ดาดฟ้ามีน้ำซึมใช้กันซึม Silcor 575 กันซึม PU ทนน้ำขัง

ต.ค. 27, 2026 by admin Blog 0 comment

ดาดฟ้ามีน้ำซึม ใช้กันซึม Silcor 575 กันซึม PU ทนน้ำขังเหมาะกับงานแบบไหน?

ดาดฟ้าที่เริ่มมีน้ำซึมมักไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว บางพื้นที่มีรอยแตกร้าวในคอนกรีต บางจุดรั่วบริเวณพื้นต่อผนังหรือรอบท่อ ขณะที่บางอาคารมีปัญหา Slope ไม่ดีจนเกิดน้ำขังหลังฝนตกเป็นเวลานาน หากแก้ด้วยการทากันซึมเพิ่มเฉพาะบริเวณที่เห็นคราบน้ำด้านล่าง โดยไม่ตรวจต้นทางบนดาดฟ้า น้ำอาจยังเดินใต้ระบบและกลับมารั่วซ้ำได้

SILCOR® 575 เป็นเมมเบรนกันซึม Polyurethane แบบส่วนประกอบเดียวสำหรับงาน Roof Deck, Balcony, Plant Room, Podium และพื้นที่ภายนอก โดย Product Data Sheet ปัจจุบันของ GCP ระบุคุณสมบัติสำคัญว่าเป็น Waterproof, Resists Ponded Water, Resistant to UV Exposure, Single-Pack และสร้าง One-Piece Membrane Barrier จึงเหมาะกับงานดาดฟ้าที่ต้องรับฝนและมีโอกาสเกิดน้ำขังชั่วคราวหลังฝนตก

ข้อดีของระบบ Liquid Applied คือหลังติดตั้งจะเกิดชั้นเมมเบรนต่อเนื่องตามรูปทรงของพื้น ทำให้สามารถทำงานรอบมุม ขอบผนัง ฐานอุปกรณ์ และ Penetration ได้ง่าย แต่ประสิทธิภาพของระบบไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัว Silcor 575 เพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือพื้นเดิมต้องแข็งแรง รอยแตกและรอยต่อต้องได้รับการซ่อม และต้องควบคุมความหนาของเมมเบรนให้ได้ตามที่ผู้ผลิตกำหนด

Silcor 575 ทนน้ำขัง แต่ยังต้องแก้ Slope และ Drain

คำว่า Resists Ponded Water เป็นคุณสมบัติที่น่าสนใจสำหรับดาดฟ้า เพราะพื้นที่ลักษณะนี้มักมีน้ำเหลืออยู่หลังฝนตก โดยเฉพาะบริเวณใกล้ Drain หรือพื้นที่ที่ Screed ทำระดับไม่สมบูรณ์ GCP ระบุ Silcor 575 ว่าสามารถต้านทานน้ำขังได้ และออกแบบสำหรับ Roof Deck โดยตรง

อย่างไรก็ตาม การทนน้ำขังไม่ควรถูกใช้แทนการแก้ระบบระบายน้ำ หากดาดฟ้ามีแอ่งลึกและมีน้ำขังอยู่หลายวันทุกครั้งหลังฝน ควรตรวจ Slope, ระดับปาก Floor Drain, ท่อระบายน้ำ และ Overflow ไปพร้อมกัน เพราะยิ่งน้ำอยู่บนพื้นนาน ระบบ Waterproofing ก็ยิ่งรับภาระต่อเนื่องมากขึ้น

ก่อนทำกันซึมจึงควรทดลองราดน้ำหรือสำรวจหลังฝนตกจริงเพื่อดูตำแหน่งน้ำขัง หากพบว่าปาก Drain สูงกว่าพื้นหรือ Screed มีจุดแอ่น ควรแก้ระดับก่อนทำเมมเบรน ไม่ควรใช้ Silcor 575 เพื่อปิดปัญหา Drainage ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ดาดฟ้ามีน้ำซึม ใช้กันซึม Silcor 575 กันซึม PU ทนน้ำขังเหมาะกับงานแบบไหน?
ดาดฟ้ามีน้ำซึม ใช้กันซึม Silcor 575 กันซึม PU ทนน้ำขังเหมาะกับงานแบบไหน?

รอยร้าวและรอยต่อควรซ่อมก่อนทาพื้นที่หลัก

ดาดฟ้าที่มีน้ำซึมควรตรวจ Crack และ Joint ทุกแนว โดยเฉพาะพื้นต่อผนัง รอบ Floor Drain รอบท่อ และฐานเครื่องจักร เพราะเป็นตำแหน่งที่น้ำสามารถเข้าระบบได้มากกว่าพื้นคอนกรีตกลางพื้นที่

สำหรับการเตรียม Detail GCP ระบุ SILCOR® LM PU Sealant สำหรับการอุด Joint, Gap และ Crack รวมถึงใช้ทำ Angle Fillet และซีล Outlet ก่อนทำ Primer และ Waterproofing Membrane ตัวหลัก ผลิตภัณฑ์เป็น PU Sealant แบบยืดหยุ่นและสามารถใช้ร่วมกับ Silcor Membrane ได้

แนวทางทำงานจึงควรเป็น

ตรวจรอยแตก → ซ่อม Crack/Gap → เก็บพื้นต่อผนังและ Penetration → Primer → Silcor 575

ไม่ควรทา Membrane พาดข้าม Crack ทุกประเภททันที โดยเฉพาะ Structural Crack, Expansion Joint หรือรอยที่ยังเปิด–ปิดตาม Movement ของโครงสร้าง เพราะรอยเหล่านี้ต้องมี Detail ที่รองรับการเคลื่อนตัวต่างจากพื้นที่ทั่วไป

พื้นก่อนทาต้องแข็งแรงและสะอาดจริง

ความเสียหายของระบบกันซึมจำนวนมากไม่ได้เกิดจากตัว Membrane แต่เกิดจาก Substrate ด้านล่าง หากพื้นคอนกรีตร่วน มี Laitance หรือระบบกันซึมเดิมกำลังหลุด ต่อให้ Silcor 575 ยึดกับผิวด้านบนได้ดี ชั้นทั้งหมดก็ยังสามารถหลุดไปพร้อมพื้นเดิมได้

PDS ของ GCP กำหนดให้พื้นต้อง Sound และปราศจาก Dust, Laitance, Loose Matter, Oil และ Contaminants ก่อนทำระบบ และผลิตภัณฑ์ยังระบุว่าเหมาะกับทั้งงานติดตั้งใหม่ งาน Maintenance และ Refurbishment

สำหรับงานซ่อมดาดฟ้าเก่าควรแบ่งพื้นที่เดิมออกเป็นส่วนที่ยังยึดเกาะดีและส่วนที่เสีย หากพบ Membrane เดิมพอง หลุด ร่อน หรือมีน้ำอยู่ข้างใต้ ควรรื้อส่วนนั้นออกจนถึงพื้นแข็งแรงก่อน ไม่ควรทาทับเพื่อให้จบงานเร็ว เพราะปัญหาการยึดเกาะจะยังอยู่ด้านล่าง

พื้น Porous หรือมีฝุ่นมากอาจต้องใช้ Primer ตามระบบ และต้องระวัง Outgassing จาก Concrete เพราะอากาศในรูพรุนสามารถดันขึ้นผ่าน Primer หรือ Membrane ที่ยังเปียกจนเกิด Pin Hole ได้ การเตรียมพื้นและเลือกช่วงเวลาทาจึงมีผลต่อคุณภาพงานมากกว่าการเพิ่มจำนวนรอบทาโดยไม่แก้ Substrate

ความหนาของ Silcor 575 ต้องควบคุม ไม่ใช่ทาแค่ให้พื้นเปลี่ยนสี

หนึ่งในข้อมูลที่สำคัญที่สุดของระบบคือความหนา GCP กำหนด Silcor 575 ที่ Wet Film Thickness ขั้นต่ำรวม 1.75 มม. เพื่อให้ได้ Dry Film Thickness ขั้นต่ำ 1.5 มม. โดยอัตราการใช้ประมาณ 2.4 กก./ตร.ม. สำหรับ DFT 1.5 มม. และระบบสามารถติดตั้งเป็น 1 หรือ 2 Coats ตามวิธีการทำงาน

ดังนั้นการประเมินด้วยสายตาว่า “ทาทั่วแล้ว” ไม่เพียงพอ เพราะพื้นอาจดูปิดเต็มแต่ความหนาในบางตำแหน่งต่ำกว่าที่กำหนดได้ โดยเฉพาะพื้นหยาบ มุม และขอบ Detail ควรใช้ Wet Film Thickness Gauge ตรวจระหว่างติดตั้งเพื่อควบคุมปริมาณวัสดุจริง

การทำความหนาไม่ครบเพื่อประหยัดวัสดุเป็นความเสี่ยงโดยตรงต่ออายุระบบ เพราะเมมเบรนที่บางกว่าข้อกำหนดจะมีความสามารถรับการใช้งานและปิดผิวไม่เท่ากับระบบที่ได้รับการออกแบบไว้

Silcor 575 เป็น Single-Pack — No Mixing จึงช่วยลดความผิดพลาดเรื่องอัตราส่วน Part A และเหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ต้องเดินงานต่อเนื่อง แต่การไม่ต้องผสมไม่ได้หมายความว่าสามารถลดขั้นตอนการเตรียมพื้นหรือควบคุมความหนาได้

ดาดฟ้าเปิดรับแดดควรดู Finish ของระบบด้วย

GCP ระบุว่า Silcor 575 มีความสามารถรับ UV Exposure และสามารถปล่อย Exposed, ทาสี, Overcoat หรือทำ Tile Finish ได้ตามระบบ

หากเป็นดาดฟ้าที่เปิดรับแดดและต้องการ Finish แบบ สีคงตัว กันลื่น และรองรับ Foot Traffic GCP มี SILCOR® Top Coat 80 ซึ่งเป็น Aliphatic Polyurethane Protective Coating แบบ 2 ส่วนประกอบสำหรับปกป้องระบบ Silcor ในพื้นที่ Exposed โดยเฉพาะ ตัว Top Coat มีคุณสมบัติ UV Resistant, Foot-Trafficable และ Permanently Flexible

ดังนั้นต้องแยกหน้าที่ให้ชัดว่า Silcor 575 เป็น Waterproofing Membrane หลัก ส่วน Top Coat 80 เป็น Protective Finish สำหรับกรณีที่ต้องการคุณสมบัติผิวเพิ่มเติม ไม่จำเป็นต้องตีความว่าทุกพื้นที่ต้องใช้ Finish แบบเดียวกัน

หากดาดฟ้าจะปูกระเบื้องหรือทำ Topping ต้องเลือกระบบ Surfacing ให้ตรงกับคำแนะนำของผู้ผลิต ไม่ควรนำกาวหรือ Mortar ไปทาลงบน Membrane โดยไม่ดู Compatibility ของระบบทั้งหมด

งานดาดฟ้าน้ำซึมควรตรวจอะไรบ้างก่อนเริ่มทา

แทนที่จะเริ่มจากถามว่าต้องใช้ Silcor 575 กี่ถัง ควรเริ่มจากสำรวจพื้นที่ก่อน เพราะปริมาณวัสดุและวิธีซ่อมขึ้นอยู่กับสภาพจริง

ควรตรวจอย่างน้อย

  • สภาพ Concrete และระบบกันซึมเดิม
  • ตำแหน่ง Crack และ Joint
  • พื้นต่อ Parapet
  • Floor Drain และ Outlet
  • รอบท่อและ Penetration
  • จุดน้ำขัง
  • Slope ของพื้นที่
  • พื้นที่ Membrane เดิมพองหรือหลุด
  • ความชื้นของ Substrate
  • พื้นที่ที่ต้องเปิดรับ UV หรือมีคนเดิน

หลังสำรวจแล้วจึงกำหนด Repair Detail, Primer และปริมาณ Silcor 575 ตามพื้นที่จริง วิธีนี้ช่วยลดปัญหาทาทั้งดาดฟ้าแล้วต้องกลับมารื้อเฉพาะจุดภายหลัง

วิธีทำระบบ Silcor 575 ให้เหมาะกับดาดฟ้าน้ำซึม

ลำดับงานที่เหมาะสมควรเริ่มจากหาต้นทางน้ำและเตรียมพื้นที่ให้เสร็จก่อนเปิด Membrane หลัก ขั้นตอนโดยรวมคือ รื้อส่วนเดิมที่เสีย → ซ่อม Concrete → แก้ Crack และ Joint → เก็บ Detail รอบท่อ/Drain/มุม → ทำความสะอาด → ลง Primer ตามสภาพพื้น → ทา Silcor 575 ให้ได้ WFT ตามข้อกำหนด → ตรวจ Pin Hole และความต่อเนื่อง → ปล่อยให้ Cure → ทำ Finish ตามการใช้งาน

ถ้าพื้นที่เปิดรับแดดและต้องการผิวสำหรับการเดินใช้งานจึงค่อยพิจารณา Silcor Top Coat 80 ส่วนพื้นที่ที่จะปูกระเบื้องหรือทำ Topping ก็ควรดำเนินการตาม Surfacing System ที่กำหนด

ข้อสำคัญคืออย่ารีบปิดงานโดยข้ามการตรวจ Detail เพราะในงานดาดฟ้า จุดรั่วขนาดเล็กบริเวณ Drain หรือ Penetration เพียงตำแหน่งเดียวสามารถทำให้น้ำเข้าใต้ Membrane และเดินไปออกอีกตำแหน่งได้ แม้พื้นที่กลางดาดฟ้าจะทำได้สมบูรณ์ก็ตาม

สรุป: Silcor 575 เหมาะกับดาดฟ้าน้ำซึมและน้ำขัง เมื่อทำเป็นระบบครบตั้งแต่พื้นจนถึง Drain

หากดาดฟ้ามีปัญหา น้ำซึมหลังฝนตกและมีน้ำขังบางช่วง Silcor 575 เป็น Polyurethane Waterproofing Membrane แบบส่วนประกอบเดียวที่ GCP ระบุสำหรับ Roof Deck โดยตรง พร้อมคุณสมบัติ Waterproof, Resists Ponded Water, Resistant to UV Exposure และสร้าง One-Piece Membrane Barrier

ค่าที่ควรใช้ควบคุมหน้างานคือ WFT ขั้นต่ำ 1.75 มม., DFT ขั้นต่ำ 1.5 มม. และ Consumption ประมาณ 2.4 กก./ตร.ม. ไม่ควรใช้วิธีทาบาง ๆ ให้เห็นว่าพื้นปิดทั่วแล้วถือว่าเพียงพอ

พร้อมกันนั้นต้องซ่อม Crack, Gap, Joint และ Detail ก่อน โดยสามารถใช้ Silcor LM PU Sealant ตามระบบสำหรับงาน Gap Filling, Crack Filling, Angle Fillet และ Sealing Outlets ก่อน Primer และ Membrane

หากดาดฟ้าเปิดรับแดดและต้องการผิวที่ UV Resistant, Colour-Stable, Non-Slip และรองรับการเดิน สามารถใช้ Silcor Top Coat 80 เป็น Protective Finish เพิ่มเติมได้

หัวใจของงานจึงไม่ใช่แค่ “Silcor 575 ทนน้ำขังหรือไม่” แต่ต้องทำให้ครบทั้ง Concrete ที่แข็งแรง + Crack/Joint Detail + Drainage + Primer + Membrane ที่ได้ความหนา + Finish ที่ตรงกับการใช้งาน เมื่องานแต่ละส่วนถูกจัดการครบ Silcor 575 จึงสามารถทำหน้าที่เป็นชั้นกันซึมหลักสำหรับดาดฟ้าที่ต้องรับทั้งฝนและน้ำขังได้อย่างเหมาะสม

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!