG 66

จุดเด่นของ Sarnafil TG 66

  1. ช่วยลดความเสี่ยงน้ำซึมบนดาดฟ้า

Sarnafil TG 66 ทำหน้าที่เป็นชั้นกันน้ำหลักของระบบหลังคา ช่วยแยกน้ำฝนออกจากโครงสร้างคอนกรีตด้านล่าง เมื่อติดตั้งถูกต้องและเก็บรายละเอียดครบ ระบบเมมเบรนจะช่วยลดโอกาสที่น้ำซึมผ่านเข้าสู่ดาดฟ้าและชั้นล่างของอาคาร

เหมาะกับจุดเสี่ยง เช่น

  • พื้นดาดฟ้าคอนกรีต
  • รอบท่อ drain
  • ขอบ parapet
  • แนว upstand
  • ช่องแสงหลังคา
  • แนว flashing
  • พื้นที่ที่มีวัสดุปูทับด้านบน
  1. ทน UV และสภาพอากาศ

Sarnafil TG 66 มีคุณสมบัติทนต่อ UV และอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมทั่วไป จึงเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องเจอแดด ฝน ลม ความชื้น และความร้อนสะสมบนผิวหลังคา

คุณสมบัตินี้มีความสำคัญกับดาดฟ้า เพราะแม้บางพื้นที่จะมีวัสดุปูทับ เช่น กรวดหรือแผ่นคอนกรีต แต่บริเวณรายละเอียดรอบขอบหลังคา ขอบ parapet หรือ flashing อาจยังเปิดรับแดดและฝนโดยตรง หากวัสดุไม่ทนสภาพอากาศ จุดเหล่านี้อาจเสื่อมและกลายเป็นต้นเหตุของน้ำรั่วซึมได้

  1. เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน

ระบบแผ่นเมมเบรนต้องให้ความสำคัญกับแนวต่อระหว่างแผ่น เพราะเป็นจุดที่น้ำมีโอกาสซึมผ่านได้ หากรอยต่อทำไม่ดี Sarnafil TG 66 สามารถเชื่อมรอยต่อด้วย hot air welding หรือเครื่องเชื่อมลมร้อน ทำให้แนวต่อมีความต่อเนื่องและตรวจสอบได้

ข้อดีของการเชื่อมลมร้อน ได้แก่

  • ไม่ต้องใช้เปลวไฟเปิด
  • เหมาะกับงานบนหลังคา
  • รอยต่อเชื่อมได้ต่อเนื่องตามระบบ
  • ลดความเสี่ยงน้ำรั่วตามแนวซ้อนทับ
  • ตรวจสอบคุณภาพแนวเชื่อมได้
  • เหมาะกับงานหลังคาขนาดใหญ่
  1. เหมาะกับหลังคาระบบถ่วงน้ำหนัก

Sarnafil TG 66 เหมาะกับระบบหลังคาแบบวางหลวมและถ่วงน้ำหนัก เช่น หลังคาโรยกรวด หลังคาปูแผ่นคอนกรีต หลังคาเขียว และหลังคากลับด้าน ระบบนี้ใช้วัสดุด้านบนช่วยถ่วงและปกป้องชั้นเมมเบรนจากการใช้งานโดยตรง

ตัวอย่างวัสดุถ่วงน้ำหนัก ได้แก่

  • กรวด
  • แผ่นคอนกรีต
  • ชั้นปลูกพืชของหลังคาเขียว
  • ชั้นวัสดุของ inverted roof
  • ชั้นทางเดินตรวจงานบนดาดฟ้า
  1. มีความคงตัวสูงจากชั้นเสริมใยแก้ว

Sarnafil TG 66 มีชั้นเสริมใยแก้วไม่ทอ ช่วยให้แผ่นมีความคงตัวของขนาดสูง ลดการเสียรูปจากความร้อนและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบนหลังคา

ดาดฟ้ามักมีอุณหภูมิสูงในช่วงกลางวันและลดลงในช่วงกลางคืน ทำให้วัสดุต่าง ๆ เกิดการขยายและหดตัวซ้ำ ๆ การเลือกเมมเบรนที่มีความคงตัวดีจึงช่วยให้ระบบกันซึมทำงานได้มั่นคงขึ้น

  1. เหมาะกับหลังคาเขียวและหลังคากลับด้าน

Sarnafil TG 66 เหมาะกับระบบหลังคาเขียวและหลังคากลับด้าน เพราะมีคุณสมบัติทนรากพืช ทนจุลินทรีย์ และเหมาะกับระบบที่มีชั้นวัสดุปิดทับด้านบน

งานหลังคาเขียวและหลังคากลับด้านต้องการระบบกันซึมที่มั่นใจได้ เพราะหากเกิดรั่วซึมหลังติดตั้งชั้นดิน ชั้นระบายน้ำ ฉนวน หรือวัสดุปูทับแล้ว การรื้อซ่อมจะทำได้ยากและมีต้นทุนสูงกว่าหลังคาทั่วไป

Sarnafil TG 66 เหมาะกับงานแบบไหน?

ดาดฟ้าอาคาร

เหมาะกับดาดฟ้าที่ต้องการระบบกันซึมใต้ชั้นปูทับ เช่น แผ่นคอนกรีต กรวด หรือวัสดุถ่วงน้ำหนัก เพื่อช่วยลดน้ำซึมเข้าสู่โครงสร้างด้านล่าง

หลังคาคอนกรีต

เหมาะกับหลังคาคอนกรีตที่ต้องรับแดด ฝน และความชื้นเป็นประจำ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการระบบเมมเบรนที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศ

หลังคาโรยกรวด

เหมาะกับระบบหลังคาที่ใช้กรวดช่วยถ่วงน้ำหนักและปกป้องแผ่นเมมเบรน เหมาะกับงานหลังคาขนาดใหญ่และดาดฟ้าที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว

หลังคาปูแผ่นคอนกรีต

เหมาะกับดาดฟ้าที่ต้องมีทางเดินหรือพื้นที่ใช้งานด้านบน โดยแผ่นคอนกรีตช่วยปกป้องเมมเบรนจากการเดินและแรงกระแทกบางส่วน

หลังคาเขียว

เหมาะกับหลังคาเขียวที่มีชั้นปลูกพืช ชั้นดิน และชั้นระบายน้ำ เพราะต้องการเมมเบรนที่ทนความชื้น รากพืช และจุลินทรีย์

หลังคากลับด้าน

เหมาะกับ inverted roof ที่มีชั้นฉนวนและวัสดุถ่วงน้ำหนักอยู่ด้านบนระบบกันซึม โดยต้องออกแบบชั้นวัสดุให้ถูกต้องตามระบบ

Sarnafil TG 66 ต่างจากกันซึมทาทั่วไปอย่างไร?

หัวข้อSarnafil TG 66กันซึมทาทั่วไป
ประเภทวัสดุแผ่นเมมเบรน FPOวัสดุทาเคลือบ
งานเด่นหลังคาถ่วงน้ำหนัก ดาดฟ้า หลังคาเขียวดาดฟ้า ระเบียง ห้องน้ำ งานซ่อมผิว
การทนสภาพอากาศทน UV และสภาพอากาศขึ้นกับชนิดสินค้า
รอยต่อเชื่อมด้วยลมร้อนไม่มีรอยต่อแผ่น แต่ต้องคุมความหนา
ความหนาควบคุมจากโรงงานขึ้นกับการทาและจำนวนชั้น
งานปูทับเหมาะกับกรวด แผ่นคอนกรีต หลังคาเขียวไม่ใช่ทุกระบบที่เหมาะกับปูทับ
การติดตั้งต้องใช้ทีมชำนาญระบบเมมเบรนบางระบบติดตั้งง่ายกว่า

หากเป็นดาดฟ้าที่ต้องการระบบกันซึมใต้ชั้นปูทับ หรือหลังคาที่ต้องใช้วัสดุถ่วงน้ำหนัก Sarnafil TG 66 จะเหมาะกว่างานทากันซึมบางประเภท เพราะถูกออกแบบมาสำหรับระบบหลังคาแบบ loose laid and ballasted โดยเฉพาะ

ก่อนติดตั้ง Sarnafil TG 66 ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ตรวจสภาพพื้นผิว

พื้นผิวต้องเรียบ แข็งแรง ไม่มีเศษแหลมคม ไม่มีปูนร่วน และไม่มีสิ่งที่อาจทำให้แผ่นเมมเบรนเสียหาย หากพื้นมีคมหรือเศษวัสดุ ควรปรับผิวหรือปูชั้นป้องกันตามระบบก่อน

ตรวจ slope และระบบระบายน้ำ

ดาดฟ้าและหลังคาควรมี slope ระบายน้ำไปยังจุด drain ได้เหมาะสม แม้เมมเบรนจะกันซึมได้ดี แต่หากมีน้ำขังมากหรือขังนาน จะเพิ่มภาระให้ระบบหลังคาโดยไม่จำเป็น

วางแผนจุด drain และ overflow

จุดระบายน้ำควรมีจำนวนเพียงพอและอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม หาก drain อุดตัน ควรมี overflow เพื่อช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วมหลังคา

เก็บรายละเอียดรอบ parapet และ flashing

บริเวณรอยต่อพื้นกับผนัง ขอบ parapet, upstand, roof light, flashing และรอบท่อ drain เป็นจุดเสี่ยงรั่วซึม ต้องออกแบบและติดตั้งให้ถูกต้องตามระบบ

เลือกวัสดุถ่วงน้ำหนักให้เหมาะสม

หากเป็นระบบ ballasted roof ต้องเลือกกรวด แผ่นคอนกรีต หรือวัสดุปูทับให้เหมาะกับแรงลม น้ำหนักบรรทุก และรูปแบบการใช้งานบนดาดฟ้า

วิธีติดตั้ง Sarnafil TG 66 โดยสรุป

การติดตั้งจริงควรทำโดยทีมที่มีประสบการณ์กับระบบ Sarnafil และยึดตามคู่มือของผู้ผลิต โดยทั่วไปมีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. ตรวจแบบหลังคาและจุดเสี่ยงรั่วซึม
  2. ตรวจสภาพพื้นผิวให้เรียบและไม่มีของแหลมคม
  3. ทำความสะอาดพื้นผิว
  4. ปูชั้นแยกหรือชั้นป้องกันตามระบบ
  5. วางแผ่น Sarnafil TG 66 ตามแนวที่ออกแบบ
  6. จัดระยะซ้อนทับของแผ่นให้ถูกต้อง
  7. เชื่อมรอยต่อด้วยเครื่องเชื่อมลมร้อน
  8. ตรวจสอบแนวเชื่อมทุกจุด
  9. เก็บรายละเอียดรอบ drain, parapet, upstand และ roof light
  10. ปูชั้นป้องกันเมมเบรน
  11. ปูวัสดุถ่วงน้ำหนัก เช่น กรวด แผ่นคอนกรีต หรือระบบหลังคาเขียว
  12. ตรวจสอบระบบก่อนส่งมอบงาน

หัวใจของงานติดตั้งคือการทำให้ระบบกันซึมต่อเนื่องทั้งพื้นที่ ไม่ใช่แค่ปูแผ่นให้เต็มดาดฟ้า แต่ต้องควบคุมแนวเชื่อม รายละเอียดขอบหลังคา จุดระบายน้ำ และชั้นป้องกันเมมเบรนให้ครบถ้วน

ข้อควรระวังในการใช้ Sarnafil TG 66

  • ควรติดตั้งโดยผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ระบบเมมเบรน FPO
  • พื้นผิวต้องเรียบ ไม่มีเศษคมหรือปูนร่วน
  • ต้องออกแบบ slope และ drain ให้เหมาะสม
  • ต้องเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนและตรวจสอบรอยเชื่อม
  • ต้องเก็บรายละเอียดรอบ parapet, upstand, drain และ flashing ให้ถูกต้อง
  • ต้องป้องกันแผ่นเมมเบรนก่อนปูวัสดุถ่วงน้ำหนัก
  • ต้องออกแบบวัสดุถ่วงน้ำหนักให้เหมาะกับแรงลม
  • งานหลังคาเขียวต้องมีชั้นป้องกันและชั้นระบายน้ำที่ถูกต้อง
  • หลีกเลี่ยงการวางวัสดุคมหรือเจาะแผ่นโดยไม่ป้องกัน
  • ควรตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ drain เป็นระยะ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานกันซึมดาดฟ้ายังรั่วซ้ำ

  • พื้นผิวมีเศษแหลมคมก่อนปูแผ่น
  • ไม่ออกแบบ slope ทำให้น้ำขัง
  • จุด drain น้อยเกินไปหรือระบายน้ำไม่ทัน
  • เชื่อมรอยต่อไม่สมบูรณ์
  • ไม่ตรวจสอบแนวเชื่อมหลังติดตั้ง
  • ไม่เก็บรายละเอียด parapet และ flashing
  • ไม่มีชั้นป้องกันก่อนปูแผ่นคอนกรีตหรือกรวด
  • วัสดุถ่วงน้ำหนักไม่เพียงพอ
  • ไม่ดูแล drain ทำให้เกิดน้ำท่วมหลังคา
  • ใช้ทีมงานที่ไม่ชำนาญระบบเมมเบรน FPO

งานกันซึมดาดฟ้าที่ดีต้องมองเป็นระบบ ตั้งแต่การเลือกวัสดุ การเตรียมพื้นผิว การออกแบบระบายน้ำ การเชื่อมรอยต่อ และการป้องกันชั้นเมมเบรนหลังติดตั้ง

Sarnafil TG 66 เหมาะกับใคร?

Sarnafil TG 66 เหมาะกับเจ้าของอาคาร วิศวกร สถาปนิก ผู้รับเหมา และทีมงานกันซึมที่ต้องการแผ่นเมมเบรน FPO สำหรับดาดฟ้าและหลังคาที่ต้องการลดน้ำซึมและทนสภาพอากาศ

เหมาะกับงาน เช่น

  • อาคารสำนักงาน
  • อาคารพาณิชย์
  • โรงงาน
  • คลังสินค้า
  • ดาดฟ้าอาคาร
  • หลังคาคอนกรีต
  • หลังคาโรยกรวด
  • หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
  • หลังคาเขียว
  • หลังคากลับด้าน
  • หลังคาที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว

สรุป: Sarnafil TG 66 เหมาะกับดาดฟ้าที่ต้องการลดน้ำซึมและทนสภาพอากาศ

Sarnafil TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO สำหรับระบบหลังคาแบบวางหลวมและถ่วงน้ำหนัก เหมาะกับดาดฟ้า หลังคาคอนกรีต หลังคาโรยกรวด หลังคาปูแผ่นคอนกรีต หลังคาเขียว และหลังคากลับด้าน

จุดเด่นคือช่วยลดความเสี่ยงน้ำซึม ทน UV ทนสภาพอากาศ เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ไม่ใช้เปลวไฟ มีความคงตัวสูง และเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีวัสดุปูทับหรือถ่วงน้ำหนักด้านบน

อย่างไรก็ตาม การใช้งานให้ได้ผลดีต้องติดตั้งเป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมพื้นผิว การออกแบบ slope และ drain การวางแผ่น การเชื่อมรอยต่อ การเก็บรายละเอียดรอบขอบหลังคา ไปจนถึงการปูชั้นป้องกันและวัสดุถ่วงน้ำหนัก หากทำครบตามระบบ Sarnafil TG 66 จะช่วยให้ดาดฟ้ามีระบบกันซึมที่ทนทาน ลดโอกาสรั่วซึม และรองรับสภาพอากาศภายนอกได้ดีในระยะยาว

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!