กันซึมดาดฟ้าซ่อมด้วย Silcor 575 สำหรับงานรีโนเวท ต้องเริ่มจากตรงไหน?
ดาดฟ้าที่ใช้งานมาหลายปีมักไม่ได้เสียพร้อมกันทั้งพื้นที่ บางจุดอาจเริ่มมี รอยแตกร้าว น้ำขัง ชั้นกันซึมเดิมพอง หรือรอยต่อพื้นกับผนังเริ่มเสื่อม หากรีโนเวทโดยทาวัสดุใหม่ทับของเดิมทันทีโดยไม่ตรวจสภาพพื้น ปัญหาที่อยู่ด้านล่างอาจกลับมาทำให้ระบบใหม่เสียเร็วได้
SILCOR® 575 เป็นเมมเบรนกันซึม Polyurethane ประสิทธิภาพสูงแบบส่วนประกอบเดียวจาก GCP Applied Technologies ซึ่งผู้ผลิตระบุโดยตรงว่าเหมาะกับการ ติดตั้ง บำรุงรักษา และ Refurbish ระบบกันซึม พร้อมคุณสมบัติ Waterproof, ทนน้ำขัง, รับ UV Exposure และสร้างเมมเบรนต่อเนื่องแบบ One-Piece Barrier เหมาะกับ Roof Deck, Balcony, Podium และพื้นที่ภายนอกหลายประเภท
จุดแข็งของระบบ Liquid Applied สำหรับงานรีโนเวทคือวัสดุสามารถเดินตามรูปทรงของพื้น มุม ผนัง ท่อ และ Detail เดิมได้ง่ายกว่าการแก้ด้วยแผ่นขนาดตายตัว แต่คุณภาพสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับ สภาพระบบเดิม การเตรียม Substrate การซ่อมรอยต่อ และการควบคุมความหนา เป็นหลัก
ทำไม Silcor 575 ถึงเหมาะกับงานรีโนเวทดาดฟ้า?
GCP ระบุ Silcor 575 ว่าเป็นระบบที่ ง่ายและประหยัดสำหรับติดตั้ง บำรุงรักษา หรือ Refurbish และสามารถสร้าง Elastomeric Membrane ที่ยึดติดกับ Substrate แบบต่อเนื่องได้
จึงเหมาะกับงานอย่าง
- ดาดฟ้าเก่าที่เริ่มมีน้ำซึม
- Roof Deck ที่ระบบเดิมเสื่อม
- Balcony ที่ต้องปรับปรุง Waterproofing
- Plant Room
- Podium
- พื้นที่มีท่อหรือ Penetration จำนวนมาก
- พื้นที่ที่ต้องการระบบกันซึมเหลวแบบไร้รอยต่อ
แต่คำว่า “เหมาะกับ Refurbishment” ไม่ได้หมายความว่าสามารถทาทับระบบเดิมทุกสภาพได้ทันที


ระบบกันซึมเดิมต้องรื้อออกทั้งหมดไหม?
ไม่จำเป็นต้องตอบว่า “ต้องรื้อทั้งหมด” หรือ “ทับได้ทั้งหมด” โดยไม่ตรวจหน้างาน
ก่อนรีโนเวทควรแบ่งระบบเดิมออกเป็นอย่างน้อย 2 กลุ่ม
ส่วนที่ยังแข็งแรงและยึดเกาะดี ควรตรวจ Compatibility และวิธีเตรียมผิวก่อนพิจารณาทำระบบใหม่ทับ
ส่วนที่พอง หลุด ร่วน หรือมีน้ำขังอยู่ด้านใต้ ควรรื้อออกจนถึง Substrate ที่แข็งแรงก่อน
หากทา Silcor 575 ลงบนวัสดุเดิมที่กำลังหลุด การยึดเกาะของ Silcor อาจดีต่อชั้นเดิม แต่เมื่อชั้นเดิมหลุดจาก Concrete ระบบใหม่ก็หลุดตามไปด้วย
ดังนั้นแนวคิดในการรีโนเวทควรเป็น
เก็บของเดิมที่แข็งแรง + รื้อส่วนเสีย + ซ่อม Substrate + ทำ Waterproofing ใหม่ให้ต่อเนื่อง
มากกว่าการทาทับทั้งหมดเพื่อประหยัดเวลา
ก่อนเริ่มต้องหาสาเหตุที่ดาดฟ้ารั่วก่อน
ปัญหาน้ำรั่วบนดาดฟ้าไม่ได้เกิดจาก Membrane เสียเพียงอย่างเดียว
ควรตรวจ
- Crack บน Concrete
- Construction Joint
- Expansion Joint
- พื้นต่อผนัง
- Parapet
- รอบ Pipe Penetration
- Floor Drain
- ฐานเครื่องจักร
- Slope
- จุดที่มี Ponding Water
- ระบบกันซึมเดิมที่พองหรือแตก
หากต้นเหตุอยู่ที่ท่อ Drain หรือ Joint ที่เสีย การทา Membrane เพิ่มเฉพาะพื้นที่กลางดาดฟ้าอาจไม่หยุดน้ำรั่ว
Concrete ก่อนทำ Silcor 575 ต้องอยู่ในสภาพไหน?
GCP ระบุว่าพื้นผิวต้อง
- Sound
- Smooth
- ไม่มี Dust
- ไม่มี Laitance
- ไม่มี Loose Matter
- ไม่มี Oil
- ไม่มี Contaminants
และ Defect บนพื้นต้องได้รับการซ่อมด้วย Repair Mortar ที่เหมาะสมก่อนติดตั้ง Membrane
สำหรับ Concrete ใหม่ ผู้ผลิตระบุให้ Cure ประมาณ 28 วัน และ Render ประมาณ 7 วัน ก่อนทำระบบ
ในงานรีโนเวท Concrete อาจมีอายุหลายปีแล้ว แต่ยังต้องตรวจความแข็งแรงและความชื้น เพราะอายุของ Concrete ไม่ได้หมายความว่าพร้อมรับระบบใหม่เสมอไป
Crack และ Joint ต้องซ่อมก่อนหรือไม่?
ต้องตรวจและเก็บ Detail ก่อนทำพื้นที่หลัก
GCP ระบุให้ใช้ Silcor LM PU Sealant สำหรับ
- Joints
- Cracks
- Gaps
- Internal Corner
- Penetration
รวมถึงใช้ทำ Angle Fillet ในตำแหน่งมุม และให้ Detail เหล่านี้ Skin Cure ก่อนเริ่มทำ General Membrane
ดังนั้นการรีโนเวทที่ดีไม่ควรเป็น
ล้างพื้น → ทา Silcor 575 ทั้งหมดทันที
แต่ควรเป็น
สำรวจ Crack → ซ่อม Joint → เก็บมุม → เก็บท่อ → Primer → Membrane
โดยเฉพาะ Expansion Joint หรือรอยที่มี Movement สูง ควรให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญออกแบบ Detail เพิ่ม ไม่ควรใช้ Membrane พื้นที่หลักแทน Joint System ทุกกรณี
Silcor 575 ต้องลง Primer หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับสภาพพื้น
GCP ระบุว่า สำหรับพื้น Porous หรือมีฝุ่น สามารถใช้ Silcor Primer BS ประมาณ 0.15–0.30 กก./ตร.ม. เพื่อ Seal Surface และช่วยลด Pin Hole
ส่วนกรณี Damp Concrete สามารถใช้ Silcor Primer BW N105-DT ตามเงื่อนไขของระบบ โดยข้อมูลปัจจุบันระบุ Recommended Moisture Content ต่ำกว่า 5% ตาม ASTM F2659
ดังนั้นในงานรีโนเวทไม่ควรคิดว่า Primer เป็นขั้นตอนที่ตัดออกได้เสมอไป
ทำไมพื้นเก่าถึงมีโอกาสเกิด Pin Hole?
พื้น Concrete เก่าหรือ Porous อาจมีอากาศอยู่ภายในรูพรุน
เมื่ออุณหภูมิ Concrete สูงขึ้น อากาศสามารถขยายตัวและดันออกจากพื้น เกิดเป็น Outgassing ผ่าน Primer หรือ Membrane จนเกิด Pin Hole
GCP ระบุว่าการลง Primer บนพื้น Porous ขณะที่ Substrate Temperature กำลังสูงขึ้นสามารถเพิ่มความเสี่ยง Outgassing และแนะนำว่าการทำช่วงที่อุณหภูมิ Concrete คงที่หรือลดลง เช่น ช่วงบ่ายแก่หรือเย็น สามารถช่วยลดปัญหานี้ได้
นี่เป็น Detail เล็ก ๆ ที่สำคัญกับงานรีโนเวท เพราะพื้นเก่ามักมีรูพรุนและ Surface Condition ไม่สม่ำเสมอ
Silcor 575 ต้องทำหนาเท่าไร?
GCP ระบุให้ทำ Silcor 575 ที่
Wet Film Thickness ขั้นต่ำรวม 1.75 มม.
เพื่อให้ได้
Dry Film Thickness ขั้นต่ำ 1.5 มม.
สามารถทำ 1 หรือ 2 Coats ได้ และควรตรวจความหนาระหว่าง Application ด้วย Wet Film Thickness Gauge
อัตราการใช้ที่ระบุคือประมาณ
2.4 กก./ตร.ม. สำหรับ DFT 1.5 มม.
ดังนั้นการรีโนเวทไม่ควรใช้วิธีทาบาง ๆ ให้ดูเหมือนพื้นมีสีใหม่แล้วถือว่าเป็น Waterproofing System
สิ่งที่ต้องควบคุมคือ ความหนาจริง
ทำชั้นเดียวได้ไหม?
GCP ระบุว่าสามารถทำ Silcor 575 ได้ทั้ง หนึ่งหรือสองชั้น แต่ความหนารวมต้องเป็นไปตามข้อกำหนด
วิธีติดตั้งสามารถใช้
- Squeegee
- Brush
- Roller
- Airless Spray
โดยผู้ผลิตระบุว่า Silcor 575 เหมาะกับการทำแบบ Flood Coating ด้วย Squeegee และสามารถสร้าง Continuous Membrane โดยไม่จำเป็นต้องทำหลายชั้นเสมอไป
ดังนั้นจำนวนรอบไม่สำคัญเท่ากับการได้ DFT ที่ถูกต้องและไม่มีจุดบาง
ดาดฟ้าที่มีน้ำขังใช้ได้ไหม?
GCP ระบุคุณสมบัติของ Silcor 575 ว่า Waterproof — Resists Ponded Water
จึงเหมาะกับ Roof Deck ที่มีโอกาสเกิดน้ำขังชั่วคราวหลังฝนตก
แต่คำว่า Resists Ponded Water ไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลในการปล่อย Slope เสียหรือ Drain ตัน
การรีโนเวทควรตรวจพร้อมกันว่า
- น้ำไหลเข้า Drain หรือไม่
- มีแอ่งน้ำตรงไหน
- Drain สูงกว่าพื้นหรือไม่
- Overflow ทำงานหรือไม่
เพราะระบบ Waterproofing ที่ดีควรทำงานร่วมกับระบบ Drainage ที่ดีด้วย
ถ้าดาดฟ้าเปิดรับแดด ต้องใช้ Top Coat 80 ไหม?
Silcor 575 มีคุณสมบัติ Resistant to UV Exposure และสามารถ Left Exposed ได้ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ แต่ถ้าต้องการระบบที่ UV Colour-Stable, Non-Slip และ Foot-Trafficable GCP ระบุให้ใช้ร่วมกับ Silcor Top Coat 80
Silcor Top Coat 80 เป็น Aliphatic Polyurethane Protective Coating แบบ 2 ส่วนประกอบ ออกแบบสำหรับพื้นที่ Exposed เช่น Roof, Balcony, Deck และ Plant Room โดยเฉพาะ และมีคุณสมบัติ UV Resistant และรองรับ Foot Traffic
ดังนั้นถ้างานรีโนเวทเป็นดาดฟ้าเปิดโล่งและต้องการ Finish ที่ดูดีและสีคงตัว การใช้ Top Coat 80 จะเหมาะกว่าการพิจารณาเฉพาะ Base Membrane
Silcor Top Coat 80 ใช้ประมาณเท่าไร?
GCP ระบุอัตราการใช้รวมประมาณ
0.3 กก./ตร.ม.
เพื่อให้ได้ความหนาแห้งขั้นต่ำประมาณ
0.15 มม. DFT
สำหรับ Brush หรือ Roller ผู้ผลิตระบุให้ทำ 2 Coats โดยชั้นที่สองทาขวางกับชั้นแรกเพื่อช่วยให้ Finish สม่ำเสมอ
Top Coat 80 เป็นวัสดุ 2 ส่วนประกอบ ใช้อัตรา Resin : Hardener = 5:1 โดยน้ำหนัก และต้องผสมให้ทั่วก่อนใช้งาน
ดังนั้นต้องแยกให้ชัดว่า
Silcor 575 = Single-Pack
แต่
Silcor Top Coat 80 = Two-Part
ถ้ารีโนเวทแล้วจะปูกระเบื้องทับได้ไหม?
ได้ตามระบบที่ GCP ระบุ
หลัง Silcor 575 Fully Cured สามารถทำ Ceramic Tile Finish โดยใช้ Mortar Bed หรือทำ Sand Layer ก่อนใช้ Suitable Adhesive ได้
GCP ระบุ Cure Time สำหรับ
Flood Test, Tiling หรือ Topping ประมาณ 48 ชั่วโมง
ภายใต้เงื่อนไขของผลิตภัณฑ์
จึงสามารถใช้ในงานรีโนเวทที่ต้องการเปลี่ยนจากดาดฟ้าเปลือยเป็นพื้นที่ปูกระเบื้องได้ แต่ต้องวาง Finish System ให้ถูกต้อง ไม่ควรทากาวซีเมนต์ลงบน Membrane โดยไม่ดู Detail ที่ผู้ผลิตกำหนด
เปิดให้คนเดินได้เมื่อไร?
GCP ระบุว่า Silcor 575 Membrane สามารถรับ Foot Traffic ได้หลังประมาณ 12 ชั่วโมง ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
แต่ควรเข้าใจว่า Foot Traffic สำหรับงาน Service หรือ Access ไม่ได้เท่ากับ
- ลากเครื่องจักรหนัก
- วางวัสดุปลายแหลม
- รถเข็นหนัก
- Vehicle Traffic
ถ้าดาดฟ้ามีการใช้งานมาก ต้องออกแบบ Protection และ Finish ให้เหมาะสมด้วย


ขั้นตอนรีโนเวทดาดฟ้าด้วย Silcor 575 แบบเป็นระบบ
- สำรวจตำแหน่งน้ำรั่ว
- ตรวจระบบกันซึมเดิม
- Mark จุดพองและหลุด
- ตรวจ Crack และ Joint
- ตรวจพื้นต่อผนัง
- ตรวจ Drain และ Slope
- รื้อส่วนที่ไม่ยึดเกาะ
- ซ่อม Concrete Defect
- ซ่อม Crack และ Gap
- ทำ Angle Fillet ตามมุม
- ทำ Detail รอบ Penetration
- ทำความสะอาดพื้น
- วัด Moisture
- เลือก Primer ตามสภาพพื้น
- ลง Primer
- ตรวจ Pin Hole/Outgassing
- ทา Silcor 575
- วัด WFT ระหว่างทำ
- ให้ได้ DFT ขั้นต่ำตามระบบ
- ตรวจ Membrane ทั้งพื้นที่
- ทำ Flood Test ตามเวลาที่กำหนด
- ทำ Silcor Top Coat 80 หากต้องการ Exposed Finish
- หรือทำ Tile/Topping ตามระบบ
- ตรวจ Drain และ Detail ก่อนเปิดใช้งาน
ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานรีโนเวทกลับมารั่วซ้ำ
- ทา Silcor 575 ทับระบบเดิมที่กำลังหลุด
- ไม่ตรวจน้ำที่ค้างใต้ Membrane เดิม
- ไม่ซ่อม Crack
- ไม่เก็บ Joint
- ไม่ทำพื้นต่อผนัง
- รอบท่อมีช่องว่าง
- ข้าม Primer ทั้งที่พื้น Porous
- ทาในช่วง Concrete กำลังร้อนขึ้นจนเกิด Outgassing
- ความหนา Silcor 575 ไม่ถึง
- ไม่ใช้ Wet Film Gauge
- Slope ยังเสีย
- Drain ยังตัน
- ปล่อยดาดฟ้ารับการใช้งานหนักโดยไม่มี Protection
- ต้องการ Finish สีคงตัวแต่ไม่ทำ Top Coat ที่เหมาะสม
- Flood Test เร็วเกินก่อน Membrane Cure
รีโนเวทดาดฟ้าไม่จำเป็นต้องรอให้รั่วหนักก่อน
หากเริ่มเห็นอาการอย่าง
- ผิวกันซึมเดิมแตกลายงา
- ขอบ Membrane เริ่มเปิด
- รอบ Drain เริ่มแตก
- มี Blister
- น้ำขังนาน
- ฝ้าด้านล่างเริ่มมีคราบ
ควรรีบตรวจระบบก่อนที่น้ำจะเดินเข้า Concrete เป็นบริเวณกว้าง
การ Maintenance หรือ Refurbishment ในช่วงที่ Substrate ยังแข็งแรงมักจัดการง่ายกว่าการรอจน Concrete, Plaster หรือฝ้าด้านล่างเสียหายตามมา
GCP เองระบุ Silcor 575 ว่าเหมาะทั้งสำหรับ Install, Maintain และ Refurbish จึงสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนบำรุงรักษา Roof Waterproofing ได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้ระบบเดิมเสียทั้งหมดก่อน
สรุป: รีโนเวทดาดฟ้าด้วย Silcor 575 เหมาะกับการซ่อมระบบเก่า แต่ต้องแก้พื้นฐานก่อนทาของใหม่
หากดาดฟ้าเก่ามีปัญหา น้ำซึม ระบบเดิมเริ่มเสื่อม หรืออยากปรับปรุง Waterproofing ใหม่ Silcor 575 เป็น One-Part Polyurethane Waterproofing Membrane ที่ GCP ระบุโดยตรงว่าเหมาะกับการ Install, Maintain และ Refurbish และสามารถใช้กับ Roof Deck, Balcony และพื้นที่ภายนอกหลายประเภทได้
ตัว Membrane มีคุณสมบัติ Waterproof, Resists Ponded Water, Resistant to UV Exposure และสร้าง One-Piece Membrane Barrier ยึดติดกับ Substrate โดยระบบต้องทำ WFT ขั้นต่ำรวม 1.75 มม. เพื่อให้ได้ DFT ขั้นต่ำ 1.5 มม. ใช้วัสดุประมาณ 2.4 กก./ตร.ม. ตามข้อมูลปัจจุบันของ GCP
แต่หัวใจของงานรีโนเวทไม่ใช่เพียงการเลือก Membrane ใหม่ ต้องเริ่มจาก ตรวจระบบเดิม → รื้อส่วนเสีย → ซ่อม Concrete → ซ่อม Crack/Joint → ทำ Detail → Primer → Silcor 575 → ตรวจความหนา
ถ้าดาดฟ้าเปิดรับแดดและต้องการ Finish ที่ UV Colour-Stable, Non-Slip และ Foot-Trafficable สามารถใช้ Silcor Top Coat 80 ซึ่งเป็น Aliphatic Polyurethane Protective Coating ที่ออกแบบมาสำหรับระบบ SILCOR ในพื้นที่ Exposed โดยเฉพาะ
ส่วนกรณีจะปูกระเบื้องหรือทำ Topping สามารถทำได้หลัง Silcor 575 Fully Cured ตามระบบ โดย GCP ระบุว่าพร้อมสำหรับ Flood Test, Tiling หรือ Topping ประมาณ 48 ชั่วโมง ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
ดังนั้นการใช้ Silcor 575 สำหรับรีโนเวทดาดฟ้า ที่เหมาะสมไม่ใช่การเปิดถังแล้วทาทับของเก่า แต่เป็นการเก็บเฉพาะระบบเดิมที่ยังแข็งแรง ซ่อมทุกจุดที่มีปัญหา และสร้าง Membrane ใหม่ให้ต่อเนื่องทั้งพื้น มุม รอยต่อและ Penetration เมื่อทำครบระบบจึงช่วยยืดอายุการใช้งานของดาดฟ้าได้มากกว่าการซ่อมเฉพาะตำแหน่งที่เห็นน้ำรั่ว
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!





