กันซึมดาดฟ้าแล้วอยากปูกระเบื้องทับ ทำได้ไหม? รู้จัก Silcor 575
ดาดฟ้าเป็นพื้นที่ที่ต้องรับทั้งแดด ฝน ความร้อน น้ำขัง และการเดินใช้งาน หากต้องการทำดาดฟ้าให้ใช้งานได้สวยขึ้น หลายคนจึงเลือก ปูกระเบื้องทับหลังทำกันซึม เพื่อให้พื้นดูเรียบร้อย ทำความสะอาดง่าย และใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน ทางเดิน หรือพื้นที่อเนกประสงค์ได้มากขึ้น
คำถามสำคัญคือ กันซึมดาดฟ้าแล้วปูกระเบื้องทับได้ไหม? คำตอบคือ “ทำได้” แต่ต้องเลือกชนิดกันซึมและระบบปิดผิวให้ถูกต้อง เพราะไม่ใช่วัสดุกันซึมทุกแบบจะเหมาะกับการปูกระเบื้องทับโดยตรง หากเลือกวัสดุผิด เตรียมพื้นไม่ดี หรือปูกระเบื้องทับเร็วเกินไป อาจเกิดปัญหากระเบื้องหลุดร่อน น้ำขังใต้กระเบื้อง ฟิล์มกันซึมเสียหาย หรือรั่วซ้ำในภายหลัง
หนึ่งในระบบที่น่าสนใจสำหรับงานดาดฟ้าและ deck คือ Silcor 575 หรือ SILCOR® 575 เมมเบรนกันซึมโพลียูรีเทนแบบ 1 ส่วนประกอบจาก GCP ใช้เป็นระบบกันซึมสำหรับ roofs, decks และ plant rooms โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถทำ flood test, tiling หรือ topping ได้หลังประมาณ 48 ชั่วโมง เมื่อเมมเบรนบ่มตัวตามเงื่อนไขที่เหมาะสม
กันซึมดาดฟ้าแล้วปูกระเบื้องทับได้ไหม?
ปูกระเบื้องทับได้ หากระบบกันซึมที่เลือกถูกออกแบบให้รองรับการปิดผิวด้วยกระเบื้อง และต้องทำตามขั้นตอนของระบบอย่างถูกต้อง ตั้งแต่เตรียมพื้น ลง primer ทำชั้นกันซึม รอให้เมมเบรนบ่มตัว ตรวจสอบการรั่วซึม แล้วจึงทำระบบปูกระเบื้องทับ
แต่ถ้าเป็นกันซึมบางชนิดที่ออกแบบมาให้เปิดผิวรับแดดอย่างเดียว หรือเป็นฟิล์มกันซึมที่ไม่เข้ากับกาวซีเมนต์/ปูนทราย/ชั้น topping อาจไม่เหมาะกับการปูกระเบื้องทับโดยตรง ต้องมีชั้นปรับผิว ชั้นแยก หรือวิธีเตรียมผิวเพิ่มเติมตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ทำไมไม่ควรปูกระเบื้องทับกันซึมทันที?
เพราะชั้นกันซึมต้องใช้เวลาในการบ่มตัว หากปูกระเบื้องทับเร็วเกินไป เมมเบรนอาจยังไม่แข็งแรงพอ เมื่อถูกกดทับหรือมีความชื้นสะสม อาจเกิดการเสียหายใต้กระเบื้องได้ นอกจากนี้ถ้าไม่ได้ทดสอบน้ำก่อนปู เมื่อเกิดรั่วหลังปูกระเบื้องแล้ว การหาจุดรั่วจะยากและซ่อมแพงกว่าเดิม


Silcor 575 คืออะไร?
Silcor 575 คือเมมเบรนกันซึมโพลียูรีเทนแบบ 1 ส่วนประกอบ ใช้กับงานกันซึมหลังคา deck, plant room, balconies, podiums และพื้นที่ที่ต้องการเมมเบรนกันซึมยืดหยุ่นแบบทาเคลือบ
จุดเด่นของ Silcor 575 คือเป็นระบบ liquid applied waterproofing membrane หรือเมมเบรนกันซึมชนิดเหลว เมื่อติดตั้งแล้วจะเกิดเป็นชั้นกันซึมต่อเนื่อง ช่วยลดรอยต่อบนพื้นผิว และเหมาะกับพื้นที่ที่มีรายละเอียด เช่น รอบท่อ drain มุมพื้นชนผนัง ขอบ parapet และจุดต่อวัสดุต่าง ๆ
ข้อมูลจาก GCP ระบุว่าเมื่อใช้ร่วมกับ Silcor Top Coat 80 จะได้ระบบกันซึมที่ทน UV รองรับการเดินใช้งาน และเหมาะกับ roofs, decks และ plant rooms ส่วนในกรณีที่จะปิดผิวด้วยกระเบื้องหรือ topping เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุเงื่อนไขของระบบปิดผิวหลังเมมเบรนบ่มตัวเต็มที่โดยไม่ต้องใช้ top coat ในบางระบบ
Silcor 575 เหมาะกับดาดฟ้าที่จะปูกระเบื้องทับอย่างไร?
ดาดฟ้าที่จะปูกระเบื้องทับต้องการระบบกันซึมที่อยู่ใต้ชั้นปิดผิวได้ดี เพราะหลังปูกระเบื้องแล้ว ชั้นกันซึมจะถูกซ่อนอยู่ด้านล่าง หากเกิดรั่วซึม การรื้อซ่อมจะซับซ้อนกว่าดาดฟ้าที่เปิดผิวกันซึมไว้
Silcor 575 เหมาะกับแนวคิดนี้เพราะเป็นเมมเบรน PU ที่ทำเป็นชั้นกันซึมต่อเนื่องใต้ระบบปิดผิวได้ โดยต้องทำตามรายละเอียดระบบ เช่น รอให้เมมเบรนบ่มตัวครบ ตรวจสอบชั้นกันซึม และใช้ระบบปูกระเบื้องหรือ topping ที่เข้ากันกับเมมเบรน
จุดเด่นที่ช่วยตอบโจทย์ดาดฟ้าปูกระเบื้อง
- เป็นเมมเบรน PU แบบทาเคลือบ
- ลดรอยต่อของระบบกันซึม
- เหมาะกับพื้นที่ deck และหลังคา
- ใช้กับพื้นที่ที่มีรายละเอียดรอบท่อและมุมผนังได้ดี
- เมื่อบ่มตัวเต็มที่สามารถทำระบบปิดผิวบางประเภททับได้ตามเอกสารสินค้า
- มีข้อมูลระยะพร้อม flood test, tiling, topping ประมาณ 48 ชั่วโมงตามเอกสาร GCP
- เหมาะกับงานที่ต้องการป้องกันน้ำก่อนทำผิวใช้งานด้านบน


ก่อนปูกระเบื้องทับกันซึม ต้องเช็กอะไรบ้าง?
- ระบบกันซึมรองรับการปูกระเบื้องหรือไม่
ไม่ใช่กันซึมทุกชนิดจะปูกระเบื้องทับได้โดยตรง ต้องตรวจเอกสารผลิตภัณฑ์ว่ารองรับ tiling, topping หรือ surfacing system หรือไม่ สำหรับ Silcor 575 เอกสาร GCP มีข้อมูลเรื่อง Ready for Flood Test, Tiling, Topping และระบบปิดผิวที่สามารถใช้ทับเมมเบรนที่บ่มตัวเต็มที่ได้
- เมมเบรนบ่มตัวครบหรือยัง
ควรรอให้เมมเบรนบ่มตัวตามเวลาที่ผู้ผลิตกำหนดก่อนทำงานต่อ โดยข้อมูล Silcor 575 ระบุระยะพร้อมสำหรับ flood test, tiling หรือ topping ที่ประมาณ 48 ชั่วโมง แต่เวลาจริงยังขึ้นกับอุณหภูมิ ความชื้น ความหนาที่ลง และสภาพหน้างาน
- ทดสอบน้ำก่อนปูกระเบื้องหรือยัง
ก่อนปูกระเบื้องควรทำ flood test หรือทดสอบน้ำตามความเหมาะสม เพื่อยืนยันว่าระบบกันซึมทำงานได้ดี หากพบรั่วควรแก้ก่อนปู เพราะหลังปูกระเบื้องแล้วการแก้ไขจะยุ่งยากขึ้นมาก
- พื้นมี slope ระบายน้ำดีหรือไม่
ดาดฟ้าปูกระเบื้องต้องมีความลาดเอียงไปยัง drain อย่างเหมาะสม หาก slope ไม่ดี น้ำจะขังบนผิวกระเบื้องหรือซึมตามร่องยาแนวลงสู่ชั้นใต้กระเบื้อง ทำให้เกิดคราบชื้น กลิ่นอับ หรือรั่วซ้ำในระยะยาว
- เลือกกาวปูกระเบื้องหรือชั้น topping ถูกระบบหรือไม่
การปูกระเบื้องทับเมมเบรน PU ต้องดูความเข้ากันของวัสดุ เช่น กาวซีเมนต์ ปูนทราย screed หรือ topping อาจต้องมีการเตรียมผิวเมมเบรนเพิ่มเติม เช่น การโรยทราย การใช้ชั้นแยก หรือวิธีอื่นตามระบบผู้ผลิต ไม่ควรปูกระเบื้องทับโดยเดาเอง
ขั้นตอนกันซึมดาดฟ้าก่อนปูกระเบื้องทับด้วย Silcor 575 โดยสรุป
- สำรวจสภาพดาดฟ้าและตำแหน่งรั่วซึม
- ตรวจ slope และระบบ drain
- รื้อวัสดุเดิมที่พอง ล่อน หรือยึดเกาะไม่ดีออก
- ทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน และตะไคร่
- ซ่อมรอยแตกร้าว หลุม รูพรุน และ honeycomb
- เก็บรายละเอียดรอบท่อ drain มุมพื้นชนผนัง และขอบ parapet
- ลง primer ที่เหมาะกับพื้นผิว
- ลง Silcor 575 ตามความหนาและปริมาณที่ระบบกำหนด
- ปล่อยให้เมมเบรนบ่มตัวครบตามเงื่อนไข
- ตรวจความต่อเนื่องของเมมเบรน
- ทำ flood test ก่อนปูกระเบื้อง
- เตรียมผิวเมมเบรนให้เหมาะกับระบบปูกระเบื้อง
- ปูกระเบื้องด้วยวัสดุที่เข้ากับระบบ
- ยาแนวและเก็บรอยต่อรอบขอบผนังให้ถูกต้อง
- ตรวจ drain และทดสอบการระบายน้ำหลังปูเสร็จ
ทำไมต้องทดสอบน้ำก่อนปูกระเบื้อง?
การทดสอบน้ำก่อนปูกระเบื้องเป็นขั้นตอนสำคัญมาก เพราะช่วยตรวจว่าชั้นกันซึมด้านล่างไม่มีรอยรั่วก่อนถูกปิดทับ หากข้ามขั้นตอนนี้แล้วเกิดรั่วภายหลัง อาจต้องรื้อกระเบื้อง ปูนกาว และชั้น topping เพื่อหาจุดรั่ว ซึ่งเสียเวลาและค่าใช้จ่ายสูงกว่าแก้ก่อนปูหลายเท่า
สำหรับ Silcor 575 เอกสารผลิตภัณฑ์มีการระบุระยะพร้อมสำหรับ flood test, tiling และ topping ประมาณ 48 ชั่วโมง จึงควรวางแผนงานให้มีช่วงเวลาตรวจสอบก่อนทำผิวกระเบื้องทับ
ดาดฟ้าปูกระเบื้องหลังกันซึมต้องระวังจุดไหน?
รอบท่อระบายน้ำ
รอบ drain เป็นจุดที่น้ำไหลรวมมากที่สุด ต้องเก็บกันซึมให้ต่อเนื่อง และเมื่อปูกระเบื้องต้องไม่ทำให้ท่อระบายน้ำสูงกว่าระดับพื้นจนเกิดน้ำขัง
มุมพื้นชนผนัง
มุมพื้นชนผนังควรทำระบบกันซึมต่อเนื่องขึ้นผนัง ไม่ควรจบแค่พื้นแนวนอน เพราะน้ำสามารถซึมย้อนเข้ามุมได้ โดยเฉพาะดาดฟ้าที่ฝนสาดแรง
ร่องยาแนวกระเบื้อง
ร่องยาแนวไม่ควรถูกมองว่าเป็นระบบกันซึมหลัก เพราะเมื่อเวลาผ่านไปยาแนวอาจแตกร้าวหรือหลุดร่อน น้ำจึงอาจลงไปใต้กระเบื้องได้ ชั้นกันซึมด้านล่างจึงยังเป็นสิ่งจำเป็น
Expansion joint และรอยต่ออาคาร
ถ้าดาดฟ้ามีรอยต่อโครงสร้าง ต้องออกแบบรอยต่อให้รองรับ movement ไม่ควรปูกระเบื้องทับแบบแข็งตลอดแนวโดยไม่จัดการรอยต่อ เพราะอาจทำให้กระเบื้องแตกและดันระบบกันซึมเสียหาย
น้ำขังใต้กระเบื้อง
หาก slope ไม่ดี น้ำอาจขังใต้กระเบื้องหรือในชั้นปูนทราย ทำให้เกิดคราบ ความชื้น กลิ่นอับ และเพิ่มความเสี่ยงรั่วซึมระยะยาว
Silcor 575 ต้องใช้ Top Coat ก่อนปูกระเบื้องไหม?
โดยทั่วไป หากต้องการเปิดผิวเมมเบรนรับ UV และเดินใช้งาน ควรใช้ร่วมกับ Silcor Top Coat 80 ตามข้อมูล GCP เพื่อให้ระบบทน UV และรองรับการเดินใช้งานได้ดีขึ้น
แต่ถ้าจะปูกระเบื้องหรือทำ topping ทับ เอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่ามีระบบปิดผิวบางประเภทที่สามารถใช้บนเมมเบรน Silcor 575 ที่บ่มตัวเต็มที่ได้โดยไม่ต้องใช้ top coat ทั้งนี้ต้องเลือกวิธีเตรียมผิวและวัสดุปิดทับให้ตรงกับระบบ ไม่ควรสรุปว่า “ไม่ต้องใช้ top coat ทุกกรณี” เพราะขึ้นกับรูปแบบการใช้งานจริงและคำแนะนำของผู้ผลิต
ปูกระเบื้องทับกันซึมดาดฟ้ามีข้อดีอะไร?
- เพิ่มความสวยงามและใช้งานง่าย
กระเบื้องช่วยให้ดาดฟ้าดูเรียบร้อย ใช้งานเป็นพื้นที่พักผ่อน ทางเดิน หรือพื้นที่ซักล้างได้ง่ายขึ้น
- ปกป้องชั้นกันซึมด้านล่าง
หากออกแบบระบบถูกต้อง ชั้นกระเบื้องและ topping สามารถช่วยปกป้องเมมเบรนจากแดด การเดิน และแรงกระแทกบางส่วนได้
- ทำความสะอาดง่าย
ผิวกระเบื้องทำความสะอาดง่ายกว่าคอนกรีตเปลือย และลดการสะสมฝุ่นหรือคราบบางประเภท
- ลดการเปิดรับ UV โดยตรงของเมมเบรน
เมื่อมีชั้นกระเบื้องปิดทับ เมมเบรนด้านล่างไม่ต้องโดนแดดโดยตรง ซึ่งช่วยลดภาระด้าน UV ของชั้นกันซึม
ข้อเสียหรือข้อควรระวังของการปูกระเบื้องทับกันซึม
- หากรั่วแล้วหาจุดรั่วได้ยาก
- ต้องรอเมมเบรนบ่มตัวก่อนปู
- ต้องเลือกกาวหรือชั้นปิดผิวให้เข้ากับระบบ
- ต้องทำ slope ให้ดีมาก เพราะน้ำขังใต้กระเบื้องแก้ยาก
- ร่องยาแนวอาจเสื่อมและปล่อยน้ำลงใต้กระเบื้อง
- ถ้ากระเบื้องแตก น้ำอาจซึมลงชั้นล่างได้
- หากไม่มี expansion joint กระเบื้องอาจโก่งหรือแตกร้าว
- ต้องระวังไม่ให้การปูกระเบื้องทำลายชั้นเมมเบรน
Silcor 575 เหมาะกับใคร?
Silcor 575 เหมาะกับเจ้าของอาคาร ผู้รับเหมา วิศวกร และทีมซ่อมบำรุงที่ต้องการระบบกันซึมดาดฟ้าหรือ deck ก่อนทำผิวใช้งานด้านบน เช่น ปูกระเบื้อง ทำ topping หรือทำพื้นปิดผิวตามระบบ
เหมาะกับงาน เช่น
- ดาดฟ้าที่ต้องการปูกระเบื้องทับ
- Roof deck
- Plant room
- Podium
- ระเบียงภายนอก
- พื้นที่ที่ต้องการเมมเบรน PU ใต้ชั้นปิดผิว
- งานปรับปรุงดาดฟ้าเก่า
- งานกันซึมก่อนทำพื้นที่ใช้งานจริง
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ปูกระเบื้องทับแล้วรั่วซ้ำ
- ไม่เลือกกันซึมที่รองรับ tiling/topping
- ปูกระเบื้องก่อนเมมเบรนบ่มตัวครบ
- ไม่ทำ flood test ก่อนปู
- ไม่ซ่อมรอยแตกและรูพรุนก่อนลงกันซึม
- ไม่แก้ slope ทำให้น้ำขัง
- ใช้กาวหรือปูนปูกระเบื้องที่ไม่เข้ากับระบบ
- ไม่เตรียมผิวเมมเบรนก่อนปูตามระบบ
- ไม่มี expansion joint หรือ movement joint
- รอบ drain ทำระดับผิด
- ยาแนวรอบขอบผนังไม่เหมาะกับงานภายนอก
- เดินหรือวางของหนักบนเมมเบรนก่อนปูกระเบื้อง
สรุป: กันซึมดาดฟ้าแล้วปูกระเบื้องทับได้ แต่ต้องทำตามระบบ
กันซึมดาดฟ้าแล้วปูกระเบื้องทับสามารถทำได้ แต่ต้องเลือกวัสดุกันซึมที่รองรับการทำระบบปิดผิว และต้องรอให้เมมเบรนบ่มตัวครบก่อนปูกระเบื้อง ไม่ควรปูกระเบื้องทับกันซึมทันทีโดยไม่ตรวจสอบ เพราะหากเกิดรั่วหลังปิดผิวแล้ว การซ่อมจะยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูง
Silcor 575 เป็นเมมเบรนกันซึม PU แบบ 1 ส่วนประกอบที่เหมาะกับงาน roofs, decks และ plant rooms โดยเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุว่าสามารถพร้อมสำหรับ flood test, tiling หรือ topping ได้หลังประมาณ 48 ชั่วโมง ภายใต้เงื่อนไขหน้างานและระบบที่เหมาะสม
หากต้องการปูกระเบื้องทับ ควรทำงานเป็นระบบตั้งแต่การเตรียมพื้น ซ่อมรอยแตก ลง primer ทำเมมเบรนกันซึม รอให้บ่มตัว ทดสอบน้ำ เตรียมผิวเมมเบรน แล้วจึงปูกระเบื้องด้วยวัสดุที่เข้ากันกับระบบ พร้อมจัดการ slope, drain, movement joint และร่องยาแนวให้ถูกต้อง เมื่อทำครบทุกขั้นตอน จะช่วยลดโอกาสรั่วซ้ำและทำให้ดาดฟ้าปูกระเบื้องใช้งานได้มั่นใจมากขึ้น
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!





