หลังคาโรงงานพื้นที่ใหญ่ทำกันซึมติดตั้งไวด้วย Sarnafil S327-15 L แผ่นเมมเบรน
หลังคาโรงงานพื้นที่ใหญ่มีความต่างจากหลังคาบ้านหรืออาคารขนาดเล็กอย่างชัดเจน เพราะพื้นที่อาจมีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลายหมื่นตารางเมตร มีทั้งแนวต่อหลังคา ช่องแสง Roof Light, Roof Fan, ท่อระบบ รางน้ำ และขอบหลังคาจำนวนมาก หากระบบกันซึมเริ่มเสื่อม การไล่ปะรอยรั่วทีละจุดอาจใช้เวลานาน และเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนก็อาจพบตำแหน่งรั่วใหม่เพิ่มขึ้นอีก
สำหรับหลังคาโรงงานขนาดใหญ่ การเลือกใช้ แผ่นเมมเบรนกันซึมแบบ Single-Ply จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้สามารถวางระบบกันซึมใหม่ได้เป็นพื้นที่ต่อเนื่อง วางแผนแนวแผ่น จุดยึด และรอยเชื่อมได้ชัดเจน เหมาะกับงานที่ต้องการจัดการพื้นที่กว้างให้เป็นระบบมากกว่าการซ่อมเฉพาะจุดซ้ำไปเรื่อย ๆ
หนึ่งในผลิตภัณฑ์สำหรับงานลักษณะนี้คือ Sarnafil S327-15 L หรือ Sarnafil® S 327-15 L จาก Sika ซึ่งเป็นแผ่นเมมเบรน PVC สำหรับระบบหลังคาแบบยึดเชิงกล หรือ Mechanically Fastened โดยเฉพาะ
ข้อมูลจาก Sika ระบุว่า Sarnafil S 327-15 L เป็นแผ่นกันซึมหลังคาแบบหลายชั้น หนา 1.5 มม. ผลิตจาก PVC เสริมแรงด้วย Polyester และมีสารช่วยป้องกัน UV ตัวเมมเบรนสามารถเชื่อมด้วยลมร้อน ออกแบบสำหรับเปิดรับสภาพอากาศโดยตรง และใช้กับระบบหลังคาแบบ Mechanically Fastened
Sarnafil S327-15 L คืออะไร?
Sarnafil S 327-15 L คือแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด Polyvinyl Chloride หรือ PVC แบบหลายชั้น เสริมแรงด้วย Polyester เพื่อให้เหมาะกับระบบยึดเชิงกลบนหลังคา
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ล่าสุดของ Sika ระบุว่าแผ่นมีความหนา 1.5 มม. ขนาดม้วนมาตรฐานกว้าง 2 เมตร ยาว 20 เมตร และน้ำหนักประมาณ 78 กิโลกรัมต่อม้วน ตัวแผ่นออกแบบสำหรับ direct exposure และสามารถเชื่อมรอยต่อด้วย hot-air welding ได้
คุณสมบัติสำคัญ ได้แก่
- เป็นเมมเบรน PVC
- ความหนา 1.5 มม.
- เสริมแรงด้วย Polyester
- ใช้กับระบบ Mechanically Fastened
- ทน UV
- ทนต่อแรงลมอย่างต่อเนื่อง
- เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน
- ไม่ต้องใช้เปลวไฟเปิดในการติดตั้ง
- มีคุณสมบัติให้น้ำในรูปไอผ่านได้
- ใช้เป็นเมมเบรนเปิดผิวรับสภาพอากาศได้
Sika ระบุด้วยว่าผลิตภัณฑ์รุ่นนี้ควรติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ เนื่องจากการออกแบบจุดยึด แนวเชื่อม และแรงลมเป็นส่วนสำคัญของระบบหลังคา


ทำไมหลังคาโรงงานพื้นที่ใหญ่เหมาะกับระบบแผ่นเมมเบรน?
หลังคาโรงงานมีพื้นที่กว้าง หากใช้วัสดุทากันซึม การควบคุมความหนาให้สม่ำเสมอหลายพันตารางเมตรต้องจัดการหน้างานอย่างละเอียด ขณะที่ระบบแผ่นเมมเบรนมีความหนาจากโรงงาน ทำให้สามารถวางแผนพื้นที่ติดตั้ง แนวต่อ และการตรวจสอบได้ชัดเจน
ข้อดีสำหรับพื้นที่ใหญ่ ได้แก่
- ปูแผ่นต่อเนื่องเป็นพื้นที่กว้างได้
- ควบคุมความหนาของตัวแผ่นจากโรงงาน
- วางตำแหน่ง fastener ตามแบบได้
- รอยต่อแต่ละแนวตรวจสอบได้
- เชื่อมด้วยเครื่องลมร้อน
- แบ่งพื้นที่ทำงานเป็นโซนได้
- เหมาะกับระบบหลังคา metal deck หรือหลังคาน้ำหนักเบาตามการออกแบบ
- สามารถออกแบบร่วมกับฉนวนหลังคาได้
ด้วยขนาดม้วน 2 × 20 เมตร หนึ่งม้วนสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้มากก่อนหักส่วน overlap จึงเหมาะกับโครงการพื้นที่ใหญ่เมื่อเทียบกับวัสดุแผ่นขนาดเล็ก แต่ความเร็วของงานจริงยังขึ้นอยู่กับจำนวนรายละเอียดบนหลังคา ทีมติดตั้ง สภาพพื้น และการออกแบบระบบยึดด้วย
ระบบ Mechanically Fastened คืออะไร?
ระบบ Mechanically Fastened คือการใช้ชุดตัวยึดทางกลยึดเมมเบรนเข้ากับโครงสร้างหลังคา จากนั้นนำแผ่นถัดไปมาซ้อนทับบริเวณตัวยึด และเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน
จึงเกิดระบบ 2 ส่วนหลัก คือ
Fastener ทำหน้าที่ยึดแผ่นเข้ากับโครงสร้างและรับแรงลม
Hot-Air Weld ทำหน้าที่เชื่อมแผ่นแต่ละผืนให้กลายเป็นชั้นกันซึมต่อเนื่อง
Sika Thailand ระบุวิธีติดตั้งได้หลายรูปแบบ เช่น Sarnabar และ Sarnafast โดยระยะห่างของชุดยึดต้องกำหนดตามการคำนวณของ Sika ไม่ได้ใช้ระยะเดียวกันทั้งหลังคาแบบประมาณเอาเอง
ทำไมระบบนี้จึงเหมาะกับหลังคาโรงงานพื้นที่ใหญ่?
- จัดการพื้นที่กว้างได้เป็นระบบ
หลังคาโรงงานขนาดใหญ่สามารถแบ่งโซนติดตั้ง วางแนวเมมเบรน และกำหนดลำดับงานได้ชัดเจน เมื่อทีมติดตั้งมีประสบการณ์จึงสามารถทำงานต่อเนื่องบนพื้นที่กว้างได้โดยไม่ต้องรอวัสดุเคลือบแต่ละชั้นแห้งในลักษณะเดียวกับระบบทาบางประเภท
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ติดตั้งไว” ควรมองในแง่ ประสิทธิภาพในการทำพื้นที่ขนาดใหญ่เมื่อระบบได้รับการวางแผนดี ไม่ได้หมายความว่าจะติดตั้งได้เร็วทุกหน้างาน เพราะหลังคาที่มี Roof Fan, Skylight หรืออุปกรณ์จำนวนมากจะใช้เวลาเก็บรายละเอียดเพิ่มขึ้น
- รอยต่อเชื่อมด้วยลมร้อน
Sarnafil S327-15 L เป็นเมมเบรนที่เชื่อมรอยต่อด้วย hot-air welding ช่วยให้สามารถตรวจแนวเชื่อมแต่ละจุดได้หลังติดตั้ง
Sika ระบุว่าแผ่นเป็น hot-air weldable และไม่ต้องใช้อุปกรณ์เปลวไฟเปิด จึงเหมาะกับงานโรงงานที่ต้องควบคุมความเสี่ยงจากการใช้เปลวไฟระหว่างทำงานบนหลังคา
- ทน UV สำหรับการเปิดผิว
หลังคาโรงงานต้องเจอแดดโดยตรงตลอดทั้งปี หากเมมเบรนถูกใช้เป็นผิวหลังคาด้านนอกก็ต้องรองรับ UV ได้
Sarnafil S327-15 L ถูกพัฒนาสำหรับ direct exposure และ Sika ระบุว่าทนต่อ permanent UV exposure จึงเหมาะกับระบบหลังคาที่ตัวแผ่นถูกเปิดรับสภาพอากาศโดยตรง
- รองรับแรงลมเมื่อออกแบบจุดยึดถูกต้อง
หลังคาโรงงานขนาดใหญ่มีพื้นที่รับแรงลมสูง โดยเฉพาะบริเวณมุมและขอบหลังคา จุดเหล่านี้อาจต้องใช้ fastener ถี่กว่าพื้นที่กลางหลังคา
Sika ระบุว่า Sarnafil S327-15 L ทน permanent wind exposure แต่จุดยึดต้องออกแบบตาม wind uplift และรูปทรงหลังคา ไม่ควรใช้จำนวนตัวยึดเท่ากันทุกจุดโดยไม่ได้คำนวณ
Sarnafil S327-15 L เหมาะกับหลังคาแบบไหน?
หลังคาโรงงาน Metal Deck
โรงงานจำนวนมากใช้ Metal Deck หรือระบบหลังคาโครงสร้างน้ำหนักเบา ซึ่งเป็นงานที่ระบบ mechanically fastened สามารถนำมาออกแบบร่วมกับ insulation และโครงสร้างรองรับได้
หลังคาคลังสินค้า
คลังสินค้ามักมีหลังคาโล่งพื้นที่ใหญ่และอุปกรณ์บนหลังคาไม่ซับซ้อนมาก การวางแผ่นขนาดใหญ่และเชื่อมต่อเนื่องจึงช่วยให้จัดการพื้นที่ได้เป็นระบบ
ศูนย์กระจายสินค้า
อาคาร Logistics และ Distribution Center มักมีพื้นที่หลังคาหลายพันหรือหลายหมื่นตารางเมตร ระบบ Single-Ply Membrane จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับงานกันซึมที่ต้องการควบคุมพื้นที่ขนาดใหญ่
หลังคาโรงงานเก่าที่รั่วหลายจุด
หากหลังคาเดิมมีสกรู รอยต่อ และ flashing จำนวนมากที่เริ่มเสื่อม การทำ membrane ใหม่เป็นระบบอาจเหมาะกว่าการไล่อุดเฉพาะจุด แต่ต้องตรวจความแข็งแรงของหลังคาเดิมก่อนทุกครั้ง
หลังคาโรงงานรั่วแบบไหนไม่ควรรีบปูทับ?
การเห็นว่าหลังคารั่วหลายจุดไม่ได้หมายความว่าสามารถนำ Sarnafil S327 ไปปูทับทันที ต้องตรวจสาเหตุของปัญหาก่อน
ไม่ควรรีบปูทับหากพบ
- Metal Deck ผุหรือเป็นสนิมรุนแรง
- โครงสร้างรองรับไม่แข็งแรง
- ฉนวนเดิมเปียกจำนวนมาก
- มีน้ำขังในระบบหลังคาเดิม
- Gutter หรือ Drain อุดตัน
- หลังคาเดิมทรุดตัว
- มีจุดยึดหลวมเป็นจำนวนมาก
- มีวัสดุเดิมที่ไม่เข้ากันกับ PVC โดยไม่มี Separation Layer
จุดที่เสียหายควรได้รับการซ่อมก่อนสร้างระบบกันซึมใหม่ ไม่ควรใช้เมมเบรนเป็นวิธีซ่อนความเสียหายของโครงสร้างด้านล่าง
หลังคาพื้นที่ใหญ่ทำไมต้องคำนวณแรงลม?
แรงลมบนหลังคาไม่ได้เท่ากันทั้งพื้นที่
โดยทั่วไปพื้นที่หลังคาจะมีโซนที่รับแรงต่างกัน เช่น
- พื้นที่กลางหลังคา
- พื้นที่ขอบ
- พื้นที่มุม
บริเวณขอบและมุมมักรับแรงยกตัวสูงกว่า จึงอาจต้องเพิ่มจำนวนจุดยึด
Sika Thailand ระบุในระบบ Sarnafast ว่า fastener ติดตั้งห่างจากขอบแผ่นประมาณ 35 มม. และใช้ระยะซ้อนทับ 120 มม. โดย ระยะห่างระหว่างจุดยึดต้องคำนวณจากการใช้งานและแบบหลังคา
จึงไม่ควรใช้วิธีบอกช่างว่า “ยิงทุก 30 ซม.” หรือ “ทุก 50 ซม.” โดยไม่ได้ทำ wind uplift calculation เพราะอาคารแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน
Sarnafast กับ Sarnabar ต่างกันอย่างไร?
Sarnafast
เป็นระบบยึดแบบเป็นจุด ติดตั้ง fastener ใกล้ขอบแผ่น จากนั้นแผ่นถัดไปจะวางซ้อนทับและเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน
ข้อมูล Sika Thailand ระบุว่าระยะ overlap ของระบบ Sarnafast สำหรับ Sarnafil S327-15 L อยู่ที่ประมาณ 120 มม. และระยะ fastener ต้องคำนวณตามหลังคา
Sarnabar
เป็นการใช้ราง Sarnabar ยึดเมมเบรนเข้ากับส่วนโครงสร้าง จากนั้นจึงทำรายละเอียดปิดบริเวณชุดยึดและเชื่อมเมมเบรนให้ระบบกันซึมต่อเนื่อง
Sika ระบุให้แผ่นซ้อนกันประมาณ 80 มม. สำหรับรายละเอียดการติดตั้งแบบ Sarnabar และระยะชุดยึดยังคงต้องกำหนดตามการคำนวณของระบบ
ไม่มีระบบหนึ่งที่เหมาะที่สุดทุกหลังคา ต้องเลือกตามโครงสร้าง แรงลม วัสดุรองรับ และรายละเอียดของโครงการ
ขั้นตอนทำกันซึมหลังคาโรงงานด้วย Sarnafil S327-15 L
- สำรวจพื้นที่หลังคาทั้งหมด
- ระบุตำแหน่งรั่วและสาเหตุของปัญหา
- ตรวจสภาพโครงสร้างและ Metal Deck
- ตรวจฉนวนเดิมว่ามีน้ำหรือความชื้นสะสมหรือไม่
- ซ่อมส่วนของหลังคาที่ผุหรือเสียหาย
- ตรวจ Gutter, Drain และ Slope
- สำรวจ Skylight, Roof Fan และ Pipe Penetration
- คำนวณ Wind Uplift
- กำหนดชนิดและระยะ Fastener
- ติดตั้ง Separation Layer หรือ Insulation ตามแบบ
- คลี่ Sarnafil S327-15 L
- ติดตั้ง Fastener ตามระบบ
- วางแผ่นถัดไปให้ได้ระยะ Overlap
- เชื่อมรอยต่อด้วย Hot-Air Welding
- ตรวจรอยเชื่อมทุกแนว
- เก็บ Flashing และขอบหลังคา
- เก็บรายละเอียดรอบ Skylight และ Roof Fan
- ตรวจระบบทั้งหมดก่อนส่งมอบ
จุดไหนทำให้การติดตั้งหลังคาโรงงานช้าลง?
แม้แผ่นเมมเบรนจะเหมาะกับพื้นที่กว้าง แต่หลังคาบางแห่งมี Detail จำนวนมาก ซึ่งทำให้งานช้ากว่าหลังคาโล่ง
จุดที่ใช้เวลา ได้แก่
Skylight
ช่องแสงทุกช่องต้องมีการตัดและเก็บ flashing รอบฐาน หากโรงงานมีช่องแสงหลายร้อยช่อง งานส่วนนี้อาจใช้เวลามากกว่าการปูพื้นที่หลักเสียอีก
Roof Fan
Roof Fan และ Exhaust Fan เป็น penetration ที่ต้องทำเมมเบรนต่อเนื่องรอบฐานและปิดจบให้ถูกต้อง
Pipe Penetration
ท่อที่ทะลุหลังคาแต่ละจุดต้องมีรายละเอียดป้องกันน้ำ หากทำแบบง่าย ๆ ด้วย sealant เพียงอย่างเดียวอาจกลับมารั่วภายหลังได้
Gutter
รางน้ำของโรงงานมักเป็นแหล่งปัญหาสำคัญ ต้องตรวจสนิม รอยต่อ และความสามารถในการระบายน้ำก่อนทำระบบใหม่
ดังนั้นถ้าต้องการให้งาน “ติดตั้งไว” จริง ต้องสำรวจ Detail เหล่านี้ตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ ไม่ใช่วัดเพียงจำนวนตารางเมตรของหลังคา
Sarnafil S327 ต่างจากการทากันซึมอย่างไร?
| หัวข้อ | Sarnafil S327-15 L | กันซึมแบบทา |
| รูปแบบ | แผ่น PVC Membrane | Liquid Membrane |
| ความหนา | ควบคุมจากโรงงาน 1.5 มม. | ควบคุมจากปริมาณการทาหน้างาน |
| การยึด | Mechanically Fastened | ยึดเกาะพื้นผิว |
| รอยต่อ | เชื่อมลมร้อน | ไม่มีแนวต่อแผ่น |
| พื้นที่ใหญ่ | เหมาะ | ทำได้ แต่ต้องคุมความหนาทั้งพื้นที่ |
| แรงลม | ออกแบบ Fastener | ขึ้นกับ Adhesion และระบบ |
| Detail ซับซ้อน | ต้องตัดและเชื่อม | ทาตามรูปทรงได้สะดวกกว่า |
| การตรวจ | ตรวจแนวเชื่อมและ Fastener | ตรวจความหนา รูเข็ม และการยึดเกาะ |
ไม่ได้หมายความว่า Sarnafil S327 ดีกว่าระบบทาทุกกรณี หลังคาที่มีรูปทรงซับซ้อนมากอาจเหมาะกับ Liquid Applied Membrane มากกว่า ส่วนหลังคาโรงงานที่พื้นที่กว้างและโครงสร้างรองรับระบบยึดเชิงกลได้ Sarnafil S327 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
จุดเด่นเรื่องไม่ใช้เปลวไฟ
อีกข้อดีหนึ่งสำหรับโรงงานคือ Sarnafil S327-15 L ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เปลวไฟเปิดในการติดตั้ง แนวต่อของเมมเบรนใช้เครื่องเป่าลมร้อนในการเชื่อมแทน
เรื่องนี้มีประโยชน์กับโรงงานที่ยังเปิดดำเนินการ หรือพื้นที่ที่มีข้อกำหนดควบคุม Hot Work อย่างเข้มงวด
อย่างไรก็ตาม เครื่องเชื่อมลมร้อนยังเป็นอุปกรณ์ให้ความร้อน จึงต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยของโครงการอยู่ดี
ข้อผิดพลาดที่ทำให้หลังคาเมมเบรนรั่วซ้ำ
- ไม่สำรวจหลังคาเดิมก่อนติดตั้ง
- ปิดทับ Metal Deck ที่ผุ
- ไม่ตรวจฉนวนเปียก
- ไม่คำนวณ Wind Uplift
- ใช้ Fastener น้อยเกินไป
- ใช้ระยะยึดเดียวกันทั้งหลังคา
- เชื่อมรอยต่อไม่เต็ม
- ไม่ตรวจรอยเชื่อมหลังติดตั้ง
- เก็บ Skylight ไม่ดี
- เก็บ Roof Fan ไม่ครบ
- Gutter ยังระบายน้ำไม่ทัน
- ไม่ทำ Separation Layer เมื่อจำเป็น
- เจาะเมมเบรนหลังส่งมอบโดยไม่ซ่อมระบบ
หลังติดตั้งควรดูแลอย่างไร?
แม้ Sarnafil S327-15 L จะออกแบบสำหรับการเปิดรับ UV และสภาพอากาศโดยตรง แต่หลังคายังต้องได้รับการตรวจเป็นระยะ
ควรตรวจ
- แนว Hot-Air Weld
- ขอบหลังคา
- มุมหลังคา
- Roof Fan
- Skylight
- Flashing
- Gutter
- Drain
- จุดที่มีคนเดินซ่อมบำรุง
- พื้นที่รอบ Solar Panel
- จุดที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่
หากจะติด Solar Panel หรือเครื่องจักรบนหลังคาภายหลัง ควรวางตำแหน่งและรายละเอียดฐานตั้งแต่ช่วงออกแบบ เพื่อไม่ให้ผู้รับเหมารายอื่นเจาะผ่านเมมเบรนแล้วปิดด้วย sealant เพียงอย่างเดียว
สรุป: หลังคาโรงงานพื้นที่ใหญ่ Sarnafil S327-15 L ช่วยให้งานกันซึมจัดการได้เป็นระบบและเหมาะกับการติดตั้งพื้นที่กว้าง
Sarnafil S327-15 L เป็นแผ่นเมมเบรน PVC หนา 1.5 มม. แบบหลายชั้น เสริมแรงด้วย Polyester ออกแบบมาเพื่อระบบ Mechanically Fastened Roofing โดยเฉพาะ สามารถเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ทน UV ทนแรงลม และเปิดรับสภาพอากาศโดยตรงได้
สำหรับ หลังคาโรงงานพื้นที่ใหญ่ จุดเด่นคือสามารถวางแผ่นขนาด 2 × 20 เมตรต่อเนื่องบนพื้นที่กว้าง แบ่งโซนติดตั้งได้ชัดเจน และควบคุมคุณภาพผ่านระบบ fastener กับแนว hot-air welding ซึ่งช่วยให้เหมาะกับโรงงาน คลังสินค้า และอาคารที่มีพื้นที่หลังคาขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม การติดตั้งไวไม่ได้ขึ้นกับตัวเมมเบรนเพียงอย่างเดียว หลังคาที่มี Skylight, Roof Fan, ท่อ และรายละเอียดจำนวนมากยังต้องใช้เวลาเก็บงานอย่างละเอียด รวมถึงต้องคำนวณแรงลมและระยะ Fastener ให้ตรงกับแบบหลังคา โดย Sika Thailand ระบุชัดว่าระยะห่างระหว่างชุดยึดต้องอ้างอิงการคำนวณของระบบ
ดังนั้น หากเป็นหลังคาโรงงานพื้นที่ใหญ่และต้องการระบบกันซึมแบบแผ่นที่ทนแดด เชื่อมรอยต่อได้ ไม่ใช้เปลวไฟเปิด และเหมาะกับระบบยึดเชิงกล Sarnafil S327-15 L ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะ แต่ควรเริ่มจากการสำรวจหลังคาเดิม ตรวจโครงสร้าง คำนวณแรงลม และออกแบบ Detail ทั้งหมดก่อนติดตั้ง เพื่อให้งานทำได้เร็วและลดปัญหารั่วซ้ำในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!





