หลังคาคอนกรีตอยากติดแผ่นกันซึมแบบไม่ต้องยิงยึดใช้ Sarnafil G 410-15 SA ดีไหม?

ก.ย. 22, 2026 by admin Blog 0 comment

หลังคาคอนกรีตอยากติดแผ่นกันซึมแบบไม่ต้องยิงยึดใช้ Sarnafil G 410-15 SA ดีไหม?

ถ้าเป็น หลังคาคอนกรีตหรือดาดฟ้าคอนกรีต และไม่อยากใช้ระบบเมมเบรนแบบยิงสกรูยึดเต็มพื้นที่ Sarnafil® G 410-15 SA Feltback ถือว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะ เพราะเป็นแผ่นเมมเบรน PVC แบบ Self-Adhesive หรือมีกาวในตัว ออกแบบมาสำหรับระบบหลังคาแบบ fully adhered โดยตรง ตัวแผ่นใช้ชั้นกาวจากโรงงานยึดกับพื้นหลังคา และเชื่อมรอยต่อระหว่างแผ่นด้วยลมร้อน

Sika Thailand ระบุว่า Sarnafil G 410-15 SA Feltback เป็นเมมเบรน PVC หนา 1.5 มม. แบบหลายชั้น มี glass non-woven inlay และ polypropylene fleece backing พร้อม self-adhesive film ใช้สำหรับ exposed flat roofs on smooth substrates มีจุดเด่นเรื่องติดตั้งรวดเร็ว ทน UV เชื่อมลมร้อนได้ และไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีเปลวไฟ

แต่คำว่า “ไม่ต้องยิงยึด” ต้องเข้าใจให้ถูก คือพื้นที่หลักของหลังคาสามารถใช้กาวในตัวของแผ่นยึดกับพื้นคอนกรีต ไม่ได้ใช้สกรูยิงทะลุแผ่นเป็นจุด ๆ แบบระบบ Mechanically Fastened อย่าง Sarnafil S 327 แต่ระบบ Sarnafil G 410-15 SA ยังอาจต้องมี mechanical secure หรือ peel stop บริเวณขอบ จุดตั้งขึ้น และรายละเอียดบางตำแหน่งตามแบบ รวมถึงต้องออกแบบเรื่องแรงลมด้วย จึงไม่ควรตีความว่า “ไม่มีตัวยึดเชิงกลเลยแม้แต่จุดเดียว”

Sarnafil G 410-15 SA คืออะไร?

Sarnafil G 410-15 SA Feltback เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด PVC ที่ด้านหลังประกอบด้วย PP fleece + self-adhesive film + PP liner เวลาติดตั้งจะคลี่แผ่น จัดตำแหน่ง ลอก release liner แล้วกดแผ่นให้ยึดติดกับพื้นผิวที่เตรียมไว้

ตัวแผ่นมีขนาดมาตรฐานกว้าง 2 เมตร ยาว 15 เมตร และมีความหนาประสิทธิผล 1.5 มม. นอกจากนี้ยังผ่านการทดสอบ watertightness และทน UV มากกว่า 5,000 ชั่วโมงตาม EN 1297 ในข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika

Sika Thailand ยังอธิบายระบบ Self-Adhesive รุ่นนี้ว่าเป็นลักษณะ “peel-and-stick” ช่วยลดขั้นตอนและความเลอะเทอะจากกาวเหลว เพียงลอกแผ่นปิดกาวแล้วติดตั้งบนพื้นผิวที่ได้รับการอนุมัติ

ใช้กับหลังคาคอนกรีตได้หรือไม่?

ใช้ได้ และใน Product Data Sheet ของ Sika Thailand ระบุ Concrete ไว้เป็นหนึ่งใน substrate ที่รองรับโดยตรง แต่สำหรับพื้นคอนกรีตต้องใช้ primer ที่เหมาะสมก่อนติดตั้ง ได้แก่

  • SikaRoof® Primer-600
  • SikaRoof® Primer-780
  • Sikafloor®-161

การเลือก primer ต้องดูสภาพพื้นจริงและระบบที่ออกแบบ ไม่ควรลอกแผ่นกาวแล้วติดบนคอนกรีตดิบทันทีโดยไม่ตรวจรายละเอียด

พื้นคอนกรีตต้องเป็นแบบไหน?

จุดนี้สำคัญมาก เพราะต่อให้ตัวแผ่นมีกาวในตัว ถ้าพื้นไม่ดี ระบบก็มีโอกาสยึดไม่เต็มพื้นที่

Sika ระบุว่าพื้นรองรับต้อง

  • เรียบและสม่ำเสมอ
  • แข็งแรง
  • แห้ง
  • สะอาด
  • ไม่มีฝุ่น
  • ไม่มีคราบน้ำมันหรือจาระบี
  • ไม่มี bitumen ที่ไม่เข้ากัน
  • ไม่มีทรายหรือวัสดุหลุดร่อน
  • ไม่มีส่วนแหลมหรือครีบคอนกรีตที่อาจแทงแผ่น

และระบุชัดว่า ห้ามติดตั้งบนพื้นเปียก ชื้น หรือสกปรก

ดังนั้นถ้าดาดฟ้าคอนกรีตเดิมมีผิวร่วน เป็นฝุ่น มีน้ำขัง หรือมีระบบกันซึมเก่าพองล่อน ต้องซ่อมและเตรียมพื้นก่อน ไม่ใช่นำ Sarnafil มาปิดทับแล้วหวังว่าจะจบปัญหา

Sarnafil G 410-15 SA คืออะไร?
Sarnafil G 410-15 SA คืออะไร?

ทำไมระบบกาวในตัวเหมาะกับหลังคาคอนกรีต?

  1. ไม่ต้องยิงสกรูเต็มพื้นที่หลังคา

ข้อดีสำคัญคือบริเวณ field membrane หรือพื้นที่หลักสามารถยึดกับพื้นคอนกรีตผ่าน self-adhesive backing จึงไม่ต้องเจาะพื้นเพื่อวาง fastener เป็นจำนวนมากแบบระบบ mechanically fastened

จุดนี้เหมาะกับเจ้าของอาคารที่ไม่อยากเพิ่มรูเจาะบนดาดฟ้าหรือมีข้อจำกัดเรื่องการยิงตัวยึดลงในโครงสร้าง

  1. ลดขั้นตอนการใช้กาวเหลว

กาวถูกติดมากับแผ่นจากโรงงานอยู่แล้ว ทำให้ลดขั้นตอนการเท ผสม หรือทากาวเหลวเต็มพื้นที่ Sika ระบุ Fast installation เป็นหนึ่งในจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ และระบบ Self-Adhesive ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้การติดตั้งสะดวกและสะอาดขึ้น

  1. ไม่ต้องใช้เปลวไฟ

Sarnafil G 410-15 SA ระบุว่า No open flame equipment required จึงเหมาะกับอาคารที่ต้องการลดงานเปลวไฟบนหลังคา เช่น โรงงาน อาคารที่ยังใช้งานอยู่ หรือพื้นที่ใกล้อุปกรณ์งานระบบ

อย่างไรก็ตาม รอยต่อระหว่างแผ่นยังต้องเชื่อมด้วย เครื่องลมร้อนไฟฟ้า ไม่ใช่เพียงเอากาวในตัวของแผ่นมาชนกันแล้วจบ

  1. รอยต่อเชื่อมด้วยลมร้อน

หลังติดแผ่นกับพื้นแล้ว แผ่นข้างเคียงจะวางซ้อนประมาณ 80 มม. และแนว overlap ต้องเชื่อมด้วย hot-air welding โดย Sika กำหนด effective welded width อย่างน้อย 20 มม. รวมถึงต้องตรวจรอยเชื่อมหลังติดตั้งเพื่อให้แน่ใจว่าแนวเชื่อมต่อเนื่อง

นี่คือข้อแตกต่างระหว่าง “กาวยึดแผ่นกับพื้น” กับ “รอยต่อกันน้ำระหว่างแผ่น” ซึ่งทำหน้าที่คนละส่วนกัน

ไม่ยิงยึดเลย 100% ได้หรือไม่?

ไม่ควรสรุปแบบนั้น

สำหรับพื้นที่หลักของหลังคา Sarnafil G 410-15 SA ใช้ self-adhesive backing ยึดกับ substrate จึงไม่ได้ใช้ fastener กระจายเต็มพื้นที่แบบระบบ Mechanically Fastened

แต่เอกสารติดตั้งของ Sika ระบุว่า roof build-up ต้องได้รับการออกแบบและ secure ต่อ wind uplift loading และมีขั้นตอนให้ mechanically secure ระบบด้วย peel stop เช่น U-Bar หรือ Sarnabar นอกจากนี้บริเวณ upstand และ roof penetration ขนาดใหญ่กว่า 500 × 500 มม. ต้องมี peeling protection ด้วย

ดังนั้นถ้าใช้คำให้ถูกควรเป็น

“ระบบกาวในตัว ไม่ต้องยิงยึดแผ่นเต็มพื้นที่หลังคา แต่บางตำแหน่งยังต้องมีการยึดเชิงกลตามรายละเอียดระบบและการออกแบบแรงลม”

ประโยคนี้จะถูกต้องกว่าการบอกว่าไม่ต้องยิงสกรูเลยทั้งระบบ

ขั้นตอนติดตั้งบนหลังคาคอนกรีตโดยสรุป

  1. สำรวจพื้นคอนกรีต

ตรวจรอยแตกร้าว จุดน้ำขัง ผิวร่วน ความชื้น และระบบกันซึมเดิม หากพื้นเสียหายควรซ่อมให้เรียบร้อยก่อน

  1. ปรับพื้นให้เรียบ

กำจัดครีบคอนกรีต เศษแหลม ฝุ่น ทราย และสิ่งสกปรกทั้งหมด พื้นต้องมีความสม่ำเสมอเพื่อให้กาวสัมผัสกับ substrate ได้เต็มพื้นที่

  1. แก้ปัญหาน้ำขัง

หากดาดฟ้ามี slope ไม่ดี ควรปรับ slope ก่อน เพราะแผ่นเมมเบรนมีหน้าที่กันน้ำ ไม่ได้ใช้แทนการออกแบบระบบระบายน้ำที่ถูกต้อง

  1. ลง Primer สำหรับคอนกรีต

เลือก SikaRoof Primer-600, SikaRoof Primer-780 หรือ Sikafloor-161 ตามระบบที่เหมาะกับพื้นจริง แล้วรอให้พร้อมก่อนติดตั้งเมมเบรน

  1. วางและจัดแนวแผ่น

คลี่ Sarnafil G 410-15 SA และจัดแนวแผ่นให้เรียบร้อยก่อนลอก release liner

  1. ลอกแผ่นปิดกาวแล้วติดบนพื้น

Sika ระบุขั้นตอนให้พับแผ่นกลับประมาณครึ่งหนึ่ง ตัด release liner และค่อย ๆ ติด self-adhesive membrane ลงบน substrate จากนั้นทำอีกครึ่งหนึ่งของแผ่น

  1. รีดแผ่นด้วยลูกกลิ้ง

หลังติดตั้งต้องกดแผ่นด้วย weighted roller ประมาณ 50 กก. เพื่อให้กาวสัมผัสกับพื้นอย่างสม่ำเสมอ ลดช่องอากาศและช่วยให้การยึดเกาะเต็มพื้นที่

  1. วางแผ่นถัดไป

แผ่นถัดไปวาง overlap ประมาณ 80 มม. ตามรายละเอียดการติดตั้งของผลิตภัณฑ์

  1. เชื่อมแนวรอยต่อด้วยลมร้อน

ใช้เครื่อง hot-air welding เชื่อมแนว overlap และตรวจรอยเชื่อมทุกตำแหน่งหลังติดตั้ง

  1. เก็บ Detail รอบหลังคา

บริเวณ parapet, drain, roof penetration, ฐานท่อ และมุมต่าง ๆ ต้องทำรายละเอียดตามระบบ พร้อมติดตั้ง peel stop หรือ mechanical secure ในจุดที่กำหนด

หลังคาแบบไหนที่เหมาะกับ Sarnafil G 410-15 SA?

เหมาะเป็นพิเศษกับ

  • หลังคาคอนกรีตแบน
  • ดาดฟ้าคอนกรีต
  • หลังคาที่พื้นค่อนข้างเรียบ
  • หลังคาที่ต้องการระบบ Fully Adhered
  • อาคารที่ไม่ต้องการยิง fastener กระจายเต็มหลังคา
  • อาคารที่ไม่ต้องการใช้เปลวไฟ
  • งานรีโนเวทที่พื้นเดิมแข็งแรงและเตรียมได้ดี
  • หลังคาที่ต้องการเมมเบรนเปิดผิวรับแดดโดยตรง

Sika ระบุผลิตภัณฑ์รุ่นนี้สำหรับ exposed flat roofs on smooth substrates โดยตรง และตัวเมมเบรนทน permanent UV exposure พร้อมออกแบบสำหรับ direct exposure

แบบไหนที่ยังไม่ควรรีบใช้?

หากหลังคามีสภาพต่อไปนี้ ควรแก้ปัญหาก่อน

  • พื้นคอนกรีตชื้นมาก
  • มีน้ำดันจากด้านล่าง
  • กันซึมเดิมพองหรือล่อน
  • คอนกรีตเป็นฝุ่นหรือร่วน
  • มีน้ำขังหนัก
  • มีรอยแตกโครงสร้าง
  • พื้นไม่เรียบมาก
  • มี bitumen หรือวัสดุที่ไม่ compatible โดยไม่มีการแยกชั้น
  • โครงสร้างหลังคายังไม่ได้ตรวจแรงลม

Sika ระบุว่าผลิตภัณฑ์ไม่ควรสัมผัสโดยตรงกับวัสดุบางประเภท เช่น bitumen, tar, fat, oil และ solvent-containing materials รวมถึงวัสดุพลาสติกบางประเภท หากต้องใช้ร่วมกันต้องจัดระบบหรือ separation ให้ถูกต้องตามคำแนะนำผู้ผลิต

Sarnafil G 410-15 SA กับระบบยิงยึดต่างกันอย่างไร?

หัวข้อSarnafil G 410-15 SAระบบ Mechanically Fastened
วิธีหลักในการยึดแผ่นSelf-Adhesive เต็มพื้นที่Fastener / สกรู
เจาะหลังคาเต็มพื้นที่ไม่ต้องมีจุดยึดตามแบบ
รอยต่อแผ่นเชื่อมลมร้อนเชื่อมลมร้อน
พื้นรองรับต้องเรียบ สะอาด และแห้งมากรองรับพื้นผิวได้หลากหลายตามระบบ
งานคอนกรีตเหมาะใช้ได้แต่ต้องออกแบบตัวยึด
แรงลมต้องออกแบบระบบ adhered และ perimeter secureคำนวณจำนวนและระยะ fastener
การติดตั้งลอกกาว ติด รีด เชื่อมวาง ยิงยึด และเชื่อม

ถ้าโจทย์คือ “ดาดฟ้าคอนกรีต ไม่อยากยิงสกรูกระจายเต็มพื้น” Sarnafil G 410-15 SA จะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าพื้นเดิมไม่เรียบหรือไม่สามารถสร้าง adhesion ที่ดีได้ อาจต้องพิจารณาระบบอื่นแทน

ข้อผิดพลาดที่ทำให้แผ่นกาวในตัวติดไม่ดี

  • ไม่ลง primer บนคอนกรีตตามระบบ
  • ติดแผ่นขณะที่พื้นยังชื้น
  • พื้นมีฝุ่นหรือทราย
  • มีคราบน้ำมัน
  • พื้นเป็นหลุมหรือไม่เรียบ
  • ไม่รีดแผ่นด้วย weighted roller
  • รีดไม่ทั่วจนเกิดโพรงอากาศ
  • ไม่เชื่อมแนว overlap
  • เชื่อมรอยต่อไม่เต็ม
  • ไม่ทำ peel stop
  • ไม่ออกแบบ wind uplift
  • ไม่เก็บรายละเอียด parapet และ drain

จุดเหล่านี้สำคัญกว่าคำว่า “มีกาวในตัว” เพราะกาวจะทำงานได้ดีต่อเมื่อ substrate ได้รับการเตรียมอย่างถูกต้อง

สรุป: หลังคาคอนกรีตไม่อยากยิงยึดเต็มพื้นที่ ใช้ Sarnafil G 410-15 SA ดีไหม?

ดีและเหมาะกับโจทย์นี้ หากเป็นหลังคาคอนกรีตแบนที่พื้นเรียบ แข็งแรง สะอาด และแห้ง เพราะ Sarnafil G 410-15 SA Feltback เป็นเมมเบรน PVC แบบมีกาวในตัวสำหรับระบบ fully adhered โดย Sika ระบุ Concrete เป็น substrate ที่รองรับ และให้ใช้ SikaRoof Primer-600, SikaRoof Primer-780 หรือ Sikafloor-161 ตามระบบ

ข้อดีคือไม่ต้องยิง fastener กระจายทั่วพื้นที่หลังคา ลดการใช้กาวเหลว ติดตั้งรวดเร็ว ไม่ต้องใช้เปลวไฟ และแนวต่อของแผ่นเชื่อมด้วยลมร้อน ตัวเมมเบรนยังทน UV และออกแบบสำหรับหลังคาเปิดผิวโดยตรง

แต่ต้องจำไว้ว่า Sarnafil G 410-15 SA ไม่ใช่ระบบที่ไม่มี mechanical fixing เลย 100% บริเวณขอบหลังคา upstand จุดทะลุหลังคา และตำแหน่งที่ต้องรับแรง peeling หรือ wind uplift อาจยังต้องใช้ U-Bar, Sarnabar หรือรายละเอียดการยึดตามแบบของระบบ

ดังนั้นถ้าโจทย์คือ “อยากทำกันซึมหลังคาคอนกรีตโดยไม่ยิงยึดแผ่นเต็มพื้นที่” Sarnafil G 410-15 SA ถือว่าเหมาะมาก แต่ควรให้ทีมที่ชำนาญตรวจสภาพคอนกรีต ความชื้น slope, drain, wind uplift และรายละเอียดขอบหลังคาก่อนติดตั้ง เพื่อให้ข้อดีของระบบกาวในตัวทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!