กันซึมผนังชั้นใต้ดินจากด้านนอก ใช้ Preprufe 120S สำหรับงานฐานรากและผนังใต้ดิน

ก.ย. 15, 2026 by admin Blog 0 comment

กันซึมผนังชั้นใต้ดินจากด้านนอกด้วย Preprufe 120S ก่อนปิดทับโครงสร้าง

งานผนังชั้นใต้ดินและฐานรากเป็นจุดที่ควรวางระบบกันซึมตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง เพราะพื้นที่เหล่านี้อยู่ติดดิน รับความชื้น น้ำใต้ดิน น้ำฝนสะสม และแรงดันน้ำจากภายนอกอาคารโดยตรง หากกันซึมไม่ดีตั้งแต่แรก น้ำอาจซึมเข้าผนังชั้นใต้ดิน รอยต่อพื้นกับผนัง บ่อ lift pit หรือฐานรากได้ และเมื่อถมดินหรือปิดทับไปแล้ว การกลับมาแก้จากด้านนอกจะยากและมีต้นทุนสูงกว่าเดิมหลายเท่า

สำหรับงาน กันซึมผนังชั้นใต้ดินจากด้านนอก โดยเฉพาะงานที่ต้องหล่อคอนกรีตชิดพื้นที่จำกัด เช่น งานกำแพงใต้ดิน งานฐานราก งานผนัง basement หรือพื้นที่ที่ใช้แบบหล่อด้านเดียว ระบบเมมเบรนแบบ pre-applied เป็นตัวเลือกที่เหมาะ เพราะติดตั้งแผ่นกันซึมไว้ก่อนเทคอนกรีต เมื่อคอนกรีตสดถูกเททับลงไป ระบบจะยึดเกาะกับคอนกรีตและช่วยลดช่องว่างที่น้ำอาจไหลซึมระหว่างแผ่นกับโครงสร้าง

Preprufe 120S หรือ PREPRUFE® 120S เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมแบบ pre-applied จาก GCP สำหรับงานใต้ดิน โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าเป็นแผ่นคอมโพสิตที่ประกอบด้วย HDPE film, pressure sensitive adhesive และ weather resistant particulate protective coating ใช้กับงานใต้แผ่นฐานรากและผนังใต้ดินแบบ cast-in-place ในไซต์ที่มีพื้นที่จำกัดและใช้ single-sided formwork เมมเบรนจะเกิด integral adhesive bond กับคอนกรีตที่เททับ เพื่อช่วยเป็น barrier ต่อ water, moisture และ soil contamination พร้อมช่วยลดการ ingress และ lateral migration ของน้ำ

Preprufe 120S คืออะไร?

Preprufe 120S คือแผ่นเมมเบรนกันซึมก่อนเทคอนกรีต หรือ pre-applied waterproofing membrane ใช้สำหรับงานใต้ดิน เช่น ใต้ฐานราก ใต้พื้นคอนกรีต และผนังชั้นใต้ดินด้านนอกในกรณีที่ต้องหล่อผนังคอนกรีตในที่ โดยติดตั้งแผ่นไว้ก่อน แล้วจึงวางเหล็ก เสริมรายละเอียด และเทคอนกรีตทับ

จุดสำคัญของ Preprufe 120S คือไม่ได้ทำงานแบบแผ่นกันซึมที่วางแยกจากโครงสร้าง แต่ถูกออกแบบให้ยึดเกาะกับคอนกรีตที่เททับลงมา เมื่อน้ำอยู่ด้านนอกโครงสร้าง ระบบที่ยึดติดกับคอนกรีตจะช่วยลดโอกาสที่น้ำจะไหลวิ่งระหว่างแผ่นเมมเบรนกับผิวคอนกรีต ซึ่งเป็นปัญหาที่มักทำให้หาจุดรั่วจริงได้ยากในงานใต้ดิน

GCP อธิบายระบบ PREPRUFE ว่าเป็นระบบกันซึมใต้ดินแบบ fully adhered, pre-applied สำหรับงาน below-grade applications และเทคโนโลยีการยึดเกาะของ PREPRUFE ช่วยสร้าง bond ต่อเนื่องกับคอนกรีต เพื่อลด lateral migration ของน้ำในและรอบโครงสร้าง

ทำไมผนังชั้นใต้ดินต้องกันซึมจากด้านนอก?

ผนังชั้นใต้ดินรับน้ำจากด้านนอกอาคาร ไม่ว่าจะเป็นน้ำใต้ดิน น้ำฝนที่ซึมผ่านดิน หรือความชื้นสะสมรอบโครงสร้าง หากทำกันซึมจากด้านในอย่างเดียว อาจเป็นการแก้เฉพาะจุดที่น้ำโผล่ แต่ไม่ได้หยุดน้ำจากด้านนอกที่กำลังกดเข้าผนังอยู่

การกันซึมจากด้านนอกจึงช่วยป้องกันตั้งแต่ด้านที่น้ำสัมผัสโครงสร้างจริง โดยเฉพาะงานก่อสร้างใหม่ที่ยังสามารถเข้าถึงผิวด้านนอกของผนังหรือวางระบบก่อนเทได้ การติดตั้งระบบกันซึมในช่วงนี้จะช่วยลดความเสี่ยงระยะยาวมากกว่าการรอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยอัดฉีดหรือซ่อมภายหลัง

ปัญหาที่มักเกิดกับผนังชั้นใต้ดินหากไม่มีระบบกันซึมที่ดี ได้แก่

  • ผนัง basement มีคราบชื้น
  • น้ำซึมตามรอยต่อพื้นกับผนัง
  • น้ำรั่วบริเวณ construction joint
  • น้ำซึมรอบท่อทะลุผนัง
  • พื้นชั้นใต้ดินมีน้ำขัง
  • สีหรือวัสดุปิดผิวภายในลอก
  • เกิดกลิ่นอับและความชื้นสะสม
  • ซ่อมจากด้านนอกไม่ได้เพราะถมดินแล้ว
  • ต้องอัดฉีดซ่อมหลายรอบแต่ยังไม่จบ
ทำไมผนังชั้นใต้ดินต้องกันซึมจากด้านนอก?
ทำไมผนังชั้นใต้ดินต้องกันซึมจากด้านนอก?

Preprufe 120S เหมาะกับงานตรงไหน?

ผนังชั้นใต้ดินด้านนอก

Preprufe 120S เหมาะกับผนังใต้ดินแบบหล่อคอนกรีตในที่ โดยเฉพาะหน้างานที่มีพื้นที่จำกัดหรือใช้แบบหล่อด้านเดียว เพราะเป็นระบบ pre-applied ที่ติดตั้งก่อนเทคอนกรีต จากนั้นคอนกรีตจะถูกเทชิดกับเมมเบรนและเกิดการยึดเกาะกับระบบกันซึม

ฐานรากและพื้นใต้ดิน

Preprufe 120S ใช้กับงาน below foundation slabs หรือใต้แผ่นฐานรากได้ ช่วยวางระบบกันซึมตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีต เหมาะกับ raft foundation, basement slab, lift pit และพื้นที่ที่หลังเทแล้วไม่สามารถกลับไปติดตั้งกันซึมด้านล่างได้ง่าย

พื้นที่ก่อสร้างแบบพื้นที่จำกัด

ในไซต์ที่ติดแนวเขตที่ดิน อยู่ใกล้อาคารข้างเคียง หรือมีพื้นที่ทำงานรอบโครงสร้างน้อย การติดตั้งกันซึมหลังเทคอนกรีตจากด้านนอกอาจทำได้ยาก Preprufe 120S จึงเหมาะกับงาน confined sites ที่ต้องวางระบบก่อนหล่อคอนกรีต

งานผนังใต้ดินที่ต้องลดปัญหาน้ำไหลหลังแผ่น

จุดเด่นของระบบ PREPRUFE คือการยึดเกาะกับคอนกรีตเพื่อลดการไหลของน้ำระหว่างเมมเบรนกับโครงสร้าง ซึ่งสำคัญมากกับงานชั้นใต้ดิน เพราะถ้าน้ำสามารถวิ่งหลังแผ่นได้ จุดที่น้ำโผล่ภายในอาคารอาจอยู่คนละตำแหน่งกับจุดเสียหายจริง ทำให้ซ่อมยากและเสียเวลามากขึ้น

จุดเด่นของ Preprufe 120S สำหรับฐานรากและผนังใต้ดิน

  1. เป็นระบบ Pre-applied ติดตั้งก่อนเทคอนกรีต

Preprufe 120S ถูกออกแบบให้ติดตั้งก่อนการเทคอนกรีต เหมาะกับงานฐานรากและผนังใต้ดินที่ต้องการกันซึมจากด้านที่สัมผัสดินโดยตรง ระบบนี้ช่วยให้วางกันซึมได้ก่อนที่พื้นที่จะถูกปิดทับหรือถมดิน

  1. ยึดเกาะกับคอนกรีตที่เททับ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่า Preprufe 120S forms an integral adhesive bond to poured concrete ซึ่งหมายความว่าแผ่นเมมเบรนจะยึดกับคอนกรีตที่เทลงมา ช่วยให้ระบบกันซึมทำงานแนบกับโครงสร้าง ไม่ใช่แค่เป็นแผ่นแยกชั้นอยู่ด้านนอก

  1. ช่วยลดปัญหาน้ำไหลซึมหลังเมมเบรน

Preprufe 120S ถูกออกแบบให้ช่วยป้องกันทั้ง ingress และ lateral migration ของน้ำ หากเกิดความเสียหายเฉพาะจุด ระบบที่ยึดเกาะกับคอนกรีตจะช่วยลดโอกาสที่น้ำจะวิ่งใต้แผ่นและไปโผล่จุดอื่นภายในอาคาร

  1. ใช้งานแบบ Cold Applied

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่า Preprufe 120S เป็นระบบ cold applied ไม่ต้องใช้เปลวไฟหรือ hot works permit ช่วยลดความเสี่ยงจากงานร้อนในไซต์ก่อสร้างใต้ดิน และทำให้หน้างานจัดการได้ง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับระบบที่ต้องใช้ไฟหรือความร้อน

  1. ติดตั้งง่าย ไม่ต้อง Primer หรือ Fillet ในบางระบบ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่า Preprufe 120S ติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้ priming หรือ fillets ตามระบบที่กำหนด ช่วยลดขั้นตอนหน้างาน แต่ยังต้องควบคุมพื้นรองรับ รอยต่อ และรายละเอียดจุดทะลุโครงสร้างให้ถูกต้อง

  1. วางบน Concrete Blinding หรือดินบดอัดที่เตรียมถูกต้องได้

Preprufe 120S สามารถวางบน concrete blinding หรือ properly prepared compacted soil ได้ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ซึ่งเหมาะกับงานฐานรากที่ต้องติดตั้งระบบกันซึมก่อนวางเหล็กและเทคอนกรีต

ก่อนใช้ Preprufe 120S ต้องตรวจอะไรบ้าง?

  1. ลักษณะหน้างานเป็น Pre-applied จริงหรือไม่

Preprufe 120S เหมาะกับงานที่ติดตั้งก่อนเทคอนกรีต หากผนังคอนกรีตเทเสร็จแล้วและต้องการติดตั้งแผ่นจากด้านนอกภายหลัง อาจต้องพิจารณาระบบ post-applied อื่นแทน ดังนั้นต้องดูขั้นตอนก่อสร้างจริงก่อนเลือกวัสดุ

  1. พื้นรองรับต้องเรียบและไม่ทำลายแผ่น

พื้นรองรับต้องไม่มีหินแหลม เศษเหล็ก เศษปูน หรือวัสดุที่อาจทำให้แผ่นเสียหาย เพราะหลังปูแผ่นจะมีงานวางเหล็กและเทคอนกรีตตามมา หากแผ่นฉีกหรือเป็นรูโดยไม่ซ่อมก่อนเท จะกลายเป็นจุดเสี่ยงในระยะยาว

  1. แนวซ้อนทับต้องต่อเนื่อง

งานแผ่นเมมเบรนใต้ดินต้องให้ความสำคัญกับ overlap, end lap, tie-in และรายละเอียดการปิดรอยต่อ เพราะน้ำมักเข้าจากรอยต่อมากกว่าพื้นแผ่นกลาง ควรใช้เทปหรืออุปกรณ์เสริมตามระบบผู้ผลิต โดย PREPRUFE Tape ถูกระบุว่าใช้ใน detail areas เช่น end laps, penetrations และ tie-ins

  1. จุดท่อทะลุและรอยต่อโครงสร้างต้องเก็บเป็นพิเศษ

บริเวณ pipe penetration, pile head, construction joint, corner, lift pit และรอยต่อพื้นกับผนังเป็นจุดที่ต้องออกแบบรายละเอียดแยก ไม่ควรปูแผ่นผ่านแบบทั่วไปโดยไม่เสริม เพราะเป็นจุดที่น้ำเข้าได้ง่ายที่สุด

  1. ต้องตรวจระบบก่อนเทคอนกรีต

ก่อนเทคอนกรีตต้องตรวจแผ่น รอยต่อ จุดซ่อม และรายละเอียดทุกตำแหน่ง เพราะเมื่อเทคอนกรีตแล้วจะกลับไปแก้ด้านหลังแผ่นได้ยากมาก การตรวจรับก่อนเทจึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรข้าม

ขั้นตอนติดตั้ง Preprufe 120S โดยสรุป

  1. ตรวจแบบกันซึมฐานรากและผนังชั้นใต้ดิน
  2. ตรวจระดับน้ำใต้ดินและแรงดันน้ำตามสภาพพื้นที่
  3. เตรียมพื้นรองรับให้เรียบ แน่น และไม่มีวัสดุแหลมคม
  4. วางแผนแนวแผ่นและตำแหน่งรอยต่อ
  5. ปูแผ่น Preprufe 120S ตามทิศทางที่ออกแบบ
  6. จัดแนวซ้อนทับและรอยต่อให้ต่อเนื่อง
  7. ใช้เทปหรืออุปกรณ์เสริมในจุด end lap, penetration และ tie-in ตามระบบ
  8. เก็บรายละเอียดรอบท่อ pile head, corner, lift pit และ construction joint
  9. ตรวจความเสียหายของแผ่นก่อนวางเหล็ก
  10. วางเหล็กเสริมโดยระวังไม่ให้แผ่นฉีกหรือทะลุ
  11. ตรวจระบบกันซึมอีกครั้งก่อนเทคอนกรีต
  12. เทคอนกรีตให้แน่น ลด honeycomb และโพรงคอนกรีต
  13. ตรวจจุดรอยต่อและจุดเชื่อมกับระบบอื่นหลังถอดแบบตามความเหมาะสม

Preprufe 120S ต้องใช้ร่วมกับระบบอะไรบ้าง?

งานกันซึมใต้ดินไม่ควรพึ่งเมมเบรนเพียงอย่างเดียว เพราะน้ำมักเข้าตามรอยต่อและจุดทะลุโครงสร้าง จึงควรออกแบบร่วมกับระบบอื่น เช่น

  • คอนกรีตกันซึมตาม mix design
  • Waterstop หรือ waterbar ที่ construction joint
  • ระบบ joint sealing
  • เทปสำหรับ end lap และ penetration
  • รายละเอียดรอบ pile head และ lift pit
  • การซ่อม honeycomb หลังถอดแบบ
  • ระบบระบายน้ำรอบอาคารตามแบบ
  • การควบคุมคุณภาพการเทและจี้คอนกรีต

GCP ระบุว่าน้ำสามารถเข้าสู่โครงสร้างจากรอยต่อของแผ่นที่ออกแบบหรือติดตั้งไม่ดี สภาพไซต์เช่นฝุ่นอาจรบกวนการยึดเกาะ และรอย void หรือรอยแตกในคอนกรีตสามารถเป็นทางให้น้ำเคลื่อนที่ได้ ดังนั้นงานใต้ดินควรออกแบบเป็นระบบ ไม่ใช่เลือกแผ่นกันซึมเพียงอย่างเดียว

Preprufe 120S ต่างจากการทากันซึมผนังใต้ดินหลังเทอย่างไร?

หัวข้อPreprufe 120Sกันซึมแบบทาหลังเท
ช่วงติดตั้งก่อนเทคอนกรีตหลังคอนกรีตแข็งตัว
ลักษณะระบบPre-applied sheet membraneLiquid coating หรือ mortar coating
การยึดกับคอนกรีตยึดเกาะกับคอนกรีตที่เททับขึ้นกับการเตรียมผิวหลังเท
เหมาะกับฐานราก ผนังใต้ดิน พื้นที่จำกัดผนังที่เข้าถึงหลังเทได้
จุดเด่นลดน้ำไหลหลังแผ่นและเหมาะกับงาน blindsideเก็บผิวหลังเทได้ตามสภาพจริง
ข้อควรระวังต้องตรวจแผ่นก่อนเทคอนกรีตต้องเตรียมผิวคอนกรีตให้ดีมาก
งานซ่อมภายหลังแก้ยากหากไม่ตรวจก่อนเทเข้าถึงได้เฉพาะด้านที่เปิดอยู่

หากเป็นงานผนังชั้นใต้ดินด้านนอกที่ยังอยู่ในช่วงก่อนเทคอนกรีต Preprufe 120S เป็นตัวเลือกที่เหมาะ แต่ถ้าผนังเทเสร็จแล้วและต้องติดตั้งจากด้านนอกภายหลัง ควรให้ทีมเทคนิคเลือกวัสดุ post-applied ที่เหมาะกับหน้างานจริง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานกันซึมผนังใต้ดินรั่วซ้ำ

  • เลือกวัสดุไม่ตรงกับวิธีหล่อคอนกรีต
  • ใช้ระบบ pre-applied กับงานที่ควรใช้ post-applied
  • พื้นรองรับมีเศษแหลมทำให้แผ่นเสียหาย
  • แนวซ้อนทับไม่แน่นหรือไม่ต่อเนื่อง
  • ไม่เก็บรอบท่อทะลุผนัง
  • ไม่ใช้เทปหรือ accessory ตามระบบ
  • วางเหล็กแล้วทำให้แผ่นฉีก
  • ไม่ตรวจระบบก่อนเทคอนกรีต
  • เทคอนกรีตจนเกิด honeycomb หรือโพรง
  • ไม่ติดตั้ง waterstop ที่ construction joint
  • ถมดินก่อนตรวจรายละเอียดด้านนอกครบถ้วน

ดูแลและควบคุมงานหน้างานอย่างไร?

ช่วงที่สำคัญที่สุดของ Preprufe 120S คือช่วงหลังปูแผ่นและก่อนเทคอนกรีต เพราะเป็นช่วงที่แผ่นอาจเสียหายจากการเดิน วางเหล็ก เคลื่อนย้ายวัสดุ หรือทำงานระบบอื่น ๆ หากไม่มีการตรวจและซ่อมก่อนเท จุดเสียหายเล็ก ๆ อาจกลายเป็นปัญหาน้ำซึมใหญ่ในภายหลัง

แนวทางควบคุมงาน ได้แก่

  • จำกัดการเดินบนแผ่นเท่าที่จำเป็น
  • ตรวจรอยฉีก รอยเจาะ และรอยย่นทุกวัน
  • ซ่อมจุดเสียหายทันทีตามระบบผู้ผลิต
  • ตรวจ overlap และ end lap ก่อนวางเหล็ก
  • ตรวจรอบ pipe penetration และ tie-in ทุกจุด
  • ใช้วัสดุรองป้องกันในจุดที่มีการทำงานหนัก
  • ถ่ายรูปบันทึกก่อนเทคอนกรีต
  • ทำ checklist ตรวจรับก่อนเททุกครั้ง

สรุป: ผนังชั้นใต้ดินและฐานรากควรใช้ Preprufe 120S ตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีต

Preprufe 120S เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมแบบ pre-applied สำหรับงานใต้ฐานรากและผนังใต้ดินแบบหล่อคอนกรีตในที่ โดยเฉพาะไซต์ที่มีพื้นที่จำกัดหรือใช้ single-sided formwork ตัวแผ่นประกอบด้วย HDPE film, pressure sensitive adhesive และ weather resistant protective coating และถูกออกแบบให้เกิด integral adhesive bond กับคอนกรีตที่เททับ เพื่อช่วยป้องกันน้ำ ความชื้น และลดการไหลซึมของน้ำระหว่างเมมเบรนกับคอนกรีต

สำหรับงาน กันซึมผนังชั้นใต้ดินจากด้านนอก Preprufe 120S เหมาะกับช่วงก่อสร้างใหม่ที่ยังสามารถติดตั้งแผ่นก่อนเทคอนกรีตได้ โดยเฉพาะฐานราก ผนัง basement, lift pit และพื้นที่ใต้ดินที่หลังปิดทับแล้วซ่อมยาก จุดสำคัญคือต้องเลือกให้ตรงกับวิธีทำงานจริง เพราะ Preprufe 120S เป็นระบบ pre-applied ไม่ใช่แผ่นทาหรือติดหลังเทคอนกรีตทั่วไป

สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าต้องการลดปัญหาน้ำซึมผนังชั้นใต้ดินจากด้านนอก ควรวางระบบกันซึมตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีต และใช้ Preprufe 120S ร่วมกับการเตรียมพื้นรองรับที่ดี แนวซ้อนทับที่ถูกต้อง เทปและ accessory ตามระบบ รายละเอียดรอบท่อ รอยต่อ construction joint, waterstop และการตรวจงานก่อนเทคอนกรีตทุกครั้ง เมื่อควบคุมครบ ระบบจะช่วยปกป้องฐานรากและผนังใต้ดินจากความชื้นและน้ำซึมได้มั่นใจกว่าการรอซ่อมภายหลัง

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!