กันซึมหลังคาแบบเมมเบรนเลือกยังไง? รู้จัก Sarnafil TG 66

ส.ค. 13, 2026 by admin Blog 0 comment

กันซึมหลังคาแบบเมมเบรนเลือกยังไง? รู้จัก Sarnafil TG 66

หลังคาเป็นพื้นที่ที่ต้องรับแดด ฝน ความร้อน ลม ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตลอดปี หากระบบกันซึมไม่เหมาะกับสภาพหลังคา อาจเกิดปัญหาน้ำรั่วซึม ฝ้าเพดานบวม ผนังเป็นคราบน้ำ สีลอก ปูนร่อน หรือเกิดความเสียหายกับโครงสร้างด้านล่างในระยะยาว โดยเฉพาะหลังคาแบน ดาดฟ้า หลังคาโรยกรวด หลังคาเขียว และหลังคาที่มีอุปกรณ์งานระบบจำนวนมาก

หนึ่งในระบบกันซึมที่นิยมใช้กับงานหลังคาระยะยาวคือ กันซึมหลังคาแบบเมมเบรน หรือแผ่นเมมเบรนกันซึม ซึ่งเป็นวัสดุชนิดแผ่นที่ติดตั้งบนหลังคาเพื่อสร้างชั้นป้องกันน้ำ เมมเบรนแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น PVC, FPO/TPO, Bitumen หรือเมมเบรนชนิดอื่น ๆ ดังนั้นการเลือกใช้จึงต้องดูทั้งชนิดหลังคา สภาพอากาศ ระบบติดตั้ง ชั้นปูทับ และความสามารถในการเก็บรายละเอียดรอยต่อ

Sarnafil TG 66 หรือ Sarnafil® TG 66 เป็นหนึ่งในแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO หรือ Flexible Polyolefin จาก Sika ออกแบบมาสำหรับงานกันซึมหลังคา โดยมีคุณสมบัติเป็นแผ่นเมมเบรนทน UV เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน และเหมาะกับหลังคาระบบถ่วงน้ำหนัก เช่น หลังคาโรยกรวด หลังคาปูแผ่นคอนกรีต หลังคาเขียว และหลังคา utility รวมถึงหลังคาเปิดผิวบางรูปแบบตามระบบที่ออกแบบไว้

กันซึมหลังคาแบบเมมเบรนคืออะไร?

กันซึมหลังคาแบบเมมเบรน คือระบบกันซึมที่ใช้วัสดุเป็นแผ่นปูบนพื้นผิวหลังคา แล้วเชื่อมต่อหรือยึดติดตามระบบ เพื่อสร้างชั้นกันน้ำต่อเนื่องระหว่างน้ำฝนกับโครงสร้างหลังคาด้านล่าง

ต่างจากกันซึมแบบทาเคลือบที่ต้องควบคุมความหนาฟิล์มจากการทาหรือพ่นหน้างาน ระบบแผ่นเมมเบรนมีความหนาของวัสดุที่ผลิตมาจากโรงงาน จึงควบคุมคุณภาพของตัวแผ่นได้สม่ำเสมอกว่า แต่ความสำเร็จของระบบขึ้นอยู่กับการติดตั้งรอยต่อ ขอบจบงาน รอบท่อ drain มุม parapet และรายละเอียด flashing เป็นอย่างมาก

ระบบเมมเบรนกันซึมหลังคามักใช้กับงาน เช่น

  • หลังคาแบน
  • ดาดฟ้าคอนกรีต
  • หลังคาโรยกรวด
  • หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
  • หลังคาเขียว
  • Utility roof
  • Inverted roof
  • หลังคาอาคารพาณิชย์
  • หลังคาโรงงานหรือคลังสินค้า
  • หลังคาที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว
กันซึมหลังคาแบบเมมเบรนคืออะไร?
กันซึมหลังคาแบบเมมเบรนคืออะไร?

ทำไมต้องเลือกเมมเบรนให้ตรงระบบหลังคา?

แม้จะเป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมเหมือนกัน แต่ไม่ได้แปลว่าใช้แทนกันได้ทุกงาน เพราะหลังคาแต่ละแบบมีภาระใช้งานต่างกัน หลังคาเปิดผิวต้องทน UV โดยตรง หลังคาโรยกรวดต้องรองรับระบบถ่วงน้ำหนัก หลังคาเขียวต้องทนรากพืชและความชื้นสะสม ส่วนหลังคาที่มีการเดินซ่อมบำรุงต้องมีชั้นป้องกันเมมเบรนหรือทางเดินที่เหมาะสม

หากเลือกเมมเบรนผิดประเภท อาจเกิดปัญหา เช่น

  • แผ่นเสื่อมจาก UV
  • รอยต่อรั่วซึม
  • แผ่นเสียหายจากกรวดหรือวัสดุปูทับ
  • น้ำขังใต้ชั้นปิดผิว
  • รากพืชทำลายชั้นกันซึมในหลังคาเขียว
  • รอบ drain และ parapet รั่วซ้ำ
  • ซ่อมยากหลังปูวัสดุทับด้านบนแล้ว

ดังนั้น ก่อนเลือกเมมเบรนกันซึมหลังคา ต้องดูให้ชัดว่าหลังคานั้นเป็นระบบเปิดผิว ระบบถ่วงน้ำหนัก ระบบหลังคาเขียว หรือระบบที่มีการใช้งานด้านบน

Sarnafil TG 66 คืออะไร?

Sarnafil TG 66 คือแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO ซึ่งเป็นแผ่นสังเคราะห์หลายชั้น มีชั้นเสริม glass non-woven inlay ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika ตัวแผ่นสามารถเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนและมีคุณสมบัติทน UV เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการระบบกันซึมแบบแผ่นเมมเบรน

Sarnafil TG 66 เหมาะกับหลังคาหลายรูปแบบ เช่น

  • หลังคาโรยกรวด
  • หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
  • หลังคาเขียว
  • Utility roof
  • Inverted roof
  • หลังคา flat roof ที่ออกแบบตามระบบ
  • งานขอบหลังคาและรายละเอียด flashing
  • งานหลังคาที่ต้องการเมมเบรนทน UV
  • งานที่ต้องการรอยต่อเชื่อมด้วยลมร้อน

ข้อมูลจาก Sika ระบุว่า Sarnafil TG 66 เป็นเมมเบรนกันซึมหลังคาที่ใช้กับหลังคาระบบ ballasted เช่น gravel, concrete slabs และ green roof รวมถึงหลังคาเปิดผิวบางรูปแบบได้ตามเงื่อนไขระบบ

จุดเด่นของ Sarnafil TG 66

  1. เป็นเมมเบรน FPO สำหรับงานหลังคา

FPO หรือ Flexible Polyolefin เป็นวัสดุเมมเบรนสังเคราะห์ที่ใช้ในระบบกันซึมหลังคา จุดเด่นคือเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการความทนทานต่อสภาพอากาศและสามารถเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนได้

Sarnafil TG 66 เป็นเมมเบรน FPO หลายชั้น มีชั้นเสริม glass non-woven inlay เพื่อช่วยเรื่องความคงตัวของแผ่นตามระบบของผลิตภัณฑ์

  1. ทน UV เหมาะกับงานหลังคา

หลังคาต้องเจอแสงแดดและรังสี UV โดยตรง วัสดุกันซึมที่ไม่ทน UV อาจกรอบ แตก หรือเสื่อมเร็วกว่าที่ควร Sarnafil TG 66 มีข้อมูลว่าเป็นเมมเบรนทน UV จึงเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องรับสภาพอากาศภายนอกตามระบบที่ออกแบบไว้

  1. เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน

หนึ่งในข้อดีของเมมเบรนกลุ่มนี้คือสามารถเชื่อมรอยต่อด้วย hot air welding หรือการเชื่อมลมร้อน ซึ่งช่วยให้แนวต่อของแผ่นต่อเนื่องตามระบบ โดยไม่ต้องใช้เปลวไฟเปิดเหมือนบางระบบที่ต้องใช้ความร้อนจากไฟ

อย่างไรก็ตาม รอยต่อเป็นหัวใจของระบบแผ่นเมมเบรน ต้องติดตั้งโดยช่างที่มีประสบการณ์และตรวจสอบแนวเชื่อมทุกจุด เพราะถ้ารอยต่อไม่สมบูรณ์ น้ำอาจซึมผ่านแนวต่อได้ แม้ตัวแผ่นหลักจะมีคุณสมบัติกันซึมดี

  1. เหมาะกับหลังคาระบบถ่วงน้ำหนัก

Sarnafil TG 66 เหมาะกับหลังคาที่มีวัสดุถ่วงน้ำหนักหรือวัสดุปูทับด้านบน เช่น กรวด แผ่นคอนกรีต และหลังคาเขียว ซึ่งเป็นระบบที่ต้องเลือกเมมเบรนให้ตรงประเภท เพราะเมมเบรนต้องทำงานอยู่ใต้ชั้นวัสดุด้านบนเป็นเวลานาน

  1. เหมาะกับหลังคาเขียวและ Utility Roof

หลังคาเขียวและ utility roof เป็นระบบที่ต้องการความละเอียดมากกว่าหลังคาทั่วไป เพราะหลังคาเขียวมีชั้นดิน พืช ความชื้น และรากพืช ส่วน utility roof มักมีการใช้งานหรืออุปกรณ์งานระบบอยู่ด้านบน Sarnafil TG 66 จึงเหมาะกับการพิจารณาในงานเหล่านี้เมื่อออกแบบชั้นป้องกันและชั้นระบบหลังคาอย่างครบถ้วน

วิธีเลือกกันซึมหลังคาแบบเมมเบรน

  1. ดูประเภทหลังคาก่อน

ก่อนเลือกเมมเบรน ต้องรู้ว่าหลังคาเป็นแบบไหน เพราะระบบติดตั้งต่างกัน เช่น

  • หลังคาเปิดผิว
  • หลังคาโรยกรวด
  • หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
  • หลังคาเขียว
  • หลังคากลับด้าน
  • หลังคาที่มีอุปกรณ์งานระบบ
  • หลังคาที่ต้องเดินซ่อมบำรุงบ่อย

ถ้าเป็นหลังคาโรยกรวดหรือหลังคาเขียว ควรเลือกเมมเบรนที่ออกแบบมาสำหรับระบบถ่วงน้ำหนักหรือปูทับ ไม่ควรใช้วัสดุที่ออกแบบมาเพื่อเปิดผิวอย่างเดียวโดยไม่ดูระบบประกอบ

  1. ดูความทน UV และสภาพอากาศ

หลังคาที่เปิดรับแดดต้องใช้เมมเบรนที่ทน UV และเหมาะกับสภาพอากาศภายนอก หากเป็นพื้นที่ร้อนชื้นหรือฝนตกบ่อย ต้องเลือกวัสดุที่รองรับสภาพอากาศจริง ไม่ใช่ดูแค่คุณสมบัติกันน้ำพื้นฐาน

Sarnafil TG 66 มีข้อมูลว่าเป็นเมมเบรนทน UV และใช้กับงานหลังคาได้ จึงเหมาะกับการพิจารณาในงานที่ต้องการระบบเมมเบรนทนแดดและทนฝนตามระบบติดตั้ง

  1. ดูระบบรอยต่อ

เมมเบรนแบบแผ่นจะดีหรือไม่ดีขึ้นกับแนวรอยต่ออย่างมาก ควรเลือกวัสดุที่มีระบบรอยต่อชัดเจน และใช้ทีมติดตั้งที่เชื่อมแนวต่อได้ถูกต้อง

สำหรับ Sarnafil TG 66 แนวรอยต่อใช้วิธีเชื่อมด้วยลมร้อน ซึ่งต้องควบคุมอุณหภูมิ ความเร็ว และแรงกดของเครื่องเชื่อมให้เหมาะกับสภาพหน้างาน

  1. ดูชั้นป้องกันเมมเบรน

หากมีกรวด แผ่นคอนกรีต ดินปลูก หรือการเดินใช้งานบนหลังคา ต้องมีชั้นป้องกันเมมเบรนที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้วัสดุด้านบนทำให้แผ่นเสียหาย เช่น การกดทับ การขูด การเจาะ หรือแรงกระแทกเฉพาะจุด

  1. ดูจุด drain และ slope

ระบบกันซึมที่ดีต้องทำงานร่วมกับการระบายน้ำที่ดี หากหลังคามีน้ำขังเป็นเวลานาน ระบบกันซึมจะรับภาระมากขึ้น ควรออกแบบ slope ไปยัง drain และมี overflow หรือระบบระบายน้ำสำรองในพื้นที่ที่เหมาะสม

  1. ดูรายละเอียดขอบหลังคาและ flashing

จุดที่รั่วบ่อยที่สุดมักไม่ใช่พื้นที่กลางหลังคา แต่เป็นจุดรายละเอียด เช่น

  • ขอบ parapet
  • รอบ drain
  • รอบท่อทะลุพื้น
  • Roof light
  • Expansion joint
  • Construction joint
  • จุดต่อวัสดุต่างชนิด
  • งาน flashing ขอบหลังคา

ดังนั้นเมมเบรนที่ดีต้องมาพร้อมระบบเก็บรายละเอียดที่เหมาะสม ไม่ใช่ดูแค่คุณสมบัติของแผ่นหลัก

Sarnafil TG 66 เหมาะกับหลังคาแบบไหน?

หลังคาโรยกรวด

หลังคาโรยกรวดเป็นระบบถ่วงน้ำหนักที่ต้องมีเมมเบรนกันซึมอยู่ใต้ชั้นกรวด Sarnafil TG 66 เหมาะกับงานลักษณะนี้ เพราะข้อมูล Sika ระบุว่าใช้กับหลังคา ballasted เช่น gravel ได้

หลังคาปูแผ่นคอนกรีต

หลังคาที่มีแผ่นคอนกรีตปูทับต้องมีเมมเบรนที่รองรับชั้นปูทับได้ และต้องมีชั้น protection เพื่อป้องกันแรงกดหรือขอบคมจากวัสดุด้านบน

หลังคาเขียว

หลังคาเขียวต้องการระบบกันซึมที่ออกแบบดีมาก เพราะเมื่อปูชั้นดินและปลูกพืชแล้ว การซ่อมรั่วจะยุ่งยาก Sarnafil TG 66 ถูกระบุว่าเหมาะกับ green roof ในระบบ ballasted roof waterproofing จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับงานหลังคาเขียวตามระบบ

Utility Roof

Utility roof มักมีการใช้งานด้านบน เช่น งานระบบ ทางเดินซ่อมบำรุง หรือพื้นที่วางอุปกรณ์ ควรใช้เมมเบรนร่วมกับชั้นป้องกันและทางเดินที่ออกแบบเฉพาะ เพื่อไม่ให้แผ่นเสียหายจากการใช้งาน

Inverted Roof

หลังคากลับด้านเป็นระบบที่มีชั้นวัสดุต่าง ๆ ปูทับด้านบนเมมเบรน ต้องเลือกเมมเบรนที่รองรับระบบนี้และออกแบบชั้นฉนวน ชั้นแยก ชั้นป้องกัน และชั้นถ่วงน้ำหนักให้ครบถ้วน

เปรียบเทียบเมมเบรนหลังคากับกันซึมแบบทา

หัวข้อเมมเบรนแบบแผ่นกันซึมแบบทา
รูปแบบวัสดุแผ่นสำเร็จรูปวัสดุเหลวทา/พ่น
ความหนาควบคุมจากโรงงานต้องคุมความหนาหน้างาน
จุดเสี่ยงหลักรอยต่อและรายละเอียดขอบความหนาฟิล์มและการเตรียมพื้น
งานเหมาะหลังคาพื้นที่กว้าง ระบบถ่วงน้ำหนัก หลังคาเขียวหลังคารูปทรงซับซ้อน รายละเอียดเยอะ งานซ่อม
การติดตั้งต้องใช้ทีมชำนาญเชื่อมรอยต่อต้องควบคุมการทาและความหนา
การซ่อมต้องหาแนวรั่วและเปิดระบบบางส่วนซ่อมเฉพาะจุดได้ง่ายกว่าในบางระบบ
การใช้งานใต้ชั้นปูทับเหมาะเมื่อออกแบบระบบครบต้องเลือกชนิดที่รองรับการปูทับ

หากเป็นหลังคาที่มีพื้นที่กว้าง ต้องการระบบถ่วงน้ำหนัก หลังคาเขียว หรือหลังคาปูแผ่นคอนกรีต เมมเบรนแบบแผ่นอย่าง Sarnafil TG 66 เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา แต่หากเป็นหลังคาที่มีรายละเอียดซับซ้อนมากหรือเป็นงานซ่อมเฉพาะจุด กันซึมแบบทาอาจเหมาะกว่าในบางกรณี ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพหน้างานจริง

ก่อนติดตั้ง Sarnafil TG 66 ต้องเตรียมอะไร?

ตรวจพื้นผิวหลังคา

พื้นผิวต้องเรียบ แข็งแรง ไม่มีเศษแหลมคม และไม่มีวัสดุที่อาจทำให้แผ่นเมมเบรนเสียหาย หากพื้นผิวขรุขระหรือมีความเสี่ยง ต้องใช้ชั้นแยกหรือชั้นป้องกันตามระบบ

ตรวจ slope และ drain

ก่อนปูเมมเบรนควรตรวจว่าหลังคามี slope ระบายน้ำได้จริง และ drain อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพราะน้ำขังจะเพิ่มภาระให้ระบบกันซึม

วางแผนแนวแผ่นและรอยต่อ

ควรวางแนวแผ่นให้เหมาะกับทิศทางน้ำไหล ตำแหน่ง drain ขอบ parapet และจุดรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อลดแนวต่อที่เสี่ยงและช่วยให้เชื่อมรอยต่อได้ง่ายขึ้น

เตรียมรายละเอียดขอบหลังคา

ขอบ parapet, flashing, roof light, pipe penetration และ drain ต้องมีรายละเอียดระบบที่ชัดเจน เพราะจุดเหล่านี้เป็นตำแหน่งที่รั่วบ่อยที่สุด

วางแผนชั้นปูทับ

หากเป็นหลังคาโรยกรวด แผ่นคอนกรีต หรือหลังคาเขียว ต้องวางแผนชั้น protection, drainage layer, filter layer, ballast และชั้นวัสดุอื่น ๆ ให้เหมาะกับระบบทั้งหมด

ขั้นตอนติดตั้งโดยสรุป

  1. สำรวจสภาพหลังคาและระบบระบายน้ำ
  2. เตรียมพื้นผิวให้เรียบ แข็งแรง และไม่มีเศษแหลมคม
  3. ปรับ slope หรือแก้จุดน้ำขังหากจำเป็น
  4. วางชั้นแยกหรือชั้นรองตามระบบ
  5. ปูแผ่น Sarnafil TG 66 ตามแนวที่ออกแบบ
  6. เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อนตามมาตรฐานระบบ
  7. ตรวจแนวเชื่อมทุกจุด
  8. เก็บรายละเอียดรอบ drain, parapet, roof light และ flashing
  9. ติดตั้งชั้นป้องกันเมมเบรน
  10. ปูกรวด แผ่นคอนกรีต หรือระบบหลังคาเขียวตามแบบ
  11. ตรวจสอบการระบายน้ำและจุดเสี่ยงก่อนส่งงาน

ข้อควรระวังในการใช้เมมเบรนกันซึมหลังคา

  • ต้องติดตั้งโดยทีมที่มีประสบการณ์
  • รอยต่อของแผ่นต้องเชื่อมสมบูรณ์
  • พื้นผิวต้องไม่มีของแหลมคม
  • ต้องมีชั้นป้องกันเมมเบรนก่อนปูกรวดหรือวัสดุปิดทับ
  • ต้องเก็บรอบ drain และขอบ parapet ให้ดี
  • ต้องออกแบบ slope เพื่อลดน้ำขัง
  • หลังคาเขียวต้องออกแบบชั้นระบบครบ
  • Utility roof ต้องมีทางเดินหรือ protection layer สำหรับซ่อมบำรุง
  • ต้องตรวจแนวเชื่อมก่อนปิดทับด้วยวัสดุด้านบน

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เมมเบรนหลังคารั่วซ้ำ

  • เลือกเมมเบรนไม่ตรงระบบหลังคา
  • ใช้เมมเบรนเปิดผิวกับงานที่ต้องถ่วงน้ำหนักโดยไม่ออกแบบระบบ
  • ไม่ทำชั้นป้องกันก่อนโรยกรวด
  • เชื่อมรอยต่อไม่สมบูรณ์
  • ไม่ตรวจแนวเชื่อมก่อนปิดทับ
  • รอบ drain เก็บรายละเอียดไม่ดี
  • ขอบ parapet จบงานไม่ถูกต้อง
  • พื้นผิวมีเศษคมทำให้แผ่นเสียหาย
  • น้ำขังเพราะ slope ไม่ดี
  • ไม่ออกแบบ movement joint หรือ flashing ให้ถูกต้อง

Sarnafil TG 66 เหมาะกับใคร?

Sarnafil TG 66 เหมาะกับเจ้าของอาคาร วิศวกร ผู้รับเหมา และทีมออกแบบที่ต้องการระบบแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาสำหรับงานที่ต้องการความทนทานและเหมาะกับระบบถ่วงน้ำหนักหรือปูทับ

เหมาะกับงาน เช่น

  • หลังคาโรยกรวด
  • หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
  • หลังคาเขียว
  • Utility roof
  • Inverted roof
  • หลังคาอาคารขนาดใหญ่
  • งานหลังคาที่ต้องการเมมเบรน FPO
  • งานที่ต้องการรอยต่อเชื่อมลมร้อน
  • งานที่ต้องการเมมเบรนทน UV ตามระบบ

สรุป: เลือกกันซึมหลังคาแบบเมมเบรนต้องดูระบบหลังคาทั้งชุด

กันซึมหลังคาแบบเมมเบรน เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว โดยเฉพาะหลังคาพื้นที่กว้าง หลังคาโรยกรวด หลังคาปูแผ่นคอนกรีต หลังคาเขียว Utility roof และหลังคากลับด้าน แต่การเลือกต้องดูให้ครบว่าเมมเบรนนั้นเหมาะกับระบบหลังคาแบบใด ทน UV หรือไม่ เชื่อมรอยต่ออย่างไร ต้องมีชั้นป้องกันแบบไหน และเก็บรายละเอียดรอบ drain, parapet และ flashing ได้ดีหรือไม่

Sarnafil TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO จาก Sika มีคุณสมบัติทน UV เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน และเหมาะกับหลังคาระบบถ่วงน้ำหนัก เช่น หลังคาโรยกรวด แผ่นคอนกรีต และหลังคาเขียว รวมถึงหลังคาเปิดผิวบางรูปแบบตามระบบที่ออกแบบไว้

หากต้องการเลือกเมมเบรนกันซึมหลังคาให้ใช้งานได้มั่นใจ ควรเริ่มจากวิเคราะห์ชนิดหลังคา สภาพหน้างาน การระบายน้ำ ชั้นปูทับ การเดินใช้งาน และรายละเอียดรอยต่อ แล้วเลือกเมมเบรนและทีมติดตั้งที่เหมาะสม เพราะระบบกันซึมหลังคาที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวแผ่นอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการออกแบบและติดตั้งทั้งระบบตั้งแต่ต้นจนจบ

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!