หลังคาคอนกรีตอยากติดแผ่นกันซึมแบบไม่ต้องยิงยึดใช้ Sarnafil G 410-15 SA ดีไหม?
ถ้าเป็น หลังคาคอนกรีตหรือดาดฟ้าคอนกรีต และไม่อยากใช้ระบบเมมเบรนแบบยิงสกรูยึดเต็มพื้นที่ Sarnafil® G 410-15 SA Feltback ถือว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะ เพราะเป็นแผ่นเมมเบรน PVC แบบ Self-Adhesive หรือมีกาวในตัว ออกแบบมาสำหรับระบบหลังคาแบบ fully adhered โดยตรง ตัวแผ่นใช้ชั้นกาวจากโรงงานยึดกับพื้นหลังคา และเชื่อมรอยต่อระหว่างแผ่นด้วยลมร้อน
Sika Thailand ระบุว่า Sarnafil G 410-15 SA Feltback เป็นเมมเบรน PVC หนา 1.5 มม. แบบหลายชั้น มี glass non-woven inlay และ polypropylene fleece backing พร้อม self-adhesive film ใช้สำหรับ exposed flat roofs on smooth substrates มีจุดเด่นเรื่องติดตั้งรวดเร็ว ทน UV เชื่อมลมร้อนได้ และไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีเปลวไฟ
แต่คำว่า “ไม่ต้องยิงยึด” ต้องเข้าใจให้ถูก คือพื้นที่หลักของหลังคาสามารถใช้กาวในตัวของแผ่นยึดกับพื้นคอนกรีต ไม่ได้ใช้สกรูยิงทะลุแผ่นเป็นจุด ๆ แบบระบบ Mechanically Fastened อย่าง Sarnafil S 327 แต่ระบบ Sarnafil G 410-15 SA ยังอาจต้องมี mechanical secure หรือ peel stop บริเวณขอบ จุดตั้งขึ้น และรายละเอียดบางตำแหน่งตามแบบ รวมถึงต้องออกแบบเรื่องแรงลมด้วย จึงไม่ควรตีความว่า “ไม่มีตัวยึดเชิงกลเลยแม้แต่จุดเดียว”
Sarnafil G 410-15 SA คืออะไร?
Sarnafil G 410-15 SA Feltback เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด PVC ที่ด้านหลังประกอบด้วย PP fleece + self-adhesive film + PP liner เวลาติดตั้งจะคลี่แผ่น จัดตำแหน่ง ลอก release liner แล้วกดแผ่นให้ยึดติดกับพื้นผิวที่เตรียมไว้
ตัวแผ่นมีขนาดมาตรฐานกว้าง 2 เมตร ยาว 15 เมตร และมีความหนาประสิทธิผล 1.5 มม. นอกจากนี้ยังผ่านการทดสอบ watertightness และทน UV มากกว่า 5,000 ชั่วโมงตาม EN 1297 ในข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika
Sika Thailand ยังอธิบายระบบ Self-Adhesive รุ่นนี้ว่าเป็นลักษณะ “peel-and-stick” ช่วยลดขั้นตอนและความเลอะเทอะจากกาวเหลว เพียงลอกแผ่นปิดกาวแล้วติดตั้งบนพื้นผิวที่ได้รับการอนุมัติ
ใช้กับหลังคาคอนกรีตได้หรือไม่?
ใช้ได้ และใน Product Data Sheet ของ Sika Thailand ระบุ Concrete ไว้เป็นหนึ่งใน substrate ที่รองรับโดยตรง แต่สำหรับพื้นคอนกรีตต้องใช้ primer ที่เหมาะสมก่อนติดตั้ง ได้แก่
- SikaRoof® Primer-600
- SikaRoof® Primer-780
- Sikafloor®-161
การเลือก primer ต้องดูสภาพพื้นจริงและระบบที่ออกแบบ ไม่ควรลอกแผ่นกาวแล้วติดบนคอนกรีตดิบทันทีโดยไม่ตรวจรายละเอียด
พื้นคอนกรีตต้องเป็นแบบไหน?
จุดนี้สำคัญมาก เพราะต่อให้ตัวแผ่นมีกาวในตัว ถ้าพื้นไม่ดี ระบบก็มีโอกาสยึดไม่เต็มพื้นที่
Sika ระบุว่าพื้นรองรับต้อง
- เรียบและสม่ำเสมอ
- แข็งแรง
- แห้ง
- สะอาด
- ไม่มีฝุ่น
- ไม่มีคราบน้ำมันหรือจาระบี
- ไม่มี bitumen ที่ไม่เข้ากัน
- ไม่มีทรายหรือวัสดุหลุดร่อน
- ไม่มีส่วนแหลมหรือครีบคอนกรีตที่อาจแทงแผ่น
และระบุชัดว่า ห้ามติดตั้งบนพื้นเปียก ชื้น หรือสกปรก
ดังนั้นถ้าดาดฟ้าคอนกรีตเดิมมีผิวร่วน เป็นฝุ่น มีน้ำขัง หรือมีระบบกันซึมเก่าพองล่อน ต้องซ่อมและเตรียมพื้นก่อน ไม่ใช่นำ Sarnafil มาปิดทับแล้วหวังว่าจะจบปัญหา


ทำไมระบบกาวในตัวเหมาะกับหลังคาคอนกรีต?
- ไม่ต้องยิงสกรูเต็มพื้นที่หลังคา
ข้อดีสำคัญคือบริเวณ field membrane หรือพื้นที่หลักสามารถยึดกับพื้นคอนกรีตผ่าน self-adhesive backing จึงไม่ต้องเจาะพื้นเพื่อวาง fastener เป็นจำนวนมากแบบระบบ mechanically fastened
จุดนี้เหมาะกับเจ้าของอาคารที่ไม่อยากเพิ่มรูเจาะบนดาดฟ้าหรือมีข้อจำกัดเรื่องการยิงตัวยึดลงในโครงสร้าง
- ลดขั้นตอนการใช้กาวเหลว
กาวถูกติดมากับแผ่นจากโรงงานอยู่แล้ว ทำให้ลดขั้นตอนการเท ผสม หรือทากาวเหลวเต็มพื้นที่ Sika ระบุ Fast installation เป็นหนึ่งในจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ และระบบ Self-Adhesive ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้การติดตั้งสะดวกและสะอาดขึ้น
- ไม่ต้องใช้เปลวไฟ
Sarnafil G 410-15 SA ระบุว่า No open flame equipment required จึงเหมาะกับอาคารที่ต้องการลดงานเปลวไฟบนหลังคา เช่น โรงงาน อาคารที่ยังใช้งานอยู่ หรือพื้นที่ใกล้อุปกรณ์งานระบบ
อย่างไรก็ตาม รอยต่อระหว่างแผ่นยังต้องเชื่อมด้วย เครื่องลมร้อนไฟฟ้า ไม่ใช่เพียงเอากาวในตัวของแผ่นมาชนกันแล้วจบ
- รอยต่อเชื่อมด้วยลมร้อน
หลังติดแผ่นกับพื้นแล้ว แผ่นข้างเคียงจะวางซ้อนประมาณ 80 มม. และแนว overlap ต้องเชื่อมด้วย hot-air welding โดย Sika กำหนด effective welded width อย่างน้อย 20 มม. รวมถึงต้องตรวจรอยเชื่อมหลังติดตั้งเพื่อให้แน่ใจว่าแนวเชื่อมต่อเนื่อง
นี่คือข้อแตกต่างระหว่าง “กาวยึดแผ่นกับพื้น” กับ “รอยต่อกันน้ำระหว่างแผ่น” ซึ่งทำหน้าที่คนละส่วนกัน
ไม่ยิงยึดเลย 100% ได้หรือไม่?
ไม่ควรสรุปแบบนั้น
สำหรับพื้นที่หลักของหลังคา Sarnafil G 410-15 SA ใช้ self-adhesive backing ยึดกับ substrate จึงไม่ได้ใช้ fastener กระจายเต็มพื้นที่แบบระบบ Mechanically Fastened
แต่เอกสารติดตั้งของ Sika ระบุว่า roof build-up ต้องได้รับการออกแบบและ secure ต่อ wind uplift loading และมีขั้นตอนให้ mechanically secure ระบบด้วย peel stop เช่น U-Bar หรือ Sarnabar นอกจากนี้บริเวณ upstand และ roof penetration ขนาดใหญ่กว่า 500 × 500 มม. ต้องมี peeling protection ด้วย
ดังนั้นถ้าใช้คำให้ถูกควรเป็น
“ระบบกาวในตัว ไม่ต้องยิงยึดแผ่นเต็มพื้นที่หลังคา แต่บางตำแหน่งยังต้องมีการยึดเชิงกลตามรายละเอียดระบบและการออกแบบแรงลม”
ประโยคนี้จะถูกต้องกว่าการบอกว่าไม่ต้องยิงสกรูเลยทั้งระบบ
ขั้นตอนติดตั้งบนหลังคาคอนกรีตโดยสรุป
- สำรวจพื้นคอนกรีต
ตรวจรอยแตกร้าว จุดน้ำขัง ผิวร่วน ความชื้น และระบบกันซึมเดิม หากพื้นเสียหายควรซ่อมให้เรียบร้อยก่อน
- ปรับพื้นให้เรียบ
กำจัดครีบคอนกรีต เศษแหลม ฝุ่น ทราย และสิ่งสกปรกทั้งหมด พื้นต้องมีความสม่ำเสมอเพื่อให้กาวสัมผัสกับ substrate ได้เต็มพื้นที่
- แก้ปัญหาน้ำขัง
หากดาดฟ้ามี slope ไม่ดี ควรปรับ slope ก่อน เพราะแผ่นเมมเบรนมีหน้าที่กันน้ำ ไม่ได้ใช้แทนการออกแบบระบบระบายน้ำที่ถูกต้อง
- ลง Primer สำหรับคอนกรีต
เลือก SikaRoof Primer-600, SikaRoof Primer-780 หรือ Sikafloor-161 ตามระบบที่เหมาะกับพื้นจริง แล้วรอให้พร้อมก่อนติดตั้งเมมเบรน
- วางและจัดแนวแผ่น
คลี่ Sarnafil G 410-15 SA และจัดแนวแผ่นให้เรียบร้อยก่อนลอก release liner
- ลอกแผ่นปิดกาวแล้วติดบนพื้น
Sika ระบุขั้นตอนให้พับแผ่นกลับประมาณครึ่งหนึ่ง ตัด release liner และค่อย ๆ ติด self-adhesive membrane ลงบน substrate จากนั้นทำอีกครึ่งหนึ่งของแผ่น
- รีดแผ่นด้วยลูกกลิ้ง
หลังติดตั้งต้องกดแผ่นด้วย weighted roller ประมาณ 50 กก. เพื่อให้กาวสัมผัสกับพื้นอย่างสม่ำเสมอ ลดช่องอากาศและช่วยให้การยึดเกาะเต็มพื้นที่
- วางแผ่นถัดไป
แผ่นถัดไปวาง overlap ประมาณ 80 มม. ตามรายละเอียดการติดตั้งของผลิตภัณฑ์
- เชื่อมแนวรอยต่อด้วยลมร้อน
ใช้เครื่อง hot-air welding เชื่อมแนว overlap และตรวจรอยเชื่อมทุกตำแหน่งหลังติดตั้ง
- เก็บ Detail รอบหลังคา
บริเวณ parapet, drain, roof penetration, ฐานท่อ และมุมต่าง ๆ ต้องทำรายละเอียดตามระบบ พร้อมติดตั้ง peel stop หรือ mechanical secure ในจุดที่กำหนด
หลังคาแบบไหนที่เหมาะกับ Sarnafil G 410-15 SA?
เหมาะเป็นพิเศษกับ
- หลังคาคอนกรีตแบน
- ดาดฟ้าคอนกรีต
- หลังคาที่พื้นค่อนข้างเรียบ
- หลังคาที่ต้องการระบบ Fully Adhered
- อาคารที่ไม่ต้องการยิง fastener กระจายเต็มหลังคา
- อาคารที่ไม่ต้องการใช้เปลวไฟ
- งานรีโนเวทที่พื้นเดิมแข็งแรงและเตรียมได้ดี
- หลังคาที่ต้องการเมมเบรนเปิดผิวรับแดดโดยตรง
Sika ระบุผลิตภัณฑ์รุ่นนี้สำหรับ exposed flat roofs on smooth substrates โดยตรง และตัวเมมเบรนทน permanent UV exposure พร้อมออกแบบสำหรับ direct exposure
แบบไหนที่ยังไม่ควรรีบใช้?
หากหลังคามีสภาพต่อไปนี้ ควรแก้ปัญหาก่อน
- พื้นคอนกรีตชื้นมาก
- มีน้ำดันจากด้านล่าง
- กันซึมเดิมพองหรือล่อน
- คอนกรีตเป็นฝุ่นหรือร่วน
- มีน้ำขังหนัก
- มีรอยแตกโครงสร้าง
- พื้นไม่เรียบมาก
- มี bitumen หรือวัสดุที่ไม่ compatible โดยไม่มีการแยกชั้น
- โครงสร้างหลังคายังไม่ได้ตรวจแรงลม
Sika ระบุว่าผลิตภัณฑ์ไม่ควรสัมผัสโดยตรงกับวัสดุบางประเภท เช่น bitumen, tar, fat, oil และ solvent-containing materials รวมถึงวัสดุพลาสติกบางประเภท หากต้องใช้ร่วมกันต้องจัดระบบหรือ separation ให้ถูกต้องตามคำแนะนำผู้ผลิต
Sarnafil G 410-15 SA กับระบบยิงยึดต่างกันอย่างไร?
| หัวข้อ | Sarnafil G 410-15 SA | ระบบ Mechanically Fastened |
| วิธีหลักในการยึดแผ่น | Self-Adhesive เต็มพื้นที่ | Fastener / สกรู |
| เจาะหลังคาเต็มพื้นที่ | ไม่ต้อง | มีจุดยึดตามแบบ |
| รอยต่อแผ่น | เชื่อมลมร้อน | เชื่อมลมร้อน |
| พื้นรองรับ | ต้องเรียบ สะอาด และแห้งมาก | รองรับพื้นผิวได้หลากหลายตามระบบ |
| งานคอนกรีต | เหมาะ | ใช้ได้แต่ต้องออกแบบตัวยึด |
| แรงลม | ต้องออกแบบระบบ adhered และ perimeter secure | คำนวณจำนวนและระยะ fastener |
| การติดตั้ง | ลอกกาว ติด รีด เชื่อม | วาง ยิงยึด และเชื่อม |
ถ้าโจทย์คือ “ดาดฟ้าคอนกรีต ไม่อยากยิงสกรูกระจายเต็มพื้น” Sarnafil G 410-15 SA จะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าพื้นเดิมไม่เรียบหรือไม่สามารถสร้าง adhesion ที่ดีได้ อาจต้องพิจารณาระบบอื่นแทน
ข้อผิดพลาดที่ทำให้แผ่นกาวในตัวติดไม่ดี
- ไม่ลง primer บนคอนกรีตตามระบบ
- ติดแผ่นขณะที่พื้นยังชื้น
- พื้นมีฝุ่นหรือทราย
- มีคราบน้ำมัน
- พื้นเป็นหลุมหรือไม่เรียบ
- ไม่รีดแผ่นด้วย weighted roller
- รีดไม่ทั่วจนเกิดโพรงอากาศ
- ไม่เชื่อมแนว overlap
- เชื่อมรอยต่อไม่เต็ม
- ไม่ทำ peel stop
- ไม่ออกแบบ wind uplift
- ไม่เก็บรายละเอียด parapet และ drain
จุดเหล่านี้สำคัญกว่าคำว่า “มีกาวในตัว” เพราะกาวจะทำงานได้ดีต่อเมื่อ substrate ได้รับการเตรียมอย่างถูกต้อง
สรุป: หลังคาคอนกรีตไม่อยากยิงยึดเต็มพื้นที่ ใช้ Sarnafil G 410-15 SA ดีไหม?
ดีและเหมาะกับโจทย์นี้ หากเป็นหลังคาคอนกรีตแบนที่พื้นเรียบ แข็งแรง สะอาด และแห้ง เพราะ Sarnafil G 410-15 SA Feltback เป็นเมมเบรน PVC แบบมีกาวในตัวสำหรับระบบ fully adhered โดย Sika ระบุ Concrete เป็น substrate ที่รองรับ และให้ใช้ SikaRoof Primer-600, SikaRoof Primer-780 หรือ Sikafloor-161 ตามระบบ
ข้อดีคือไม่ต้องยิง fastener กระจายทั่วพื้นที่หลังคา ลดการใช้กาวเหลว ติดตั้งรวดเร็ว ไม่ต้องใช้เปลวไฟ และแนวต่อของแผ่นเชื่อมด้วยลมร้อน ตัวเมมเบรนยังทน UV และออกแบบสำหรับหลังคาเปิดผิวโดยตรง
แต่ต้องจำไว้ว่า Sarnafil G 410-15 SA ไม่ใช่ระบบที่ไม่มี mechanical fixing เลย 100% บริเวณขอบหลังคา upstand จุดทะลุหลังคา และตำแหน่งที่ต้องรับแรง peeling หรือ wind uplift อาจยังต้องใช้ U-Bar, Sarnabar หรือรายละเอียดการยึดตามแบบของระบบ
ดังนั้นถ้าโจทย์คือ “อยากทำกันซึมหลังคาคอนกรีตโดยไม่ยิงยึดแผ่นเต็มพื้นที่” Sarnafil G 410-15 SA ถือว่าเหมาะมาก แต่ควรให้ทีมที่ชำนาญตรวจสภาพคอนกรีต ความชื้น slope, drain, wind uplift และรายละเอียดขอบหลังคาก่อนติดตั้ง เพื่อให้ข้อดีของระบบกาวในตัวทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!





