พื้นโรงงาน โกดังใช้ Sikafloor 264 เคลือบพื้นทนการเสียดสีและสารเคมี เหมาะกับงานแบบไหน?
พื้นโรงงานและโกดังต้องรับการใช้งานมากกว่าพื้นอาคารทั่วไป ทั้งการเดินของพนักงาน รถเข็น การเคลื่อนย้ายสินค้า น้ำมัน คราบจากกระบวนการผลิต และการทำความสะอาดเป็นประจำ หากปล่อยผิวคอนกรีตเปลือยไว้นาน อาจเกิดฝุ่น ผิวสึก คราบซึมลงคอนกรีต หรือทำความสะอาดได้ยากขึ้น การทำระบบพื้น Epoxy จึงช่วยสร้างชั้นผิวที่แข็งแรง ทำความสะอาดง่าย และควบคุมสภาพพื้นให้เหมาะกับการใช้งานอุตสาหกรรมได้มากขึ้น
สำหรับงานในประเทศไทย รุ่นที่ Sika แสดงใช้งานปัจจุบันคือ Sikafloor®-264 HC N เป็น Epoxy Resin แบบ 2 ส่วนประกอบ ใช้ได้ทั้งเป็น Roller Coat และ Self-Smoothing Topping บนพื้น Concrete หรือ Cement Screed ที่มีการใช้งานตั้งแต่ระดับปกติถึง Medium Heavy Wear เช่น พื้นที่ผลิต โกดัง พื้นที่ประกอบสินค้า โรงซ่อมบำรุง โรงรถ และ Loading Ramp นอกจากนี้ยังใช้เป็น Seal Coat ในระบบ Broadcast สำหรับที่จอดรถและพื้นที่ Wet Process ได้ด้วย
ผลิตภัณฑ์มีจุดเด่นด้าน Chemical and Mechanical Resistance, Liquid Proof, ผิวเงา, ทำพื้นกันลื่นได้ และสามารถทำระบบ Seamless หรือ Joint-Free ในพื้นที่หลัก จึงเหมาะกับโรงงานและโกดังที่ต้องการพื้นใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงเคลือบสีเพื่อความสวยงามเท่านั้น
Sikafloor 264 เหมาะกับพื้นโรงงานและโกดังเพราะอะไร?
พื้นในโกดังต้องรับแรงเสียดสีจากการเดิน รถเข็น และการเคลื่อนสินค้า ขณะที่พื้นที่ผลิตอาจต้องรับน้ำมัน น้ำ หรือสารจากกระบวนการทำงาน Sikafloor 264 HC N ถูกออกแบบให้รับทั้งแรงทางกลและสารเคมีในระดับที่เหมาะกับงานอุตสาหกรรม โดยค่าทดสอบ Abrasion Resistance ของผลิตภัณฑ์อยู่ที่ประมาณ 41 mg ตาม DIN 53109 ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด และมี Shore D Hardness ประมาณ 76 หลัง 7 วันที่ 23°C
ด้านกำลังทางกล ข้อมูลปัจจุบันระบุ Compressive Strength ประมาณ 53 N/mm² ที่ 28 วัน และ Flexural Strength ประมาณ 20 N/mm² ส่วน Tensile Adhesion Strength มากกว่า 1.5 N/mm² โดยเกิด Failure ใน Concrete ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหากเตรียมพื้นคอนกรีตถูกต้อง ระบบสามารถยึดเกาะกับ Substrate ได้ดี
อย่างไรก็ตาม ค่าเหล่านี้ไม่ควรถูกใช้สรุปว่า Sikafloor 264 สามารถรับรถหรือเครื่องจักรทุกชนิดได้โดยไม่ต้องตรวจ Load หากพื้นที่มี Forklift หนัก ล้อเหล็ก Point Load สูง เครื่องจักรสั่น หรือมี Impact ต่อเนื่อง ควรออกแบบความหนาและชนิดระบบให้ตรงกับการใช้งานจริง ไม่ควรเลือกจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว


ทนสารเคมีได้แค่ไหน ต้องดูชนิดสารก่อน
Sika ระบุ Sikafloor 264 HC N ว่า Resistant to many chemicals แต่ไม่ได้หมายความว่าทนสารเคมีทุกชนิด ผู้ผลิตแนะนำให้ติดต่อ Technical Service เมื่อต้องประเมินสารเฉพาะ
หากเป็นโรงงานที่มี Acid, Alkali, Solvent, Cleaning Chemical, Oil หรือสารเคมีจากกระบวนการผลิต ควรตรวจอย่างน้อย 4 อย่างก่อนเลือกพื้น ได้แก่ ชื่อสาร ความเข้มข้น อุณหภูมิ และระยะเวลาที่สารสัมผัสพื้น เพราะสารชนิดเดียวกันเมื่อมีความเข้มข้นหรืออุณหภูมิต่างกันอาจส่งผลต่อ Epoxy ต่างกัน
อีกจุดหนึ่งคือ Sikafloor 264 เป็น Liquid Proof จึงช่วยลดการซึมของของเหลวลงสู่ Concrete เมื่อระบบทำต่อเนื่องและไม่มีจุดเสีย แต่หากมี Joint หรือ Crack ที่ไม่ได้ซ่อม ของเหลวก็ยังสามารถผ่านตามรอยเหล่านั้นได้ การทำพื้น Epoxy จึงต้องจัดการ Concrete Defect และ Joint ก่อนลงระบบหลัก ไม่ใช่ใช้ Epoxy ปิดทับรอยทุกประเภททันที
จะเลือก Roller Coat หรือ Self-Smoothing ต้องดูสภาพการใช้งาน
Sikafloor 264 HC N ใช้ได้หลายระบบ จึงไม่ควรสรุปว่าทุกโรงงานต้องทำความหนาเท่ากัน Sika ระบุการใช้งานทั้งแบบ Roller Coating, Texture Coating, Broadcast System และ Self-Smoothing โดยแต่ละระบบมี Consumption และความหนาต่างกัน
ตัวอย่างระบบ Sikafloor MultiDur ES-10 แบบ Self-Smoothing ความหนาประมาณ 1 มม. ระบุ Primer ประมาณ 0.35–0.50 กก./ตร.ม. และ Sikafloor 264 HC N ประมาณ 1.40 กก./ตร.ม. ส่วนระบบ MultiDur ES-15 ความหนาประมาณ 1.5 มม. ใช้ Sikafloor 264 HC N ประมาณ 1.40 กก./ตร.ม. ร่วมกับ Filler ประมาณ 0.70 กก./ตร.ม.
ถ้าต้องการเพียง Roller Coat สำหรับพื้นที่ใช้งานระดับทั่วไป Consumption ของชั้นเคลือบอยู่ประมาณ 0.35–0.50 กก./ตร.ม. ขณะที่ระบบ Broadcast สำหรับพื้นที่ต้องการ Grip หรือรับการใช้งานมากขึ้นจะใช้ Quartz และ Top Coat เพิ่มตาม System Build-Up
ดังนั้นก่อนเสนอราคา ควรกำหนดก่อนว่าเป็น โกดังเก็บสินค้า, พื้นที่ผลิต, Loading Area, Workshop หรือพื้นที่ Wet Process เพราะการเลือก System Build-Up มีผลทั้งต่อความหนา ปริมาณวัสดุ ผิวสัมผัส และต้นทุน
พื้นคอนกรีตต้องแห้งและแข็งแรงก่อนลง Epoxy
ปัญหาพื้น Epoxy พองหรือหลุดจำนวนมากเกิดจาก Substrate ไม่พร้อมมากกว่าตัว Epoxy เอง Sika กำหนด Concrete Moisture Content สำหรับ Sikafloor 264 HC N ไม่เกิน 4% โดยน้ำหนัก และหากความชื้นสูงกว่า 4% ให้พิจารณาระบบอย่าง Sikafloor 81 EpoCem เป็น Temporary Moisture Barrier ก่อนตามข้อกำหนด
พื้นควรถูก Mechanical Preparation ให้ได้ Surface Profile ที่เหมาะสม กำจัด Laitance คราบน้ำมัน Grease ฝุ่น และพื้นที่ Concrete ที่ไม่แข็งแรงออกก่อน ถ้าพื้นหยาบต้องทำ Leveling ก่อน เพราะการใช้ Epoxy Top Coat เพื่อถมหลุมหรือปรับระดับจำนวนมากไม่ใช่หน้าที่หลักของชั้น Wearing Coat
ก่อนเริ่มงานต้องตรวจ Ambient Temperature, Surface Temperature, Relative Humidity และ Dew Point ด้วย โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุช่วงอุณหภูมิอากาศและพื้นประมาณ +10°C ถึง +35°C, Relative Humidity สูงสุด 80% และพื้นต้องมีอุณหภูมิสูงกว่า Dew Point อย่างน้อย 3°C เพื่อลดความเสี่ยง Condensation, Adhesion Failure หรือ Blushing บน Finish
การผสมและเวลาใช้งานต้องควบคุม โดยเฉพาะอากาศร้อน
Sikafloor 264 HC N เป็น Epoxy 2 ส่วนประกอบ อัตรา Part A : Part B = 79 : 21 โดยน้ำหนัก สำหรับรุ่นปัจจุบันที่แสดงใน Sika Thailand โดยก่อนใช้งานควรผสม Part A และ Colour Component ให้สม่ำเสมอ จากนั้นเติม Part B และผสมประมาณ 2–3 นาที เทส่วนผสมไปอีกภาชนะแล้วผสมต่อประมาณ 1 นาทีเพื่อลดโอกาสมีวัสดุที่ยังผสมไม่ทั่วบริเวณก้นหรือขอบภาชนะ
ควรใช้ Low-Speed Electric Stirrer ประมาณ 300–400 rpm และไม่ควรผสมนานเกินไปเพราะจะดึงอากาศเข้าสู่วัสดุเพิ่ม
จุดที่ต้องระวังในประเทศไทยคือ Pot Life ลดเร็วเมื่ออุณหภูมิสูง โดยข้อมูลระบุประมาณ 50 นาทีที่ 10°C, 25 นาทีที่ 20°C และเพียง 15 นาทีที่ 30°C
ดังนั้นทีมติดตั้งต้องเตรียม Roller, Squeegee, Trowel, Spike Roller และพื้นที่ทำงานให้พร้อมก่อนเริ่มผสม ไม่ควรผสม Epoxy ทั้งชุดแล้วค่อยเริ่มจัดอุปกรณ์ เพราะวัสดุอาจเข้าสู่ช่วง Pot Life ก่อนที่จะปูพื้นได้ครบ
หลังทำพื้นแล้วเปิดใช้งานเมื่อไร?
เวลาการเปิดใช้งานขึ้นอยู่กับอุณหภูมิอย่างชัดเจน ข้อมูล Sika ระบุว่า ที่ประมาณ 30°C สามารถรับ Foot Traffic ได้ราว 18 ชั่วโมง, Light Traffic ประมาณ 2 วัน และ Full Cure ประมาณ 5 วัน ส่วนที่ 20°C อยู่ที่ประมาณ 24 ชั่วโมง, 4 วัน และ 7 วันตามลำดับ
| อุณหภูมิ | เดินได้ | Light Traffic | Full Cure |
| 10°C | ~72 ชม. | ~6 วัน | ~10 วัน |
| 20°C | ~24 ชม. | ~4 วัน | ~7 วัน |
| 30°C | ~18 ชม. | ~2 วัน | ~5 วัน |
ค่าดังกล่าวเป็นค่าประมาณและเปลี่ยนตามสภาพหน้างานจริง โรงงานจึงไม่ควรเห็นว่าพื้นเดินได้แล้วนำ Forklift หรือวางเครื่องจักรหนักกลับเข้าพื้นที่ทันที เพราะ Foot Traffic ไม่เท่ากับ Full Cure
หากทำระบบหลายชั้น ต้องเผื่อ Overcoating Time ด้วย ตัวอย่างการทา Sikafloor 264 HC N ทับตัวเองที่ 30°C ต้องรอขั้นต่ำประมาณ 16 ชั่วโมง ส่วนที่ 20°C อยู่ประมาณ 24 ชั่วโมง
จุดที่ต้องระวังในโรงงานและโกดัง
Sikafloor 264 HC N สามารถทำผิว Slip Resistant ได้ จึงเหมาะกับพื้นที่ที่มีโอกาสเปียก แต่ระดับกันลื่นต้องออกแบบจาก Texture หรือ Broadcast System ที่เลือก ไม่ใช่คุณสมบัติอัตโนมัติของผิว Epoxy เรียบทุกระบบ
อีกเรื่องคือ UV หากพื้นอยู่ใกล้ประตูเปิดโล่ง Skylight หรือโดนแดดโดยตรง Sika ระบุว่าสีอาจเกิด Discolouration หรือ Colour Variation ได้ แม้ไม่กระทบ Function และ Performance ของ Coating ดังนั้นหากเป็นพื้นที่ภายนอกหรือรับแสงแดดต่อเนื่อง ควรพิจารณาระบบ Finish ที่เหมาะกับ UV มากกว่าเลือก Epoxy จากเรื่องสีเพียงอย่างเดียว
ด้านการบำรุงรักษา Sika แนะนำให้กำจัด Spill ทันทีและทำความสะอาดเป็นประจำด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม เช่น Rotary Brush, Scrubber Dryer, High-Pressure Washer หรือวิธี Wash and Vacuum ตามสภาพพื้นที่ เพื่อรักษาผิวและลดคราบสะสม
สรุป: Sikafloor 264 เหมาะกับพื้นโรงงานและโกดังที่ต้องการทั้งความทนทานและทำความสะอาดง่าย
สำหรับ โรงงาน โกดัง พื้นที่ประกอบสินค้า โรงซ่อมบำรุง Loading Ramp และพื้นที่ผลิต Sikafloor 264 HC N เป็น Epoxy 2 ส่วนประกอบที่ Sika ระบุสำหรับพื้น Concrete และ Cement Screed ที่รับการใช้งานระดับปกติถึง Medium Heavy Wear โดยมีจุดเด่นด้าน Mechanical Resistance, Chemical Resistance, Liquid Proof และสามารถเลือกทำได้ทั้ง Roller Coat, Self-Smoothing หรือ Broadcast System ตามระดับการใช้งาน
ค่าทางเทคนิคที่ช่วยประเมินระบบ ได้แก่ Abrasion Resistance ประมาณ 41 mg, Compressive Strength ประมาณ 53 N/mm², Flexural Strength ประมาณ 20 N/mm² และ Adhesion มากกว่า 1.5 N/mm² ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่ระบุ แต่การเลือกใช้งานจริงยังต้องดูน้ำหนักรถ ลักษณะล้อ การกระแทก และชนิดสารเคมีของแต่ละโรงงานด้วย
ก่อนติดตั้ง Concrete ต้องมีความชื้นไม่เกิน 4% โดยน้ำหนัก, พื้นต้องสะอาดและแข็งแรง และต้องควบคุม Dew Point โดย Surface Temperature สูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C ตัวผลิตภัณฑ์ผสม Part A ที่ 79:21 โดยน้ำหนัก และในอากาศประมาณ 30°C มี Pot Life เพียงประมาณ 15 นาที จึงต้องอาศัยทีมติดตั้งที่เตรียมงานและแบ่งพื้นที่อย่างเหมาะสม
ดังนั้นถ้าต้องการพื้นโรงงานหรือโกดังที่ ทนการเสียดสี รับแรงทางกล ทำความสะอาดง่าย และรับสารเคมีหลายประเภท Sikafloor 264 เป็นระบบที่เหมาะกับงานลักษณะนี้ แต่ควรเริ่มจากสำรวจ Concrete และลักษณะการใช้งานก่อน แล้วเลือกว่าจะใช้ Roller Coat, Self-Smoothing หรือ Broadcast System แทนการกำหนดผลิตภัณฑ์ตัวเดียวแล้วใช้ความหนาเดียวกันทั้งโรงงาน
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!





