Sarnafil G 410-15 L แผ่นกันซึมหลังคา เสริมใยแก้ว ติดตั้งปลอดภัยไม่ใช้เปลวไฟ

มิ.ย. 30, 2026 by admin Blog 0 comment

Sarnafil G 410-15 L แผ่นกันซึมหลังคา เสริมใยแก้ว ติดตั้งปลอดภัยไม่ใช้เปลวไฟ

งานกันซึมหลังคาเป็นงานที่ต้องให้ความสำคัญทั้งเรื่องประสิทธิภาพการกันน้ำ ความทนทาน และความปลอดภัยระหว่างติดตั้ง เพราะหลังคาเป็นพื้นที่ที่ต้องเจอแดด ฝน ลม ความร้อน และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอยู่ตลอดเวลา หากวัสดุกันซึมหรือวิธีติดตั้งไม่เหมาะสม อาจเกิดปัญหารอยต่อรั่ว แผ่นเสื่อมสภาพ น้ำซึมลงฝ้า หรือซ่อมซ้ำในระยะยาว

สำหรับอาคารที่ต้องการระบบกันซึมหลังคาแบบแผ่นเมมเบรน Sarnafil G 410-15 L เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการวัสดุคุณภาพสูง เพราะเป็นแผ่นกันซึมชนิด PVC แบบหลายชั้น เสริมใยแก้ว มีสารป้องกันรังสี UV และสามารถเชื่อมรอยต่อด้วยเครื่องเป่าลมร้อน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีเปลวไฟในการติดตั้ง

จุดเด่นนี้ทำให้ Sarnafil G 410-15 L เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการใช้ไฟเปิดบนพื้นที่สูง เช่น อาคารพาณิชย์ โรงงาน อาคารสำนักงาน หลังคาที่มีรายละเอียดซับซ้อน หรือโครงการที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยหน้างาน

Sarnafil G 410-15 L คืออะไร?

Sarnafil G 410-15 L หรือ Sarnafil® G 410-15 L คือแผ่นกันซึมหลังคาชนิดโพลิไวนิลคลอไรด์ หรือ PVC สำหรับงานกันซึมหลังคา ผลิตเป็นแผ่นเมมเบรนหลายชั้น หนา 1.5 มม. เสริมด้วย glass non-woven inlay หรือใยแก้ว และมีสารป้องกันรังสี UV ตามมาตรฐาน EN 13956 / GB 12952

ลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์คือสามารถเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ไม่ต้องใช้เปลวไฟ และออกแบบมาให้ใช้งานได้ในหลายสภาพอากาศทั่วโลก

เหมาะกับงาน เช่น

  • งานกันซึมหลังคา
  • งานรายละเอียดต่าง ๆ บนหลังคา
  • หลังคาที่มีสโลปต่ำ
  • หลังคาแบบบัลลาสต์ในระบบที่เหมาะสม
  • หลังคาจัดสวนบางระบบ
  • หลังคาหินกรวด
  • หลังคาเอนกประสงค์
  • จุดต่อรอบท่อ drain
  • ขอบหลังคาและแนว parapet
  • จุดเชื่อมต่อกับระบบเมมเบรนหลัก
Sarnafil G 410-15 L คืออะไร?
Sarnafil G 410-15 L คืออะไร?

Sarnafil G 410-15 L ทำไมการติดตั้งแบบไม่ใช้เปลวไฟจึงสำคัญ?

งานหลังคาเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยมากกว่างานพื้นทั่วไป เพราะมักทำบนที่สูง มีลม มีวัสดุหลายชนิดอยู่ใกล้กัน และบางโครงการอาจมีข้อจำกัดเรื่องการใช้เปลวไฟ เช่น อาคารที่ยังเปิดใช้งานอยู่ โรงงาน คลังสินค้า หรือพื้นที่ที่มีวัสดุไวไฟ

ระบบที่ต้องใช้ไฟเปิดในการติดตั้งอาจเพิ่มความเสี่ยง เช่น

  • ความเสี่ยงจากประกายไฟ
  • ความเสี่ยงต่อวัสดุไวไฟบนหลังคา
  • ความเสี่ยงในอาคารที่ยังเปิดใช้งาน
  • ข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของโรงงาน
  • ความยุ่งยากในการขออนุญาต hot work
  • ความเสี่ยงต่อชั้นฉนวนหรือวัสดุเดิมใต้หลังคา

Sarnafil G 410-15 L สามารถเชื่อมรอยต่อด้วยเครื่องเป่าลมร้อน และ Sika ระบุว่าไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีเปลวไฟในการติดตั้ง จึงช่วยให้หน้างานมีความปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเทียบกับระบบที่ต้องใช้ไฟเปิดโดยตรง

Sarnafil G 410-15 L ทำไมการติดตั้งแบบไม่ใช้เปลวไฟจึงสำคัญ?
Sarnafil G 410-15 L ทำไมการติดตั้งแบบไม่ใช้เปลวไฟจึงสำคัญ?

จุดเด่นของ Sarnafil G 410-15 L

  1. แผ่น PVC เสริมใยแก้ว เพิ่มความมั่นคงแข็งแรง

Sarnafil G 410-15 L เป็นแผ่น PVC แบบหลายชั้นที่เสริมใยแก้ว ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความมั่นคงแข็งแรงมากขึ้นตามข้อมูลจาก Sika Thailand

การเสริมใยแก้วช่วยให้แผ่นเมมเบรนมีเสถียรภาพ เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องเจอการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ แดด ฝน และสภาพแวดล้อมภายนอกเป็นประจำ

  1. เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ไม่ต้องใช้เปลวไฟ

จุดขายสำคัญของ Sarnafil G 410-15 L คือสามารถเชื่อมรอยต่อด้วยเครื่องเป่าลมร้อน และไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีเปลวไฟในการติดตั้ง

ข้อดีของการเชื่อมด้วยลมร้อนคือ

  • ลดความเสี่ยงจากไฟเปิดบนหลังคา
  • เหมาะกับโครงการที่เข้มงวดเรื่องความปลอดภัย
  • ใช้กับงานหลังคาอาคารที่เปิดใช้งานอยู่ได้ง่ายขึ้น
  • รอยต่อสามารถเชื่อมให้เป็นระบบต่อเนื่องได้
  • ตรวจสอบความสมบูรณ์ของรอยเชื่อมได้
  • เหมาะกับงานเมมเบรน PVC ที่ต้องการความละเอียด
  1. ทนรังสี UV และสภาพอากาศ

Sika ระบุว่า Sarnafil G 410-15 L มีสารป้องกันแสงอัลตราไวโอเลต และผิวหน้าเคลือบด้วยแล็คเกอร์ ช่วยให้ทนต่อรังสี UV เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องเจอแดดโดยตรง

หลังคาเป็นพื้นที่ที่โดนแดดจัดเกือบตลอดวัน หากแผ่นกันซึมไม่ทน UV อาจเกิดการเสื่อมสภาพเร็ว เช่น ผิวกรอบ สีซีด หรือความยืดหยุ่นลดลง การเลือกแผ่นเมมเบรนที่ทน UV จึงช่วยลดความเสี่ยงเรื่องอายุการใช้งานของระบบกันซึม

  1. ใช้งานได้ในหลายสภาพอากาศ

Sarnafil G 410-15 L ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ในทุกสภาพอากาศทั่วโลกตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika

คุณสมบัตินี้เหมาะกับงานหลังคาในประเทศไทยที่ต้องเจอทั้งแดดแรง ฝนตกหนัก ความชื้นสูง และอุณหภูมิผิวหลังคาที่เปลี่ยนแปลงตลอดวัน

  1. ยอมให้ไอน้ำซึมผ่านได้ดี

Sika Thailand ระบุว่า Sarnafil G 410-15 L มีคุณสมบัติยอมให้ไอน้ำสามารถซึมผ่านได้ดี

คุณสมบัตินี้ช่วยให้ระบบหลังคาจัดการกับไอน้ำหรือความชื้นบางส่วนได้เหมาะสมขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถติดตั้งบนพื้นผิวเปียกหรือมีน้ำขังได้โดยไม่เตรียมผิว พื้นผิวรองรับยังต้องสะอาด แห้ง เรียบ และเหมาะสมกับระบบติดตั้ง

  1. ทนต่อจุลินทรีย์และรากไม้

Sarnafil G 410-15 L มีคุณสมบัติทนต่อจุลินทรีย์และทนต่อรากไม้ตามข้อมูลของ Sika Thailand

จุดนี้มีประโยชน์กับระบบหลังคาบางประเภท เช่น หลังคาจัดสวน หลังคาแบบมีวัสดุปิดทับ หรือพื้นที่ที่มีความชื้นสะสมมากกว่าหลังคาเปิดผิวทั่วไป

Sarnafil G 410-15 L เหมาะกับงานหลังคาแบบไหน?

งานรายละเอียดต่าง ๆ บนหลังคา

Sika Thailand ระบุว่า Sarnafil G 410-15 L เป็นผลิตภัณฑ์แผ่นกันซึมสำหรับรายละเอียดต่าง ๆ บนหลังคา และควรติดตั้งโดยผู้ติดตั้งที่มีประสบการณ์และความชำนาญ

ตัวอย่างงานรายละเอียดที่มักต้องใช้ความประณีต ได้แก่

  • รอบท่อระบายน้ำ
  • รางน้ำ
  • ขอบ parapet
  • มุมพื้นชนผนัง
  • จุดต่อกับผนัง
  • รอบช่องแสง
  • จุดทะลุหลังคา
  • จุดเปลี่ยนระดับหลังคา
  • งาน flashing
  • จุดเชื่อมต่อกับระบบเมมเบรนหลัก

หลังคาที่มีสโลปต่ำ

หลังคาสโลปต่ำมีความเสี่ยงเรื่องน้ำระบายช้า หากรายละเอียดรอยต่อหรือจุด drain ทำไม่ดี อาจเกิดน้ำขังและรั่วซึมได้ง่าย Sarnafil G 410-15 L เหมาะกับงานรายละเอียดของหลังคาสโลปต่ำในระบบ Sarnafil ที่เหมาะสม เช่น ระบบที่ใช้ร่วมกับ Sarnafil S 327 L หรือ Sarnafil G 410 L Felt ตามข้อมูลของ Sika Thailand

หลังคาแบบบัลลาสต์

Sika Thailand ระบุว่า Sarnafil G 410-15 L ใช้กับรายละเอียดของหลังคาแบบบัลลาสต์ เช่น หลังคาจัดสวน หลังคาเอนกประสงค์ หลังคาที่แผ่นกันซึมถูกปิดทับ หรือหลังคาหินกรวดในระบบที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Sarnafil G 476

งานหลังคาประเภทนี้ต้องออกแบบชั้นป้องกัน ชั้นระบายน้ำ และวัสดุปิดทับให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันแผ่นเมมเบรนเสียหายจากแรงกดหรือวัสดุคม

อาคารที่ต้องคุมความปลอดภัยหน้างาน

เพราะ Sarnafil G 410-15 L เชื่อมด้วยลมร้อนและไม่ต้องใช้เปลวไฟ จึงเหมาะกับโครงการที่ต้องการลดความเสี่ยงด้าน hot work เช่น

  • โรงงาน
  • คลังสินค้า
  • อาคารสำนักงาน
  • อาคารที่ยังเปิดใช้งาน
  • อาคารพาณิชย์
  • อาคารที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสูง
  • งานปรับปรุงหลังคาที่ไม่ต้องการใช้ไฟเปิด

ขนาดและรายละเอียดผลิตภัณฑ์

ข้อมูลจาก Sika Thailand ระบุรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของ Sarnafil G 410-15 L ดังนี้

  • ประเภทวัสดุ: แผ่นเมมเบรน PVC กันซึมหลังคา
  • ความหนา: 1.5 มม.
  • ความยาวม้วน: 20 เมตร
  • ความกว้างม้วน: 2 เมตร
  • น้ำหนักม้วน: ประมาณ 78 กก.
  • ผิวด้านบน: สีขาว หรือสีอื่นสอบถามได้
  • ผิวด้านล่าง: สีเทาเข้ม
  • พื้นผิว: ด้าน
  • วิธีเชื่อม: เครื่องเป่าลมร้อน
  • การติดตั้ง: ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีเปลวไฟ

ก่อนติดตั้ง Sarnafil G 410-15 L ต้องเตรียมพื้นอย่างไร?

  1. พื้นผิวต้องเรียบและไม่มีของแหลมคม

Sika ระบุว่าพื้นผิวต้องมีความสม่ำเสมอ เรียบ และปราศจากความแหลมคมก่อนใช้งาน Sarnafil G 410-15 L เพราะเศษวัสดุหรือจุดคมอาจทำให้แผ่นเมมเบรนเสียหายได้

  1. ต้องใช้ชั้นแยกเมื่อมีวัสดุที่ไม่เข้ากัน

ก่อนใช้งานผลิตภัณฑ์ ต้องมีชั้นแยกเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสระหว่างแผ่นเมมเบรนกับพื้นผิวหรือวัสดุที่ไม่เข้ากัน ซึ่งอาจทำให้ผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพ

  1. หลีกเลี่ยงวัสดุที่อาจทำให้ PVC เสื่อม

ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบิทูเมน ทาร์ ไขมัน น้ำมัน วัสดุที่มีตัวทำละลาย รวมถึงวัสดุพลาสติกบางชนิด เช่น EPS, XPS, PUR, PIR และ phenolic foam เพราะอาจส่งผลเสียต่อคุณสมบัติของวัสดุและลดคุณภาพแผ่นเมมเบรน

  1. หลังคาโลหะต้องล้างคราบน้ำมันก่อนติดตั้ง

สำหรับหลังคาสังกะสีหรือเมทัลชีท Sika ระบุว่าต้องล้างคราบน้ำมันออกก่อนติดตั้ง โดยใช้ผลิตภัณฑ์ Sarna Cleaner ตามระบบ

  1. ควรใช้ผู้ติดตั้งที่ชำนาญ

การติดตั้ง Sarnafil G 410-15 L ต้องควบคุมรายละเอียดหลายอย่าง เช่น แนวแผ่น ระยะซ้อนทับ อุณหภูมิเครื่องเชื่อม ความเร็ว แรงลม แรงกด และการตรวจรอยเชื่อม จึงควรใช้ทีมติดตั้งที่มีประสบการณ์กับระบบเมมเบรน PVC

วิธีติดตั้ง Sarnafil G 410-15 L โดยสรุป

การติดตั้งจริงควรยึดตามคู่มือและระบบของ Sika แต่โดยทั่วไปมีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. ตรวจสอบแบบหลังคาและรายละเอียดจุดเสี่ยง
  2. ตรวจพื้นผิวรองรับให้เรียบ สะอาด และไม่มีคม
  3. ทำความสะอาดคราบฝุ่น คราบน้ำมัน และวัสดุหลุดล่อน
  4. ติดตั้งชั้นแยกหากพื้นผิวหรือวัสดุเดิมไม่เข้ากันกับ PVC
  5. วางแผ่น Sarnafil G 410-15 L ตามแนวที่ออกแบบ
  6. ซ้อนทับแผ่นตามระยะที่กำหนด
  7. เชื่อมรอยต่อด้วยเครื่องเป่าลมร้อน
  8. ปรับอุณหภูมิ ความเร็ว แรงลม และแรงกดให้เหมาะกับสภาพหน้างาน
  9. ตรวจสอบรอยเชื่อมด้วยเครื่องมือ เช่น probe tool
  10. แก้ไขจุดบกพร่องของรอยเชื่อมด้วยลมร้อน
  11. ตรวจสอบรายละเอียดรอบท่อ drain ขอบหลังคา และจุดต่อทั้งหมดก่อนส่งมอบงาน

Sika Thailand ระบุว่าการเชื่อมบริเวณแผ่นซ้อนทับต้องใช้เครื่องเชื่อมลมร้อนระบบไฟฟ้า และตัวแปรที่มีผลต่อการเชื่อม เช่น อุณหภูมิ ความเร็ว แรงลม ความดัน และการตั้งค่าเครื่องเชื่อม ต้องผ่านการตรวจสอบและปรับใช้ให้เหมาะกับสภาพหน้างานก่อนเชื่อมจริง

Sarnafil G 410-15 L ต่างจากระบบที่ใช้เปลวไฟอย่างไร?

หัวข้อSarnafil G 410-15 Lระบบที่ต้องใช้เปลวไฟ
วิธีเชื่อม/ติดตั้งเชื่อมด้วยลมร้อนใช้ไฟเปิดหรือเปลวไฟ
ความปลอดภัยหน้างานลดความเสี่ยงจากไฟเปิดต้องควบคุม hot work เข้มงวด
เหมาะกับอาคารใช้งานอยู่เหมาะกว่าในหลายกรณีอาจมีข้อจำกัดมากกว่า
การตรวจรอยต่อตรวจรอยเชื่อมได้ขึ้นกับระบบและวัสดุ
วัสดุหลักPVC membraneขึ้นกับประเภทระบบ
งานเหมาะรายละเอียดหลังคา ระบบเมมเบรน PVCงานกันซึมบางประเภทที่ออกแบบเฉพาะ

สรุปคือ Sarnafil G 410-15 L เหมาะกับโครงการที่ต้องการระบบแผ่นเมมเบรน PVC และต้องการลดความเสี่ยงจากการใช้เปลวไฟบนหลังคา โดยเฉพาะอาคารที่ต้องควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยหน้างานอย่างจริงจัง

Sarnafil G 410-15 L ต่างจากกันซึมทาทั่วไปอย่างไร?

หัวข้อSarnafil G 410-15 Lกันซึมทาทั่วไป
ประเภทวัสดุแผ่นเมมเบรน PVCวัสดุทาเคลือบ
ความหนาควบคุมจากโรงงาน 1.5 มม.ขึ้นกับการทาและจำนวนชั้น
การเสริมแรงเสริมใยแก้วขึ้นกับระบบ
วิธีเชื่อมเชื่อมด้วยลมร้อนไม่มีรอยต่อแผ่น แต่ต้องคุมความหนาฟิล์ม
การใช้เปลวไฟไม่ต้องใช้เปลวไฟขึ้นกับประเภทสินค้า
งานเหมาะรายละเอียดหลังคา ระบบ PVC membraneงานซ่อมและงานทาเคลือบทั่วไป
การติดตั้งต้องใช้ช่างเฉพาะทางบางระบบติดตั้งง่ายกว่า
การควบคุมคุณภาพตรวจรอยเชื่อมได้ตรวจความหนาและผิวงาน

หากต้องการระบบหลังคาแบบแผ่นเมมเบรนที่ควบคุมความหนาจากโรงงาน เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน และเหมาะกับงานรายละเอียดหลังคา Sarnafil G 410-15 L จะตอบโจทย์กว่างานทากันซึมทั่วไปในหลายกรณี

ข้อควรระวังในการใช้ Sarnafil G 410-15 L

  • ต้องติดตั้งโดยทีมที่มีประสบการณ์กับระบบเมมเบรน PVC
  • พื้นผิวต้องเรียบ สะอาด และไม่มีวัสดุแหลมคม
  • ต้องใช้ชั้นแยกเมื่อแผ่น PVC อาจสัมผัสวัสดุที่ไม่เข้ากัน
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบิทูเมน ทาร์ น้ำมัน ไขมัน และตัวทำละลาย
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับ EPS, XPS, PUR, PIR และ PF โดยตรง
  • ต้องควบคุมอุณหภูมิและความเร็วในการเชื่อมลมร้อนให้เหมาะสม
  • ต้องตรวจสอบรอยเชื่อมทุกจุดหลังติดตั้ง
  • ต้องเก็บรายละเอียดรอบ drain, parapet, flashing และจุดทะลุหลังคาให้ครบ
  • ควรจัดเก็บม้วนสินค้าในที่แห้ง อุณหภูมิ +5°C ถึง +30°C และวางในแนวนอนตามคำแนะนำของ Sika

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานเมมเบรนหลังคารั่วซึม

  • พื้นผิวรองรับมีคมหรือเศษวัสดุ
  • ไม่ใช้ชั้นแยกกับวัสดุที่ไม่เข้ากัน
  • เชื่อมรอยต่อด้วยอุณหภูมิไม่เหมาะสม
  • ความเร็วเครื่องเชื่อมไม่สัมพันธ์กับแรงลมและความร้อน
  • ไม่ตรวจสอบรอยเชื่อมหลังติดตั้ง
  • เก็บรายละเอียดรอบท่อ drain ไม่ครบ
  • รอยต่อกับ parapet หรือผนังทำไม่ถูกระบบ
  • ใช้วัสดุฉนวนที่ไม่เข้ากันกับ PVC
  • ใช้ช่างที่ไม่ชำนาญระบบ Sarnafil
  • ไม่วางแผนระบบระบายน้ำบนหลังคา

งานเมมเบรนหลังคาที่ดีต้องทำครบทั้งการออกแบบระบบ การเตรียมพื้นผิว การเลือกชั้นแยก การเชื่อมรอยต่อ และการตรวจสอบคุณภาพหลังติดตั้ง

Sarnafil G 410-15 L เหมาะกับใคร?

Sarnafil G 410-15 L เหมาะกับเจ้าของอาคาร วิศวกร สถาปนิก ผู้รับเหมา และทีมงานกันซึมที่ต้องการแผ่นเมมเบรน PVC สำหรับงานหลังคา โดยเฉพาะงานที่ต้องการความปลอดภัยจากการติดตั้งแบบไม่ใช้เปลวไฟ

เหมาะกับงาน เช่น

  • หลังคาอาคารพาณิชย์
  • หลังคาโรงงาน
  • หลังคาอาคารสำนักงาน
  • หลังคาที่มีสโลปต่ำ
  • หลังคาแบบบัลลาสต์ในระบบที่เหมาะสม
  • งานหลังคาจัดสวนบางระบบ
  • งานเก็บรายละเอียดหลังคา
  • งาน flashing
  • จุดต่อรอบท่อระบายน้ำ
  • โครงการที่ต้องควบคุมความปลอดภัยด้าน hot work

สรุป: Sarnafil G 410-15 L เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการแผ่น PVC เสริมใยแก้วและติดตั้งโดยไม่ใช้เปลวไฟ

Sarnafil G 410-15 L เป็นแผ่นกันซึมหลังคา PVC แบบหลายชั้น หนา 1.5 มม. เสริมใยแก้ว มีสารป้องกันรังสี UV และสามารถเชื่อมรอยต่อด้วยเครื่องเป่าลมร้อน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีเปลวไฟในการติดตั้ง

จุดเด่นคือช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ไฟเปิดบนหลังคา เหมาะกับงานรายละเอียดต่าง ๆ บนหลังคา เช่น รอบท่อ drain ขอบ parapet รอยต่อกับผนัง และระบบหลังคาที่ต้องการเมมเบรน PVC คุณภาพสูง นอกจากนี้ยังทน UV ทนสภาพแวดล้อมทั่วไป ยอมให้ไอน้ำซึมผ่านได้ดี ทนจุลินทรีย์ และทนรากไม้ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika

อย่างไรก็ตาม งานติดตั้งต้องทำโดยช่างที่มีประสบการณ์ ต้องเตรียมพื้นผิวให้เรียบ ไม่มีของแหลมคม ใช้ชั้นแยกเมื่อจำเป็น หลีกเลี่ยงวัสดุที่ไม่เข้ากันกับ PVC และตรวจสอบรอยเชื่อมทุกจุดหลังติดตั้ง หากทำครบตามระบบ Sarnafil G 410-15 L จะช่วยให้งานกันซึมหลังคามีความปลอดภัยมากขึ้น ลดความเสี่ยงรั่วซึม และเพิ่มความมั่นใจให้กับอาคารในระยะยาว

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!